Andersonville & Uptown

Andersonville กับ Uptown คือ 2 ย่านฝั่งเหนือของชิคาโกที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนต่างกัน Andersonville โดดเด่นเรื่องร้านค้าท้องถิ่นกับชุมชน LGBTQ ส่วน Uptown ยังคงกลิ่นอายยุคแจ๊สและรวมหลากหลายวัฒนธรรมผู้อพยพ เดินเล่นแถวนี้ คุณจะได้เห็นชีวิตชิคาโกของจริงที่ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยวกลางเมือง

ตั้งอยู่ใน ชิคาโก

วิวถนน Andersonville สีสันสดใสที่มี Swedish American Museum หอเก็บน้ำสีน้ำเงินและเหลือง และอาคารอิฐประวัติศาสตร์ในวันที่แดดจัด
Photo Zagalejo (Public domain) (wikimedia)

ภาพรวม

มีไม่กี่ย่านในชิคาโกที่มีคาแรคเตอร์แตกต่างชัดเจนขนาดนี้ในพื้นที่ไม่กี่ตารางไมล์เหมือน Andersonville กับ Uptown ถนน Clark ของ Andersonville เรียงรายไปด้วยร้านหนังสืออิสระ, เบเกอรี่สวีเดน, บาร์ LGBTQ ที่กลิ่นอายท้องถิ่นสุด ๆ ส่วน Uptown ช่วงใต้ ให้ฟีลเมืองบันเทิงยุคแจ๊ส มีคลับแจ๊ส ร้านอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับห้องบอลรูมเก่าแก่ที่ยังมีคนแน่นทุกสุดสัปดาห์

แผนที่/การเดินทาง

Andersonville กับ Uptown อยู่ฝั่งเหนือสุดของชิคาโก ห่างจาก The Loop ประมาณ 7-9 ไมล์ เป็นคนละย่านกันนะ แต่อยู่ติดกันจนชาวเมืองชอบพูดรวม เพราะมีถนนและรถไฟเชื่อมถึงกัน

Uptown นับเป็น 1 ใน 77 เขตหลักของชิคาโก ขอบเขตคือถนน Foster ทางเหนือ, Montrose กับ Irving Park ทางใต้, ติด Lake Michigan ทางตะวันออก, และถนน Ravenswood กับ Clark ทางตะวันตก ย่านย่อยใน Uptown เช่น Sheridan Park, Buena Park, กับโซน Argyle Street ที่หลายคนเรียกว่า Little Vietnam ส่วน Andersonville เป็นย่านเล็กกว่าตั้งอยู่ระหว่าง Uptown กับ Edgewater ช่วงระยะโดยประมาณคือระหว่าง Ravenswood ทางตะวันตก, Magnolia ทางตะวันออก, Foster ทางใต้ถึง Victoria ทางเหนือ ศูนย์กลางของย่านคือถนน North Clark

ฝั่งใต้ Uptown จะเปลี่ยนเป็น Lakeview แถว ๆ Montrose กับ Irving Park ส่วนทางเหนือ Andersonville จะต่อกับย่าน Edgewater เดินจากถนน Clark ไปทะเลสาบแค่ 25-30 นาทีเอง Montrose Beach ก็เป็นชายหาดที่เดินทางง่ายที่สุดของฝั่งเหนือ

ใครอยากวางแผนเดินทางในเมือง แนะนำให้นึกถึงพื้นที่นี้เป็นปลายสายฝั่งเหนือของรถไฟ Red Line ถ้าคุณคุ้นกับ Lakeview และ Wrigleyville ที่อยู่ตอนใต้ Andersonville กับ Uptown คือคำตอบของคนอยากขึ้นเหนือไปอีกขั้น นักท่องเที่ยวน้อยกว่า ให้บรรยากาศบ้าน ๆ กว่าเยอะ

บรรยากาศ & คาแรคเตอร์

เช้าวันเสาร์ใน Andersonville มีบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์แบบสร้างเองไม่ได้ ร้านกาแฟอิสระแน่นแต่เช้า พิพิธภัณฑ์ Swedish American บน Clark Street เปิดเงียบ ๆ ร้านแถบหลักเกือบทั้งหมดเป็นของเจ้าของท้องถิ่น ไม่ใช่เครือแบรนด์ใหญ่ บริเวณนี้มีทั้งชาวสวีเดนรุ่นเก่า, ชุมชน LGBTQ (โดยเฉพาะเลสเบียน), คนเช่าห้องรุ่นใหม่ ๆ และครอบครัวเชื้อสายตะวันออกกลางกับเอเชียใต้ที่อยู่ในซอยที่ตัดระหว่าง Clark กับ Ashland ย่านนี้มีหลายชั้นให้ค้นหา เดินทีเดียวก็เห็นหมด

ช่วงบ่ายแก่ ๆ ถนน Clark คึกคักขึ้น ร้านอาหารเริ่มแน่นก่อน 6 โมง บาร์สายนักเที่ยว LGBTQ เปิดเต็มที่ราวสองทุ่ม บรรยากาศที่นี่ชิลล์กว่าย่าน Boystown ตอนใต้ เหมือนคนอยู่จริง มากกว่าทำเพื่อโชว์

Uptown มีฟีลต่างออกไปเลย ตึกสวยหรูแถว Broadway กับ Sheridan Road ทำให้นึกถึงยุคที่แถวนี้คือดินแดนบันเทิงอันดับหนึ่งของเมือง ตั้งแต่ยุคโรงหนังบอลรูมใหญ่ ๆ ราวศตวรรษ 1920-1930 ตอนนี้ Aragon Ballroom บน Lawrence Avenue ก็ยังจัดคอนเสิร์ตอยู่ Riviera Theatre ก็เปิดอยู่เหมือนกัน แต่ Uptown นี้เดินระดับถนนแล้วจะได้บรรยากาศบ้าน ๆ เห็นร้านดูแลเงิน, ร้านขายของราคาประหยัด และสถานบริการสังคมขนาบร้านกาแฟกับร้านเปิดใหม่ ย่านนี้เปลี่ยนแปลงตลอด แต่ยังเปลี่ยนไม่เท่ากัน

Argyle Street เลียบตะวันออก-ตะวันตกตรงเหนือ Lawrence คืออีกโลกหนึ่งใน Uptown ช่วงถนนระหว่าง Broadway กับ Sheridan Road แน่นไปด้วยร้านอาหารกับซูเปอร์เวียดนาม ไทย จีน บ่ายวันเสาร์-อาทิตย์กลิ่นเฝอเป็ดย่างลอยออกมาจากร้าน เต็มไปด้วยคนมากินข้าวกับซื้อของ มันสบาย ๆ แบบที่ไม่เหมือน Chinatown ที่เป็นมุมท่องเที่ยวทางใต้เลย

ℹ️ ดีที่ควรรู้

รากเหง้าสวีเดนของ Andersonville มีจริง ไม่ได้แค่ตั้งชื่อให้ดูเก๋ เพราะพื้นที่นี้เคยเป็นชุมชนชาวสวีเดนอเมริกันใหญ่ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 จนปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ Swedish American Museum ยังเปิดใช้อยู่ของจริง ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์แค่โชว์

มีอะไรให้ดู-ให้ทำ

Andersonville เหมาะแก่การเดินเล่นมากกว่ามาตามเช็กลิสต์แลนด์มาร์ก ถนน Clark ระหว่าง Foster กับ Berwyn คือช่วงไฮไลต์ที่ควรเดินช้า ๆ ร้านหนังสืออิสระ, ของวินเทจ, ร้านอาหารพิเศษ ๆ สร้างเสน่ห์ใหญ่ใจกลางย่าน พิพิธภัณฑ์ Swedish American Museum ที่นี่เล็กแต่จริงใจ นิทรรศการเกี่ยวกับการอพยพและวัฒนธรรมสวีเดนอเมริกันเปลี่ยนบ่อย

โซน ย่านช้อปปิ้ง Andersonville เป็นหนึ่งในไม่กี่ที่ในชิคาโกที่เดินเล่นแต่ละร้านที่เป็นเจ้าของเองจริง ๆ โดยไม่เจอเครือร้านใหญ่ ย่านนี้มีสมาคมธุรกิจท้องถิ่นที่คอยปกป้องอัตลักษณ์นี้ไว้อย่างจริงจัง

ฝั่ง Uptown ที่ Aragon Ballroom บน Lawrence Avenue แนะนำให้แวะดูต่อให้ไม่เข้าชมคอนเสิร์ต แค่ภายนอกคืออาคารสไตล์ Moorish Revival ปี 1926 ก็นับเป็นมรดกงานสถาปัตย์เมืองแล้ว ถ้าอยากเปิดประสบการณ์ลองเช็กตารางคอนเสิร์ตช่วงวันหยุด

โซนถนน ย่าน Little Vietnam บน Argyle Street คือตลาดของเอเชียที่เข้าถึงจริงที่สุดบนฝั่งเหนือ ไม่ใช่กับดักนักท่องเที่ยว แต่ของกินและของสดหาเจ้าเทียบยากทั้งเมือง

ติดทะเลสาบจนเกือบถือเป็นจุดเช็กอินของย่านนี้ได้ Montrose Beach ปลายถนน Montrose มีทั้งหาดท่าเรือ กับ Montrose Point Bird Sanctuary สถานที่ดูนกฝั่งเหนือสุดปังโดยเฉพาะช่วงนกอพยพ เดินจาก Clark Street ไปประมาณ 20 นาทีเท่านั้น

  • Swedish American Museum บน N Clark: นิทรรศการถาวรขนาดเล็กและโชว์หมุนเวียนเน้นประวัติชาวสวีเดนอเมริกัน
  • Aragon Ballroom บน Lawrence: เวทีคอนเสิร์ตระดับเมืองในอาคารปี 1926 สไตล์ Moorish Revival
  • ถนน Argyle: ร้านขายของ-ร้านอาหารเวียดนาม, ไทย, จีน ระหว่าง Broadway กับ Sheridan
  • Montrose Beach และ Montrose Point Bird Sanctuary: ชายหาดและโซนดูนกสวย ๆ ติดทะเลสาบเหนือ
  • Andersonville Shopping District บน Clark: ถนนสายร้านค้าอิสระและบูทีคเล็ก ๆ
  • Boystown/Northalsted: แหล่งบันเทิง LGBTQ หลักของเมืองอยู่ใต้ลงไปประมาณ 1 ไมล์ตาม Broadway

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

สายแจ๊ส-บลูส์ห้ามพลาด! Uptown ผูกโยงกับประวัติศิลปินยุคนี้มาก Green Mill Cocktail Lounge บน Broadway คือแจ๊สคลับเก่าสุด ๆ ของชิคาโก เคยเป็นซ่องสังสรรค์ Al Capone ทุกวันนี้ก็ยังเป็นบาร์และเวทีสดของจริง ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์

ที่ Green Mill Cocktail Lounge บน North Broadway คือเวทีดนตรีมีชื่อที่สุดของชิคาโก เปิดมาตั้งแต่ 1907 เล่นแจ๊สสดเกือบทุกคืน บรรยากาศไม้เข้มห้องโค้ง ๆ เหมือนย้อนอดีต ไม่มีที่ไหนในเมืองที่กลิ่นอายประวัติศาสตร์จะมาเต็มเท่านี้

กิน ดื่ม

ซีนอาหาร Andersonville เป็นแบบบ้าน ๆ คือไม่ใช่จุดดินเนอร์หรูเท่า West Loop แต่วัตถุดิบ-ประเภทอาหารหลากหลายและราคากลาง ๆ เหมาะเดินเล่นหาของกินถนน Clark ระหว่าง Foster ถึง Bryn Mawr มีทุกแนวตั้งแต่ร้านตะวันออกกลาง, คาเฟ่-เบเกอรี่สวีเดน, ร้านไทย/เอธิโอเปีย และอาหารอเมริกันใหม่ ๆ ราคายุติธรรมเมื่อเทียบกับมาตรฐานชิคาโก

ร้านกาแฟแถบ Clark จริงจังมาก Andersonville ขึ้นชื่อด้านคาเฟ่อิสระมานาน คุณภาพเลยแน่น ช่วงเช้าวันหยุดมักต่อคิวกันช่วง 9 โมงถึงเที่ยง

ถ้าเน้นอาหารเวียดนามฝั่งเหนือ ต้องมาจบที่ Argyle Street ร้านส่วนใหญ่เป็นกิจการครอบครัว เมนูอย่าเฝอ, banh mi, ข้าวจานเดียว ในราคาดีจนรู้สึกว่าถูกเกินคุณภาพ ซูเปอร์มาร์เก็ตที่นี่ก็ขายวัตถุดิบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่หาที่อื่นบนฝั่งเหนือไม่ได้

บาร์ใน Andersonville เน้นกลุ่ม LGBTQ หลายแห่งเปิดมายาวนานบนถนน Clark คนทุกเพศแวะได้ ไม่ใช่แนวปาร์ตี้หนัก ๆ เหมือนคลับ ปิดประมาณตี 2 สายดนตรีสดรอบดึก Green Mill เปิดถึงตี 4 วันเสาร์-อาทิตย์ ดนตรียิ่งดึกยิ่งดี มีไม่กี่บาร์ในชิคาโกที่เป็นแบบนี้

  • ถนน Clark ระหว่าง Foster-Bryn Mawr: ศูนย์กลางร้านอาหาร-คาเฟ่ใน Andersonville
  • Argyle Street ระหว่าง Broadway-Sheridan: ร้านเวียดนาม/ไทย/จีน คุณภาพแน่นราคาดี
  • เบเกอรี่สวีเดน-คาเฟ่กลิ่นสแกนดิเนเวีย: ช่วงเลขที่ 5200–5400 ของ Clark
  • Green Mill Cocktail Lounge บน Broadway: แจ๊สกับค็อกเทลในบรรยากาศคลาสสิก เปิดดึกวันหยุดสุดสัปดาห์
  • ร้านตะวันออกกลาง-เอธิโอเปีย: กระจายตาม Clark และซอยข้างใน Andersonville
  • LGBTQ บาร์บน Clark: หลายเจ้าที่ชุมชนค้าเอง ให้บรรยากาศกันเอง

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

หาอาหารมื้อกลางวันไว ราคาย่อมเยาบนฝั่งเหนือ ต้องลองแถว Argyle Street เฝอกับ banh mi หลายร้านที่นี่ต่ำกว่า $15 แบบอิ่มจัด ไปวันธรรมดาจะไม่ต้องรอคิว

เดินทางไป-มาในย่าน

Red Line ของ CTA คือทางหลักสำหรับทั้งสองย่าน สถานี Lawrence กับ Argyle อยู่ใน Uptown ส่วน Berwyn อยู่เหนือแต่ยังบริการ Andersonville ได้ จากตัวเมือง นั่งรถไฟฟ้าได้บ่อยช่วงกลางวัน ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาทีขึ้นกับจุดเริ่ม สถานี Argyle อยู่ใจกลางโซนอาหาร Argyle ถือว่าสะดวกสุดสายฝั่งเหนือ

รถเมล์ CTA หลายสายวิ่งผ่าน 22 Clark วิ่งถนน Clark ทะลุ Andersonville ลงใต้เข้าตัวเมืองได้, 36 Broadway วิ่งขนานชายฝั่งตาม Broadway, และ 92 Foster วิ่งอยู่ฝั่งเหนือสุด รถเมล์ช่วงกลางวันโอเค แต่ดึก ๆ รอ 15-20 นาทีได้

Andersonville เดินง่ายสุด ๆ ถนน Clark เดินจากหัวจรดท้ายไม่เกิน 30 นาที เดินจากสถานี Red Line Berwyn ไป Clark 12-15 นาที, จาก Clark ไป Montrose Beach ประมาณ 20 นาที เลื่อนไปรอบทิศได้สะดวก ถ้าอยากดูแผนที่การเดินทางเชื่อมเมืองโดยรวม ไปดูคู่มือ การเดินทางในชิคาโก สำหรับรายละเอียดเต็ม ๆ

ขับรถ-จอดรถหาที่ได้ช่วงวันธรรมดา แต่หากมาวันศุกร์-เสาร์ตอนเย็น ถนน Clark แข่งจอดกันดุเดือด Rideshare ก็ง่าย จองไม่นานเพราะเป็นเขตที่อยู่อาศัยหนาแน่น

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

รอบ Aragon Ballroom และถนน Lawrence ใกล้สถานที่บันเทิงใน Uptown หลังคอนเสิร์ตเลิกช่วงดึก คนพลุกพล่าน บางครั้งคึกสุดขีด ใครต้องเดินกลับ Red Line หลังคอนเสิร์ต แนะนำอย่าเดินซอยเปลี่ยว ให้ติดถนนหลักสว่าง ๆ

พักที่ไหนดี

Andersonville กับ Uptown ไม่มีโรงแรมเยอะเท่าฝั่งอื่น พวก Lincoln Park, Magnificent Mile หรือ River North มีตัวเลือกเยอะกว่า แต่แถวนี้มีที่พักสั้น ๆ หรือโฮมสเตย์ที่ให้ฟีลอยู่บ้านจริง ๆ ฝั่งเหนือ เหมาะกับใครอยากหลบโรงแรมใหญ่ที่บริการจัดเต็ม

คุ้มสุดถ้ามีเหตุผลเฉพาะจะอยู่แถวนี้ เช่น ดูคอนเสิร์ตที่ Aragon หรือ Riviera กินเล่นร้าน Andersonville หรือใช้เป็นฐานเที่ยวฝั่งเหนือหลายวัน Red Line เข้าตัวเมืองง่าย แต่เดินทางไป Loop จะประมาณ 25-35 นาทีต่อเที่ยว ถ้าจำเป็นต้องเข้าออกหลายครั้งต่อวันอาจล้าได้

ใครอยากใกล้ทะเลสาบและเดินสะดวกทั้งย่านนี้กับ Lakeview เลือกพักช่วงใต้ของ Uptown แถว Montrose เดินไป Montrose Beach หรือโซน Argyle ร้านอาหารง่าย เดินลง Lakeview ก็แค่ปลายเท้า อยากเทียบที่พักย่านอื่น ดูคู่มือ ที่พักในชิคาโก สำหรับภาพรวมแต่ละย่าน

ตรงกับสไตล์คุณหรือเปล่า? มุมมองจริงใจ

Andersonville คือฝั่งเหนือที่ใช้ชีวิตง่าย สังเกตได้ทันทีจากจังหวะความเป็นอยู่ ไม่มีอะไรสร้างมาเอาใจนักท่องเที่ยว ไม่มีร้านขายที่ระลึก ไม่มีต่อแถวเข้าที่เที่ยว ไม่มีมุมปลอม ๆ ทำมาโชว์ ข้อเสียคือถ้าอยากได้ประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบครบเครื่องหรืออยู่ใกล้แลนด์มาร์กหลัก ควรพักใกล้ตัวเมืองดีกว่า

Uptown เหมาะกับคนอยากซึมซับประวัติและอยากเห็นย่านที่ยังไดนามิก กระทบไหล้สถาปัตยกรรมระดับตำนาน กับเวทีดนตรีที่ยังเดินสายจริง ๆ ถนน Argyle คือต้นตำรับอาหารเอเชียของจริงบนฝั่งเหนือ แต่เรื่องความปลอดภัยจะแปรผันหน่อย โดยเฉพาะหลังมืดแถวโซนคลับ ใครมาเมืองนี้ครั้งแรกควรวางแผนล่วงหน้า

ใครอยากเห็นชิคาโกลึกกว่าผิวหน้าสำหรับนักท่องเที่ยว ย่านนี้เข้าลิสต์ทริปคุณได้เลย ถ้าอยากเข้าใจภาพรวมชิคาโกแต่ละละแวก แนะนำดู คู่มือย่านต่างๆ ในชิคาโก เพื่อเปรียบเทียบแต่ละโซนของฝั่งเหนือได้ง่ายขึ้น

สรุปสั้นๆ

  • ถนน Clark Street ใน Andersonville คือตัวอย่างที่ดีของแถบร้านค้าของท้องถิ่น อาหาร เครื่องดื่ม และบาร์สุดปัง เดินเล่นง่าย ไม่วุ่นวายจากนักท่องเที่ยว
  • Uptown มีสถาปัตย์สวย วงการดนตรีแจ๊ส-สดจริงที่ Green Mill, Aragon Ballroom กับย่านกินเอเชีย Argyle Street
  • Red Line เชื่อมต่อย่านทั้งคู่เข้าตัวเมืองได้ 30-40 นาที สถานีหลักคือ Lawrence, Argyle, Berwyn
  • เหมาะกับ: คนอยากได้ประสบการณ์ฝั่งเหนือจริง ๆ สาย LGBTQ คนเน้นอาหาร นักฟังแจ๊ส/โชว์สด หรือเที่ยวหลายวันอยากเห็นเมืองนอกเหนือจากกลางเมือง
  • ไม่เหมาะกับ: นักท่องเที่ยวมือใหม่ที่ต้องเข้าตัวเมืองบ่อย ๆ หรือคนเน้นโรงแรมใหญ่ บริการท่องเที่ยวพร้อม 24 ชม.

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใน Andersonville & Uptown

คู่มือท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง