The Wallace Collection: พิพิธภัณฑ์ศิลปะระดับโลกที่คนมักมองข้ามในลอนดอน
ซ่อนตัวอยู่หลัง Manchester Square ย่าน West End ของลอนดอน The Wallace Collection รวมงานกว่า 5,500 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียนยุค Old Master ชุดเกราะยุโรป พอร์ซเลน Sèvres และเฟอร์นิเจอร์ฝรั่งเศสศตวรรษที่ 18 ทั้งหมดนี้จัดแสดงในบ้านสไตล์จอร์เจียที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในคฤหาสน์ส่วนตัวมากกว่าพิพิธภัณฑ์สาธารณะ เข้าชมคอลเล็กชันถาวรฟรี และคนก็ไม่ค่อยแน่นเมื่อเทียบกับงานที่จัดแสดงอยู่เลย
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- Hertford House, Manchester Square, London W1U 3BN
- การเดินทาง
- Bond Street (สาย Central & Jubilee) หรือ Baker Street (สาย Jubilee, Metropolitan, Circle, District และ Hammersmith & City) เดินจากสถานี 5–10 นาที
- เวลาเที่ยวชม
- 1.5–3 ชั่วโมงสำหรับคอลเล็กชันถาวร ถ้ามีงานนิทรรศการชั่วคราว เพิ่มเวลาอีกเล็กน้อย
- ค่าใช้จ่าย
- ฟรี (คอลเล็กชันถาวร) นิทรรศการชั่วคราวจำหน่ายบัตรแยกต่างหาก เป็นเงินปอนด์
- เหมาะสำหรับ
- คนรักศิลปะ คนชอบประวัติศาสตร์ คู่รัก หรือใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากพิพิธภัณฑ์ใหญ่ในลอนดอน
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.wallacecollection.org

The Wallace Collection คืออะไร
The Wallace Collection เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติอังกฤษ ตั้งอยู่ใน Hertford House คฤหาสน์ศตวรรษที่ 17 บน Manchester Square ในย่าน Marylebone ภายในมีงานศิลปะราว 5,500 ชิ้นที่สืบทอดผ่านสี่รุ่นของตระกูล Marquesses of Hertford และ Sir Richard Wallace ผู้สืบทอด ซึ่ง Lady Wallace ได้ยกให้ประเทศอังกฤษในปี 1897 ที่นี่เปิดสาธารณะตั้งแต่ 1900 คอลเล็กชันยังจัดครบถ้วน ไม่กระจายไปไหน เรียกได้ว่างานที่คุณเห็นวันนี้คือสิ่งที่เจ้าของยุคนั้นรวบรวม ซื้อหา และเคยหลงใหลกับรสนิยมชั้นเลิศและงบมหาศาลจริง ๆ
จุดเด่นสำคัญคือตัวคอลเล็กชันเป็นชุดสมบูรณ์ แน่นอยู่ที่นี่และไม่มีการหมุนเวียนให้นิทรรศการอื่นยืมเหมือนพิพิธภัณฑ์ใหญ่ งานสำคัญหลายชิ้นจึงจัดแสดงตลอด ไม่ต้องลุ้นว่าจะได้เจอหรือเปล่า เช่น ภาพเหมือนขุนนางสเปนของ Velázquez, 'The Laughing Cavalier' โดย Frans Hals หรือคอลเล็กชันอาวุธชุดเกราะยุโรปที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งนอกพระราชวัง ทั้งหมดอยู่ให้ชมแบบเป็นกันเองในห้องที่ยังคงบรรยากาศคฤหาสน์ส่วนตัว
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
เข้าชมคอลเล็กชันถาวรฟรี ไม่ต้องจองบัตรล่วงหน้า ถ้าจะดูนิทรรศการชั่วคราว ตรวจสอบราคาและรายละเอียดในเว็บไซต์ทางการก่อนมา
ประสบการณ์: เดินชมแต่ละห้อง
บรรยากาศเริ่มที่ชั้นล่างทันที โถงทางเข้าสงบ ไม่วุ่นวาย แจกแผนผังห้องให้คุณ ไม่ใช่บัตรเวลาช่วง ไม่มีฝูงคนมากมายเดินต่อแถว วันธรรมดาตอนเช้า โดยเฉพาะก่อน 11:30 คุณอาจได้ชมภาพระดับสิบล้านปอนด์แทบลำพังเลย ความเงียบเหล่านี้เกิดจากขนาดอาคาร (ราว 25 แกลเลอรี่ 2 ชั้น) ทำให้คนไม่หนาแน่น แม้ช่วงบ่ายเสาร์อาทิตย์
ห้องโถงจัดรอบคอร์ตยาร์ดกลางบ้าน ซึ่งต่อเติมหลังคากระจกในยุค 90s เป็นห้องอาหารแสงธรรมชาติ ส่วนห้องรอบ ๆ คือแกลเลอรี่อาวุธและชุดเกราะงานจัดแสดงแน่นกว่าที่คิด มีทั้งชุดเกราะยุโรปและตะวันออกกว่าร้อยชิ้น ดาบแกะลาย ปืนคาบศิลา ฝังงาช้างและทองคำ รวมถึงชุดเกราะเต็มยศที่ดูขลังจนข้าศึกต้องขยาด แม้คนที่ไม่ชอบประวัติศาสตร์ทหารโดยตรงก็มักเดินชมนานกว่าที่คิด
ชั้นบนแกลเลอรี่ด้านทิศใต้และตะวันออกของบ้านคือโซนภาพสำคัญที่หลายคนรอชม ห้องใหญ่หรือ Large Gallery ยาวเต็มชั้นหลัก ผนังแขวนแน่นไปด้วยงานยุค Dutch, Flemish, Spanish และ Italian ศตวรรษ 17–18 พิเศษคือมีแสงธรรมชาติจากสกายไลท์และหน้าต่างสูง ทำให้บรรยากาศภาพเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา และฤดูกาล ใครมาเช้าตอนฤดูร้อน แสงนุ่ม ๆ ไม่มีแสงสะท้อนจะทำให้ภาพ Rembrandt กลมกล่อมกว่าการจัดแสงไหน ๆ
ชิ้นเด่นที่ไม่ควรพลาด
'The Laughing Cavalier' ของ Frans Hals (1624) คือภาพดังที่สุดของที่นี่แต่ปกติจะถูกพูดถึงอย่างผิวเผิน ชื่อเล่นนี้เพิ่งได้มาทีหลัง ทำให้ภาพดูเหมือนสัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์มากกว่างานที่ทรงพลัง แนะนำให้เดินไปดูใกล้ ๆ สังเกตรายละเอียดปักแขนเสื้อ เทคนิคการลงสีตรงนั้นถือว่าเด็ดสุดยุค แล้วลองมองแววตา — ที่จริงเขาไม่ได้ขำเต็มที่ แค่คล้ายจะยิ้มกวน ๆ มากกว่า ซึ่งก็น่าจะตรงกับบุคลิกคนในยุคนั้น
ภาพเหมือนขี่ม้าของ Velázquez 'Don Baltasar Carlos', 'Perseus and Andromeda' ของ Titian และ 'Dance to the Music of Time' โดย Poussin คือผลงานที่หลายพิพิธภัณฑ์ยุโรปต้องตั้งเป็นไฮไลต์ แต่ที่นี่คือหนึ่งในหลายสิบภาพฝีมือระดับท็อป บนชั้นล่างและชั้นบนยังมีคอลเล็กชันศิลปะแบบฝรั่งเศสศตวรรษที่ 18 จริงจังไม่แพ้กัน ทั้งพอร์ซเลน Sèvres เฟอร์นิเจอร์ Boulle อินเลย์ ฯลฯ ที่ให้บรรยากาศบ้านนักสะสมใหญ่ในยุคเก่าอย่างเด่นชัด
หากคุณชอบความโรโคโคของห้องฝรั่งเศส ขอแนะนำ Sir John Soane's Museum ย่าน Holborn ก็ให้ประสบการณ์บ้านสะสมของนักสะสมยุควิกตอเรียนที่ใกล้ชิด แต่รสนิยมคนละแนวกันชัดเจน
ควรมาเมื่อไร แล้วประสบการณ์ต่างกันอย่างไร
The Wallace Collection เปิดทุกวัน 10.00–17.00 น. หยุด 24–26 ธันวาคม เช้าวันธรรมดาตั้งแต่เปิดจนถึงเที่ยงเป็นช่วงที่เงียบที่สุด บางวันช่วงปิดเทอมจะมีทัศนศึกษานักเรียน ซึ่งก็อาจจะเบียดกันหน่อยในแกลเลอรี่ชั้นล่าง แต่ด้วยขนาดอาคารก็ไม่รู้สึกแออัดเหมือนพิพิธภัณฑ์ใหญ่
บ่ายวันเสาร์-อาทิตย์จะมีผู้เข้าชมมากขึ้น แต่เนื่องจากชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่เยอะ แกลเลอรี่จึงไม่เคยแน่นแบบ National Gallery หรือ British Museum หากจะมาเสาร์ อาทิตย์ ควรมาช่วงเปิด โดยเฉพาะถ้ามีนิทรรศการชั่วคราว เพราะงานเหล่านี้จะดึงคนกลุ่มใหม่มาเยอะขึ้น
คาเฟ่คอร์ตยาร์ดในร่มเป็นที่พักสบายระหว่างดูแต่ละชั้น หลังคากระจกให้บรรยากาศคล้ายเรือนเพาะชำ ยิ่งหน้าหนาวความแตกต่างระหว่างถนนเย็น ๆ กับภายในที่สว่างอุ่นยิ่งชัดเจน คาเฟ่เสิร์ฟทั้งอาหารกลางวัน กาแฟ และเค้ก ปกติหาที่นั่งสบาย ๆ ได้ง่ายนอกจากช่วงเที่ยงวันเสาร์
ℹ️ ดีที่ควรรู้
บางส่วนของพิพิธภัณฑ์อาจปิดกะทันหันเนื่องจากงานอีเวนท์หรือปรับปรุง ใครมีความต้องการการเข้าถึงพิเศษ แนะนำเช็คข้อมูลปัจจุบันในเว็บไซต์ก่อน เพราะอาคารเก่าปรับให้เข้าถึงได้แล้วแต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางอย่าง
การเดินทาง และย่านรอบพิพิธภัณฑ์
พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บน Manchester Square จัตุรัสสวนในย่าน Marylebone ที่เงียบและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แทบไม่ทันสังเกต สถานีที่สะดวกคือ Bond Street (สาย Central และ Jubilee) เดินจากรถไฟใต้ดินขึ้นเหนือราว 5–10 นาทีผ่านซอยระหว่าง Oxford Street กับจัตุรัส ส่วน Baker Street (สาย Jubilee, Metropolitan, Circle, District และ Hammersmith & City) ไกลกว่าเล็กน้อย
ละแวกพิพิธภัณฑ์ควรเดินช้า ๆ ซึมซับอารมณ์ ระหว่าง Baker Street, Marylebone High Street และ Oxford Street มีร้านของกิน ร้านกาแฟ และร้านหนังสืออินดี้น่าสนใจหลายเจ้า โดยเฉพาะ Daunt Books บน Marylebone High Street ที่ขึ้นชื่อว่าสวยสุดในลอนดอน การมาเยือน The Wallace Collection เหมาะกับการจัดครึ่งวันเต็ม ๆ ใน West End แห่งนี้
ที่นี่สะดวกต่อการเดินต่อไปทางตะวันออกสู่ West End หรือเดินลงใต้ไป Oxford Street หากจะรวมโปรแกรมศิลปะกับช้อปปิ้ง วันไหนจัดเต็มก็เดินต่อไป National Gallery ที่ Trafalgar Square จะได้ชมงาน Old Master แบบครบเครื่องและเป็นทริปที่คอศิลปะห้ามพลาด
ถ่ายภาพ และข้อควรรู้เชิงปฏิบัติ
อนุญาตถ่ายภาพเฉพาะคอลเล็กชันถาวรเพื่อใช้ส่วนตัว ไม่เชิงพาณิชย์ ห้ามใช้แฟลช ห้อง Large Gallery ชั้นบนแม้แสงธรรมชาติสวยแต่ฤดูร้อนแดดบ่ายอาจสะท้อนผ้าใบ varnished ได้ ถ้าตั้งใจถ่ายรูปโดยไม่สะท้อน แนะนำมาเช้าที่ฟ้าครึ้มที่สุดจะดีที่สุด ส่วนห้องอาวุธแสงค่อนข้างคงที่เน้นไฟประดิษฐ์
พิพิธภัณฑ์มีห้องฝากกระเป๋าใบใหญ่และเสื้อคลุม มีร้านขายสินค้าที่ระลึก แคตตาล็อก และของขวัญตรงทางเข้า ไม่มีที่จอดรถเฉพาะ และที่จอดรถข้างถนนก็จำกัดสุด ๆ แนะนำใช้ขนส่งสาธารณะหรือเดินเท้าจากสถานีใต้ดินดีที่สุด ที่นี่เข้าชมฟรี ดังนั้นจะแวะชมผลงานเด่นแค่ 45 นาทีแล้วออกก็ยังคุ้ม ไม่ต้องรู้สึกผิดถ้าไม่มีเวลาเดินครบ
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
The Wallace Collection เป็นคอลเล็กชันถาวรที่ไม่มีการยืมออกนอกอาคารเลย จึงมีความคงที่ตลอดปี แต่แกลเลอรี่ถาวรก็แทบไม่เปลี่ยนแปลง ใครเป็นขาประจำจะกลับมาดูนิทรรศการชั่วคราวเป็นหลัก
ใครอาจไม่ชอบ และใครจะหลงรักที่นี่
ใครที่ไม่ปลื้มศิลปะและงานตกแต่งยุโรปก่อนศตวรรษที่ 20 เลย ที่นี่อาจไม่เปลี่ยนใจคุณ เพราะเน้นศิลปะสายนี้ล้วน ๆ ไม่มีผลงานร่วมสมัย ไม่มีเทคโนโลยีปฏิสัมพันธ์ และไม่ได้ออกแบบเป็นที่เที่ยวเด็กเหมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติหรือวิทยาศาสตร์ แต่เด็ก ๆ เข้าได้และคอลเล็กชันอาวุธก็ค่อนข้างเรียกความสนใจในส่วนนี้
ถ้าตั้งใจมากดเช็คอินแลนด์มาร์คของลอนดอน อาจรู้สึกว่าที่นี่ไม่เด่นพอในเส้นทางหลักของนักท่องเที่ยว แม้จุดนี้เองที่ทำให้หลายคนกลับหลงรัก ถ้าคุณมีเวลาน้อย แลนด์มาร์คเยอะ ลองดู แผนการเที่ยวลอนดอน 3 วัน เพื่อช่วยจัดลำดับเวลา แต่หากคุณอินกับประวัติศาสตร์ศิลป์ยุโรป ที่นี่คือจุดเดียวในลอนดอนที่คุณมีโอกาสยืนดูงานของ Velázquez แบบไม่ต้องเบียดใครเลย
เคล็ดลับจากคนวงใน
- ห้อง Large Gallery ชั้นบนคือดาวเด่นของที่นี่ แต่ห้องแสดงอาวุธยุโรปและตะวันออกชั้นล่างก็มักเงียบเชียบ แม้ห้องภาพจะคนเยอะ อย่าลืมแวะชม รับรองคุณภาพงานจะเซอร์ไพรส์คุณ
- บางวันมีอีเวนท์หรือเสวนาช่วงหัวค่ำแบบเข้าฟรี เช็คปฏิทินกิจกรรมในเว็บก่อนมาก็จะได้พบประสบการณ์คนละแบบกับกลางวัน
- ใครอยากดูภาพศิลป์บางชิ้นเป็นพิเศษ แนะนำให้โหลดแผนที่คอลเล็กชันจากเว็บก่อนมา เพราะผังห้องแบบกระดาษที่แจกหน้างานอาจดูยากในรอบแรก
- คาเฟ่ในคอร์ตยาร์ดเป็นอีกจุดพักดี ๆ โดยเฉพาะวันคนเยอะ อยากหาที่นั่งเงียบ ๆ ลองแวะตรงนี้ได้เลย
- นิทรรศการชั่วคราวที่นี่ขนาดไม่ใหญ่เน้นเฉพาะเรื่อง ดูไม่นาน ไม่เหนื่อย และมักเงียบกว่าคุณภาพจริง ๆ ตัวอย่างเช่น นิทรรศการของ Grayson Perry
The Wallace Collection เหมาะสำหรับใคร?
- คนรักศิลปะยุโรป หรือประวัติศาสตร์ที่อยากชมผลงาน Old Master แบบไม่ต้องเบียดกับผู้คน
- คู่รักที่อยากใช้บ่ายเงียบ ๆ กับงานศิลป์ คาเฟ่ดี ๆ และเดินเล่นย่านคลาสสิกได้ในระยะเดียวกัน
- ผู้มาเยือนลอนดอนครั้งแรกที่ดูพิพิธภัณฑ์ดัง ๆ ครบแล้ว อยากลองที่ใหม่ที่ลึกกว่าเดิม
- สายถ่ายรูปที่สนใจภาพพอร์ตเทรตยุโรปกับงานศิลป์ประดับในบรรยากาศสวยแสงธรรมชาติ
- ใครที่เที่ยวเช้าแถว Marylebone ก่อนหรือหลังเดินร้านค้าอินดี้บน Marylebone High Street
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน เวสต์เอนด์:
- British Library
British Library เก็บรวบรวมผลงานกว่า 170 ล้านชิ้น ครอบคลุมประวัติศาสตร์ความคิดมนุษย์หลายพันปี ทั้ง Magna Carta ถึงเนื้อเพลง The Beatles เปิดเข้าชมอาคารและนิทรรศการถาวรฟรี เหมาะมากสำหรับผู้ชอบเดินทางที่อยากเปิดโลกกลางลอนดอน
- British Museum
British Museum เป็นขุมสมบัติทางประวัติศาสตร์ของมนุษย์ รวบรวมวัฒนธรรมกว่า 2 ล้านปีใน 60 แกลเลอรี่เข้าชมฟรี การวางแผนเที่ยวจะช่วยให้ได้ประสบการณ์ที่ดีและไม่รู้สึกท่วมท้น
- ถนน Carnaby
ถนน Carnaby คือย่านช็อปปิ้งสำหรับคนเดินเท้าในโซโห ที่กลายเป็นไอคอนยุค 1960s ของลอนดอน และยังดึงดูดแฟชั่นนิสต้า สายกิน และนักเดินเที่ยวมาจนถึงทุกวันนี้ อยู่ใกล้ Oxford Circus แถมเดินชิลล์ได้ฟรี ใครเดินเล่นตามตรอกซอกซอยรอบ ๆ จะเจออะไรพิเศษ ๆ เสมอ
- Coal Drops Yard
Coal Drops Yard คือเขตอุตสาหกรรมยุควิกตอเรียนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ในย่าน King's Cross ปัจจุบันมีร้านค้าอิสระ ร้านอาหาร และบาร์ใต้โค้งอิฐเก่าอันโดดเด่น พื้นที่กลางแจ้งเปิดให้เข้าฟรี เดินจากสถานี King's Cross St Pancras แค่ไม่กี่นาที