British Library: คลังสมบัติแห่งความรู้กลางลอนดอน
British Library เก็บรวบรวมผลงานกว่า 170 ล้านชิ้น ครอบคลุมประวัติศาสตร์ความคิดมนุษย์หลายพันปี ทั้ง Magna Carta ถึงเนื้อเพลง The Beatles เปิดเข้าชมอาคารและนิทรรศการถาวรฟรี เหมาะมากสำหรับผู้ชอบเดินทางที่อยากเปิดโลกกลางลอนดอน
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 96 Euston Road, London NW1 2DB — ใกล้ King's Cross St Pancras
- การเดินทาง
- King's Cross St Pancras (เดิน 4 นาที); Euston (เดิน 6 นาที)
- เวลาเที่ยวชม
- 1.5 ถึง 3 ชั่วโมงสำหรับการชมทั่วไป หรือครึ่งวันสำหรับดูนิทรรศการ
- ค่าใช้จ่าย
- ฟรี (อาคารและโซนถาวร); นิทรรศการพิเศษคิดราคาต่างหาก — ดูราคาอัปเดตที่ bl.uk
- เหมาะสำหรับ
- คนรักประวัติศาสตร์ ชื่นชอบสถาปัตยกรรม แฟนวรรณกรรม และนักเดินทางสายประหยัด
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.bl.uk

British Library คืออะไรจริง ๆ
British Library คือห้องสมุดแห่งชาติของสหราชอาณาจักร และเป็นหนึ่งในห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เก็บรักษาผลงานกว่า 170 ล้านชิ้น ตั้งแต่ต้นฉบับโบราณ พระคัมภีร์ไบเบิลฉบับ Gutenberg หนังสือพิมพ์ศตวรรษที่ 19 บันทึกเสียงยุค 20 สิทธิบัตร แผนที่ และเนื้อเพลงที่ John Lennon เขียนหลังบัตรอวยพรคารวะวันเกิด คอลเลกชันจะเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 3 ล้านชิ้น เพราะข้อกฎหมายที่บังคับให้สำนักพิมพ์ต้องส่งสำเนาหนังสือทุกเล่มที่พิมพ์ในอังกฤษมาให้ห้องสมุด
ห้องสมุดนี้เกิดขึ้นจาก British Library Act ปี 1972 และก่อตั้งเป็นทางการ 1 กรกฎาคม 1973 โดยรวมเอา British Museum Library และคอลเลกชันระดับชาติอื่น ๆ เข้าด้วยกัน อาคารปัจจุบันใกล้ St Pancras ออกแบบโดยสถาปนิก Sir Colin St John Wilson ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 25 ปี กว่าจะเปิดให้บริการระหว่างปี 1997–1998 แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะถูกถกเถียงกันมาก แต่ไม่ว่าใครก็ไม่มีใครโต้แย้งว่าสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นน่าทึ่งสุด ๆ
ตัวอาคาร: สถาปัตยกรรมที่ต้องเหลียวมอง
เดินมาจาก Euston Road จะเห็นลานกว้างปูหินปูนครีม ตรงกลางตั้งประติมากรรมไอแซคนิวตันสำริดขนาดใหญ่ของ Paolozzi ตัวอาคารใช้ผนังอิฐสีแดงแฮนด์เมด ได้แรงบันดาลใจจากซิกกูรัตต์แห่งบาบิโลนจนเป็นที่ถกเถียงกันหนักเมื่อเปิดใหม่ ๆ แต่ตอนนี้กลับเข้ากับกลิ่นอายเมืองโดยรอบได้อย่างมั่นใจ อยู่ระหว่างความหรูหราแบบโกธิคของ St Pancras กับความเรียบง่ายของอาคาร Euston Road
ภายในโถงทางเข้าเชื่อมสู่โถงสูงโปร่งและสว่าง จัดการผู้เข้าชมได้ดีแต่ยังให้ความรู้สึกสงบ จุดเด่นคือ King's Library Tower หอสมุดแก้วสูง 6 ชั้น กลางอาคาร ใส่หนังสือกว่า 65,000 เล่มที่พระเจ้า George III มอบให้ประเทศในปี 1823 มองเห็นได้จากภายนอก ทาวเวอร์นี้เหมือนศาลเจ้าทางโลก หนังสือข้างในเปราะบางพิเศษจึงไม่เปิดให้อ่านง่าย ๆ แต่เวลาที่แสงธรรมชาติส่องกระทบ มันชวนขบคิดถึงสายสัมพันธ์ของ 'ความรู้' กับ 'แสงสว่าง'
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
อาคารมีคาเฟ่และร้านอาหารให้เลือก ร้านหนังสือขนาดใหญ่ พร้อม Free Wi-Fi ทุกจุด กระเป๋าบางขนาดไม่อนุญาตในบางห้องจัดแสดง ถ้าถือเป้ใบใหญ่ แนะนำแลกรับกุญแจล็อกเกอร์กับพนักงานหน้าทางเข้า
Treasures Gallery: จุดไคลแมกซ์ที่ต้องมา
สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เข้าห้องอ่านหนังสือ Ritblat Treasures Gallery คือจุดหมายที่ห้ามพลาด เข้าชมฟรี ห้องนี้เป็นห้องยาวมืดสลัว มีตู้จัดแสดงของล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ มีต้นฉบับ Magna Carta (1215) Codex Sinaiticus (พระคัมภีร์ไบเบิลฉบับสมบูรณ์อายุกว่า 1,600 ปี) Lindisfarne Gospels (พระคัมภีร์ที่พระสงฆ์จาก Lindisfarne สร้างขึ้นราว ค.ศ.715) ต้นฉบับ Alice's Adventures Underground ที่ Lewis Carroll เขียนและวาดเอง ไปจนถึงไบเบิล Gutenberg
แสงไฟในห้องจะหรี่ลงเพื่อรักษาสภาพต้นฉบับ ต้องโน้มตัวอ่านใกล้ ๆ กับตู้จัดแสดง มีความเงียบแบบพิเศษที่ต่างจากโซนอื่น ผู้คนเดินช้า ๆ มุงดูต้นฉบับเช็คสเปียร์ ฟอลิโอแรกและโน้ตดนตรีเขียนมือ Handel กันนาน ถ้าอยากอ่านป้ายข้อความประกอบแบบละเอียด ๆ เผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 45 นาที เพราะเนื้อหาดีมากและช่วยให้เข้าใจบริบทอย่างแท้จริง
หน้าห้องจัดแสดงหลัก ยังมีนิทรรศการหมุนเวียนที่เปลี่ยนหัวข้อตลอดปี ทั้งแผนที่ ภาพถ่าย วรรณกรรม ดนตรี นิทรรศการพิเศษเหล่านี้มีค่าเข้าชมต่างหาก (แต่ละรายการไม่เท่ากัน ดูราคาล่าสุดได้ที่ bl.uk) ถ้าวางแผนจะมาดูนิทรรศการเฉพาะ แนะนำจองล่วงหน้า โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์
บรรยากาศในแต่ละช่วงเวลา
Library เปิด 09:30 จันทร์ถึงพฤหัสบดี มาช่วงเช้านี้จะเดิน Treasures Gallery ได้เป็นส่วนตัวมากกว่า หลัง 11:00 ช่วงวันธรรมดามักเริ่มมีเด็กนักเรียนและทัวร์กลุ่มใหญ่เข้ามา บ่ายวันธรรมดายังเดินได้สบาย คนยังไม่แน่น วันศุกร์ปิด 18:00 เสาร์ปิด 17:00 อาทิตย์เปิดสาย 11:00 และปิด 17:00
คาเฟ่ลานด้านล่างได้รับแสงแดดยามเช้าจากฝั่งตะวันออก ช่วงอากาศดีนั่งจิบกาแฟรอก่อนบรรยากาศจะคึกคักดีมาก ลานหน้า Library ส่วนใหญ่ยังเงียบ ๆ ถึง 09:30 แต่อาณาบริเวณรอบ King’s Cross จะเริ่มวุ่นวายขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับหน้าร้อน ช่วงเย็นลานนี้จะกลายเป็นจุดนัดพบแบบไม่เป็นทางการ พื้นที่สาธารณะก็ผ่อนคลายขึ้น ถ้ามาเที่ยวหน้าหนาว ข้างในจะอุ่น สว่างตา สีเหลืองอำพันของโถงตัดกับถนนสีเทานอกอาคาร เป็นเสน่ห์ของดีไซน์ที่ทำให้อาคารนี้มีเหตุผลในตัว
ℹ️ ดีที่ควรรู้
เวลาเปิด: จันทร์–พฤหัส 09:30–20:00, ศุกร์ 09:30–18:00, เสาร์ 09:30–17:00, อาทิตย์ 11:00–17:00 ห้องอ่านและบางแกลเลอรี่อาจมีเวลาแตกต่าง ตรวจสอบอีกทีที่ bl.uk ก่อนมาโดยเฉพาะวันหยุดนักขัตฤกษ์
เดินทางมายังไง เที่ยวรอบย่านนี้
King’s Cross St Pancras คือหนึ่งในศูนย์กลางการเดินทางที่สะดวกที่สุดในลอนดอน มีรถไฟใต้ดิน 6 สาย (Circle, Hammersmith and City, Metropolitan, Northern, Piccadilly, Victoria), National Rail และ St Pancras International สำหรับ Eurostar ถ้าเริ่มจากทางออก King's Cross บนถนน Euston เดินไปทางตะวันตกถึง Library แค่ 4 นาที ส่วนถ้าเดินจากสถานี Euston ใช้เวลาราว 6 นาทีทางตะวันออก
ย่านรอบ ๆ ก็น่าเดิน St Pancras ฝั่งตรงข้ามเป็นอาคารโกธิคยุควิกตอเรียออกแบบโดย Sir George Gilbert Scott สวยสะดุดตาและถือเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมรถไฟในยุโรป เดินลงไปทางใต้จะถึง the West End ได้ง่าย ส่วนทิศเหนือ King's Cross ก็มีย่านใหม่อย่าง Granary Square กับ Coal Drops Yard ให้เดินเล่นผ่านสถานีไปแค่ไม่กี่นาที
ถ้าอยากเที่ยวรอบ ๆ ย่านนี้ให้เต็ม ๆ แวะ Granary Square ขึ้นไปดูวิวริมน้ำและลิ้มลองร้านอาหารอิสระสัก 30 นาที แล้วต่อด้วย Coal Drops Yard ย่านช็อปปิ้งหลังคาโค้งออกแบบโดย Thomas Heatherwick เดินอีกแค่ 5 นาที
ห้องอ่านหนังสือและการเข้าถึงเพื่อวิจัย
ห้องอ่านไม่เปิดสำหรับผู้เยี่ยมชมทั่วไป ต้องขอ Reader Pass ฟรีโดยแสดงบัตรประชาชนและเหตุผลการค้นคว้า สมัครออนไลน์ล่วงหน้าหรือทำเรื่องที่หน้างานก็ได้ ห้องอ่านจริง ๆ นี้เป็นพื้นที่ทำงานเงียบขรึมของนักวิชาการ นักข่าว นักเขียน นักวิจัยอิสระ ถ้าคุณมีโอกาสสั่งหนังสือพิมพ์อายุ 500 ปีมาอ่านที่โต๊ะตัวเองสักเล่ม เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมาก
สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ห้องอ่านไม่ใช่ออปชันหลักในเวลาอันสั้น โซนเปิดทั่วไปอย่างแกลเลอรี่ ร้านหนังสือ และคาเฟ่ก็เติมเต็มเวลาได้ 2-3 ชั่วโมงสบายมาก คอลเลกชันจำนวนมากยังถูกดิจิทัลไว้ด้วย เช่น หนังสือพิมพ์ ต้นฉบับ เอกสารเสียง เปิดใช้ฟรีออนไลน์
ควรรู้: ใครจะหลงรัก ใครอาจไม่ใช่
British Library เหมาะกับคนที่ชอบเสพประวัติศาสตร์ วรรณกรรม วิทยาศาสตร์ หรือแนวคิด Treasures Gallery รวมสมบัติสำคัญระดับโลกไว้แน่น ๆ และที่สำคัญเข้าชมฟรี เป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ควรแวะนอกเส้นทางดัง ๆ ลอนดอน
แต่ถ้าคุณเน้นภาพสวย วัฒนธรรมร่วมสมัย หรือเน้นกิจกรรมแบบโต้ตอบ British Library อาจไม่ใช่ที่สำหรับคุณ แกลเลอรี่ค่อนข้างเงียบและเน้นเนื้อหาข้อความ ครอบครัวที่มีเด็กเล็กอาจจะสนุกน้อยกว่าไป Natural History Museum หรือ Science Museum London (แต่ลานหน้าห้องสมุดกับคาเฟ่นั้นเหมาะกับเด็กแน่ ๆ) และ British Library ก็อยู่นอกเส้นทางท่องเที่ยวยอดนิยมของ Westminster กับ South Bank ใครจะมาแบบแผนครึ่งวันต้องวางแผนหน่อย
แต่ถ้าคุณวางแผนเที่ยวจาก แผนการเดินทางลอนดอน 3 วัน แล้วอยากหาที่เที่ยวแปลกออกไปจากธรรมเนียมเดิม British Library คือหนึ่งในแลนด์มาร์กน่าเสียดายถ้าพลาด ด้วยความที่ทั้งเข้าฟรี ของจริงระดับโลก และบรรยากาศสงบ นั่งเล่นเดินชมได้แบบไม่เร่งรีบ เหมาะแก่การแวะข้ามจากเส้นทางหลักขึ้นเหนือสักหน่อย
เคล็ดลับจากคนวงใน
- Ritblat Treasures Gallery เข้าฟรี ไม่ต้องจอง แต่จะเริ่มคึกคักหลัง 11:00 ในวันธรรมดาและตั้งแต่เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าอยากเดินชมสบาย ๆ มาเช้าวันธรรมดาประมาณ 09:30 คนจะยังน้อยมาก
- ร้านหนังสือของห้องสมุดมีหนังสือหายากและแคตตาล็อกนิทรรศการที่หาซื้อที่อื่นยาก แม้ไม่ใช่สายซื้อหนังสือจริงจัง ก็น่าเดินชมเพลิน ๆ
- คาเฟ่ชั้นบน มองเห็นโถงด้านล่าง บรรยากาศเงียบกว่าคาเฟ่ชั้นล่าง และมุมมอง King's Library Tower ก็สวยกว่า
- ถ่ายรูปในพื้นที่สาธารณะ เช่น Treasures Gallery ได้เกือบทั้งหมด แต่ห้ามใช้แฟลชหรือขาตั้งกล้อง เคสกระจกบางมุมสะท้อนแสงไฟ ลองเปลี่ยนจุดยืน หลีกเลี่ยงยืนตรง ๆ จะได้ภาพคมชัดกว่า
- หากมาเพื่อค้นคว้าเฉพาะด้าน ตรวจสอบหน้า What's On ของ Library ก่อนมา เพราะมีกิจกรรมนำชม กลุ่มอ่านหนังสือ และกิจกรรมสาธารณะฟรี ๆ เป็นประจำ ช่วยเติมความน่าสนใจของทริป
British Library เหมาะสำหรับใคร?
- คนสนใจประวัติศาสตร์ วรรณกรรม ที่อยากเห็นต้นฉบับเอกสารจริง
- นักเดินทางงบจำกัดที่มองหาประสบการณ์วัฒนธรรมดี ๆ ฟรี
- สายรักสถาปัตยกรรม สนใจอาคารสาธารณะอังกฤษปลายศตวรรษที่ 20
- นักวิจัย นักวิชาการที่ต้องการใช้ห้องอ่านผ่าน Reader Pass
- ใครก็ตามที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมมาสัมผัสมุมสงบกลางเมือง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน เวสต์เอนด์:
- British Museum
British Museum เป็นขุมสมบัติทางประวัติศาสตร์ของมนุษย์ รวบรวมวัฒนธรรมกว่า 2 ล้านปีใน 60 แกลเลอรี่เข้าชมฟรี การวางแผนเที่ยวจะช่วยให้ได้ประสบการณ์ที่ดีและไม่รู้สึกท่วมท้น
- ถนน Carnaby
ถนน Carnaby คือย่านช็อปปิ้งสำหรับคนเดินเท้าในโซโห ที่กลายเป็นไอคอนยุค 1960s ของลอนดอน และยังดึงดูดแฟชั่นนิสต้า สายกิน และนักเดินเที่ยวมาจนถึงทุกวันนี้ อยู่ใกล้ Oxford Circus แถมเดินชิลล์ได้ฟรี ใครเดินเล่นตามตรอกซอกซอยรอบ ๆ จะเจออะไรพิเศษ ๆ เสมอ
- Coal Drops Yard
Coal Drops Yard คือเขตอุตสาหกรรมยุควิกตอเรียนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ในย่าน King's Cross ปัจจุบันมีร้านค้าอิสระ ร้านอาหาร และบาร์ใต้โค้งอิฐเก่าอันโดดเด่น พื้นที่กลางแจ้งเปิดให้เข้าฟรี เดินจากสถานี King's Cross St Pancras แค่ไม่กี่นาที
- Covent Garden
Covent Garden คือย่านจัตุรัสคนเดินและแหล่งบันเทิงในเขต West End ของลอนดอน เปิดฟรีตลอดทั้งวัน เดินชมตลาด งานโชว์ริมถนน โรงละคร และร้านอาหารได้แทบทุกเวลา