Natural History Museum London: ควรรู้อะไรก่อนไปเยือน
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ คือหนึ่งในสถานที่ได้รับความนิยมสูงสุดของลอนดอน มีตัวอย่างกว่า 80 ล้านชิ้นในอาคารสไตล์วิคตอเรียนทรง Romanesque อันโดดเด่นที่ South Kensington เข้าชมทั่วไปฟรี แต่เลือกเวลามาให้ดีแล้ววางแผนว่าจะดูอะไรสำคัญกับประสบการณ์มาก
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- Cromwell Road, South Kensington, London SW7 5BD
- การเดินทาง
- South Kensington (สาย District, Circle, Piccadilly) เดินต่อ 5 นาที หรือ Gloucester Road ใกล้ๆ
- เวลาเที่ยวชม
- 2–4 ชั่วโมงถ้าอยากชมแบบเน้น ๆ หรือจะใช้เวลาทั้งวันหากตั้งใจดูครบทุกโซน
- ค่าใช้จ่าย
- ฟรี (สำหรับนิทรรศการถาวร) นิทรรศการพิเศษคิดค่าบัตรต่างหาก เริ่มราว £15 แนะนำจองบัตรเข้าฟรีแบบระบุเวลาก่อนออนไลน์
- เหมาะสำหรับ
- ครอบครัวที่มีเด็ก ผู้ที่ชอบวิทยาศาสตร์หรือธรรมชาติ คนรักสถาปัตยกรรม หรือวันที่ฝนตก
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.nhm.ac.uk

ทำไมที่นี่ถึงไม่ควรแค่มาเดินผ่าน
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติไม่ได้มีแค่กระดูกหรือพืชแห้งเก่า ๆ แต่คือหนึ่งในสถาบันวิจัยสำคัญระดับโลก มีตัวอย่างกว่า 80 ล้านชิ้น ครอบคลุมพฤกษศาสตร์ กีฏวิทยา แร่ธาตุ บรรพชีวิน และสัตววิทยา แม้หลายคนจะไม่เห็นงานวิจัยโดยตรง แต่มันซ่อนอยู่ในป้ายแต่ละชิ้น คุณภาพการดูแล และนิทรรศการชั่วคราวที่เลือกมาอย่างดี
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดในย่าน South Kensington ตั้งแต่ 18 เมษายน 1881 ออกแบบโดย Alfred Waterhouse ในสไตล์โรมันเนสก์ยุควิคตอเรียนที่ได้แรงบันดาลใจจากโบสถ์ใหญ่เยอรมันและรูปทรงธรรมชาติ ลองสังเกตผนังดินเผาหน้าอาคารดี ๆ จะเห็นลวดลายต่าง ๆ ที่ไม่ได้แค่ประดับ ธีมฝั่งตะวันตกคือสิ่งมีชีวิตปัจจุบัน ฝั่งตะวันออกคือสายพันธุ์สูญพันธุ์ ตัวอาคารเองก็เล่าเรื่องระบบระเบียบของธรรมชาติในแบบที่จับต้องได้
ถ้ายังจัดแผนเที่ยวลอนดอนไม่ได้ลงตัว ที่นี่เข้ากับแผนการเที่ยวลอนดอน 3 วัน ง่าย ๆ เพราะอยู่ติดกับ Victoria and Albert Museum บน Exhibition Road เลย
Hintze Hall: ประสบการณ์แรกที่ประทับใจจริง ๆ
เมื่อเดินเข้า Central Hall หรือ Hintze Hall ตามชื่อใหม่ ฟีลยิ่งใหญ่กินขาดแม้จะเห็นภาพถ่ายมามากแค่ไหน เพดานโค้งสูงถึง 22 เมตร อากาศมีกลิ่นอายของอิฐเก่าและคอลเลกชันโบราณ แสงธรรมชาติตกกระทบหน้าต่างบนในยามเช้า เห็นฝุ่นวับ ๆ เหนือหัวผู้คนด้านล่าง
ตั้งแต่ปี 2017 ไฮไลต์กลางฮอลล์นี้ก็คือ Hope โครงกระดูกปลาวาฬสีน้ำเงิน 25 เมตรที่แขวนเหมือนกำลังดำดิ่ง รุ่นก่อนหน้าคือ Dippy ไดโนเสาร์ Diplodocus ที่ตอนนี้ตระเวนโชว์ทั่วอังกฤษ ขณะที่ Hope ดูมีพลังยิ่งกว่า—เพราะวาฬสีน้ำเงินยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้ โครงกระดูกนี้จึงสื่อทั้งวิทยาศาสตร์และแง่อนุรักษ์ เด็ก ๆ มักหยุดตรงทางลาดมองขึ้นไปตะลึง
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
แนะนำมาตั้งแต่เปิด 10:00 โดยเฉพาะเสาร์ อาทิตย์และปิดเทอม Hintze Hall คนแน่นตั้งแต่สาย ถ้าอยากชมวาฬแบบไม่มีเบียด แวะวันอังคาร-พฤหัสยิ่งเงียบดี
เดินแต่ละโซน: สำรวจ 80 ล้านตัวอย่างอย่างไรไม่โดนกลืน
ตัวพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็นโซนสี Blue Zone ที่ฮิตสุดรวมโถงวาฬไดโนเสาร์และ World of Mammals กับ Earth Lab, Green Zone มี The Vault (อัญมณี/แร่ธาตุ) กับ Fossil Marine Reptiles และ Creepy Crawlies, Red Zone เน้นวิทยาศาสตร์โลก ภูเขาไฟ แผ่นดินไหว พร้อมจำลองแผ่นดินไหวในโซน Restless Surface ส่วน Orange Zone มีทางเข้าแยกบน Exhibition Road รวม Cocoon ของศูนย์ Darwin แล็บสภาพอากาศ และนิทรรศการหมุนเวียน
ห้องไดโนเสาร์ใน Blue Zone คิวมักจะยาว โดยเฉพาะหุ่นไทแรนโนซอรัสเร็กซ์จำลองที่ยังทำให้เด็ก ๆ ตื่นเต้นมากแม้จะติดตั้งมาหลายสิบปีแล้ว สำหรับผู้ใหญ่จะรู้สึกโอ้โหตรงโซนอีไคธิโอซอรัส (Ichthyosaurus) ใน Green Zone ที่มีโครงกระดูกแทบสมบูรณ์ พร้อมเส้นขอบเนื้อเยื่อดั้งเดิมข้าง ๆ กระโหลกไพลโอซอร์ขนาดใหญ่
โซนห้อง Vault ใน Green Zone คนมักมองข้าม แต่มาแล้วห้ามพลาด เป็นห้องเล็กมืด ๆ มีตัวอย่างแร่หายากชิ้นเด็ด เช่นทองก้อน Latrobe และเพชร Aurora สีน้ำต่าง ๆ เข้าฟรีด้วย บรรยากาศตัดกับห้องนิทรรศการใหญ่ที่เหลือ เป็นเสน่ห์ไม่คาดคิดของที่นี่
ℹ️ ดีที่ควรรู้
Cocoon ในศูนย์ Darwin โซน Orange เป็นแคปซูลขาวสูงเจ็ดชั้น ที่นี่มีกระจกให้ส่องดูนักวิทยาศาสตร์ทำงานจริง ๆ ในแลบ ช่วงเปิดมีทัวร์ฟรีแบบมีไกด์ (จองล่วงหน้า)
เลือกเวลามา อารมณ์เปลี่ยน: จังหวะไหนเหมาะสุด
วันธรรมดาช่วง 10:00–11:30 เป็นจังหวะสบาย ๆ แสงเช้าทำให้สถาปัตย์งามขึ้นชัดเจน เดินอ่านป้ายได้สบายไม่ต้องเบียดกลุ่มโรงเรียนที่มักเริ่มมาตั้งแต่ 10:30 ไล่กันดูโซน Blue
ช่วงเที่ยงถึงบ่ายวันเสาร์อาทิตย์ Hintze Hall แน่นมาก คิวไดโนเสาร์ยาวย้อนถึงทางเข้า ถ้ามาถึงเวลานี้ แนะนำตรงไปที่ Red หรือ Green Zone เลย โซนพวกนี้ซาเร็วหลังกลางวัน ช่วงบ่าย 16:00–17:30 มักคนน้อยลงอีก เพราะครอบครัวเริ่มเดินทางกลับ
สภาพอากาศสำคัญกว่าที่คิด พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่หลังลานในตึกที่ดูดซับความร้อน ช่วงกรกฎาคมสิงหาคมโซนบนจะอบอ้าวนิดนึง เตรียมเสื้อผ้าระบายง่ายจะคล่องกว่า ส่วนหน้าหนาวตึกนี้เก็บความร้อนได้ดีมาก ไม่แปลกที่คนมาเยอะแถมช่วงวันหยุดธันวาปิดเทอม
ย่าน South Kensington ควรเดินเล่นก่อนหรือหลังเข้า พิพิธภัณฑ์เลยนะพื้นที่ Kensington และ Chelsea เป็นย่านวิคตอเรียนสวย ๆ ตึกเรียงกันคลาสสิกมาก ทางเดินอุโมงค์ใต้ดินจากสถานี South Kensington ไปโผล่ใกล้พิพิธภัณฑ์ก็กิ๊บเก๋ดี
นิทรรศการพิเศษและกิจกรรม: เมื่อไหร่ที่ต้องจ่ายเงิน
ที่นี่มีนิทรรศการพิเศษแบบเสียเงินหมุนเวียนสลับกับนิทรรศการถาวรฟรี หัวข้อจะแตกต่างกันไปทั้งปี เช่น สัตว์น้ำลึก อุกกาบาต หรือภาพถ่ายสัตว์ป่า คุณภาพนิทรรศการดีมาก ถ้าเป็นหัวข้อที่สนใจควรลอง ค่าเข้าประมาณ £15 สมาชิกเข้าได้ฟรี ตรวจสอบกำหนดการอัปเดตที่เว็บไซต์ก่อนมา
Wildlife Photographer of the Year คือนิทรรศการประจำปีที่คนเยอะสุด โดยทั่วไปจะจัดตุลาคมยาวไปถึงฤดูใบไม้ผลิปีถัดไป ภาพถ่ายจัดแสดงในพื้นที่เฉพาะของพิพิธภัณฑ์ ดึงดูดคนหน้าตาใหม่ ๆ ด้วย ถ้าตารางทริปตรงกับช่วงนั้น ควรบรรจุลงในแผนเที่ยว
ใครวางแผนพาเด็กตะลุยลอนดอนไว้ทั้งวันควรรู้ว่าScience Museum อยู่ติดกันเลย ประตูเกือบหันหากัน ถ้าลูกชอบลองสองที่ในวันเดียวก็ไหว แต่เหนื่อยหน่อย
เรื่องควรรู้: การเดินทางและสิ่งอำนวยความสะดวก
ที่พิพิธภัณฑ์อยู่ Cromwell Road, London SW7 5BD ใกล้ที่สุดคือสถานี South Kensington สาย District, Circle, Piccadilly เดินในอุโมงค์คนเดินออกใกล้ Exhibition Road ถึงหน้าทางเข้าหลักราว 5 นาที สถานี Gloucester Road ไกลกว่าเล็กน้อยแต่เดินได้ใน 6–8 นาที
มีรถบัสผ่าน Cromwell Road หลายสาย คือ 14, 49, 70, 74, 345, 414, 430 ถ้ามาจากใจกลางลอนดอน รถบัสมักเร็วกว่าแผนที่เพราะไม่ต้องเปลี่ยนสาย และมีบริการจักรยานเช่า Santander Cycles จุดจอดอยู่ Exhibition Road และ Cromwell Road เลย
พิพิธภัณฑ์ทางเข้าด้าน Exhibition Road ไม่มีขั้นบันไดและมีเส้นทางวีลแชร์ถึงโซนหลัก ห้องน้ำและห้องเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กก็มีทุกชั้น น้ำเปล่าพกมาเองยิ่งดีในหน้าร้อน คาเฟ่ในพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างแพง ซูเปอร์มาร์เก็ตต้องย้อนเดินไปฝั่ง Old Brompton Road
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
แนะนำจองบัตรระบุเวลาล่วงหน้าฟรี โดยเฉพาะวันหยุดและช่วงโรงเรียนปิด จะเดินเข้าเลยก็ได้แต่มีโอกาสต้องรอคิวนาน พิพิธภัณฑ์ปิด 24-26 ธันวาคมทุกปี
ถ้าอยากรู้ว่าพิพิธภัณฑ์ฟรีในลอนดอนมีอะไรบ้างลองอ่านคู่มือพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในลอนดอน จะช่วยวางแผนเที่ยวพิพิธภัณฑ์ลอนดอนได้เป็นสเต็ปขึ้นหลายวัน
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนไป
ใครที่คาดหวังนิทรรศการแบบไฮเทคจัดเต็มอาจรู้สึกว่าบางโซนยังดูเก่า โดยเฉพาะ Blue Zone ที่ยังเป็นกลิ่นอายยุค 90 ตู้แสดงโต้ตอบบางตัวก็พังหรือเริ่มใช้ยาก ข้อมูลจัดเต็มแบบวิชาการ ไม่เน้นโชว์หวือหวา ดีสำหรับสายวิจัยแต่อาจจะรู้สึกแห้งถ้ามาเพราะหวังความบันเทิง
ขนาดตึกที่ใหญ่อลังขนาดนี้ ถ้าไม่มีแผนเดินวนไปมา 40 นาทีอาจจะรู้สึกเหมือนเดินครบแต่ไม่ได้อะไรจริง ๆ แนะนำรับแผนที่ตรงทางเข้า เลือกเป้าหมายไว้ 2-3 ห้องแล้วที่เหลือถือว่าของแถม
ใครไม่อินกับธรรมชาติ/วิทย์เน้นศิลปะหรือไลฟ์สไตล์แนะนำข้ามไป Victoria and Albert Museum ดีกว่า หรือถ้าอยากได้วิวเมืองหรือกิจกรรมกลางแจ้งสุด ๆ ต้องไปที่อื่น!
เคล็ดลับจากคนวงใน
- Spirit Collection ในศูนย์ Darwin เก็บตัวอย่างดองในแอลกอฮอล์กว่า 22 ล้านชิ้น รวมถึงหมึกยักษ์สุดอลังให้ชมผ่านทางเดินทางทัวร์ ต้องลองเห็นเองถึงจะรู้ว่าประหลาดแค่ไหนในลอนดอน
- อยากถ่ายรูป Hope ปลาวาฬสีน้ำเงินโดยไม่มีคนขวาง แนะนำขึ้นไปชั้นบนของ Hintze Hall จะได้เห็นโครงกระดูกเต็ม ๆ คู่กับซุ้มอิฐสุดคลาสสิก
- สวนฝั่งตะวันตกของพิพิธภัณฑ์ คนส่วนใหญ่ไม่รู้ ใครแวะหน้าร้อนจะเจอกิจกรรมกลางคืนหรือนิทรรศการกลางแจ้งเป็นบางครั้ง ส่วนวันปกติก็นั่งพักชิล ๆ ดูดีเทลอาคารนอกฝูงชนได้เลย
- สมาชิกพิพิธภัณฑ์เข้าชมนิทรรศการพิเศษทุกงานฟรี จองกิจกรรมได้ก่อนใคร และเข้าเลานจ์สมาชิกพร้อมคาเฟ่ส่วนตัว ถ้าอยู่ลอนดอนยาวหรือจะแวะหลายรอบมีแบบสมาชิกรายวันและรายปีให้เลือก
- ทางเข้า Cromwell Road คือทางหลักแต่แออัดสุด ถ้าไม่อยากรอคิวนานลองเข้าทาง Exhibition Road ฝั่งตะวันออกโดยเฉพาะเช้าวันเสาร์อาทิตย์
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ เหมาะสำหรับใคร?
- ครอบครัวที่มีเด็กวัย 5-14 ปีเพราะโซนไดโนเสาร์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสนุกเร้าใจสุด ๆ
- คนรักวิทยาศาสตร์หรือนักชมนิทรรศการที่อยากเจอลึก ๆ ไม่ใช่แค่ไฮไลต์โชว์
- สายสถาปัตย์ที่อยากซึมซับสไตล์วิคตอเรียน Romanesque อย่างเต็มอิ่ม
- เที่ยววันฝนตกหรืออากาศเย็น พิพิธภัณฑ์นี้ช่วยให้อุ่น สนุก และได้สาระโดยไม่ต้องตากฝน
- นักเดินทางงบน้อยที่อยากใช้เวลาทั้งวันกับที่เที่ยวคุณภาพแบบฟรีค่าเข้า
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Kensington & Chelsea:
- Chelsea Physic Garden
Chelsea Physic Garden ก่อตั้งเมื่อปี 1673 โดยสมาคมเภสัชกรแห่งลอนดอน เป็นสวนขนาด 4 เอเคอร์ล้อมด้วยกำแพงในย่านเชลซี รวมพันธุ์ไม้สมุนไพร พืชกินได้ และพืชประวัติศาสตร์กว่า 4,500 ชนิด ถือเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่เก่าแก่เป็นอันดับสองของสหราชอาณาจักรและเป็นมุมสงบที่หาได้ยากในใจกลางลอนดอน
- The Design Museum
พิพิธภัณฑ์ดีไซน์ตั้งอยู่ในอาคาร Commonwealth Institute เดิมที่ปรับปรุงใหม่อย่างงดงามบนถนน Kensington High Street เป็นหนึ่งในสถาบันด้านการออกแบบ สถาปัตยกรรม แฟชั่น และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในยุโรป เข้าชมนิทรรศการถาวรฟรี นิทรรศการหมุนเวียนก็มีชื่อดังในแวดวงสร้างสรรค์ระดับโลกมาให้ชมกันเรื่อยๆ
- Harrods
Harrods ก่อตั้งเมื่อปี 1849 บนพื้นที่กว่า 1 ล้านตารางฟุตใน Knightsbridge ถือเป็นทั้งแลนด์มาร์คและห้างไฮโซของลอนดอน ไม่ว่าจะเดินชิลล์โซนอาหารหรือช็อปแบรนด์ดัง มีอะไรให้พบเจอที่นี่มาดูกัน
- ไฮด์พาร์ค
ไฮด์พาร์คเป็นหนึ่งในสวนหลวงทั้งแปดแห่งของลอนดอน ครอบคลุมพื้นที่ 142 เฮกตาร์ใจกลางเมือง เข้าได้ฟรี เปิดถึงเที่ยงคืน มีประวัติยาวนานตั้งแต่ยุคทิวดอร์ รอให้คุณค่อยๆ เดินเปิดมุมลับที่คนทั่วไปมองข้าม