Opryland & Music Valley

Opryland และ Music Valley ตั้งอยู่โค้งริมแม่น้ำ Cumberland ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแนชวิลล์ ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 10 ไมล์ โซนบันเทิงที่ถูกสร้างขึ้นโดยเฉพาะแห่งนี้มี Grand Ole Opry House, Gaylord Opryland Resort สุดอลังการ และ Opry Mills มอลล์ จุดหมายปลายทางยอดฮิตของรัฐเทนเนสซี

ตั้งอยู่ใน แนชวิลล์

ห้องโถงกว้างขวางของ Gaylord Opryland Resort พร้อมลานรับประทานอาหาร พืชพรรณเขตร้อนอันเขียวขจี สวนน้ำ และระเบียงห้องพักใต้หลังคากระจก
Photo Antony-22 (CC BY-SA 4.0) (wikimedia)

ภาพรวม

Opryland และ Music Valley คือย่านเอนเตอร์เทนเมนต์คันทรีที่เข้มข้นที่สุดของแนชวิลล์ ย่านที่ Grand Ole Opry, รีสอร์ตขนาดมหึมา, เอาต์เล็ตมอลล์ และพิพิธภัณฑ์สายดนตรีทั้งหลาย โอบล้อมอยู่ในพื้นที่เดียวริมแม่น้ำ แม้จะไม่ใช่ย่านชุมชนแบบดั้งเดิม แต่ถูกดีไซน์มาให้การใช้ชีวิตกับดนตรีคันทรีนั้นสนุกทั้งวัน ทั้งครอบครัว

แผนที่ & การเดินทาง

Music Valley อยู่ในย่าน Donelson ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแนชวิลล์ ภายใน Davidson County รัฐเทนเนสซี โดยจะกระจุกตัวรอบถนน McGavock Pike, Music Valley Drive และ Opry Mills Drive พื้นที่นี้โค้งรับแนวยาวของแม่น้ำ Cumberland อยู่ห่างจากดาวน์ทาวน์ราว 10 ไมล์ และห่างจากสนามบินนานาชาติแนชวิลล์ (BNA) ประมาณ 8 ไมล์ ถนน Briley Parkway (TN-155) เป็นเส้นขับรถหลักเชื่อมต่อกับทั้ง I-40 ด้านใต้และ I-65 ด้านตะวันตก ทำให้ที่นี่เดินทางสะดวกจากจุดไหนในเมือง

พื้นที่หลักแม้จะกะทัดรัดแต่แน่นขนัดไปด้วย Grand Ole Opry House, รีสอร์ต Gaylord Opryland และ Opry Mills ซึ่งแทบจะติดกัน เชื่อมต่อด้วยทางเดินในร่มและถนนภายใน Music Valley Drive เองเป็นถนนร้านค้าสั้นๆ ขนานกับ Briley Parkway มีทั้งพิพิธภัณฑ์แนวดนตรี ร้านของที่ระลึก โรงแรมระดับกลาง และร้านอาหารเชนใหญ่ๆ Two Rivers Campground และที่พักอิสระอีกหลายแห่งก็ขยายย่านนี้ต่อไปตามริมแม่น้ำ

ไม่เหมือนกับ ใจกลาง Nashville ที่คุณสามารถเดินไปบนถนน Broadway, Ryman หรือ Country Music Hall of Fame ได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาที Opryland จะเหมาะกับคนที่มีรถหรือพักอยู่ในพื้นที่ เพราะแม้แต่ละจุดจะไม่ไกลกันมากสำหรับการขับรถ แต่การเดินเท้าจะเซ็ง และถนนก็ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ ไม่ได้เอื้อให้คนเดิน

บรรยากาศและคาแรกเตอร์

Music Valley มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แยกมันออกจากส่วนอื่นๆ ของแนชวิลล์ ช่วงเช้าแถว Gaylord Opryland จะเหมือนอีกเมืองหนึ่งเลย แขกเดินเล่นกลางอาคารโถงกระจก เต็มไปด้วยต้นไม้เมืองร้อน น้ำตก และเสียงเพลงคันทรีเบาๆ ผ่านลำโพง เสาแสงแดดลอดหลังคากระจก กลิ่นกาแฟสดแข่งกับกลิ่นคลอรีนจาก SoundWaves น้ำหนักในบรรยากาศดูเว่อร์แต่ก็เพลินแบบไม่ต้องอายใคร

กลางวัน Opry Mills จะคึกคักไปด้วยกลุ่มครอบครัว ทัวร์ และนักช้อปเอาต์เล็ต ลานจอดรถแถวมอลล์และ Opry House จะขวักไขว่ตั้งแต่บ่าย ส่วน Music Valley Drive ก็จะคึกแบบ “ถนนช้อปเปอร์” คือมีรถทัวร์ รถเช่า SUV วนๆ กัน เหล่านักท่องเที่ยวก็เดินเข้าออกพิพิธภัณฑ์ ร้านของฝาก บรรยากาศสบายๆ ดูค้าขายมากกว่าจะเป็นแนวชาวบ้านแบบย่านอื่น

คืนไหนที่ Grand Ole Opry มีโชว์ (ส่วนใหญ่ อังคาร ศุกร์ เสาร์) บรรยากาศจะเปลี่ยนทันที Opry House จะเต็มไปด้วยกลุ่มผู้ชมที่ดูเป็นแฟนเพลงตัวจริงมากกว่าฝูงปาร์ตี้สาวโสดใน Broadway คนมากันเร็ว แต่งตัวดี บางทีก็มากันทั้งครอบครัวหลากรุ่น หลังจบโชว์ ลานจอดรถก็เงียบคืนสู่บรรยากาศโรงแรมอีกครั้ง ที่นี่จะไม่มีบาร์หรือน้ำหนักไนต์ไลฟ์แบบแดนซ์ดาวน์ทาวน์ — สีสันกลางคืนก็คือโชว์ของ Opry เอง

ℹ️ ดีที่ควรรู้

Music Valley วางตัวเป็นโซนรีสอร์ตและเวทีโชว์ ไม่ได้ออกแบบเป็นย่านเมืองสำหรับเดินท่องเที่ยว ถ้าคิดจะอยู่สองคืนขึ้นไป แนะนำให้จองโรงแรมนอนในพื้นที่เลย เช่นที่ Gaylord Opryland หรือบน Music Valley Drive ดีกว่าขับรถเข้าออกกับดาวน์ทาวน์ทุกวัน

ไฮไลต์ที่เที่ยว & กิจกรรม

Grand Ole Opry House คือหัวใจหลักของย่านนี้ เปิดมาตั้งแต่ปี 1974 มีที่นั่งประมาณ 4,400 ที่ กลายเป็นเวทีถ่ายทอดสดของ Grand Ole Opry ที่ออกอากาศจาก Ryman Auditorium มาตั้งแต่ปี 1943 ชมโชว์ที่นี่จะได้บรรยากาศต่างจากเวทีในแนชวิลล์ทั่วไป เพราะรวมศิลปินรุ่นใหญ่กับหน้าใหม่ ไล่เวียนขึ้นเวทีคืนเดียวกัน พื้นเวทีกลางจะฝังไม้วงกลมบางส่วนจริงๆ จาก Ryman Auditorium เดิม สัญลักษณ์ประวัติศาสตร์แน่นๆ

หากอยากอินก่อนดูโชว์ Opry House มีทัวร์หลังเวทีพาเดินชมห้องแต่งตัว, green room และห้องออกอากาศด้วย ถ้าสนใจรากเหง้าดนตรีคันทรีแบบกว้างๆ ขอให้ไปที่ Country Music Hall of Fame ที่ดาวน์ทาวน์ แต่ทัวร์ Opry House จะเน้นเรื่องราวตำนานของที่นี่โดยเฉพาะ ใครเป็นแฟน Opry ต้องลอง

Gaylord Opryland Resort คือรีสอร์ตสุดอลังการ แม้ไม่ได้เข้าพักก็เดินเล่นได้ โถงกระจกขนาดยักษ์ 3 หลัง รวมพื้นที่กว่า 9 เอเคอร์ อัดแน่นสวนในร่ม ลำธาร ร้านอาหาร “Delta Island” โซนเด่นสุดมีแม่น้ำในร่มวงกลมให้ล่องเรือชมวิว เหมือนจะฟังเว่อร์แต่เด็กๆ ชอบสุดใจ เห็นกับตาคืออลังจริง

General Jackson Showboat ออกจากท่าเรือ Opryland พาล่องแม่น้ำ Cumberland พร้อมมื้อเที่ยงหรือดินเนอร์และการแสดงสดคันทรี เป็นหนึ่งในไม่กี่วิธีที่จะเห็นวิวแนชวิลล์จากบนน้ำ และใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง เหมาะพักผ่อนช่วงบ่ายหรือเย็น โดยเฉพาะคืนที่มีโชว์ควรจองล่วงหน้า คนเยอะ

บน Music Valley Drive จะมีพิพิธภัณฑ์ดนตรีขนาดเล็กเรียงรายเติมเต็มพื้นที่ระหว่างโรงแรม ร้านอาหาร Willie Nelson & Friends Museum and General Store คือจุดหลักที่เก่าแก่ เห็นของสะสม กีตาร์ ของที่เกี่ยวกับ Nelson พร้อมของฝาก ส่วน Legends of Country Music Museum จะเล่าเรื่องศิลปินคันทรีในวงกว้าง ทั้งสองแห่งไม่ได้วิจิตรเหมือนพิพิธภัณฑ์ downtown แต่มีเสน่ห์แฟนคลับอินจัด ใช้เวลาชมสบายๆ ไม่ถึงชั่วโมง

  • ชมโชว์ Grand Ole Opry House (อังคาร ศุกร์ เสาร์ — เช็คตารางอีกที)
  • ทัวร์หลังเวที Opry House ช่วงกลางวัน
  • เดินเล่นสวนและล่องเรือในร่มที่ Gaylord Opryland
  • ล่องเรือดินเนอร์ General Jackson Showboat แม่น้ำ Cumberland
  • Willie Nelson & Friends Museum & General Store บน Music Valley Drive
  • SoundWaves สวนน้ำในร่ม/กลางแจ้งที่ Gaylord Opryland (เปิดตามฤดูกาล)

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

ตั๋ว Grand Ole Opry มักขายหมดล่วงหน้าโดยเฉพาะคืนศุกร์และเสาร์ รีบเช็กเว็บไซต์ Opry เมื่อทราบวันที่แน่นอน เพราะคืนอังคารก็มีโชว์แน่นๆ และซื้อง่ายกว่า

กิน ดื่ม ใน Music Valley

อาหารที่ Music Valley จะเน้นเชนใหญ่กับรีสอร์ต Gaylord Opryland ที่เดียวก็มีตัวเลือกกว่า 10 ร้าน แจกจ่ายอยู่ในโซนต่างๆ ทั้งบุฟเฟต์อเมริกันสบายๆ ไปจนถึงสเต๊กเฮาส์สุดหรู คุณภาพดีแต่ราคาก็ตามมาตรฐานรีสอร์ต Delta Steamhouse ในโถง Delta เป็นร้านที่บรรยากาศดี เห็นแม่น้ำในร่ม

Opry Mills กับแถว McGavock Pike จะมีร้านอาหารเชนอเมริกันชื่อติดหู ราคาเหมาะสม หากเบื่อโซนรีสอร์ต/มอลล์ อยากชิมร้านท้องถิ่นจริงๆ ให้ขับรถไป Donelson ย่านข้างเคียงทางตะวันตกเฉียงใต้ จะเจอร้านอาหารเล็กๆ แนวไดเนอร์และร้านอาหารอิสระของชุมชน ขับรถไม่เกิน 10 นาที

ถ้าอยากกินอาหารแนชวิลล์ในแบบที่ต่างแท้จริง ขอแนะนำให้ขับเข้าดาวน์ทาวน์หรือไป East Nashville ก่อนไปหรือหลังชมโชว์ Opry เพราะ วงการอาหารใน Nashville ที่สุดจริงๆ ต้องในโซนเมือง ย่านนี้คือตัวเลือกด่วนที่เน้นความสะดวกมากกว่าความหลากหลายหรือบรรยากาศ

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

หากพักที่ Gaylord Opryland ควรวางงบการกินให้ดี เพราะราคาอาหารในรีสอร์ตสูงกว่าค่าเฉลี่ยในแนชวิลล์มาก แนะนำหาอาหารเช้าหรือเที่ยงแถว McGavock Pike ใกล้ๆ ก่อนกลับมาเที่ยวต่อ ช่วยประหยัดได้

เดินทางไป Music Valley

วิธีไป Music Valley แบบตรงที่สุดคือขับรถ จากดาวน์ทาวน์ใช้ I-40 East ต่อไปยัง Briley Parkway North (TN-155) แล้วออกทาง McGavock Pike มุ่งหน้า Opry House ระยะทาง 10 ไมล์ ขับประมาณ 15-20 นาที ถ้ามาจากสนามบินแนชวิลล์ (BNA) วิ่ง Briley Parkway ประมาณ 7 ไมล์ ใช้เวลา 10-15 นาที ถือว่าง่ายกว่าหลายย่าน

พื้นที่จอดรถ Opry Mills และ Grand Ole Opry มีมาก จอดง่าย ยกเว้นคืนมีโชว์ที่ Opry House Gaylord Opryland มีโครงสร้างจอดรถเฉพาะแขกโรงแรมพร้อมยืนยันบัตรจอด ส่วนบริการเรียกรถ Uber และ Lyft ก็มีทั่วแนชวิลล์ รับส่งที่ Opry House กับรีสอร์ตแบบไร้กังวล

WeGo Public Transit (รถบัสแนชวิลล์) มีผ่านพื้นที่นี้แต่ไม่ได้ออกแบบเพื่อคนต้องเดินเยอะนัก จากป้ายบัสถึงสถานที่เที่ยวหลักต้องเดินริมถนนที่ไม่มีทางเท้า ใครหวังพึ่งขนส่งสาธารณะอย่างเดียวแนะนำ การเดินทางใน Nashville ในดาวน์ทาวน์ง่ายกว่า Music Valley ต้องขับรถหรือใช้ ride-share จะเวิร์คกว่า

ภายในโซนมีรถรับส่งฟรีของรีสอร์ตระหว่าง Gaylord Opryland กับ Grand Ole Opry House สำหรับแขกโรงแรม เดินจาก Opry House ไป Opry Mills สะดวก เดินเท้าโซน Music Valley Drive กับรีสอร์ตพอเดินได้แต่ต้องระวังบางส่วนเป็นถนนใหญ่ไม่มีฟุตบาท

ที่พักแนะนำ

Gaylord Opryland Resort เป็นเรือธงหลักกว่า 2,700 ห้อง และมีทางเดินตรงถึง Opry House กับท่าเรือ Showboat ด้วย ขนาดใหญ่จนเป็นจุดหมายในตัวเองเหมาะกับครอบครัว, กรุ๊ปสัมมนา หรือแฟนเพลงที่อยากอินทั้งทริป ราคาสูงแต่คุ้มในแบบรีสอร์ต

Inn at Opryland บน Music Valley Drive เป็นโรงแรมขนาดเล็กกว่า ราคาสบายกระเป๋า อยู่ในเครือ Gaylord แต่ไปรีสอร์ตหรือ Opry House ได้ด้วยรถรับส่งตรง มีกลุ่มโรงแรมอิสระระดับกลางเรียงรายตามถนน เสิร์ฟทั้งกรุ๊ปทัวร์และนักท่องเที่ยวตรงงบ

ใครที่อยากได้หลากหลายทั้งอาหารกลางคืน คาแรกเตอร์เมือง หรือบรรยากาศจริง วิ่งกลับไปพักที่ดาวน์ทาวน์หรือ Germantown แล้วค่อยขับมา Opry ก็สะดวก ขับรถไม่ถึง 25 นาที ส่วน ย่านที่พักที่ดีที่สุดใน Nashville ขึ้นกับว่าคุณอยากเดินสะดวกหรือใกล้ Opry มากกว่ากัน

ทางเลือกแปลกใหม่ Two Rivers Campground อยู่ริมแม่น้ำใน Music Valley ใกล้ Opry House มาก มีแคมป์สำหรับรถบ้านหรือกางเต็นท์ เป็นที่นิยมของคนขับ RV มาพักหลายคืนเพื่อดูโชว์

รีวิวแบบตรงไปตรงมา

Music Valley ไม่ใช่แนชวิลล์ฉบับย่อ ไม่ได้แสดงความโดดเด่นเรื่องอาหาร วงการดนตรีอิสระ หรือบรรยากาศชุมชนเหมือน downtown เลย จุดเด่นคือ Opry House กับความขลังของวงการคันทรี ถ้า Grand Ole Opry คือแผนหลักของทริป การพักอย่างน้อย 1 คืนในนี้จะช่วยให้ฟีลสมบูรณ์กว่าแค่ข้ามมาเที่ยว

ใครอยากเข้าใจว่าทำไมแนชวิลล์ถึงได้ชื่อว่า Music City ควรจับคู่ประสบการณ์ Opry กับเวลาไปที่ Ryman Auditorium ที่ดาวน์ทาวน์ บ้านเก่าของ Opry (1943-74) จะเห็นภาพประวัติศาสตร์ครบ ถ้ามีเวลาวันเดียว แผนการเดินทาง 2 วันใน Nashville จะช่วยวางแผนให้ได้ว่าควรแบ่งเวลายังไงระหว่าง Music Valley กับเมือง

สรุปสั้นๆ

  • Opryland และ Music Valley คือโซนเอนเตอร์เทนเมนต์ริมแม่น้ำทางตะวันออกเฉียงเหนือแนชวิลล์ ห่างใจกลางเมือง 10 ไมล์ ศูนย์รวม Grand Ole Opry House, รีสอร์ต Gaylord Opryland และ Opry Mills มอลล์
  • เหมาะกับ: แฟนเพลงคันทรีสายจริงจัง ครอบครัวอยากพักรีสอร์ตครบจบ หรือใครที่ต้องการพักใกล้สนามบินและเข้าออกง่าย
  • ไม่เหมาะกับ: คนอยากเดินเที่ยวย่านเมือง ร้านอาหารท้องถิ่น หรืออยากสัมผัสสีสันวัฒนธรรม เพราะที่นี่เน้นการขับรถและเน้นเชิงพาณิชย์
  • ข้อควรจำ: ตั๋ว Grand Ole Opry ขายหมดเร็วมาก โดยเฉพาะคืนศุกร์-เสาร์ แนะนำจองล่วงหน้านานๆ วันอังคารมักจะหาตั๋วง่ายกว่า
  • ข้อแลกเปลี่ยน: พักที่นี่อยู่ใกล้ Opry สุดๆ แต่จะห่างใจเมืองแนชวิลล์ทั้งอาหาร ดนตรี วัฒนธรรมไป 10 ไมล์ เลือกมาพัก 1 คืนแล้วเที่ยวย่านเมืองกลางวันก็ลงตัวดี

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใน Opryland & Music Valley

คู่มือท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง