Gaylord Opryland Resort: โลกสวนในร่มแห่งแนชวิลล์ที่น่าค้นหา

Gaylord Opryland Resort & Convention Center ไม่เหมือนโรงแรมไหนในแนชวิลล์ ด้วยพื้นที่ 172 เอเคอร์และสวนในร่มควบคุมอุณหภูมิ 9 เอเคอร์ แค่ตัวที่พักเองก็เป็นจุดหมายที่ใครๆ ก็อยากมา ไม่ใช่แค่ที่นอนพักเท่านั้น มาดูกันว่าควรรู้อะไรก่อนไป

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
2800 Opryland Drive, Nashville, TN 37214 (ย่าน Music Valley / Opryland)
การเดินทาง
ขับรถจากสนามบิน Nashville International (BNA) ประมาณ 10 นาที Uber และ Lyft เข้าถึงได้ ไม่มีรถรับส่งของโรงแรมแล้ว ตรวจสอบเส้นทาง WeGo ปัจจุบันได้ที่ wegotransit.com
เวลาเที่ยวชม
1–3 ชั่วโมง สำหรับคนที่ไม่ได้เข้าพักแต่เดินเล่นสวนและทานอาหาร ถ้าจะดื่มด่ำทุกอย่าง เหมาะกับพักค้างคืนหรือเต็มวัน
ค่าใช้จ่าย
เข้าชมบริเวณสาธารณะฟรี กิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยวมีค่าบัตรเริ่มราว $17.54 USD ตรวจสอบราคาปัจจุบันที่ tickets.gaylordopryland.com
เหมาะสำหรับ
ครอบครัว คนเที่ยววันฝนตก เทศกาลคริสต์มาส คนชอบสถาปัตยกรรม นักเดินทางที่แวะพักใกล้สนามบิน BNA
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
www.marriott.com/en-us/hotels/bnago-gaylord-opryland-resort-and-convention-center/overview
บรรยากาศภายใน Gaylord Opryland Resort เห็นระเบียงห้องพักล้อมรอบสวนในร่มอุดมไปด้วยต้นปาล์มใต้หลังคากระจก

Gaylord Opryland คืออะไร จริงๆ แล้ว?

Gaylord Opryland Resort & Convention Center เป็นโรงแรม 2,888 ห้อง ศูนย์ประชุม และสวนพฤกษศาสตร์ในร่มขนาดใหญ่ในที่เดียว เป็นของ Ryman Hospitality Properties ดำเนินงานในชื่อแบรนด์ Marriott Gaylord ตั้งอยู่บนพื้นที่ 172 เอเคอร์ ในย่าน Music Valley ห่างสนามบินประมาณ 10–15 นาที ขึ้นกับสภาพการจราจร ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในรีสอร์ทไม่เน้นคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ

จุดเด่นหลักคือระบบ atrium สวนในร่มแบบเรือนกระจกเชื่อมกัน 3 โซน: Magnolia, Cascades และ Delta รวม 9 เอเคอร์ใต้หลังคากระจก ที่นี่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางสวน พืชเมืองร้อนกว่าหลายพันต้น น้ำตก ทางเดินเล่น ร้านอาหารและบาร์อีกนับสิบ ในพื้นที่ปิดควบคุมอุณหภูมิเหมาะกับอากาศร้อนจัดหรือหนาวจัด มารู้สึกเหมือนได้เที่ยวกลางแจ้งตลอดปี

ℹ️ ดีที่ควรรู้

แขกที่ไม่ได้ค้างคืนก็เข้าเดินเที่ยวส่วนสาธารณะของรีสอร์ท เช่นสวนในร่มและร้านอาหารชั้นล่างส่วนใหญ่ได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋วหรือจองห้อง ทำให้คุ้มมาแวะ แม้ไม่ได้พักที่นี่

สวนในร่ม (Atrium): คุณเห็นอะไรอยู่บ้าง

เดินเข้ามาใน atrium หลักครั้งแรกจะรู้สึกเหมือนหลุดโลก หลังคากระจกสูงลิบ สวนด้านในกว้างเกินจะเป็นพื้นที่ภายในตึก Cascades atrium คือจุดเข้าที่อลังการที่สุด: น้ำพุกลางสวนสูงหลายชั้น มีระเบียงห้องพักโรงแรมล้อมรอบเป็นชั้นๆ เสียงน้ำค่อนข้างดังช่วยกลบเสียงผู้คนข้างล่าง

Delta atrium ใหญ่ที่สุด มีแม่น้ำไหลกลางสวน ระยะทางราว 400 เมตร ล่องเรือ flatboat ดูวิวใกล้ๆ พันธุ์ไม้รอบๆ เป็นอะไรที่หาไม่ได้ทั่วไปในแถบนี้ ราคากับเวลาเดินเรือควรเช็กในหน้าเว็บไซต์ขายตั๋วก่อนมา เพราะมีเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล

Magnolia atrium ดูเก่าแก่กว่าอีกสองโซน บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ต้นไม้แน่นกว่าที่อื่นๆ ให้ฟีลเหมือน conservatory มากกว่าล็อบบี้โรงแรมแค่ขยายขนาด ช่วงบ่ายในฤดูหนาว แสงแดดส่องเป็นเส้นยาวผ่านหลังคากระจก จะตกแต่งใบปาล์มหรือเฟิร์นเมืองร้อนได้ชิคมากๆ เหมาะกับใครชอบถ่ายรูป ช่วง 14.00-16.00 น.

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

เคล็ดลับการถ่ายภาพ: ระเบียงชั้นบนของ Cascades และ Delta เปิดให้เฉพาะแขกที่พัก มองลงมาเห็นสวนมุมกว้าง ช่วง 7–9 โมงเช้า เดินได้สบายก่อนคนเยอะ ถ่ายรูปโล่งๆ ได้ง่าย

ตั๋วและทัวร์

ตัวเลือกคัดสรรจากพันธมิตรการจองของเรา ราคาเป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ ความพร้อมให้บริการและราคาสุดท้ายจะยืนยันเมื่อทำการจองเสร็จสมบูรณ์

แต่ละช่วงเวลาในรีสอร์ท บรรยากาศต่างกันยังไง

ช่วงเช้าที่นี่เงียบสงบกว่าตอนอื่น แขกโรงแรมกินอาหารเช้าที่คาเฟ่หรือร้านอาหารในสวน เส้นทางเดินใน atrium ยังไม่ค่อยมีคน กลิ่นดินและไอน้ำจากระบบรดน้ำเมื่อคืนลอยอบอวล แสงแดดลอดหลังคาดูซอฟต์มาก ถ้าอยากเดินวนดูครบทั้ง 3 สวนอย่างสงบ ช่วงนี้เหมาะสุด

สายๆ ถึงบ่าย ยิ่งวันหยุดหรือช่วงจัดสัมมนา พื้นที่สาธารณะจะคึกคัก ทางเดินคนแน่น โดยเฉพาะตรงจุดขึ้นเรือ Delta atrium และแถวร้านอาหารชั้นล่าง เสียงดังขึ้นเยอะ ถ้ามาแค่เสพบรรยากาศ ไม่ได้เน้นทานข้าวหรือดูอีเวนต์ กลางวันเสาร์หน้าร้อนคือช่วงที่คนมากที่สุดและเดินไม่คุ้มเท่าไหร่

ตอนเย็นบรรยากาศเปลี่ยนอีกแบบ ร้านอาหาร บาร์ และที่เที่ยวในร่มจะคึกคัก แสงใน atrium จากหลังคากระจกเปลี่ยนโทนเป็นอบอุ่น เวลาค่ำโดยเฉพาะช่วงคริสต์มาสปลายพฤศจิกายนถึงต้นมกราคม รีสอร์ทจะประดับไฟจัดงาน ICE! (งานแกะสลักน้ำแข็งตามธีม) เพิ่มไฟล้านดวงทั่วสวน ช่วงนี้เปลี่ยนบรรยากาศรีสอร์ทจริงๆ คนก็จะแน่นเป็นพิเศษ ควรวางแผนจองห้องพัก/บัตร ICE! ไว้ล่วงหน้า

กินอะไร เที่ยวกินทั่วทั้งรีสอร์ท

มีร้านอาหารและเครื่องดื่มมากกว่าสิบแห่งกระจายตาม 3 atrium และโซนโรงแรม ทั้งแบบคาเฟ่อย่างเร็ว ร้านบริการเต็มรูปแบบ ไปจนถึงสเต๊กเฮาส์และไวน์บาร์ บาร์หลายจุดอยู่ริมทางเดินสวนในร่ม ราคาคือราคาตามโรงแรม ควรเผื่องบมากกว่าร้านอาหารอิสระข้างนอก

ถ้าไม่ได้พักที่นี่และอยากสัมผัสบรรยากาศในรีสอร์ท การนั่งทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มคือทางเลือกที่กลมกลืน เข้าบรรยากาศที่สุด บาร์ในโซน Delta หันที่นั่งออกริมแม่น้ำในร่ม เป็นวิวที่หาไม่ได้ที่อื่นในเทนเนสซี

ถ้ามาแนชวิลล์เพื่อดูดนตรีและอยากเดินชมบรรยากาศรอบๆ Opryland ด้วย Grand Ole Opry House อยู่ติดกับรีสอร์ททั้งสองเชื่อมถึงกันด้วยทางเดินในร่ม ใครวางแผนเที่ยวดูโชว์ Opry แล้วต่อด้วยเดินเล่นสวนสามารถทำได้ในคืนเดียวแบบสบายๆ

การเดินทางและวิธีเดินเที่ยวภายใน

ที่ตั้งอยู่ย่าน Music Valley ขับรถ 10 นาทีจากสนามบิน Nashville International เดินทางสะดวกโดยเฉพาะคนที่มีไฟลท์เช้าหรือดึก เรียกรถ Uber/Lyft ได้ง่าย รีสอร์ทใหญ่จนแค่เดินในตึกจาก Magnolia atrium ไป Delta atrium ก็ไกลถึง 400 เมตร ใครจะเดินควรใส่รองเท้าสบายๆ

แต่หากจะเข้าเมืองแนชวิลล์ จะยากขึ้นอีกนิด Opryland อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือจากใจกลางเมือง ถ้าไม่มีรถจะใช้เวลานานกว่าที่คิด ถ้าใครอยากเที่ยวเต็มวันรวม Opryland กับย่าน ใจกลาง Nashville ควรเผื่อเวลาเดินทางหรือเตรียมจ่ายค่า Uber/Lyft ไป/กลับ ใครอยากให้ทริปคุ้ม เดินได้แวะ Opry Mills ศูนย์การค้าใกล้รีสอร์ทด้วยก็สะดวกดี

การเดินในรีสอร์ทสะดวกมาก: มีลิฟต์ทุกชั้น พื้นทางเดินในสวนในร่มเป็นทางเรียบเหมาะกับรถเข็นเด็กหรือลูกค้าใช้วีลแชร์ ใครมีข้อจำกัดเรื่องการเดิน Marriott มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเรื่องห้องพักและบริการสำหรับผู้ใช้วีลแชร์หรือผู้สูงอายุ แจ้งโรงแรมล่วงหน้าก่อนได้เลย

รีวิวแบบตรงไปตรงมา: ที่นี่คุ้มเวลาคุณไหม?

Gaylord Opryland มีเสน่ห์แบบที่นิยามยาก เพราะทั้งน่าประทับใจและรู้สึกปรุงแต่งนิดๆ ขนาดในร่มของที่นี่ใหญ่อลังการจริง ไม่มีที่ไหนในแนชวิลล์หรือทางใต้ของอเมริกาที่เหมือนกัน ในแง่สถาปัตยกรรมการต้อนรับถือว่าน่าชม แต่โดยรวมคือพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ ราคาสูงตามสไตล์โรงแรมใหญ่ บรรยากาศแม้จะสวยแต่ก็เพื่อรองรับรีสอร์ทมากกว่าการได้สัมผัสธรรมชาติหรือวัฒนธรรมท้องถิ่น

ถ้าคุณชอบรีสอร์ทใหญ่ เที่ยวกับเด็ก ๆ หรือมาแนชวิลล์ช่วงที่อากาศไม่เหมาะเดินเที่ยวกลางแจ้ง หรือพักใกล้สนามบิน จะประทับใจแน่นอน แต่ถ้าเน้นวัฒนธรรมแนชวิลล์แท้ๆ ประวัติศาสตร์ดนตรีสด หรือกิจกรรมแนวธรรมชาตินอกตึก จุดอื่นในเมืองจะตอบโจทย์กว่ามาก

ถ้าอยากชมแลนด์มาร์กทางดนตรีแนชวิลล์แถบนี้แบบครบๆ Grand Ole Opry House ที่อยู่ข้างๆ นี่แหละสำคัญทางวัฒนธรรมกว่ามาก ถ้าสนใจประวัติศาสตร์ดนตรีแนชวิลล์แบบลึกๆ คู่มือ คู่มือประวัติศาสตร์ดนตรีใน Nashville ก็ช่วยให้วางแผนทริปได้ละเอียดขึ้น

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

ใครมาเที่ยวคนเดียวหรือไม่ถูกกับเสียงคนเยอะ อาจรู้สึกว่าที่นี่อึดอัด โดยเฉพาะช่วงงานสัมมนาใหญ่หรือเทศกาลคริสต์มาส ในสวนในร่มคนแน่นและเสียงน้ำกับคนเดินจะดังตลอด ถ้าอยากหลีกเลี่ยงคนเยอะ แนะนำมาตอนเช้ากลางสัปดาห์ที่ไม่มีงานมหกรรม

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ล่องเรือ flatboat ใน Delta atrium จะขึ้นง่ายและรอน้อยกว่าหากขึ้นที่ด้านหลังในช่วงบ่ายคึกคัก แทนที่จะขึ้นจากท่าเรือฝั่งหลัก
  • งาน ICE! ช่วงคริสต์มาสในรีสอร์ทมักขายบัตรหมดล่วงหน้า ถ้าไปช่วงปลายพฤศจิกายนถึงต้นมกราคม แนะนำซื้อล่วงหน้าหลายสัปดาห์ทางออนไลน์
  • ทางเดินชั้นบนที่มองวิวสวน Cascades ให้ภาพมุมสูงสวยสุด ถ้าเป็นแขกโรงแรม เดินสำรวจตอนเช้าตรู่ก่อนคนเช็คเอาต์จะได้ภาพโล่งๆ
  • บาร์ในโซน Cascades ใกล้ฟองน้ำกลางสวน เป็นจุดนั่งดื่มพร้อมชมวิว บ่ายๆ มักจะยังหาโต๊ะได้ง่ายกว่าช่วงเย็นที่มีงานสัมมนา
  • มีที่จอดรถสำหรับแขกที่มาเที่ยวแบบไปกลับ (แต่เป็นแบบเสียเงิน) ควรสอบถามราคาปัจจุบันกับรีสอร์ทก่อน เนื่องจากเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล

Gaylord Opryland Resort & Convention Center เหมาะสำหรับใคร?

  • ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก น้องๆ จะตื่นตาตื่นใจกับสวนในร่ม น้ำพุ และล่องเรือ
  • นักเดินทางที่ต้องต่อเครื่องหรือมีไฟลท์เร็ว/ดึก ที่ต้องการหากิจกรรมทำใกล้สนามบิน
  • ใครมาแนชวิลล์ช่วงคริสต์มาส–ปีใหม่ อยากสัมผัสงาน ICE! และประดับไฟช่วงเทศกาล
  • คนที่ชอบดูงานออกแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายในแบบอาคารเรือนกระจกขนาดใหญ่
  • ผู้เข้าร่วมสัมมนาหรือเดินทางธุรกิจที่พักในรีสอร์ท อยากสำรวจที่นี่มากกว่าห้องประชุม

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Opryland & Music Valley:

  • General Jackson Showboat

    General Jackson Showboat ให้บริการล่องเรือพร้อมมื้อกลางวันและเย็นบนแม่น้ำคัมเบอร์แลนด์ ใกล้ Opry Mills ตัวเรือสร้างปี 1980 สไตล์เรือกลไฟยุควิกตอเรียน ผสมผสานอาหารมื้อใหญ่กับการแสดงคันทรีสดบนหนึ่งในโชว์โบ๊ทคลาสสิกที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา

  • Grand Ole Opry House

    Grand Ole Opry House คือโรงละครขนาด 4,400 ที่นั่งในย่าน Opryland ของแนชวิลล์ ซึ่งเป็นเจ้าบ้านรายการวิทยุสดที่ดำเนินมายาวนานที่สุดในโลกตั้งแต่ปี 1974 ไม่ว่าคุณจะชอบเพลงคันทรี่อยู่แล้วหรือแค่อยากรู้ว่าทำไมแนชวิลล์ถึงโดดเด่น ค่ำคืนที่นี่มีเสน่ห์ไม่เหมือนโชว์ที่อื่นในเมือง

  • Opry Mills

    Opry Mills คือเอาท์เล็ตและศูนย์รวมร้านค้าลดราคาแห่งใหญ่ที่สุดในเทนเนสซี มีร้านค้ามากถึง 200 ร้าน ตัวเลือกกินเล่นพร้อมสถานบันเทิงอย่าง Madame Tussauds และห้องหนีอีกมากมาย ตั้งอยู่บริเวณ Opryland ที่แนชวิลล์ ติดกับ Grand Ole Opry House ที่นี่จึงเหมาะกับนักช็อป ครอบครัว และนักท่องเที่ยวที่อยากหากิจกรรมทำคั่นเวลาก่อนหรือหลังชมคอนเสิร์ตหรือแลนด์มาร์ก สำคัญอื่น ๆ

สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:Opryland & Music Valley
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:แนชวิลล์

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.