Fisherman's Wharf

Fisherman's Wharf ขนานไปกับริมฝั่งน้ำตอนเหนือของซานฟรานซิสโก ตั้งแต่ Ghirardelli Square ถึง Pier 39 ผสมผสานกลิ่นอายชาวประมงดั้งเดิมกับร้านอาหารทะเล เรือประวัติศาสตร์ และจุดขึ้นเรือล่องอ่าว เป็นหนึ่งในจุดที่นักท่องเที่ยวเยอะที่สุดในเมือง ส่งผลทั้งเรื่องความมีเสน่ห์และข้อเสียในแบบเดียวกัน

ตั้งอยู่ใน ซานฟรานซิสโก

สิงโตทะเลหลายสิบตัวนอนเล่นบนท่าเรือไม้ลอยน้ำข้างท่าเทียบเรือที่ Fisherman's Wharf โดยมีน้ำและเนินเขาให้เห็นในพื้นหลัง

ภาพรวม

Fisherman's Wharf ตั้งอยู่ริมอ่าวทางตอนเหนือของซานฟรานซิสโก ย่านนี้ขับเคลื่อนเมืองมานานกว่าร้อยปี ทั้งในบทบาทแห่งอาหารทะเลสดและท่าเรือประมง ทุกวันนี้ถือเป็นท่าเรือเมืองที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในอเมริกา วิวสวยจริงแต่คนก็เยอะมาก จะสนุกหรือเหนื่อย ขึ้นอยู่กับว่าคุณรู้จักเลือกหยุดเวลาให้ตรงจุดไหน

ทำความเข้าใจพื้นที่

Fisherman's Wharf อยู่ตรงขอบเหนือของซานฟรานซิสโก ยาวจากตะวันออกถึงตะวันตกตามแนวริมทะเล ขอบด้านตะวันออกจรด The Embarcadero ตรง Pier 39 และยืดไปถึง Ghirardelli Square บน Beach Street และจุดเริ่มต้นของ Aquatic Park ด้านใต้มี Bay Street คั่นกับโซนที่อยู่อาศัยของ Russian Hill และขอบ North Beach ส่วน Van Ness Avenue คือขอบตะวันตกสุดของย่าน (แต่แหล่งหลักที่น่าสนใจจะอยู่โซนตะวันออกของถนนนี้)

ใจกลาง Fisherman's Wharf อยู่ที่แยกถนน Jefferson กับ Taylor มีป้ายรูปวงล้อปูเป็นสัญลักษณ์ ถนน Jefferson เป็นแกนค้าหลัก มีร้านอาหารทะเล ร้านของฝาก และร้านอาหารตลอดแนว ส่วนท่าเรือจะพาดไปทางทิศเหนือของ Jefferson: Pier 39 คือท่าเรือแนวเอ็นเตอร์เทนเมนต์ด้านตะวันออก ส่วน Pier 41, 43, 45 และ Hyde Street Pier คือโซนประวัติศาสตร์ชาวประมงและเรือดั้งเดิม Aquatic Park กับอุทยานประวัติศาสตร์ทะเลแห่งชาติซานฟรานซิสโก อยู่ปลายตะวันตก เปลี่ยนอารมณ์เข้าสู่โซนที่อยู่อาศัยและบรรยากาศสบายๆ แถบ Ghirardelli Square

Fisherman's Wharf เชื่อมต่อกับอีกสองย่านสำคัญริมอ่าว สามารถเดินไปทางตะวันออกตาม The Embarcadero ประมาณ 15 นาทีจะถึง Embarcadero และ Ferry Building ส่วนเดินลงทิศตะวันออกเฉียงใต้จาก The Embarcadero จะเข้าสู่ North Beach ซึ่งเป็นแหล่งอิตาเลียนอเมริกันเก่าแก่ อาศัยอยู่กันจริงและน่าเดินเล่นมากใกล้ Fisherman's Wharf ด้านตะวันตกของย่านมี Marina District ซึ่งเดินต่อจากริมอ่าว ผ่าน Ghirardelli Square และ Aquatic Park ไปเพียงนิดเดียว

บรรยากาศและเสน่ห์

ตอนเช้าแต่เช้าที่ Fisherman's Wharf จะเห็นอาชีพดั้งเดิมได้ชัดเจนสุด ก่อน 8 โมงเช้า เรือประมงยังคึกคักอยู่แถวท่าเรือระหว่าง Taylor กับ Hyde กลิ่นน้ำเค็มผสมกลิ่นดีเซลแรงกว่าขนมปังเปรี้ยว และทางเดิน Jefferson Street ก็ยังเงียบ นี่คือเวลาที่เหมาะกับการเดินเล่นริมท่าเรือ ซื้อกาแฟจากร้านแผงที่เปิดเช้า และเข้าใจว่าทำไมริมอ่าวนี้ถึงสำคัญต่อเมือง ก่อนจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง

สายๆ หน่อย รถทัวร์นักท่องเที่ยวก็เริ่มมาถึง ระหว่าง 10 โมงถึง 4 โมงเย็น Jefferson Street และรอบๆ Pier 39 จะหนาแน่นที่สุด ทางเดินไม้ลอดฝูงชนลำบากจริงในหน้าร้อน คิวเรือข้ามไป Alcatraz ที่ Pier 33 ก็ยาวตั้งแต่เช้า จุดดูสิงโตทะเลที่ K Dock บน Pier 39 คึกคักตลอด เสียงก็เพิ่มขึ้น ตั้งแต่โชว์ข้างทาง เพลงจากหน้าร้าน เสียงเห่าสิงโตทะเล ยันเสียงเครื่องยนต์เรือ ทั้งหมดนี้คือ Fisherman's Wharf ในแบบที่แต่ละคนจะชอบหรือเกลียดวัดกันตรงนี้ ว่าเหมาะกับเราหรือไม่

บ่ายแก่ๆ คนเริ่มน้อยลง (โดยเฉพาะวันธรรมดา) และแสงอ่อนลงทั่วอ่าว หมอกหน้าร้อนที่มักลอยเข้ามาทาง Golden Gate ทำให้เห็นวิวได้น้อย แต่อารมณ์โคตรเท่สำหรับสายถ่ายรูป ตอนเย็นร้านอาหารจะเต็มไปด้วยคนกินข้าวเย็นแทนนักท่องเที่ยวช่วงกลางวัน Fisherman's Wharf จะเข้าสู่จังหวะสบายๆ มากขึ้น หลังสามทุ่มคนจะซาลงอย่างชัดเจน ย่านนี้ไม่ใช่โซนราตรีแบบ North Beach หรือ Mission ร้านค้าส่วนใหญ่ก็ปิดก่อน 4 ทุ่ม

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

อยากเดินเล่นริมอ่าวโดยไม่ต้องเบียดกับฝูงชน แนะนำให้ไปก่อน 9 โมงเช้าหรือหลัง 5 โมงเย็นในวันธรรมดา ช่วงกันยายน–ตุลาคม อากาศจะโล่ง แจ่มใส และอุ่นที่สุด เหมาะกับการเที่ยวริมอ่าวมากกว่าหน้าร้อนที่มักเจอหมอกเย็นๆ

เอาจริงๆ Fisherman's Wharf มีสองหน้าตาซ้อนกันอยู่ ฝั่งหนึ่งคือชุมชนชาวประมงริมอ่าวที่เปี่ยมประวัติศาสตร์ อาหารทะเลดี และวิวสุดพีคทั้งอ่าวกับ Alcatraz ขณะที่อีกด้านเต็มไปด้วยร้านของฝากและกลิ่นอายนักท่องเที่ยวจนบางทีของที่ระลึกก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเมืองเลย แนะนำให้ใช้เวลาค้นหาสองโลกนี้ด้วยตัวเอง แล้วจะอินกับที่นี่มากขึ้น

ที่เที่ยวและกิจกรรมเด่น

สิงโตทะเลที่ท่า K Dock, Pier 39 กลายเป็น "คนเมือง" ที่ถูกตามถ่ายภาพมากที่สุดในซานฟรานซิสโก สิงโตทะเลแคลิฟอร์เนียกลุ่มนี้เริ่มขึ้นบกบนท่าน้ำหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว Loma Prieta ปี 1989 บางฤดูมีกันหลักร้อย–หลักพัน เข้าดูฟรี และระเบียงยืนชมก็อยู่ติดน้ำ ไม่ไกลกันมี Aquarium of the Bay อควาเรียมใต้ทะเลที่เดินลอดอุโมงค์ชมสัตว์น้ำของอ่าว เหมาะกับครอบครัว

San Francisco Maritime National Historical Park ที่ Hyde Street Pier ถือเป็นจุดชมเรือประวัติศาสตร์ที่คนมองข้ามบ่อยสุดในย่านนี้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เก็บรักษาเรือสมัยศตวรรษที่ 19 เช่น Balclutha (เรือใบปี 1886) กับเรือข้ามฟาก Eureka (ปี 1890) ต้องซื้อตั๋วเข้าเรือ แต่ชายหาด Aquatic Park และพิพิธภัณฑ์ทางทะเลข้างๆ เข้าฟรี USS Pampanito เรือดำน้ำยุคสงครามโลกครั้งที่สองจอดที่ Pier 45 มีเจ้าของแยกเอง ต้องซื้อตั๋วแยก ทั้งสองที่เหมาะสำหรับคนชอบประวัติศาสตร์ทะเลของ Bay Area

เรือข้ามไป Alcatraz ออกตรง Pier 33 ทางตะวันออกของ Fisherman's Wharf บน The Embarcadero การนั่งเรือไปเกาะ Alcatraz (โดย Alcatraz Cruises) เป็นประสบการณ์ยอดฮิตที่ต้องจองล่วงหน้าหลายวันหรือสัปดาห์ในช่วงพีค อย่าลืมจองตั้งแต่รู้วันเดินทาง ส่วนเรือล่องอ่าวทั่วไปก็ออกจากท่าเรือแถวนี้ได้เหมือนกัน ทัวร์ Alcatraz Island คุ้มค่าสำหรับคนรักประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และวิวเส้นขอบฟ้าที่ไม่เหมือนที่ไหน

สุดปลายด้านตะวันตกของ Wharf มี Ghirardelli Square อาคารโรงงานช็อกโกแลตแดงอิฐดั้งเดิมของ Ghirardelli ดำเนินกิจการระหว่างปี 1893–1962 ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์ร้านค้า ร้านอาหารอิสระ มีกลิ่นอายสงบกว่าซอย Jefferson มาก ไอศกรีมซันเดยช็อกโกแลตร้าน Ghirardelli ก็เป็นข้ออ้างที่ดีมากสำหรับการเดินไปถึง ส่วน Musee Mecanique ที่ Pier 45 รวบรวมเครื่องเล่นกลไกหยอดเหรียญโบราณกว่า 300 ชิ้น และเป็นหนึ่งในสถานที่แปลกและสนุกจริง ๆ บน Wharf

  • สิงโตทะเลที่ท่า K Dock, Pier 39 ดูฟรี ช่วงเช้าแสงสวยสุด
  • San Francisco Maritime National Historical Park เรือประวัติศาสตร์ที่ Hyde Street Pier
  • เรือดำน้ำยุค WWII USS Pampanito ที่ Pier 45
  • เรือข้ามไป Alcatraz ที่ Pier 33 (ต้องจองล่วงหน้าเยอะๆ)
  • Ghirardelli Square เด่นทั้งสถาปัตยกรรมและช็อกโกแลต
  • Musee Mecanique ตู้เกมโบราณที่ Pier 45
  • ชายหาด Aquatic Park เล่นน้ำและชมวิวอ่าว

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

ตั๋วทัวร์ Alcatraz ขายหมดล่วงหน้าหลายสัปดาห์โดยเฉพาะหน้าร้อน ควรจองผ่านเว็บไซต์ Alcatraz Cruises อย่างเป็นทางการเท่านั้น พวกขายบัตรตามท่าเรือไม่มีตั๋วจริงให้

กินดื่มที่ Wharf

จุดแข็งที่สุดของ Fisherman's Wharf คืออาหารทะเล โดยเฉพาะปู Dungeness ที่เป็นหัวใจของอาหารท้องถิ่น ตั้งแต่พฤศจิกายนถึงมิถุนายน (ฤดูหลัก) ปูสดๆ จะถูกนึ่งในหม้อไอน้ำใหญ่ข้างถนน Jefferson แล้วเสิร์ฟทันที ร้านปูระหว่างถนน Taylor กับ Hyde คือต้นตำรับเลย สด ราคาสมเหตุสมผล กินปูริมอ่าวเป็นประสบการณ์ที่เฮี้ยวๆ แบบซานฟรานซิสโกทีเดียว

ซุปหอยลายในขนมปังเปรี้ยว (Sourdough Clam Chowder) หากินได้รอบย่าน แต่คุณภาพแต่ละร้านไม่เท่ากัน ต้นตำรับที่ดังที่สุดต้อง Boudin Bakery บนถนน Jefferson ทำขนมปังเปรี้ยวจากเชื้อดั้งเดิมมาตั้งแต่ปี 1849 คาเฟ่ชั้นบนมองเห็นถนนข้างล่างและนั่งสบายกว่าร้านซื้อกลับบ้าน ซุปชามนี้เหมาะกับวันที่เย็นหรือฟ้าหมอกมากๆ (ซึ่งเป็นฤทธิ์ของ Wharf หลายวันในปี)

ใครอยากนั่งกินจริงจัง มีร้านอาหารเต็มแนวและรอบ Jeffreson Street หลากหลายระดับราคา ร้านติดท่าเรือวิวอ่าวอลังการสมราคาที่จ่าย แนะนำปู Dungeness สดๆ สตูว์ทะเลสัญชาติอิตาเลียนอเมริกัน Cioppino (ต้นกำเนิดย่านนี้) และหอยนางรม ถ้างบน้อย ร้านปู ร้านซุปหอยลาย และร้านกุ้งค็อกเทลริมถนน Jefferson ก็อิ่มและอร่อยได้โดยไม่ต้องจองหรือเสียเงินหนัก

สายเครื่องดื่ม บาร์แถว Wharf จะได้ฟีลชิลล์ริมน้ำมากกว่าบาร์เก๋แบบค็อกเทลเด็ด ถ้าอยากสายบาร์จริงจัง แนะนำเดินไป North Beach ใช้เวลาเดิน 15 นาที Ghirardelli Square มีบาร์แบบพรีเมียมขึ้นอีกทางที่สงบกว่า ส่วน Buena Vista Cafe ตรง Beach Street ใกล้ปลายรถราง เป็นตำนานซานฟรานฯ เพราะเป็นจุดเริ่ม Irish Coffee ในอเมริกาตั้งแต่ยุค 50 และยังคงขายได้วันละหลายร้อยแก้ว

ℹ️ ดีที่ควรรู้

ฤดูปู Dungeness มักอยู่ระหว่างพฤศจิกายนถึงมิถุนายน (วันที่แน่นอนประกาศทุกปีโดยกรมประมง California) ถ้าไปนอกฤดู ปูตามร้านมักเป็นของแช่แข็งหรือมาจากที่อื่น เช็กฤดูกาลก่อนไปถ้าอยากกินปูสดๆ

การเดินทางไปและภายในย่าน

วิธีเดินทางไป Fisherman's Wharf ที่สวยสุดคือรถรางสาย F Market and Wharves วิ่งตาม Market Street เลี้ยวขึ้น The Embarcadero ไปจบที่ปลายริม Wharf ทางตะวันออก รถรางสายนี้เป็นรถเก่ายุคคลาสสิกจากทั่วโลก ขึ้นสนุกมาก จากดาวน์ทาวน์ใช้เวลาราว 25–30 นาที ถ้าจะนั่งเคเบิลคาร์ สาย Powell-Hyde วิ่งจาก Market Street ขึ้นเขา Nob Hill ไปจบที่จุดกลับรถตรง Aquatic Park ใกล้ปลายท่าเรือ สาย Powell-Mason ก็จบที่มุมถนน Bay กับ Taylor (เดินถึงริมน้ำอีกไม่กี่บล็อก) ทั้งสองสายคนแน่นช่วงหัวค่ำ–สุดสัปดาห์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คู่มือรถรางซานฟรานซิสโก สำหรับวิธีหลบคิวยาว

Muni (รถบัสประจำทาง) วิ่งตาม Bay Street, North Point Street และ The Embarcadero สาย 8 และ 30 ผ่าน North Point ต่อถึงดาวน์ทาวน์ทาง Van Ness Avenue สาย 39 กับ 49 ผ่าน Russian Hill และ Van Ness BART ไม่ถึง Fisherman's Wharf ตรงๆ สถานีใกล้สุดคือตรง Embarcadero กับ Montgomery ทั้งคู่ต้องต่อรถราง F อีกประมาณ 1.5 ไมล์ถึง Wharf

เดินเป็นวิธีเดินทางระหว่างย่านที่ใช้ได้จริง จาก North Beach หรือ Washington Square Park เดินขึ้นเหนือถึง Wharf ไม่เกิน 10 นาที เดินจาก Ferry Building บน Embarcadero เข้าทางเดินเลียบริมน้ำขึ้นตะวันตก ราว 20 นาที เดินสนุกมาก ขับรถมา Wharf ไม่แนะนำ ที่จอดแพง รถติดตลอดวันโดยเฉพาะแถวถนน Jefferson และ The Embarcadero ก็ระวังทางม้าลายกับรถพุ่งผ่านเยอะ จะเข้าใจการเดินทางในซานฟรานซิสโกทั้งเมืองมากขึ้นดูได้ที่ คู่มือการเดินทางในซานฟรานซิสโก.

พักย่านไหนดี

Fisherman's Wharf มีโรงแรมหลากหลายตั้งแน่นระหว่าง Embarcadero ถึง Ghirardelli Square เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากใช้เวลาสำรวจริมอ่าว เดินทางกับเด็ก หรืออยากพักใกล้จุดขึ้นเรือ Alcatraz และเรือล่องอ่าว ไม่เหมาะกับคนที่อยากอินกับชีวิตท้องถิ่น เที่ยวร้านอาหารอินดี้จริงจัง หรือชอบเดินถึงละแวก Mission, Castro, หรือ SoMa แบบไม่ต้องขึ้นรถ หากอยากดูตัวเลือกพักทุกโซนในเมือง ดูได้ที่ คู่มือที่พักในซานฟรานซิสโก มีเปรียบเทียบทุกย่านหลัก

ฝั่งตะวันตกแถว Ghirardelli Square กับ Aquatic Park จะเงียบสงบกว่าซอย Jefferson ในยามกลางคืน โรงแรมย่านนี้บางแห่งเห็นวิวอ่าวและเดินถึง Maritime National Historical Park กับรถรางปลายสายง่าย ซอยด้านหลัง Wharf โดยเฉพาะแถว North Point Street จะมีโรงแรมบูติกขนาดเล็ก ใกล้ร้านอาหารและบาร์ของ North Beach ไม่ว่าจะเลือกพักโซนไหนของ Wharf เตรียมรับเสียงรบกวนจากคนเดินเท้าในยามกลางวันไว้ด้วย คนหลับยากควรขอห้องที่หน้าต่างไม่หันตรง Jefferson หรือ Beach Street

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

พักแถว Wharf สะดวกขึ้นเรือ Alcatraz ที่ Pier 33 และเรือล่องอ่าวมาก เหมาะกับคนที่เน้นทริปทะเลจริงจัง แต่หากอยากได้วิถีชุมชนที่มีสีสันกว่า โรงแรม North Beach ที่อยู่ถัดใต้ก็ราคาไม่ต่างกัน

ประวัติและที่มาของย่าน

พื้นที่ริมน้ำตรงนี้เกี่ยวข้องกับประมงมาตั้งแต่ยุคตื่นทอง เมื่อผู้อพยพชาวอิตาเลียน โดยเฉพาะจากเจนัวและซิซิลี ก่อตั้งกองเรือหาปลาที่ทำมาหากินในอ่าวและมหาสมุทรแปซิฟิก ปลายศตวรรษที่ 19 พื้นที่ระหว่าง Meiggs Wharf ถึง Hyde Street Pier กลายเป็นหมู่บ้านชาวประมงในเมืองใหญ่ จับ Dungeness crab กุ้งอ่าว และปลาแซลมอนเป็นหลัก ร้านอาหารที่เสิร์ฟของสดๆ ให้แรงงานและนักเดินทางก็วางรากฐานวัฒนธรรมอาหารของย่านนี้

ศตวรรษที่ 20 นำการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและค่อยๆ ดันให้ Fisherman's Wharf กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ยุค Pier 39 เปิดในปี 1978 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ย่านเน้นเศรษฐกิจนักท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์ทางทะเลแห่งชาติเปิดในปี 1988 ช่วยอนุรักษ์ท่าเรือและเรือดั้งเดิมฝั่ง Hyde Street สร้างสมดุลกับย่านการค้าโซนตะวันออก ทุกวันนี้ย่านยังต้องบาลานซ์ระหว่างภาพจำประมงดั้งเดิมกับโฉมใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว กองเรือประมงยังทำงานบนท่าเรือหลัก ร้านปูบน Jefferson ยังซื้อปูจากเรือในอ่าว แต่ร้านของฝากกับแฟรนไชส์ดังๆ ก็แทรกมาทั่วถนน ถ้าอยากเข้าใจที่นี่ให้ลึกมากขึ้น ลองไปเดินย่านกับไกด์ทัวร์ ในนั้นมีเส้นทางประวัติศาสตร์ละเอียดกว่าการเดินเอง อ่านต่อได้ที่ คู่มือทัวร์เดินชมซานฟรานซิสโก สำหรับข้อมูล route ประวัติศาสตร์

สรุปสั้นๆ

  • Fisherman's Wharf พาดยาวตามชายฝั่งตอนเหนือ ตั้งแต่ Ghirardelli Square ถึง Pier 39 มีศูนย์กลางตรงแยก Jefferson กับ Taylor
  • เหมาะ: ครอบครัว มือใหม่เที่ยวซานฟรานซิสโก ขึ้นเรือ Alcatraz กินปูสด ประวัติศาสตร์เรือที่ Hyde Street Pier และ USS Pampanito
  • ไม่เหมาะ: คนอยากสัมผัสวิถีชุมชนจริง ชอบกินดึกร้านแปลกๆ หรือหาที่พักแบบอินดี้ราคาย่อมเยานอกโซนนักท่องเที่ยว
  • ไปเช้าหรือค่ำ: ช่วง 10 โมง–4 โมงเย็นคนเยอะสุด ทั้งเมือง ช่วงเช้ากับเย็นบรรยากาศต่างอย่างชัดเจน
  • กันยายน–ตุลาคมอากาศดีที่สุดในปี ฟ้าใส อุ่น เหมาะเที่ยวริมอ่าวมากกว่าหน้าร้อนที่มักเจอหมอกเย็นๆ ช่วงบ่าย

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใน Fisherman's Wharf

คู่มือท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง