The Cobblestone: ผับดนตรีสดที่สายดนตรีไอริชตัวจริงของดับลินยังแวะเวียน
The Cobblestone บนถนน North King Street ใน Smithfield เป็นผับไอริชที่ทำให้คุณต้องกลับไปทบทวนทุกผับไอริชที่เคยไปมา เจ้าของเป็นครอบครัวบริหารเองตั้งแต่ปี 1987 จัดเซสชั่นดนตรีสดทุกคืนโดยไม่มีค่าผ่านประตู ไม่มีโชว์ ไม่มีเสแสร้ง เป็นที่ที่นักดนตรีมาเพื่อเล่นเพราะใจรักจริง ๆ
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 77 North King Street, Smithfield, Dublin 7 (ตรงหัวมุมถนน Red Cow Lane)
- การเดินทาง
- สถานี Luas Smithfield (สายสีแดง) เดินเพียง 1 นาที
- เวลาเที่ยวชม
- ประมาณ 1.5–3 ชั่วโมง ขึ้นกับบรรยากาศเซสชั่น
- ค่าใช้จ่าย
- เข้าบาร์หลักฟรี ค่าดื่มปกติ กิจกรรมที่ Backroom จัดราคาตามงาน
- เหมาะสำหรับ
- คนรักดนตรีไอริชแท้ เที่ยวเดี่ยว ใครตามหาประสบการณ์ผับดับลินแบบต้นฉบับ
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.cobblestonepub.ie

The Cobblestone คืออะไรจริง ๆ
The Cobblestone เป็นผับดนตรีไอริชแบบดั้งเดิมบนถนน North King Street ในย่าน Smithfield ดับลิน 7 ดำเนินกิจการโดยครอบครัว Mulligan มาตั้งแต่ปี 1987 สายสัมพันธ์กับวงการดนตรีไอริชในเมืองนี้สืบต่อกันมา 5 รุ่น นี่คือจุดสำคัญที่ทำให้ผับแห่งนี้ยกดนตรีเหนือสิ่งอื่นใด แม้แต่โอกาสทำกำไรแบบผับอื่น เช่น การเก็บค่าเข้า หรือจ้างวงดนตรีเลียนแบบ
ที่นี่เป็นผับสำหรับเซสชั่น นักดนตรีจะทยอยมากันเอง ตั้งวงใกล้บาร์หรือที่นั่งประจำ แล้วเล่นกันเลย ไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีไมค์ ไม่มีประกาศบนเวที ไม่มีใครแจกเซ็ตลิสต์ เพลงจะเริ่มขึ้นทันที แบบธรรมชาติ วันธรรมดาเริ่มเล่นกันตอนบ่ายแก่ ๆ ประมาณ 4 โมงครึ่งถึง 6 โมงครึ่งแล้วแต่วัน เสาร์-อาทิตย์เริ่มไวตั้งแต่บ่ายสองเป็นต้นไป ทุกอย่างเป็นกันเอง ไม่มีอะไรจัดฉากสไตล์ทัวร์
ℹ️ ดีที่ควรรู้
The Cobblestone ไม่มีอาหารขายและไม่รับจองโต๊ะ วันหยุดคนเยอะ แนะนำมาแต่เนิ่น ๆ จะได้นั่งใกล้นักดนตรี
ดนตรี: ไปแล้วเจออะไรด้านใน
เครื่องดนตรีที่มักจะได้ยินที่นี่ ได้แก่ uilleann pipes, fiddle, tin whistle, flute, bodhrán และบางวันก็มี concertina หรือ banjo เพลงที่เล่นมีทั้ง reel, jig, hornpipe, ไปจนถึง slow air วนไปในชุดบทเพลงที่นักเซสชั่นรู้กันดีแบบไม่ต้องพูดมาก ขอเพลงเฉพาะกิจไม่ได้เหมือนผับทั่วไป
เสียงในบาร์หลักชิดใกล้ถึงขั้นแสบ เข้าไปนั่งมุมวงดนตรีคือเหมือนได้ยินชัดระดับลมหายใจ พื้นไม้ เพดานต่ำ กลิ่นฮ็อปส์กับไขเทียน และเสียงพูดคุยเบลนด์กับดนตรีแบบทำให้ต้องตั้งใจฟังจริง ๆ ไม่ใช่แค่รับเป็นแบ็กกราวด์ ดนตรีสดที่นี่เป็นแบบดั้งเดิมก่อนจะถูกทำให้กลายเป็นโชว์
Backroom เป็นพื้นที่แยกออกมาจัดโชว์ เวิร์กช็อป เสวนา หรือกิจกรรมวัฒนธรรมอื่น ๆ งานเหล่านี้ขายบัตร และบรรยากาศหลากหลายแตกต่างกันไป แนะนำให้เช็กตารางงานที่เว็บไซต์หรือโซเชียลก่อนจะมาถ้าหากอยากเจอกิจกรรมพิเศษ
บรรยากาศผับเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงวัน
The Cobblestone เปิดบ่าย 4 โมงวันธรรมดา และเร็วขึ้นในวันหยุด ช่วงเปิดร้านถึงเกือบ 5 โมง วันธรรมดาจะเงียบมาก เหล่าขาประจำนั่งชิลล์ จิบเครื่องดื่มเฉื่อย ๆ ฟีลเพื่อนบ้านที่แท้จริง ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศแบบไม่มีฝูงชน ช่วงนี้เหมาะมาก
พอถึง 6 โมงเย็น เซสชั่นเริ่มหึ่ง คนเริ่มทยอยเข้า 1 ทุ่มก็แน่น กลางคืนศุกร์-เสาร์ยิ่งคึกมาก โดยเฉพาะหน้าร้อนที่นักท่องเที่ยวเยอะ สุดสัปดาห์ตั้งแต่บ่ายสอง เซสชั่นจะดึงทั้งคนเมือง นักดนตรี และผู้มาเยือนเข้ามาปะปน บรรยากาศวันหยุดก็พลุกพล่านแต่ชิลล์กว่าเย็นศุกร์นิดหน่อย
ถ้ามาครั้งแรกแนะนำค่ำวันอังคารหรือพุธราว 5 โมงครึ่ง บรรยากาศยังไม่แน่นเกินไป เพลงกำลังสนุก และจะเห็นว่านักดนตรีมีจำนวนเกือบเท่าผู้ฟัง ทำให้บรรยากาศดูเหมือนการรวมกลุ่มทำงานจริง ๆ ไม่ใช่งานโชว์ให้ดู
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
วันเสาร์อาทิตย์ เซสชั่นเริ่มตั้งแต่บ่ายสอง ที่นี่เป็นไม่กี่แห่งในดับลินที่ฟังดนตรีไอริชสดช่วงบ่ายโดยไม่ต้องซื้อทัวร์
ประวัติ ความสำคัญ และดราม่าปี 2021
ครอบครัว Mulligan รับช่วงผับนี้มาตั้งแต่ปี 1987 แต่ความเป็นผับใน Smithfield ของอาคารก็เก่าแก่กว่านั้นมาก หลายสิบปีหลังจากนั้น ที่นี่กลายเป็นศูนย์รวมของวงการดนตรีไอริชในดับลิน มืออาชีพมารวมตัว คนต่างจังหวัดหาวงเล่น หรือแม้แต่คนฟังกับนักเล่นก็แทบไม่มีเส้นแบ่งเลย
ชื่อเสียงของที่นี่ยิ่งเป็นกระแสหนักในเดือนกันยายน 2021 หลังมีการยื่นแผนสร้างโรงแรมและอพาร์ตเมนต์บนพื้นที่ซึ่งอาจส่งผลให้ผับต้องโดนรื้อหรือปรับเปลี่ยนอย่างมาก ชุมชนดนตรีและวัฒนธรรมดับลินออกมาเคลื่อนไหวเป็นจำนวนมาก มีการชุมนุมใหญ่วันที่ 18 กันยายน ที่ Smithfield Square มีผู้เข้าร่วมหลักพัน ทำให้ The Cobblestone ถูกพูดถึงบนเวทีสาธารณะเรื่องอนาคตของดับลิน ว่าเมืองควรรักษาพื้นที่แบบนี้ไว้แค่ไหน สำหรับความสำคัญทางวัฒนธรรมของสถานที่แบบนี้ อ่านต่อได้ที่ สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของดับลิน.
สุดท้ายผับไม่ได้โดนปิดหรือรื้อ แต่เหตุการณ์นี้ตอกย้ำความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของพื้นที่ The Cobblestone กลายเป็นเหมือนถ้อยแถลงของเมืองได้เลย มากกว่าแค่ผับสามัญ
การเดินทางและย่านโดยรอบ
The Cobblestone อยู่หัวมุมถนน Red Cow Lane กับ North King Street ฝั่งตะวันตกของ Smithfield Square สถานี Luas Smithfield สายสีแดงเดินมาแค่หนึ่งนาที สะดวกมาก ไม่ต้องฝ่ารถติดเมืองดับลิน เดินจากใจกลางเมืองประมาณ 15 นาที ถ้าอยากรู้รายละเอียดเรื่องการเดินทางเพิ่มเติม ลองอ่าน ระบบ Luas และขนส่งสาธารณะของดับลิน สำหรับข้อมูล Luas สายสีแดงและการต่อรถจากที่อื่นในเมือง
Smithfield เป็นย่านที่ควรมาเดินเล่นก่อน The Cobblestone สักหน่อย ย่าน Smithfield และ Liberties มีเสน่ห์ต่างจากโซนใต้แม่น้ำที่ออกแนวท่องเที่ยวมากกว่า จัตุรัสกว้าง ลมแรง รายล้อมด้วยบล็อกที่อยู่อาศัยเก่า โรงกลั่นเก่าที่ตอนนี้กลายเป็น Jameson Distillery Bow St และร้านอิสระต่าง ๆ ย่านนี้ไม่ได้หรูหรา นั่นแหละคือสิ่งที่ลงตัวกับผับนี้
การถ่ายภาพ เรื่องควรรู้ และใครที่ไม่ควรมา
การถ่ายภาพในบาร์หลักระหว่างเซสชั่นถือเป็นเรื่องมารยาทมากกว่าเรื่องกฎ จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายแป๊บเดียวถือว่าโอเค ถ้ามัวแต่กดบันทึกวิดีโอ โฟกัสแฟลชใส่นักดนตรี หรือตั้งใจถ่ายเก็บโชว์กลับบ้าน อันนี้จะดูไม่เคารพ เพราะนักดนตรีมาเล่นเพื่อกันเอง ใครอยากเก็บบรรยากาศ เจาะมุมกว้างถ่ายไว ๆ ด้านหลังห้องจะสุภาพที่สุด
ยังไม่มีข้อมูลทางการเรื่องการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ ตัวอาคารเก่าและอาจจะเดินไม่สะดวก ถ้ามีความต้องการเฉพาะ แนะนำติดต่อผับโดยตรงก่อนมา
The Cobblestone อาจไม่เหมาะกับทุกคน ถ้าหาเมนูค็อกเทลดีไซน์พิเศษ โต๊ะพร้อมอาหาร บรรยากาศเงียบ ๆ หรือแค่ดนตรีคลอเบา ๆ ที่เอาไว้คุย ไม่ใช่ที่นี่แน่ ผับนี้ก็ไม่เหมือนประสบการณ์โชว์ดนตรีไอริชใกล้ใจกลางเมือง เพราะไม่ได้ออกแบบมารองรับนักท่องเที่ยว จุดแข็งคือความดิบ ใครที่ชอบบรรยากาศที่ไม่ได้แสดงให้ดูจะรู้ดีว่ามันมีคุณค่าแค่ไหน แต่ถ้าคาดหวังประสบการณ์สไตล์ Temple Bar รับรองว่าต้องงงหรือไม่ก็ผิดหวังแน่
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
The Cobblestone ไม่มีอาหารขาย ถ้าตั้งใจมาใช้เวลาช่วงเย็นที่นี่ แนะนำกินให้อิ่มมาก่อน ผับไม่รับจองโต๊ะ ใครมากัน 4-5 คนขึ้นไปรวมโต๊ะให้พร้อมต้องมาตั้งแต่เนิ่น ๆ หรือแบ่งกลุ่มนั่ง
เคล็ดลับจากคนวงใน
- ม้านั่งริมฝั่งที่ติดกับกลุ่มนักดนตรีมักจะเต็มไวมาก ถ้ามาก่อน 5 โมงเย็นในวันธรรมดาจะมีโอกาสเลือกที่นั่งสบาย ๆ ได้ ลองดูบรรยากาศตอนนักดนตรีทยอยเข้ามาและตั้งเสียงเครื่องดนตรีก็เป็นเสน่ห์อีกแบบ
- Backroom บางงานมีเวิร์กช็อปเครื่องดนตรีหรือเซสชั่นสำหรับคนหัดเล่น ไม่ใช่แค่มืออาชีพ ติดตามข่าวสารที่โซเชียลหรือเว็บไซต์อาจเจอกิจกรรมน่าสนใจถ้าอยากลองฝึกดนตรีพื้นเมือง
- คืนวันอังคารถือเป็นจุดนัดหมายสำคัญของเซสชั่นที่นี่ ทั้งคุณภาพนักดนตรีและบรรยากาศเข้มข้น แต่คนจะไม่แน่นเท่าวันศุกร์ เสียงเพลงจริงจังกว่าคืนอื่น ๆ
- ถ้ามาช่วงเทศกาลดนตรีไอริชใหญ่ ๆ ในเมือง เตรียมเจอผู้คนแน่นขนัดกว่าปกติ ลองเช็กปฏิทินดนตรีดับลินก่อนวางแผนมา ไม่งั้นเย็นวันธรรมดาที่ควรจะสงบอาจวุ่นได้
- ที่นี่มีวิสกี้ไอริชให้เลือกหลากหลายกว่าที่คิด แนะนำลองถามพนักงานบาร์ดู รับรองได้คุยแลกเปลี่ยนจริง ๆ ไม่ใช่แค่ขายของ
The Cobblestone เหมาะสำหรับใคร?
- สายดนตรีไอริชแท้ที่อยากสัมผัสบรรยากาศวงเซสชั่น ไม่ใช่โชว์บนเวที
- นักเดินทางเดี่ยวที่นั่งจิบเครื่องดื่ม ฟังดนตรีสด สังเกตชีวิตคนดับลินแบบไม่ต้องพึ่งไกด์
- คนที่มีพื้นฐานดนตรีไอริชหรือเซลติก และอยากฟังบทเพลงจริงจากนักเล่นตัวจริง
- ใครที่สนใจการเมืองวัฒนธรรมของดับลินและคำถามเรื่องสิ่งสำคัญที่เมืองควรเก็บรักษา
- นักเดินทางงบจำกัดที่อยากฟังดนตรีสดเต็มอิ่มโดยใช้แค่ค่าดื่ม
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Smithfield & The Liberties:
- คริสต์เชิร์ชคาเธดรัล
Christ Church Cathedral คือจุดเด่นของเส้นขอบฟ้าดับลินมานานเกือบพันปี เก่าแก่กว่าหลายแลนด์มาร์กดังของเมือง คู่มือนี้จะแนะนำว่าข้างในมีอะไรน่าสนใจ ช่วงเวลาที่ควรไป การเดินทาง และว่าค่าเข้าเหมาะสมหรือไม่
- พิพิธภัณฑ์ไวกิ้งและยุคกลาง Dublinia
Dublinia ทำให้ประวัติศาสตร์ดับลินยุคแรกมีชีวิตผ่านการจำลองเรือไวกิ้ง เมืองยุคกลาง และกิจกรรมโบราณคดีแบบลงมือทำจริง ตั้งอยู่ในอาคาร Synod Hall โกธิกศตวรรษที่ 19 ข้างโบสถ์ Christ Church ใครชอบประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาด
- Guinness Open Gate Brewery
ซ่อนตัวอยู่ในคอมเพล็กซ์ St. James's Gate บนถนน James's Street นี่คือโรงเบียร์ Guinness Open Gate Brewery ที่เหล่าบรูเวอร์จะมาทดลองสูตรและเสิร์ฟเบียร์แบบที่หาดื่มที่ไหนไม่ได้ ไม่มีคิว ไม่มีโชว์ มีแต่เบียร์จริงจังในบรรยากาศโรงเบียร์แท้ ๆ
- Guinness Storehouse
Guinness Storehouse พาเดินชมประวัติศาสตร์เบียร์บน 7 ชั้น ณ St James's Gate ต้นกำเนิดเบียร์ที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปิดท้ายด้วยวิวจาก Gravity Bar และเบียร์แก้วฟรี ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดในไอร์แลนด์ จะเหมาะกับคุณหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ของคุณเอง