รูปปั้นมอลลี่ มาโลน: รูปปั้นสำริดที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดในดับลิน

รูปปั้นมอลลี่ มาโลน สำริดโดดเด่นบนถนน Suffolk เป็นหนึ่งในศิลปะสาธารณะอันเป็นสัญลักษณ์แห่งดับลิน เปิดให้เข้าชมฟรีตลอดเวลา อุทิศให้พ่อค้าแม่ค้าปลาในตำนานจากบทเพลงชาวไอริช และเป็นจุดเริ่มต้นของย่านคนเดินที่คึกคักที่สุดของเมือง

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
ถนน Suffolk, Dublin 2 (ใกล้ Trinity College)
การเดินทาง
เดินจากป้ายรถเมล์ Westmoreland Street หรือ นั่งรถ Luas สายสีเขียวลงที่ St Stephen's Green
เวลาเที่ยวชม
10–20 นาที
ค่าใช้จ่าย
ฟรี ไม่ต้องซื้อตั๋ว
เหมาะสำหรับ
นักท่องเที่ยวครั้งแรก คนชอบเดินชมวัฒนธรรม ถ่ายภาพ
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
www.visitdublin.com/molly-malone
รูปปั้นมอลลี่ มาโลน สำริดกับรถเข็นของเธอ ตั้งอยู่หน้าตึกหินบนถนน Suffolk ใจกลางเมืองดับลิน

กำลังมองอะไรอยู่

รูปปั้นมอลลี่ มาโลนตั้งอยู่หน้าคริสตจักรเซนต์แอนดรูว์ (อดีต) บนถนน Suffolk ห่างจาก Dame Street ไม่กี่ก้าว และเดินถึงถนน Grafton กับประตูหน้าของ Trinity College สบายๆ เปิดตัวครั้งแรกในปี 1988 เป็นส่วนหนึ่งของงานฉลอง 1,000 ปีเมืองดับลิน รูปปั้นสำริดนี้สื่อถึงหญิงสาวในชุดเปิดไหล่ กำลังเข็นรถเข็นไม้ท่อนเรียบที่มีหอยทะเลซ้อนอยู่ เธอมองลงต่ำเหมือนกำลังเรียกลูกค้า ไม่ใช่โพสท่าสวยๆ รถเข็นมีถังสองใบและหอยกระจายเต็มไปหมด ทั้งองค์ประกอบจัดไว้อยู่ในระดับสายตา ให้ความรู้สึกเป็นมิตร เข้าถึงง่าย ไม่ใช่งานศิลป์ล้นขนาด

สร้างโดยศิลปิน Jeanne Rynhart ชาวเมือง Arklow เดิมทีติดตั้งอยู่ที่ถนน Grafton ก่อนถูกย้ายมายังตำแหน่งปัจจุบันบนถนน Suffolk เมื่อเดือนกรกฎาคม 2014 ช่วงก่อสร้าง Luas Cross City การย้ายนี้มีคนในพื้นที่โต้แย้งกันไม่น้อย เพราะหลายคนมองว่าเธอควรอยู่บนถนน Grafton อย่างไรก็ตาม จุดใหม่นี้กลับเหมาะกับกระแสคนที่สัญจรระหว่าง Trinity College กับใจกลางเมือง ทำให้รูปปั้นยังคงเป็นที่สนใจ

ℹ️ ดีที่ควรรู้

รูปปั้นตั้งอยู่นอกอาคาร เปิดให้เข้าชมตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องจอง ไม่ต้องซื้อตั๋ว ไม่ต้องผ่านประตู

เบื้องหลังเพลงดัง

มอลลี่ มาโลน คือหญิงสาวในบทเพลง 'Cockles and Mussels' หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า 'Molly Malone' หรือ 'In Dublin's Fair City' เพลงนี้เล่าเรื่องแม่ค้าปลาที่เดินขายในดับลิน เสียชีวิตด้วยไข้รุมแต่ยังมีตำนานว่าผีของเธอกลับเข็นรถวนเวียนในเมือง เพลงนี้กลายเป็นเสมือนเพลงประจำเมือง ถูกเล่นในงานกีฬา ผับ และช่วงเวลาสำคัญไม่ต่างกับสัญลักษณ์ดับลิน

เรื่องจริงว่ามอลลี่ มาโลนเคยมีตัวตนหรือเปล่ายังเป็นประเด็นถกเถียง มีบางงานวิจัยเปิดเผยบันทึกโบสถ์ช่วงศตวรรษที่ 17 ที่พูดถึง Mary Malone แต่หลายคนก็มองว่าเป็นแค่เรื่องแต่งในตำนาน ทางเทศบาลดับลินกำหนดวันที่ 13 มิถุนายนเป็น 'วันมอลลี่ มาโลน' ทางการ แต่นั่นก็เป็นเพียงสัญลักษณ์มากกว่าหลักฐานประวัติศาสตร์ ตัวรูปปั้นเองไม่ได้เฉลยปริศนา เพียงแค่จับต้องตำนานให้มีหน้าตาชัดขึ้น

ถ้าคุณสนใจวัฒนธรรมวรรณกรรมและนิทานพื้นบ้านไอริช จุดนี้น่าใช้เป็นจุดเริ่มเดินสายยาวในเมืองได้เช่นกัน โดย เส้นทางวรรณกรรมดับลิน จะพาคุณเดินผ่านจุดสำคัญด้านวัฒนธรรมหลายแห่งที่อยู่ใกล้กัน สามารถเดินถึงได้ง่ายๆ

บรรยากาศแต่ละช่วงเวลาของวัน

เช้าตรู่ ถนน Suffolk เงียบสงบ ร้านขายของที่ระลึกยังไม่ได้เปิด และรูปปั้นมอลลี่จะอยู่ในพื้นที่โล่งๆ เหมาะกับการถ่ายภาพที่สุด แสงเช้าทิศตะวันออกส่องกระทบสำริดให้โทนทองอบอุ่น ไม่มีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่บัง วิวด้านหลังเป็นตึกหน้าจั่วสไตล์จอร์เจียนและโบสถ์อิฐแดงที่เคยเป็นออฟฟิศท่องเที่ยว ให้บรรยากาศดับลินยุคเก่า

สายถึงบ่าย คนเริ่มแน่น ถนนบริเวณนี้ถือเป็นเส้นทางคนเดินย่านใจกลางดับลิน กลุ่มนักท่องเที่ยวมารวมถ่ายรูปแออัด หมุนเวียนอยู่แทบตลอดเวลา รายละเอียดต่างๆ ของรูปปั้น อย่างตัวรถเข็นกับชุดเปิดไหล่ ถูกพูดถึงคึกคักในกลุ่มคนดับลินมาเป็นสิบๆ ปี รวมถึงชื่อเล่นขำขัน 'the tart with the cart' ที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุค 80 มุกเหล่านี้แฝงอารมณ์ขันแบบคนไอริช ไม่ได้พูดอาฆาต

เย็นๆ ถนนรอบข้างได้บรรยากาศอีกแบบ นักแสดงข้างถนนบน Grafton Street เลิกงาน ถนน Suffolk เงียบลงเป็นทางผ่านไปยังย่านผับและร้านอาหารหลักของเมือง รูปปั้นมีไฟส่องตอนกลางคืน เห็นเด่นแต่สีบรอนซ์จะถูกแสงไฟส้มกลืน ดูเรียบขึ้นมากว่ากลางวัน มาเย็นเหมาะกับชมเงียบๆ แต่ถ้าจะถ่ายภาพยังไม่สวยสุด

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

ถ้าอยากได้ภาพโล่งๆ ไม่มีคนติดเฟรม ควรมาก่อน 9 โมงเช้า รูปปั้นหันประมาณใต้-ตะวันออกเฉียงใต้ แสงเช้าจะส่องตรงด้านหน้าเหมาะกับการถ่ายรูป

คู่มือเดินเที่ยว วิธีเดินทางและเก็บรายละเอียด

จากประตูใหญ่ Trinity College เดินถึงถนน Suffolk แค่สองนาที หรือจะเดินจากหัวถนน Grafton Street ก็ระยะใกล้ๆ ถ้านั่งรถ Luas สายสีเขียว ลงสถานี St Stephen's Green แล้วเดินต่อประมาณเจ็ดนาที รถเมล์หลายสายจอดที่ Westmoreland Street, College Street ใกล้จุดรูปปั้น ตัวรูปปั้นอยู่บนฟุตปาธตรงๆ ไม่มีขั้นบันไดหรือสิ่งขวาง เหมาะกับผู้ที่เข็นรถหรือผู้สูงอายุ

จุดนี้เหมาะกับการเดินเที่ยวรอบสั้นๆ กลางเมือง จากรูปปั้นสามารถเดินถึง Trinity College Dublin ได้ในห้านาที หรือจะเดินต่อไปถนน Grafton มุ่งสู่ St Stephen's Green ก็ใช้เวลาไม่นาน ถ้าสนใจประวัติศาสตร์ แนะนำเดินต่อไป Christ Church ทางฝั่งตะวันตก หรือแวะ National Museum เลาะ Kildare Street ก็ได้

บริเวณนี้ไม่มีที่จอดรถเฉพาะ และเขตกลางเมืองดับลินไม่เหมาะกับการขับรถส่วนตัว แนะนำใช้ขนส่งสาธารณะหรือเดินมาจากที่พัก มีคาเฟ่กับร้านกาแฟให้แวะพักได้ตลอดทาง

เคล็ดลับถ่ายภาพ

รูปปั้นนี้ขนาดพอดีตัวมนุษย์ ตั้งสูงประมาณระดับสายตา ใช้กล้องมือถือถ่ายใกล้ๆ ก็สวยแล้ว ปัญหาคือแบ็กกราวนด์มักปะปนด้วยป้าย ร้าน จักรยาน รถผ่านไปมา หากถ่ายจากมุมต่ำแล้วเงยกล้องขึ้น จะตัดฉากหลังให้เหลือแต่ท้องฟ้าหรือผนังโบสถ์ ใช้เลนส์มุมกว้างจะเก็บได้ทั้งตัวรูปปั้นกับรถเข็น หากครอปเฉพาะหน้าและหอยจะได้ความรู้สึกใกล้ชิดขึ้น

บริเวณผิวสำริดมีคราบเขียวอ่อนผ่านการเวลา ส่วนที่ถูกสัมผัสซ้ำๆ จะขึ้นเงามันตัดกับผิวด้าน ตรงมือจับรถเข็นกับขอบถังด้านบนถูกจับมากที่สุดและเป็นจุดที่สะท้อนแสงที่สุด ทำให้รูปปั้นดูมีชีวิตชีวาขึ้นเวลาถ่ายภาพ

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

หน้าร้อนช่วงบ่าย รูปปั้นนี้อาจโดนล้อมรอบด้วยกลุ่มทัวร์หลายรอบ ถ้ามีเวลาจำกัด ช่วงเช้าตรู่จะยังโล่งและถ่ายรูปง่ายกว่า

ควรแวะไหม?

รูปปั้นมอลลี่ มาโลน เป็นจุดท่องเที่ยวที่ถ้ารู้พื้นหลังแล้วจะสนุกขึ้นเยอะ แต่ถ้าคาดว่าจะเป็นแลนด์มาร์กอลังการอาจผิดหวังเล็กน้อย ตัวรูปปั้นทำด้วยฝีมือดี ขนาดเล็กกำลังเหมาะ ไม่ใช่งานซ่อนหรือต้องหา มีเวลาเดินชมแค่ 10-15 นาทีก็เต็มอิ่มแล้ว เว้นแต่จะอยากอ่านเรื่องราวเพิ่มเติม

สำหรับนักท่องเที่ยวใหม่ จุดนี้ช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมของดับลินแบบเป็นกันเอง เพลง เรื่องเล่าว่ามอลลี่เป็นคนจริงไหม มุกชื่อเล่น ปัญหาเรื่องย้ายที่ตั้ง—ทั้งหมดนี้สะท้อนอารมณ์ขันและเรื่องเล่าของชาวดับลินอย่างแท้จริง ถ้าเป็นคนชอบงานประติมากรรม หรือมาเที่ยวบ่อย จุดนี้คือแค่จุดเช็คพอยต์ ไม่ใช่ปลายทาง

ถ้ากำลังวางแผนทริปในละแวกนี้ คู่มือ 3 วันในดับลิน จะช่วยจัดเส้นเที่ยวละแวกนี้ให้ครบถ้วน คนที่เน้นเที่ยวฟรี แนะนำดู สิ่งที่ทำได้ฟรีในดับลิน เพื่อวางแผนเที่ยววันเดียวให้คุ้มทั้งย่าน

ใครที่อาจข้ามจุดนี้

ใครที่เที่ยวดับลินมาแล้วหลายครั้ง และกำลังมองหามุมรอบนอกหรือจุดที่คนไม่ค่อยไป อาจรู้สึกว่ารูปปั้นนี้ซ้ำซาก เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางท่องเที่ยวสายหลักที่คึกคักที่สุดในไอร์แลนด์ โดยเฉพาะหน้าร้อนที่ต้องยืนรอคิวถ่ายรูปมากกว่าดื่มด่ำบรรยากาศ ถ้าไม่ผูกพันกับเพลงนี้หรือวัฒนธรรมพื้นบ้านไอริชก็อาจรู้สึกว่าแวะผ่านเฉยๆ ซึ่งไม่ใช่ความผิดของแลนด์มาร์ก แต่มันเน้นคุณค่าด้านเรื่องราวมากกว่าความแปลกใหม่

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ออฟฟิศการท่องเที่ยวดับลินเดิมอยู่ในโบสถ์ที่แปลงเป็นสำนักงาน ห่างจากรูปปั้นแค่ไม่กี่ก้าว แม้จะไม่ใช่จุดบริการนักท่องเที่ยวหลักอีกต่อไป แต่ก็หาได้ง่าย เหมาะใช้ในการตั้งหลักขณะเดินเที่ยวตัวเมือง
  • ชื่อเล่นว่า 'the tart with the cart' เป็นมุกที่ชาวดับลินเรียกกันเองอย่างเอ็นดู หากหยิบมาใช้ทักทายจะยิ่งได้ใจคนท้องถิ่น
  • วันที่ 13 มิถุนายน คือวันมอลลี่ มาโลน อย่างเป็นทางการของดับลิน ถ้าเดินทางตรงกับวันนี้ อาจมีงานกิจกรรมเล็กๆ หรือโชว์ดนตรีใกล้รูปปั้น
  • อย่าลืมสังเกตแผ่นป้ายตรงฐานรูปปั้น มีรายละเอียดเช่น วันเปิดตัวปี 1988 และชื่อศิลปินจารึกไว้ มักถูกมองข้ามช่วงที่คนเยอะแต่เก็บรายละเอียดได้ดี
  • การย้ายจุดตั้งจากถนน Grafton ยังถูกชาวเมืองถกเถียงกันเสมอ ลองถามความเห็นคนดับลินเรื่องนี้ มักนำไปสู่บทสนทนาสนุกๆ ได้

รูปปั้นมอลลี่ มาโลน เหมาะสำหรับใคร?

  • นักท่องเที่ยวมือใหม่ที่มองหาจุดเช็คอินเชิงวัฒนธรรมกลางเมือง
  • สายเดินตามรอยวรรณกรรมหรือเส้นทางประวัติศาสตร์กลางดับลิน
  • ครอบครัวที่มีเด็กและสนใจนิทานพื้นบ้านไอริช
  • คนรักการถ่ายภาพที่อยากเก็บภาพแนวสตรีทหรือชีวิตประจำวันในดับลิน
  • ทุกคนที่มีเวลาสั้นๆ ระหว่างเดินแถวถนน Grafton และ Trinity College

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน St Stephen's Green & Grafton Street:

  • George's Street Arcade

    ตลาดครอบหลังคาสไตล์วิกตอเรียนอายุกว่า 140 ปี บน South Great George's Street ดับลิน 2 เปิดฟรีทุกวัน พบร้านเสื้อวินเทจ แผ่นเสียง ร้านอาหารและของเก่าสุดชิคใต้หลังคากระจกสูงโปร่ง

  • ถนนกราฟตัน

    ถนนกราฟตันเป็นถนนช้อปปิ้งที่โด่งดังที่สุดของดับลิน ยาว 500 เมตรจาก St Stephen's Green ถึง College Green เป็นถนนคนเดินมาตั้งแต่ยุค 1980 เต็มไปด้วยผู้คน นักเดินทาง และนักดนตรี มีร้านค้า คาเฟ่ และเปิดให้เข้าฟรีทุกวัน

  • สวน Iveagh

    สวน Iveagh ซ่อนตัวอยู่หลัง National Concert Hall บนถนน Clonmel เป็นสวนยุควิกตอเรียนออกแบบอย่างเป็นทางการ มีพื้นที่ราว 5 เอเคอร์ ใจกลางดับลิน 2 เปิดให้เข้าฟรีหลังบูรณะยาวนาน โดดเด่นด้วยน้ำพุ สวนกุหลาบ น้ำตกจำลอง และทางเดินลัดเลาะป่า เงียบสงบกว่าสวน St. Stephen’s Green มาก

  • Little Museum of Dublin

    พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบ้านจอร์เจียนที่ 15 St. Stephen's Green เก็บรวมชีวิตผู้คนชาวดับลินในรอบศตวรรษไว้ในห้องขนาดกะทัดรัดและวัตถุกว่า 5,000 ชิ้นที่ชาวเมืองบริจาคให้ เข้าได้เฉพาะรอบทัวร์แบบมีไกด์ ทำให้เป็นหนึ่งในประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมที่ใกล้ชิดและน่าจดจำของดับลิน

สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:St Stephen's Green & Grafton Street
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:ดับลิน

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.