เดอะชาร์ด: คาดหวังอะไรจากตึกระฟ้าที่โดดเด่นที่สุดในลอนดอน
เดอะชาร์ดสูง 309.6 เมตร เป็นตึกที่สูงที่สุดในสหราชอาณาจักรและหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เห็นเด่นชัดบนเส้นขอบฟ้าลอนดอน จุดชมวิวอยู่ที่ความสูงราว 244 เมตร เปิดให้ชมวิวรอบเมืองแบบ 360 องศาไกลถึง 40 ไมล์ในวันที่อากาศดี คู่มือนี้บอกหมดว่าประสบการณ์จริงเป็นยังไงแต่ละชั้น และตั๋วคุ้มค่ากับความสูงแค่ไหน
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 32 London Bridge Street, London SE1 9SG (ทางเข้าจุดชมวิวอยู่ที่ Joiner Street, SE1 9QU)
- การเดินทาง
- สถานี London Bridge (รถไฟ National Rail และ Jubilee line) อยู่ติดตึกเลย
- เวลาเที่ยวชม
- ประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง รวมคิว ลิฟต์ และใช้เวลาบนชั้นชมวิว
- ค่าใช้จ่าย
- คิดค่าบริการ ราคาตั๋วขึ้นกับประเภทและวัน เด็กต่ำกว่า 4 ปีเข้าฟรี ดูราคาปัจจุบันที่เว็บทางการ
- เหมาะสำหรับ
- สายเที่ยวครั้งแรก อยากเห็นเมืองมุมสูง ถ่ายรูป วิวไกลๆ และคนชอบตึกแปลกตา
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.theviewfromtheshard.com

เดอะชาร์ดคืออะไรจริงๆ
เดอะชาร์ด หรือชื่อเต็ม Shard London Bridge เดิมทีออกแบบในชื่อ London Bridge Tower เป็นตึกกระจกสูง 72 ชั้น สูงถึงยอดประมาณ 309.6 เมตร เสร็จสมบูรณ์ปี 2012 เปิดรอต้อนรับนักท่องเที่ยวปี 2013 ถือเป็นตึกสูงสุดในอังกฤษและลอนดอน และสูงเป็นอันดับแปดของยุโรป (ตามข้อมูล CTBUH Skyscraper Center) Renzo Piano สถาปนิกผู้ออกแบบ ตั้งใจให้ดูเหมือนเศษแก้วชิ้นยักษ์ชี้ขึ้นจากแม่น้ำเทมส์ โดยผิวกระจกของตึกหักมุมแบบไม่เท่ากัน สะท้อนแสงแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน เวลาเดินอยู่ข้างล่างจะเห็นบนตึกเหมือนละลายหายไปกับเมฆในวันที่ฟ้าหม่น หรือไล่เฉดสีไปตามการเคลื่อนตัวของก้อนเมฆ ดูแล้วตระการตามาก
ที่ตั้งของตึกนี้ก็เต็มไปด้วยเรื่องราว ซ้อนทับด้วยประวัติศาสตร์ ก่อนจะก่อสร้างในปี 2009 ตรงนี้เป็นที่ตั้งของ Southwark Towers สำนักงานยุค 1970 ซึ่งถูกรื้อถอนไปปี 2008 รอบๆ เป็นย่าน London Bridge Quarter มีทั้งสะพานรถไฟ ตลาด และโกดังเก่าสมัยวิกตอเรียน ถ้าได้ขึ้นไปดูจากข้างบน จะเห็นได้ชัดเลยว่าตึกนี้โผล่ขึ้นในย่านเมืองเก่ากลางเมืองจริงๆ ไม่ใช่แค่ตึกในสวนสาธารณะธุรกิจนะ แถมอยู่ตรงจุดข้ามแม่น้ำประวัติศาสตร์ ที่ใต้เท้านี่คืออดีตยุคกลางของ Southwark เลยทีเดียว
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
เดอะชาร์ดเป็นตึกใช้งานผสม ใต้ชั้นชมวิวเป็นสำนักงาน โรงแรม Shangri-La และร้านอาหารหลายแห่ง จะเข้าร้านอาหารหรือบาร์ไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วขึ้นชมวิว (แต่ต้องจองโต๊ะล่วงหน้าเอง)
วิวจากเดอะชาร์ด: ทีละชั้น
จุดชมวิว The View from The Shard อยู่ที่ชั้น 68, 69 และ 72 เริ่มต้นจากการสแกนความปลอดภัยที่ทางเข้า Joiner Street ก่อนขึ้นลิฟต์ความเร็วสูงสู่ชั้น 68 ใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งนาที เพียงแค่ขึ้นลิฟต์ก็พิเศษแล้ว เพราะมีการฉายแสงสีสวยๆ ตามผนังลิฟต์ ช่วงขึ้นจะไม่มีเสียงใดๆ เลย แล้วประตูก็จะเปิดสู่แกลเลอรีกระจกสูงแบบพาโนรามาเต็มตา
ชั้น 68 เป็นโซนชมวิวปิดล้อมด้วยกระจก มีกล้องโทรทรรศน์พร้อมป้ายระบุตำแหน่งสถานที่สำคัญต่างๆ อากาศเย็นสบาย เดินสบายไม่แออัด ถ้าเลี่ยงช่วงพีคเสาร์อาทิตย์ ชั้น 69 ก็ยังเป็นห้องชมวิวปิดอีกชั้น แต่มองวิวต่างมุม ส่วนชั้น 72 คือระเบียงกลางแจ้ง อากาศเปิด รับลมแรงถึงขั้นหนาวได้แม้เป็นฤดูร้อน หน้าหนาวยิ่งสุด ขอบกระจกกั้นเตี้ยพอให้รู้สึกถึงความสูงจริงๆ
ชั้นชมวิวสูง 244 เมตร วิวที่ได้คุ้มค่าตามสัญญา ถ้าอากาศเปิดจะมองไกลถึง North Downs เขต Surrey หรือเลย Epping Forest ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเป็นรัศมีเกือบ 40 ไมล์ มองเห็นโค้งของแม่น้ำเทมส์ โดม St Paul's Cathedral อาคารกระจกของ Canary Wharf ทางตะวันออก และพื้นที่สีเขียวของ Royal Parks ทางตะวันตก จุดที่น่าประทับใจสุดคือ ได้เห็นสเกลของลอนดอนจริงๆ บนพื้นรู้สึกเหมือนเมืองนี้แยกเป็นเขตต่างๆ แต่พอขึ้นมาแล้วมันคือเมืองใหญ่เมืองเดียวอย่างแท้จริง
ช่วงเวลาเที่ยว: บรรยากาศแต่ละช่วงวัน
มาช่วงกลางวัน โดยเฉพาะเช้าตรู่วันธรรมดาหลังเปิดไม่นาน วิวจะใส ไร้ฝูงชน แสงสีขาวเย็นๆ มองลงไปเห็นเทมส์เป็นเส้นริ้วดำๆ และเดินชมมุมต่างๆ ได้เรื่อยๆ ไม่ต้องเบียดกับคนอื่น หมอกเช้าถ้ามีก็มักจะสลายตัวก่อนเที่ยง
รอบพระอาทิตย์ตกคือช่วงพีคและได้รับความนิยมสุด เพราะแสงแดดยามเย็นสีทองส่องไปทั่วแนวแม่น้ำเทมส์ ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็นเหลือง อำพัน ชมพู และพอตึกกระจกในย่าน City เปิดไฟข้างในก็จะเรืองแสงสวยงาม อลังการสุดๆ แต่ก็คนแน่นสุดเช่นกัน คาดว่ามีคนแทรกทุกหน้าต่างด้านตะวันตก ไม้เซลฟี่เพียบ เสียงดังคึกคัก ถ้าอยากเห็นพระอาทิตย์ตกแบบคนไม่เยอะมาก ให้เลือกจองช่วง Golden Hour ของวัน แทนที่จะเลือกเวลาพีคตรงพระอาทิตย์ตกพอดี
ถ้ามาตอนมืดค่ำจะได้บรรยากาศอีกสไตล์ เห็นลอนดอนเป็นตารางแสงไฟ สะพานต่าง ๆ สว่าง มีตึก Gherkin และ Walkie-Talkie เรืองแสงสวย แต่ข้อเสียคือรายละเอียดที่เห็นตอนกลางวันหายไป จะเห็นโครงสร้างเมืองมากกว่าบรรยากาศโดยรอบ สำหรับถ่ายภาพกลางคืน ที่นี่ไม่อนุญาตให้ใช้ขาตั้งกล้อง ต้องใช้มือถือหรือกล้องพิงกับกระจกเท่านั้น ซึ่งยังพอใช้ได้ เพราะกระจกเค้าทำความสะอาดไว้ดี
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
อากาศลอนดอนส่งผลต่อประสบการณ์ด้วย ถ้าวันเมฆครึ้มหรือฝนตก เมฆต่ำอาจบดบังวิวเกือบหมดหรือหมดเลย ส่วนมากไม่มีนโยบายคืนเงินหรือตั๋วซ้ำโดยอัตโนมัติจากสภาพอากาศ ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนจองรอบวันใกล้เคียง และเช็คข้อกำหนดในเว็บถ้ามีเหตุอันควรยกเว้น
เบื้องหลังสถาปัตยกรรม: ทำไมเดอะชาร์ดถึงมีรูปร่างแบบนี้
โจทย์ใหญ่ในการออกแบบของ Renzo Piano มาจากที่ตั้งตึกนี้อยู่เหนือสถานี London Bridge สถานีรถไฟสำคัญติดอันดับต้นๆ ของอังกฤษ โครงสร้างหลักประกอบด้วยผิวกระจกแปดแผ่นเรียวบาง ไต่ขึ้นไปจนยอดยังห่างกันเล็กน้อย เหมือนไม่เสร็จสมบูรณ์จงใจ เพื่อให้ตึกดูเบากว่าขนาดจริง ผิวตึกแต่ละด้านก็ตั้งมุมต่างกัน ทำให้รูปร่างดูเปลี่ยนไปตามจุดที่เรายืนชมในเมือง
ยอดตึกที่แตกเป็นแฉก ไม่ใช่แค่ไอเดียหลุดโลก Piano อยากให้ดูเหมือนเศษแก้วหรือหินแตกชั่วคราว มากกว่าจะเป็นอนุสรณ์ถาวรว่าจะอยู่ไปอีกหลายร้อยปี คนที่เห็นอาจรู้สึกว่ามันจงใจแต่งเกินไปก็จริง แต่ความตั้งใจแบบนี้ทำให้ตึกนี้ต่างจากตึกระฟ้าอื่นๆ ในลอนดอน เช่น Canary Wharf ดูเป็นออฟฟิศเหลี่ยมๆ แบบตรงไปตรงมา Gherkin ก็เป็นเลขาคณิตสวยเป๊ะ แต่ The Shard ตั้งใจจะเผยความดิบๆ เลย
มันตั้งอยู่ในโซนวัฒนธรรมฝั่ง South Bank ที่มี Tate Modern , Shakespeare's Globe และ Southbank Centre ด้วย ย่านนี้สำคัญเพราะนี่ไม่ใช่แค่ตึกสูงโดดเดียวกลางศูนย์การเงิน เดอะชาร์ดอยู่จุดตัดของ Southwark แบบคนทำงานกับลานสันทนาการเลียบแม่น้ำเทมส์ เพียง 5 นาทีจาก Borough Market และโครงสร้างรถไฟของ London Bridge ซ้อนอยู่ข้างใต้เลย
วิธีเดินทางและขั้นตอนเที่ยวจริง
สถานี London Bridge จะอยู่ติดกับเดอะชาร์ด เดินออกจากทางออกหลักไม่ถึง 2 นาทีจะมองเห็นตึกทันที สาย Jubilee และรถไฟ National Rail จอดที่นี่โดยตรง แถมยังใกล้ Borough Market และ Bermondsey Street เดินเที่ยวย่านนี้ต่อได้สบายๆ
ประตูทางเข้าจุดชมวิวอยู่ตรง Joiner Street เป็นซอยเล็กข้างตึก มีป้ายชัดเจนหลังโชว์หลักฐานการจอง ต้องผ่านจุดตรวจความปลอดภัยเหมือนสนามบิน (กระเป๋าผ่านเครื่อง X-ray ห้ามของมีคมใหญ่ๆ) ก่อนถึงโถงลิฟต์ ทั้งกระบวนการจากทางเข้าถึงจุดชมวิวใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ถ้ามาตอนบ่ายเสาร์อาทิตย์ยุ่งๆ อาจนานขึ้น ลิฟต์ต่อเนื่องจากระดับถนน ไม่ต้องห่วงเรื่องการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ รายละเอียดการเข้าถึงระบุไว้ในขั้นตอนจองผ่านเว็บทางการด้วย
ส่วนใหญ่แล้วตั๋วต้องจองออนไลน์ล่วงหน้า โดยเลือกวันและเวลาที่ต้องการเดินทางมา เป็นระบบรอบเวลา จะวอล์กอินก็มีโอกาสแต่ไม่รับประกัน โดยเฉพาะวันหยุดหรือช่วงเปิดเทอม ตั๋วแบบอัปเกรดมีพิเศษ เช่น การันตีได้ขึ้นชั้น 72 กลางแจ้ง หรือมีอาหาร เครื่องดื่มในบางแพ็กเกจ เด็กต่ำกว่า 4 ปีเข้าฟรีกับผู้ใหญ่ทุกใบ
ℹ️ ดีที่ควรรู้
The London Pass และบัตรส่วนลดบางเจ้าก็ใช้เข้า The View from The Shard ได้เหมือนกัน ถ้าวางแผนไปเที่ยวสถานที่มีค่าเข้าหลายแห่ง ลองคำนวณดูว่าซื้อพาสจะประหยัดกว่าซื้อตั๋วแยกหรือไม่
เดอะชาร์ด คุ้มหรือไม่? ข้อควรรู้
ถ้าคุณไปลอนดอนครั้งแรก คำตอบส่วนใหญ่คือคุ้ม ถ้าอากาศดี วิวจากที่นี่ไม่ซ้ำใคร ได้มุมกว้าง 360 องศาที่หาไม่ได้จาก London Eye (ความสูงน้อยกว่าและหมุนช้า) หรือบาร์ดาดฟ้าที่มักจะหันหน้าไปทางเดียว เดอะชาร์ดให้คุณเห็นทั้งเมืองแบบลอยอยู่ข้างบน มองผังเมืองออกได้ชัด
แต่ก็ต้องบอกว่าตั๋วราคาค่อนข้างสูง และชั้นกระจกปิดก็มีแค่วิวอย่างเดียว ไม่เหมือนเดินนิทรรศการหรือชมโชว์ คือถือว่าแค่มองวิว ถ้าคุณเป็นสายอินกับบรรยากาศ อาจจะฟินมาก หรือบางคนอาจจะรู้สึกว่าแป๊บเดียวคุ้ม เสร็จ แต่ถ้างบน้อย พวกทางเลือกฟรี เช่น Sky Garden (ถ้าจองล่วงหน้า) ก็ได้วิวมุมสูงเช่นกัน แนะนำดูคู่มือ วิวที่ดีที่สุดในลอนดอน มีทั้งแบบเสียเงินและฟรีให้ตัดสินใจได้
กลุ่มที่ข้ามไปได้เลย ได้แก่คนมาเที่ยวลอนดอนรอบสองแล้วหรือเคยขึ้นมาแล้ว คนงบน้อยที่เดินเที่ยวในย่านนี้แทนได้ และคนเดินทางวันที่อากาศมีเมฆต่ำหรือฝน บอกเลยถ้าเป็นโรคเวียนหัวหรือกลัวความสูงมากๆ ขึ้นมายืนชั้น 72 หรือเดินติดกระจกชั้น 68 นี่เสียวจริง เพราะเค้าตั้งใจโชว์ความสูงเต็มที่
ทริคถ่ายรูป
ห้ามใช้ขาตั้งกล้องบนจุดชมวิว ถ่ายรูปด้วยมือถือให้แนบเลนส์ติดกระจกจะไร้เงาสะท้อนและภาพคมชัด กล้องมุมกว้างเหมาะกับสเกลวิวแบบนี้ เวลาถ่ายในตึกแนะนำช่วงเช้าตรู่หรือบ่ายท้ายวันที่ตัดสีท้องฟ้ากับเมืองชัด กลางวันเมฆมากภาพแบนและสีตุ่นไปหมด
ถ่ายภาพตึกเดอะชาร์ดจากด้านนอก มุมดีคือฝั่ง South Bank ริมแม่น้ำเทมส์แถวๆ Millennium Bridge หรือจากฝั่งเหนือของ London Bridge จะเห็นเงาสะท้อนตึกในน้ำชัดก็ตอนเช้าตรู่ น้ำแถวนั้นนิ่ง แสงแดดเฉียงต่ำสะท้อนกับผิวตึกพอดี
เคล็ดลับจากคนวงใน
- แนะนำจองช่วงเช้าวันธรรมดาช่วงแรกๆ คนจะน้อยและอากาศปลอดโปร่งกว่าก่อนเที่ยง เดินเล่นสบายๆ เปลี่ยนมุมได้ไม่ต้องแย่งหน้าต่าง
- ชั้นลอยฟ้า 72 เป็นไฮไลท์และรวมอยู่ในตั๋วแบบมาตรฐาน แต่ชั้นนี้บางประเภทตั๋วอาจไม่รวม ให้เช็คดีๆ ตอนจอง ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศกลางแจ้งต้องเลือกให้ตรง
- ไม่ว่าจะฤดูไหนควรเตรียมเสื้อคลุมมาด้วย ชั้น 72 ลมแรง อากาศบนดาดฟ้าเย็นกว่าบนพื้นดินมากแม้จะเป็นหน้าร้อน ส่วนชั้นปิดแอร์เย็นสบาย แต่ข้ามไปกลางแจ้งรู้สึกแตกต่างชัดเจน
- หากเล็งจะชมพระอาทิตย์ตกให้จองรอบก่อนเวลาพระอาทิตย์ตกประมาณ 1 ชั่วโมง จะได้เลือกหามุมฝั่งตะวันตกและไม่ต้องรีบเก็บภาพในเวลาจำกัด
- พื้นที่โดยรอบก็น่าเดิน ไม่ใช่แค่ขึ้นชมวิวอย่างเดียว เดินไป Borough Market ใช้เวลา 5 นาทีหรือจะเช็คอินร้านกาแฟแกลเลอรี่แถว Bermondsey Street หรือเดินเลียบแม่น้ำเทมส์ไปยัง Tate Modern และ Bankside ก็ชิลล์ดี วางแผนเที่ยวแถวนี้ให้ครบในบ่ายเดียว
เดอะชาร์ด เหมาะสำหรับใคร?
- คนมาเที่ยวลอนดอนครั้งแรกที่อยากมองเมืองมุมสูงและเห็นขนาดของลอนดอนจริงๆ
- สายถ่ายภาพมุมกว้าง อยากได้วิวช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกดิน
- คู่รักอยากหาประสบการณ์เย็นสุดพิเศษ (จองรอบหัวค่ำ)
- ครอบครัวที่มีเด็กโตกำลังสนุกกับการดูผ่านกล้องโทรทรรศน์และหาที่หมายสำคัญ
- คนอินกับสถาปัตยกรรมยุคใหม่ และผลงานการออกแบบของ Renzo Piano
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน South Bank:
- Battersea Park
Battersea Park เป็นสวนยุควิกตอเรียขนาด 200 เอเคอร์ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ฝั่งใต้ มีทั้งสวนสไตล์ทางการ สวนสัตว์เด็ก เส้นทางเดินเลียบแม่น้ำและ Peace Pagoda แนวพุทธ เข้าใช้ฟรี คนไม่พลุกพล่านเท่า Hyde Park แต่กิจกรรมนั้นอัดแน่น เหมาะกับการมาเดินเล่นสบายๆ ได้ทุกฤดู
- Battersea Power Station
โรงไฟฟ้า Battersea เคยถูกทิ้งร้างมานานเกือบ 30 ปี ก่อนจะกลับมาเปิดใหม่อย่างยิ่งใหญ่ในเดือนตุลาคม 2022 กลายเป็นแลนด์มาร์กสุดฮิปของลอนดอน เดินฟรีรอบอาคารหลัก ตื่นตากับ Lift 109 ที่พาขึ้นชมวิวปล่องไอคอนิก พร้อมสารพัดร้านค้าและร้านอาหารสุดชิค ทุกสิ่งที่ควรรู้เพื่อวางแผนมาเที่ยวที่นี่มีครบในคู่มือนี้
- Borough Market
Borough Market ยืนหยัดคู่สะพานลอนดอนมากว่า 1,000 ปี เป็นหนึ่งในตลาดอาหารเก่าแก่ที่สุดในอังกฤษ ปัจจุบันคึกคักด้วยร้านขายชีสเนื้อหมัก ขนมปังโฮมเมด และสตรีทฟู้ดนานาชาติ เข้าชมฟรี และอาคารตลาดยุควิกตอเรียก็ให้บรรยากาศที่หาตลาดไหนเทียบไม่ได้
- พิพิธภัณฑ์สงครามจักรวรรดิ ลอนดอน
พิพิธภัณฑ์สงครามจักรวรรดิ ลอนดอน หนึ่งในแลนด์มาร์คฟรีที่ดีที่สุดของเมือง เล่าเรื่องสงครามตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งถึงปัจจุบัน ผสมผสานอาวุธขนาดใหญ่และเรื่องราวส่วนตัวเข้าด้วยกัน ตั้งอยู่ในอาคารที่เคยเป็นโรงพยาบาลจิตเวช ส่วนนิทรรศการเรื่อง Holocaust ก็ตรงไปตรงมาและสะเทือนใจ