พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน: เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไป
พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน หรือ The Met เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา ด้วยผลงานกว่า 2 ล้านชิ้นที่สะสมตลอด 5,000 ปี ตั้งอยู่บน Museum Mile ริมเซ็นทรัลพาร์คด้านตะวันออก ควรมาได้หลายครั้ง แต่ถ้ามีเวลาจำกัดต้องวางแผนดี ๆ
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 1000 Fifth Avenue, Upper East Side, Manhattan
- การเดินทาง
- รถไฟใต้ดินสาย 4, 5, 6 ลงที่ 86th St แล้วเดินตะวันตกต่อ รถบัส M1/M2/M3/M4 หรือสายข้ามเมือง M79/M86
- เวลาเที่ยวชม
- ควรเผื่อไว้อย่างน้อย 2–5 ชั่วโมง หรือเต็มวันก็ยังไม่หมด
- ค่าใช้จ่าย
- ผู้ใหญ่ $30, ผู้สูงอายุ $22, นักเรียน $17, เด็กต่ำกว่า 12 ปีไม่เสียค่าเข้า ชาวนิวยอร์กและนักเรียนรัฐใกล้เคียง: จ่ายเท่าที่อยาก (มีบัตรยืนยัน)
- เหมาะสำหรับ
- สายศิลปะ, รักประวัติศาสตร์, ชอบสถาปัตยกรรม, ครอบครัวที่ชอบสำรวจ
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.metmuseum.org

The Met คืออะไร (จริง ๆ แล้ว)
The Met ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ แต่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกา และใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก มีผลงานศิลปะราว 1.5–2 ล้านชิ้น จากทุกวัฒนธรรมตลอดกว่า 5,000 ปี ตั้งแต่โบราณวัตถุอียิปต์และกรีกจนถึงจิตรกรรมยุคใหม่และงานดีไซน์ร่วมสมัย จริง ๆ แล้ว สิ่งที่จัดแสดงในแต่ละวันเป็นแค่เศษเสี้ยวทั้งหมด ถ้าอยากดูครบ แค่ห้องถาวรก็เดินเป็นอาทิตย์ก็ยังไม่หมด
พิพิธภัณฑ์เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 13 เมษายน ค.ศ. 1870 และเปิดรับผู้เข้าชมปี 1872 อาคารปัจจุบันที่ Fifth Avenue ติดเซ็นทรัลพาร์คด้านตะวันออก เริ่มเปิดปี 1880 และมีการต่อเติมเรื่อยมาตลอดศตวรรษ จนเกิดเป็นส่วนผสมทางสถาปัตย์สุดแปลก ทั้งหน้าตึก Beaux-Arts อันสง่างาม ห้องโถงกระจกสมัยใหม่ แกลเลอรีอิฐยุควิกตอเรียน และห้องสไตล์โมเดิร์นซ่อนอยู่ด้านหลัง
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
แนะนำให้โหลดแอปฟรีของ The Met มาก่อน มีทั้งแผนที่โต้ตอบ, ออดิโอไกด์ และฟีเจอร์บันทึกงานศิลป์โปรดไว้ส่วนตัว ตัวอาคารกว้างขนาดหลงทิศได้ง่ายมากถ้าไม่มี
บรรยากาศแต่ละช่วงเวลา
ถ้ามาถึงเช้าวันหยุดราว 10 โมง คุณจะเจอคิวยาวตั้งแต่ก่อนเปิดประตู โถงใหญ่ (Great Hall) จะเต็มไปด้วยทริปโรงเรียน ทัวร์ และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ซื้อตั๋วเวลาเสียงดังโกลาหล ทั้งเสียงพูดคุย เครื่องออดิโอไกด์ รวมไปถึงเสียงฝากของที่ร้านเช็กของพร้อมกันร้อย ๆ คน
สาย ๆ ห้องยอดนิยมอย่างโซนอียิปต์ (โดยเฉพาะห้อง Temple of Dendur), แกลเลอรีจิตรกรรมยุโรป และโถงอเมริกันจะคึกคักสุด ๆ ห้อง Temple of Dendur อยู่ในห้องกระจกแสงธรรมชาติสวยจนคนแน่นเอี๊ยดช่วง 11 โมงครึ่งในวันหยุด
คืนวันศุกร์/เสาร์ The Met เปิดถึงสามทุ่ม บรรยากาศจะต่างไปมาก หลังห้าโมง คนซา โถงใหญ่ (Great Hall) โปร่งขึ้น ห้องแกลเลอรีที่คนไม่ค่อยพลุกพล่านอย่าง Hall อาวุธและชุดเกราะ หรือปีก Robert Lehman จะเงียบ (แทบเหมือนส่วนตัว) ถ้าตั้งใจมาเย็นวันศุกร์/เสาร์ แนะนำมาเริ่มราว 16:30 น.
สำคัญ: วันพุธ The Met ปิดทั้งวัน นักท่องเที่ยวที่มาเมืองช่วงกลางสัปดาห์มักตกใจเพราะไม่รู้เรื่องนี้
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
The Met ปิดทุกวันพุธ, วันขอบคุณพระเจ้า, 25 ธ.ค., 1 ม.ค. และจันทร์แรกพฤษภาคม (งาน Gala) เช็กปฏิทินทางการก่อนมาเสมอ
จะเริ่มเดินที่ไหนดี: สำรวจคอลเลกชัน
ขนาดของ The Met ใหญ่จนแค่เลือกจะดูอะไรยังเป็นโจทย์ นักท่องเที่ยวพยายามเดินให้ครบมักหมดแรงและไม่เหลืออะไรในความทรงจำ แนะนำให้เลือกแค่ 2–3 ส่วนสำคัญจริง ๆ แล้วเจาะลึกจะคุ้มค่าและสนุกกว่า
คอลเลกชันศิลปะอียิปต์ที่ชั้นล่าง (เหนือโถงใหญ่) จัดได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดนอกไคโร วิหาร Dendur ที่ถูกย้ายมาจากอียิปต์ทั้งหลังยังเห็นอักษรฮีโรกลิฟฟิกอยู่ครบ ห้องนี้แสงธรรมชาติเปลี่ยนตลอดวัน ดูสวยไม่ซ้ำ
แกลเลอรีจิตรกรรมยุโรปชั้น 2 ก็ห้ามพลาด พบงานของ Vermeer, Rembrandt, El Greco, Velázquez รวมถึงหมวด Impressionist/Post-Impressionist ที่มีผลงาน Monet, Cézanne, Van Gogh แน่น ๆ แม้จะไม่ค่อยเงียบแต่ถือว่าคุ้มที่ได้เห็นชิ้นโบแดงเยอะมาก ขณะที่โถงอาวุธเกราะยุโรป-ญี่ปุ่นฝั่งตรงข้ามกลับเงียบและโล่งตลอดแม้จัดแสดงอลังการ
ใครสนใจศิลปะและสถาปัตยกรรมอเมริกัน โดยเฉพาะ American Wing จะอยู่ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของอาคาร, ครอบคลุมหลายชั้น โถง Charles Engelhard Court ที่ประดับด้วยหลังคากระจกใส พิพิธภัณฑ์ยกผนังภายในและหน้าตึกเก่ามาจากธนาคารแมนฮัตตันทั้งหลังมาตั้งไว้ให้ชมเต็ม ๆ
สำรวจตัวอาคาร
ด้านหน้าถนน Fifth Avenue ที่ออกแบบสไตล์ Beaux-Arts โดย Richard Morris Hunt สร้างเสร็จช่วงปี 1890–1900 เป็นหนึ่งในแลนมาร์กสุดฮิตของนิวยอร์ก บันไดหินหน้าตึกที่แผ่กว้างใช้เป็นพื้นที่พบปะตลอดวัน จะเห็นนักท่องเที่ยวนั่งกินข้าว ถ่ายรูป คู่กับแบนเนอร์งานนิทรรศการปัจจุบัน
เมื่อเข้าไป โถงใหญ่ (Great Hall) ที่มีเพดานโดมและพื้นหินอ่อนสร้างความรู้สึกโอ่อ่า ทันที แนะนำให้หยุดยืนชมเย็น ๆ ไม่ต้องรีบเดินต่อ ที่โต๊ะประชาสัมพันธ์จะมีเจ้าหน้าที่แนะนำแผนที่หรือชี้ทางไปยังห้องต่าง ๆ ได้ เสียงพูดคุยภายในอาคารสะท้อนแปลก ๆ แอบได้ยินเสียงจากมุมที่ไม่คาดคิด
The Met ตั้งอยู่บน Museum Mile บนถนน Fifth Avenue ริม Central Park ซึ่งรายล้อมด้วยทั้ง Guggenheim, Cooper Hewitt Design Museum และพิพิธภัณฑ์ดัง ๆ อีกหลายแห่ง หลังชม The Met แนะนำเดินเล่นไล่ลงข้างสวนหรือเดินทะลุ Central Park ต่ออีกหน่อยก็เพลิน
รายละเอียดการเดินทางและการเข้าชม
ทางไปที่ง่ายสุดคือนั่งรถไฟใต้ดินสาย 4, 5 หรือ 6 มาลงสถานี 86th Street (สาย Lexington Avenue) แล้วเดินประมาณ 10 นาทีผ่านถนน 86th มายัง Fifth Avenue ตัวทางเข้าพิพิธภัณฑ์อยู่ถนน 82nd ตัดกับ Fifth Avenue ดังนั้นคุณจะเดินมาจากทิศเหนือลงมาอีกบล็อกเดียว ส่วนรถบัส M1, M2, M3, M4 วิ่ง Fifth/Madison Avenue และจอดใกล้ทางเข้า รถข้ามเมือง M79 หรือ M86 เหมาะหากพักฝั่ง West Side หรือตาม Central Park West
สามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าออนไลน์หรือซื้อที่หน้างาน แนะนำจองผ่านเว็บไซต์ถ้ามาช่วงฤดูร้อนหรือเทศกาลใหญ่ ๆ เพราะช่วยประหยัดเวลาต่อแถว ชาวนิวยอร์ก หรือนักเรียนสามรัฐ (NY/NJ/CT) ขอจ่ายค่าเข้าเท่าที่ต้องการที่เคาน์เตอร์ (มีบัตรยืนยัน) ใช้ได้เฉพาะซื้อตรง ไม่รวมการจองผ่านเว็บ
ประตูสำหรับวีลแชร์และรถเข็นเด็กอยู่ใกล้ถนน 81st กับ Fifth Avenue พิพิธภัณฑ์อำนวยความสะดวกเต็มที่ มีบริการวีลแชร์ ออดิโอไกด์ เครื่องช่วยฟัง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บ metmuseum.org
ℹ️ ดีที่ควรรู้
กระเป๋าใบใหญ่และเป้ ต้องฝากที่เคาน์เตอร์ (ไม่มีค่าใช้จ่าย) ร่มต้องพับหรือฝากด้วย รถเข็นเด็กเข้าได้
เรื่องถ่ายรูป อาหาร และของใช้จำเป็น
อนุญาตให้ถ่ายภาพส่วนตัวในแกลเลอรีถาวรได้ แต่ห้ามใช้แฟลช ห้ามขาตั้งกล้อง ห้อง Temple of Dendur, โถงอาวุธเกราะ และห้องยุคเก่าหลายห้องเหมาะถ่ายภาพช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแสงธรรมชาติดี นิทรรศการพิเศษแต่ละห้องมีข้อจำกัดต่างกัน ให้ดูที่ทางเข้า
ในพิพิธภัณฑ์มีร้านอาหารหลายโซน ร้านใหญ่ชั้นล่าง, คาเฟ่ต์แบบบริการตัวเองชั้นล่างอีกฝั่ง และ Roof Garden Cafe & Martini Bar (เปิดตามฤดูกาล) ซึ่งมีวิวเซ็นทรัลพาร์คและเส้นขอบฟ้าแมนฮัตตัน Roof Garden ที่ว่าควรแวะช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงต้นใบไม้ร่วง โดยเฉพาะเย็นวันศุกร์หรือเสาร์ที่แสงสวยกำลังดี
รองเท้าใส่สบายคือสิ่งจำเป็น (ไม่ใช่แค่แนะนำ) เพราะพื้นที่ The Met มีถึง 2.2 ล้านตารางฟุต เดินแค่ 2 โซนหลักก็ต้องเดินบนพื้นแข็งหลายชั่วโมง ใส่รองเท้าที่ลุย 3-4 ชม. ยังไม่ปวดเท้า
ใครควรคิดใหม่ก่อนมา
The Met อาจไม่เหมาะถ้าต้องการแวะเร็ว ๆ 1 ชั่วโมงแล้วจบ ที่นี่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจทั้งอาคารและคอลเลกชัน รวมถึงต้องมีความอดทนกับคนเยอะมาก หากมากับเด็กเล็กที่ยังไม่สนใจศิลปะแบบชมเงียบ ๆ อาจกลายเป็นประสบการณ์เหนื่อยล้า (แม้ The Met จะมีคู่มือและกิจกรรมสำหรับครอบครัวก็ตาม)
ถ้ามีนิวยอร์กแค่ 1-2 วันและพิพิธภัณฑ์ศิลปะไม่ใช่สิ่งที่โปรดจริง ๆ อาจใช้เวลาไปกับที่อื่นคุ้มกว่านี้ The Met เหมาะกับคนสนใจจริงหรืออยากเจาะลึก ถ้าไม่ใช่ มันจะรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในอาคารขนาดยักษ์ที่แพงและกว้างเกินความจำเป็น
เคล็ดลับจากคนวงใน
- ห้องศิลปะยุคกลางด้านหลังชั้น 1 (เลยโซนกรีก-โรมัน) มักเงียบสงบและไม่ค่อยมีคน รวบรวมกระจกสีและงานพรมที่สวยจนหลายคนมองข้าม แม้ในวันคนแน่น ๆ ก็โล่ง
- Roof Garden Cafe เปิดฤดูใบไม้ผลิ-ปิดต้นใบไม้ร่วง คืนวันศุกร์จะกลายเป็นบาร์บนดาดฟ้ามากกว่าแค่คาเฟ่ในพิพิธภัณฑ์ วิวช่วงพลบค่ำที่มองลงไปยังสวนถือว่าสวยมากและแทบไม่เสียเงิน
- ชาวนิวยอร์กจ่ายเท่าไหร่ก็ได้เฉพาะที่เคาเตอร์ อย่าซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าถ้าเข้าเงื่อนไขนี้ เพราะราคาพิเศษไม่มีในเว็บขายตั๋ว
- แอป Audio Guide ของพิพิธภัณฑ์มีอะไรเกินกว่าทัวร์ไฮไลต์ทั่วไป เช่น ทัวร์เฉพาะวิหาร Dendur หรือฮอล์เกราะและอาวุธที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มองข้าม
- ฝากของก่อนพิพิธภัณฑ์ปิดไม่ทันจะมีปัญหา เคาน์เตอร์ฝากของจะปิดก่อนเวลาปิดจริง ควรไปรับของคืนอย่างน้อย 45 นาทีก่อน
พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน เหมาะสำหรับใคร?
- สายศิลปะหรือประวัติศาสตร์ที่ตั้งใจดูเต็มที่ครึ่งวันขึ้นไป
- คนชอบสถาปัตยกรรมหลงใหลดีไซน์ Beaux-Arts และการเปลี่ยนแปลงของอาคารแห่งนี้ตลอดเวลา
- ผู้ที่สนใจอารยธรรมโลกโบราณโดยเฉพาะอียิปต์หรือกรีก
- คนที่มาเยือนนิวยอร์กรอบสองขึ้นไปและอยากเจาะลึกแง่มุมวัฒนธรรมเมือง
- คู่รักหรือสายเที่ยวคนเดียวที่อยากใช้คืนศุกร์/เสาร์แบบไม่รีบใกล้ร้านอาหารดี ๆ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Upper East Side:
- Cooper Hewitt Smithsonian Design Museum
พิพิธภัณฑ์ดีไซน์ Cooper Hewitt ตั้งอยู่ในคฤหาสน์ Andrew Carnegie บนถนน Fifth Avenue เป็นพิพิธภัณฑ์เดียวในสหรัฐฯ ที่เจาะลึกเรื่องดีไซน์โดยเฉพาะ ไฮไลท์คือปากกาดิจิทัลแบบอินเทอร์แอคทีฟและสวนสีเขียวสุดสงบ เหมาะกับสายช่างสังเกตที่อยากได้อะไรแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ ทั่วนิวยอร์ก
- The Frick Collection
The Frick Collection ตั้งอยู่ในคฤหาสน์ประวัติศาสตร์บนถนน Fifth Avenue ย่าน Upper East Side นิวยอร์ก รวบรวมงานศิลป์ชั้นครูและศิลปะตกแต่งยุโรปแบบเข้มข้นที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา เดินชมนิทรรศการในบรรยากาศอบอุ่น เข้าชมวันพุธจ่ายตามสะดวก คนชอบศิลปะควรมาเยือน
- พิพิธภัณฑ์โซโลมอน อาร์. กุกเกนไฮม์
พิพิธภัณฑ์โซโลมอน อาร์. กุกเกนไฮม์ คือหนึ่งในแลนด์มาร์กที่จำได้ทันทีและเป็นสถาบันวัฒนธรรมสำคัญของนิวยอร์ก ผลงานออกแบบโดย Frank Lloyd Wright เกลียวหมุนอันมีเอกลักษณ์นี้คือสิ่งที่ต้องมาดูเองสักครั้ง คู่มือฉบับนี้รวมวิธีเตรียมตัวไปชมให้คุ้ม
- พิพิธภัณฑ์ชาวยิว
ก่อตั้งในปี 1904 ตั้งอยู่ในคฤหาสน์สไตล์โกธิคฝรั่งเศสบนถนน Fifth Avenue พิพิธภัณฑ์ชาวยิวเป็นแห่งแรกในสหรัฐฯ ที่จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนและของสะสมกว่า 4,000 ปี ทุกวันเสาร์เข้าชมฟรี ใครชอบค้นหาเรื่องราว แนะนำให้มา เพราะคุณจะกลับไปพร้อมคำถามใหม่อีกเพียบ