Hellfire Club, Montpelier Hill: ซากโบราณสถานที่น่าขนลุกที่สุดของดับลิน

Hellfire Club บนยอดเขา Montpelier Hill ในเทือกเขาดับลิน คือที่พักล่าสัตว์เก่าแก่จากศตวรรษที่ 18 อัดแน่นด้วยตำนาน พร้อมวิวพาโนรามาของอ่าวดับลินแบบเต็มตา เส้นทางเดินป่าที่นี่ฟรี และให้บรรยากาศพิเศษเฉพาะตัวที่หาที่ไหนใกล้เมืองไม่ได้

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
Montpelier Hill, Rathfarnham, South Dublin, เทือกเขาดับลิน
การเดินทาง
รถยนต์: ทางหลวง R115 (มีที่จอดรถ 70 คัน); ไม่มีรถสาธารณะถึงปากทางเดิน
เวลาเที่ยวชม
2–3 ชั่วโมง รวมเดินขึ้น-ลงเขา
ค่าใช้จ่าย
เข้าชมฟรี
เหมาะสำหรับ
นักเดินป่า สายประวัติศาสตร์ ช่างภาพ และคนที่อยากชมวิวเมืองแบบมีอะไรมากกว่าธรรมดา
ซากปรักหักพังของ Hellfire Club ตั้งอยู่บน Montpelier Hill ที่เขียวขจีภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้าใส ล้อมรอบด้วยต้นไม้สนเขียวชอุ่มในระยะไกลและแสงอาทิตย์ยามเย็นสีทอง
Photo Joe King (CC BY-SA 3.0) (wikimedia)

จริง ๆ แล้ว Hellfire Club คืออะไร?

Hellfire Club บนยอดเขา Montpelier Hill ไม่ใช่อาคารที่ใช้งานอยู่ ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ และไม่มีจำหน่ายบัตรเข้าชม แต่เป็นซากสิ่งปลูกสร้างกลางแจ้งแบบไร้หลังคา ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 383 เมตร ทางทิศใต้ของตัวเมืองดับลินประมาณ 10–11 กม. เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่เส้นทาง hiking สั้น ๆ ประวัติศาสตร์โบราณสุดประหลาด และมุมมองเมืองดับลินกับอ่าวกว้างสุดตา รวมถึงมองไปไกลถึงเทือกเขา Wicklow ในวันที่อากาศแจ่มใส

ตัวอาคารที่เห็นถูกสร้างราวปี 1725 โดย William Conolly อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรไอริช ซึ่งเศรษฐีอันดับต้น ๆ สมัยนั้น จุดประสงค์คือใช้เป็นกระท่อมล่าสัตว์ ทำเลที่สร้างไม่ได้เปล่าเลย ก่อนหน้านั้นเป็นหลุมศพยุคนีโอลิธิกและกองหินโบราณ นักก่อสร้างยังนำหินจากแหล่งโบราณมาสร้างด้วย บางตำนานว่าหลังสร้างเสร็จได้ไม่นานก็โดนพายุพัดหลังคาหายกลายเป็นซากเปิดโล่งแบบทุกวันนี้

ชื่อภาษาไอริชของที่นี่บางทีก็เรียกว่า Club Thine Ifreann ซึ่งแปลตามตรง อาคารนี้เกี่ยวข้องกับกลุ่มชนชั้นสูงดับลินในศตวรรษที่ 18 ที่นัดกันมาดื่มกินและทำกิจกรรมลับ ๆ หลายเรื่องเล่าว่ามีบูชาปีศาจ แมวดำ เกมไพ่กับซาตาน แม้ประวัติศาสตร์จริงจะต้องแยกแยะและค่อนข้างคลางแคลงใจต่อเรื่องเหล่านี้ แต่ทุกวันนี้ตำนานก็นำบรรยากาศลึกลับติดมาด้วย

ℹ️ ดีที่ควรรู้

เวลาทำการ: มีนาคม-ตุลาคม 7:00-21:00 น. / พฤศจิกาย-มีนาคม 7:00-17:00 น. เข้าฟรี มีลานจอดรถ 70 คันและที่จอดจักรยานที่ปากทางเดินใกล้ R115

เดินขึ้นเขา: เส้นทางและสิ่งที่ควรคาดหวัง

เดินขึ้นยอดเขาจากลานจอดรถถึงซากอาคารใช้เวลาประมาณ 30-45 นาทีเมื่อเดินเรื่อย ๆ เส้นทางใช้บ่อยจึงชัดเจน แต่เวลาเปียกฝนจะลื่นง่าย และเขตนี้มีฝนตกหรือหมอกอยู่ประจำ ทางเริ่มจากป่าสนปลูก ดูแลจัดการดี ก่อนจะออกสู่ทุ่ง heather โล่งที่ยอด บริเวณนี้ลมจะแรงขึ้นอีกรอบ

รองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบธรรมดาไม่เหมาะอย่างแรง โดยเฉพาะช่วงตุลาคม-เมษายน ดินมักจะเละและพื้นช่วงท้ายทางขรุขระ ส่วนชั้นล่างมีรากไม้โผล่ ควรใส่รองเท้ากันน้ำ มีดอก หรือ hiking boots ไปเลย แนะนำใส่เสื้อผ้าหลายชั้น อากาศบนนั้นเย็นกว่าตัวเมืองหลายองศา เมฆมาก็มักจะมาไว

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

ฝนตกทีไร เส้นทางกลายเป็นโคลนลึกตลอดปี ควรใส่รองเท้ากันน้ำ อย่าหวังพึ่งสัญญาณมือถือบริเวณยอดเขา—โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ก่อนเลย

ทางเดินนี้แม้ไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรยาก แต่ความชันต่อเนื่องจนรู้สึกเหมือนปีนมากกว่าเดินเที่ยว ใครที่เดินบนพื้นขรุขระได้โอเค เด็กโตพอเดินได้เอง แต่รถเข็นเด็กและวีลแชร์ไม่สามารถขึ้นไปได้ ไม่มีเส้นทางไร้อุปสรรคถึงยอดเขา

ถึงยอด: วิว ซาก และชั้นประวัติศาสตร์ยุคก่อน

ถ้าวันนั้นหมอกลงต่ำจะเห็นแค่ผนังหินล้อมรอบตัวเอง แต่มือฟ้าเปิดเมื่อไรวิวประทับใจทันที—วิวเมืองดับลินตีโค้งเป็นแนวกว้าง อ่าวสะท้อนแสงทางตะวันออก ด้านล่างเป็นถนนและตึกแน่นๆ ของเมือง วันอากาศชัดมาก ๆ ว่ากันว่าสามารถเห็นถึงชายฝั่ง Wales ได้ด้วย (ต้องโชคดีสุด ๆ)

ซากอาคารมีขนาดกะทัดรัด ผนังยังตั้งสูงพอใช้ได้ สามารถเดินลอด เดินวนสำรวจข้างในได้ มีบันไดคอนกรีตและราวเหล็กที่ต่อเติมสมัยใหม่ในช่องหน้าต่างเพื่อความปลอดภัย ไม่มีป้ายอธิบายหรือแผ่นข้อมูลข้างใน แต่เมื่อเริ่มสังเกตดี ๆ จะเห็นชั้นประวัติศาสตร์ที่ลึกกว่าด้านล่าง—เศษซากเนินฝังศพและกองหินโบราณจากยุคนีโอลิธิกที่ถูกดัดแปลงบางส่วน อาคารของ Conolly จากศตวรรษที่ 18 จึงทับรากฐานสิ่งปลูกสร้างที่อยู่มาก่อนนับพันปี ทำให้สถานที่นี้ยิ่งลึกลับหนักเข้าไปอีก

ถ้าชอบประวัติศาสตร์ Hellfire Club ตั้งอยู่ตรงขอบภูมิประเทศเดียวกับที่ทอดยาวลงไปถึง Wicklow Mountains National Park ทางใต้ เส้นทางเดินป่าระยะไกล Dublin Mountains Way ก็ผ่านแถบนี้ สามารถนำ Montpelier Hill ไปต่อกับ hiking เส้นอื่น ๆ ได้

ความรู้สึกของที่นี่เปลี่ยนแต่ละเวลาและฤดูกาลยังไง

เช้า ๆ ฤดูร้อนแสงจะดีมาก เหมาะกับการถ่ายภาพ และมีคนน้อยที่สุด เส้นทางช่วง heathland จะมีกลิ่นดินดิบและดอกไม้สดชื่น ใครขึ้นถึงยอดก่อน 9 โมงในวันธรรมดาช่วงมิถุนายน-กรกฎาคม มีโอกาสได้วิวแบบส่วนตัวสุด ๆ

สาย ๆ วันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ลานจอดรถเริ่มแน่น คนหลากหลายทั้งครอบครัว นักวิ่ง ชาวบ้านพาหมาเดิน หรือกลุ่มวัยรุ่นชอบเรื่องผี ต่างมาใช้ทางร่วมกัน บริเวณซากอาคารบรรยากาศจะคึกคักกว่าช่วงเช้ามาก ตรงนี้ไม่ใช่ข้อเสียอะไร แต่อยากให้รู้ไว้เผื่อใครเน้นเงียบ ๆ

ฤดูหนาวอีกอารมณ์หนึ่งเลย ต้นไม้หมดใบ แสงอ่อนและฟ้าต่ำ รอบทุ่งก็เปลี่ยนสีจากเขียวเป็นน้ำตาล-ม่วง หมอกมาเกาะยอดเขาบ่อยเป็นชั่วโมง ถ้าเตรียมตัวมาก็จะสัมผัสบรรยากาศลึกลับ สมชื่อเสียงเลย แต่ถ้าหวังดูวิวกว้าง ๆ ฤดูนี้เสี่ยงมากที่จะถูกหมอกบังจนไม่เห็นอะไร

ก่อนเที่ยว ควรรู้ว่าภูมิอากาศที่นี่เปลี่ยนไว ดูคำแนะนำเรื่อง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยือนดับลิน ของเราไว้เลย จะช่วยวางแผนเที่ยว Montpelier Hill ได้ตรงจังหวะที่สุด

ถ่ายรูปที่ Hellfire Club ยังไงให้ได้ภาพเด็ด

ซากอาคารนี้ถ่ายภาพสวยทั้งจากด้านในและนอก กรอบหินแบบแหว่ง ๆ ขึงกับท้องฟ้าเปล่า หรือใช้ประตู-หน้าต่างเป็นกรอบธรรมชาติให้วิวเมืองข้างหลัง ถ่ายเลนส์มุมกว้างเหมาะมากเพราะตัวอาคารไม่ใหญ่

Golden Hour ตอนเย็นแสงอาทิตย์ตะแคงตกทางทิศตะวันตก ส่องเงายาวข้ามทุ่ง heathland ให้โทนอุ่นจัดทั้งภาพ ทั้งฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงแสงเย็นจะอยู่บนฟ้านาน ลองเช็กเวลาพระอาทิตย์ตกเผื่อให้มีเวลาเดินลงก่อนฟ้ามืด เพราะเส้นทางนี้ไม่มีไฟส่องทาง

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

ทิปถ่ายภาพ: ถ้าอยากได้ภาพ silhouette ซากอาคารสวย ๆ ยืนฝั่งตะวันออกของตัวตึก ช่วงบ่ายแก่ ๆ ให้แดดอยู่ข้างหลังหลังคาไร้หลังคาตัดกับฟ้าสด เป็นช็อตที่นักถ่ายภาพหลายคนตามหาจากที่นี่

การเดินทางและข้อมูลที่ควรรู้

พูดตรง ๆ เลยว่ามาที่นี่สะดวกสุดคือรถยนต์ ปากทาง hiking อยู่ติดถนน R115 มีที่จอดประมาณ 70 คันพร้อมที่จอดจักรยาน เสาร์อาทิตย์หน้าร้อนจะเต็มเช้าสุด ๆ ใครมาถึงก่อน 9 โมงหรือหลัง 4 โมงเย็นจะรอดรถติดแน่

ไม่มีรถบัสประจำทางไปถึงปากทางโดยตรง แต่ตอนนี้มี Local Link Kildare South Dublin วันเสาร์ (สาย SD4 Tibradden Wood–Tallaght) จอดที่ Hell Fire Club/Massy’s Estate กับ Cruagh Wood ได้เช่นกัน นักท่องเที่ยวบางรายเลือกนั่งรถเมล์จากในเมืองไปลง Rathfarnham หรือ Tallaght แล้วเดินหรือปั่นจักรยานต่อ ก็ได้แต่ต้องเผื่อเวลาและวางแผนเส้นทางดี ๆ

ถ้าอยากจัดทริปรวม Hellfire Club กับจุดอื่น ๆ ดูคำแนะนำ การเดินป่าใกล้ดับลิน ของเราซึ่งรวมเส้น hiking เด่น ๆ ในเทือกเขาดับลินไว้อีกหลายแห่ง เอาไว้จับคู่เที่ยวพร้อมกัน

ใครควร (หรือไม่ควร) มา Hellfire Club

Hellfire Club เหมาะมากสำหรับคนชอบธรรมชาติ อยากสัมผัสประวัติศาสตร์และวิวดี ๆ เป็นตัวเลือกเด็ดในวันอากาศเปิด หากคุณมีเวลา 2-3 ชั่วโมงและอยากได้บรรยากาศต่างจากพิพิธภัณฑ์ในเมือง

ไม่เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่เดินขึ้นเขา 30-45 นาทีบนทางขรุขระไม่ไหว หรือคาดหวังสถานที่แนวพิพิธภัณฑ์ มีป้ายและสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ที่นี่ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีร้านคาเฟ่ ไม่มีที่พักนอกจากซากอาคารกลางแจ้ง ถ้าชอบเที่ยวแบบสบาย ๆ เน้นความสะดวกระดับเมือง แนะนำข้ามไว้ได้เลย

หากอยากได้พื้นที่สีเขียวใกล้เมืองที่เดินง่ายกว่านี้ ลองไป St Stephen's Green หรือ National Botanic Gardens ได้เลย จะเป็นสวนสวยดูแลดีแบบไม่ต้อง hiking ถ้าอยากได้ที่เที่ยวเชิงประวัติศาสตร์นอกเมืองแบบมีอำนวยความสะดวกครบ Malahide Castle คืออีกตัวเลือกที่สะดวกกว่ามาก

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ลานจอดรถเต็มเร็ว โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ในหน้าร้อน มาถึงก่อน 9 โมงเช้าหรือหลัง 4 โมงเย็นจะมีโอกาสจอดรถได้ง่ายกว่ามาก
  • แนะนำพกน้ำกับของว่างติดตัว ทางเดินไม่ไกลแต่ลมแรงบนยอดเขาทำให้เหนื่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็น
  • ที่นี่เปิดทั้งปี แต่ระหว่างพฤศจิกายนถึงมีนาคม ลานจอดรถปิด 5 โมงเย็น วางแผนเดินกลับให้ลงจากป่า/บนเขาก่อนฟ้ามืด ทางเดินช่วงป่ามืดสนิทไม่มีไฟ
  • ซากอาคารไม่มีเชือกกั้นหรือระบบตั๋ว สามารถเดินสำรวจรอบๆ ได้อย่างอิสระ ช่วยกันรักษาหินเก่า ๆ เพราะตรงจุดบางจุดเปราะบางและมีอายุจริง
  • ถ้าวันไหนอากาศแจ่มใสมาก ๆ ลองมองไปทางตะวันออกเฉียงเหนือจากยอดเขา จะเห็นทิวทัศน์อ่าวดับลินตั้งแต่ Howth Head ถึง Killiney Hill คือวิวที่ทำให้การเดินขึ้นเขานี้คุ้มค่าอย่างแท้จริง

Hellfire Club, Montpelier Hill เหมาะสำหรับใคร?

  • นักเดินป่าหรือคนที่อยากได้ครึ่งวันผจญภัยใกล้ดับลิน
  • คนสนใจประวัติศาสตร์ชนชั้นสูงไอริชยุคศตวรรษที่ 18 และโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์
  • ช่างภาพสายวิวสูงและอยากได้ฉากตึกหินเก่าสไตล์ศิลป์
  • ใครที่อยากออกนอกเมืองแต่ไม่ถึงกับทั้งวัน
  • ครอบครัวที่มีเด็กโตและคุ้นเคยกับทางเดินขรุขระ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

รวมทริปไปกับ:

  • โรงละคร Abbey Theatre

    โรงละคร Abbey Theatre ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1904 โดย W.B. Yeats และ Lady Gregory ที่นี่คือโรงละครแห่งชาติของไอร์แลนด์และเป็นหนึ่งในเวทีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกที่ใช้ภาษาอังกฤษ ตั้งอยู่บนถนน Lower Abbey Street กลางเมืองดับลิน ปัจจุบันยังคงนำเสนอผลงานละครไอริชทั้งใหม่และคลาสสิกที่หล่อหลอมตัวตนของชาติ

  • Blessington Street Basin

    Blessington Street Basin อดีตอ่างเก็บน้ำหลวงฝั่งเหนือดับลิน วันนี้กลายเป็นสวนสาธารณะฟรีใจกลาง Phibsborough ทะเลสาบ บ้านยามสไตล์ทิวดอร์ และฝูงนกน้ำท้องถิ่น ทำให้ที่นี่เป็นพื้นที่สีเขียวที่เงียบสงบน่าเดินเล่นใกล้ใจกลางเมืองดับลิน

  • คาสิโนมารีโน

    คาสิโนมารีโน คือคฤหาสน์สไตล์นีโอคลาสสิกศตวรรษที่ 18 ทางตอนเหนือของดับลิน ออกแบบโดย Sir William Chambers ให้กับเอิร์ลแห่ง Charlemont แม้ภายนอกจะดูเล็ก กระทัดรัด แต่ภายในกลับซ่อนห้องไว้ถึง 16 ห้องในสามชั้น—แสดงศิลปะสถาปัตย์ที่ชวนให้แปลกใจ เข้าเยี่ยมชมได้เฉพาะทัวร์พร้อมไกด์ เด็กและนักเรียนเริ่มต้นเพียง €3 ผู้ใหญ่ €5

  • Clontarf Promenade

    Clontarf Promenade เป็นทางเดินริมทะเลยาว 4.5 กิโลเมตรตลอดอ่าวดับลิน จาก Fairview ถึง Bull Wall ที่ Dollymount พร้อมวิวทะเลเปิด งานศิลปะสาธารณะ และเลนจักรยานตลอดเส้น ไม่มีค่าเข้าชม เดินสบาย ลัดเลาะไปกับวิวชายฝั่งที่สวยที่สุดจากใจกลางเมืองดับลินแบบไม่ต้องไปไกล

จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:ดับลิน

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.