เมืองเอ็มดีนา

เอ็มดีนา เมืองหลวงเก่าแก่ที่มีป้อมปราการของมอลตา เมืองที่มีกำแพงล้อมรอบและมีผู้อาศัยไม่ถึง 300 คน ตั้งอยู่บนเนินสูงใจกลางเกาะ ได้ชื่อว่าเมืองเงียบ ด้วยตรอกหินปูนปลอดรถยนต์, คฤหาสน์บาโรก และลานหน้ามหาวิหารที่เหมือนแยกขาดจากโลกยุคใหม่โดยสิ้นเชิง

ตั้งอยู่ใน มอลตา

มุมสูงชมกำแพงเก่าแก่ของเอ็มดีนาและมหาวิหารในยามพระอาทิตย์ตก แสงสีทองส่องอาคารหินโบราณบนเนิน

ภาพรวม

เอ็มดีนาสมชื่อเมืองเงียบจริง ๆ ด้วยประชากรถาวรประมาณ 250 คน และมีการห้ามรถยนต์เกือบทุกเส้นทางในเมืองเล็กขนาดไม่ถึง 0.05 ตารางกิโลเมตร บรรยากาศนี่ไม่เหมือนเมืองท่องเที่ยวทั่วไปเลย แต่มากกว่าเมืองที่หยุดเวลาไปจริง ๆ ก้าวผ่านประตูเอ็มดีนาเมื่อไร โลกวุ่น ๆ กับอากาศร้อนและความเร่งรีบของมอลตาทั้งเกาะเหมือนถูกกั้นไว้ข้างนอกทันที

ทำความรู้จักเมือง

เอ็มดีนาตั้งอยู่บนที่ราบหินปูนในเขตตะวันตกของมอลตา ใจกลางเกาะจริง ๆ ตำแหน่ง 35°53′N, 14°24′E อยู่ราว 12 กิโลเมตรทางตะวันตกของวัลเลตตา และมองเห็นวิวกว้างรอบเกาะเกือบทุกทิศ ตัวเมืองเล็กมาก มีพื้นที่ไม่ถึง 0.05 ตารางกิโลเมตร อยู่ภายใต้กำแพงยุคกลางและยุคบาโรกทั้งหมด

ประตูหลักคือ Mdina Gate หรือ Vilhena Gate ที่เป็นซุ้มโค้งศิลปะบาโรกสร้างเมื่อปี 1724 หันหน้าไปทางเมืองราบัต ทั้งสองเมืองจริง ๆ แยกกันแต่ใช้สถานีบัสเดียวกันและมีกำแพงเป็นเส้นแบ่ง นักท่องเที่ยวแทบทุกคนมักเดินเข้าผ่านราบัตก่อน ไม่ว่ามาทางรถบัสหรือจอดรถที่ลานข้างนอก ส่วนประตูรอง Greeks Gate จะอยู่อีกฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือแต่มีคนใช้ไม่มาก

จากเอ็มดีนา ถ้าวันฟ้าใสจะมองเห็นขอบฟ้าของวัลเลตตาและ Three Cities ด้านหลัง ชั้นเนินสูงนี้ช่วยให้มองทิศทางของเกาะง่าย ถ้าเดินทางใต้จากประตูเอ็มดีนาเข้าไปยัง Rabat ได้ในไม่กี่นาที เมืองนี้มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยสุสานใต้ดินกับวิถีท้องถิ่น เอ็มดีนาไม่ใช่เมืองที่คุณแวะผ่าน แต่คือจุดหมายปลายทางจริงจัง

เสน่ห์และบรรยากาศ

เอ็มดีนายาม 7 โมงกับตอนเที่ยงนั้นต่างกันราวกับเป็นคนละเมือง ตอนเช้าสายลมอุ่น ๆ สาดกระทบผนังหินปูนสีอำพัน ถนนโล่งเงียบ มีเพียงเสียงระฆังโบสถ์กับเสียงบานเกล็ดไม้ แมวเดินเตร่ในซอยอย่างไม่รีบ ตรอกแคบบ้างจนเดินผ่านกันแบบเฉียด ๆ มีแต่ผนังกำแพงสูง 3-5 ชั้น ช่วยให้เย็นและร่มเงา แม้หน้าร้อนก็ยังไม่อบอ้าว

สาย ๆ ไปจนถึงเที่ยง ช่วงเมษายนถึงตุลาคม กรุ๊ปทัวร์เริ่มทะลักมา เส้นทางจาก Mdina Gate ไปมหาวิหาร St. Paul แน่นคับไปหมด รถม้าคารอซซินวิ่งผ่านถนน ก่อเสียงกรุ๊งกริ๊งให้บรรยากาศ นิยมมาสุดตรงลานหน้ามหาวิหาร มากคนจนกลายเป็นปรากฏการณ์ กลางวันในวันอังคารหน้าร้อน เอ็มดีนาอาจจะไม่เงียบอย่างที่ชื่อว่ากันไว้

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

ถ้าอยากสัมผัสเอ็มดีนาแบบคนท้องถิ่น แนะนำมาถึงก่อน 9 โมงเช้าหรือหลัง 5 โมงเย็น คนจะบางลง แสงถ่ายรูปสวยขึ้น และบรรยากาศกลับไปเงียบสงบเกือบเหมือนดั้งเดิม

บ่ายฤดูร้อนร้อนจริงจัง ถนนหินเก็บสะสมความร้อน และช่วงถนนกว้างที่ไร้ร่มเงาทำให้เที่ยงวันเดินไม่สนุก คนท้องถาวรมีเพียงราว 250 คน คุณอาจเห็นเจ้าบ้านหิ้วของข้ามลาน มีคนส่งของหรือซักผ้าตากหน้าต่าง ให้ความรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่นิทรรศการแช่แข็งอดีต แต่มันยังมีคนใช้ชีวิตจริง ๆ

พอพลบค่ำ เมืองก็แปรเปลี่ยนอีก ทัวร์กรุ๊ปลากลับหมด กำแพงหินไฟส่องสว่างเป็นสีทองบนฟ้าค่ำ ตรอกในกลายเป็นโลกส่วนตัวเงียบ ๆ เดินเหมือนหลงเข้ามาในเมืองโบราณที่โครงร่างแทบไม่เปลี่ยนมากว่าสองพันปี ร้านอาหารและคาเฟ่หลังมืดค่ำแทบไม่มี ฉะนั้น ความสงบยามเย็นแทบไม่มีอะไรมารบกวน

อะไรน่าเที่ยวในเอ็มดีนา

จุดเริ่มต้นที่ไม่ควรพลาดคือมหาวิหาร St. Paul's Cathedral, Mdina สร้างในจุดที่เล่ากันว่าผู้ว่าราชการโรมัน แป๊บลิอูส หันมานับถือคริสต์โดยนักบุญเปาโลเมื่อคริสต์ศักราช 60 มหาวิหารปัจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมบาโรก แทนวิหารนอร์มันที่โดนแผ่นดินไหวปี 1693 ตัวอาคารมีพรมโบราณเฟลมิชและหลุมศพหินอ่อนให้อารมณ์เดินอยู่เหนือหน้าประวัติศาสตร์

เดินต่ออีกไม่กี่นาทีในเขตเมืองชั้นบนจะถึง Palazzo Falson คฤหาสน์นอร์มันที่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะตกแต่งยุคกลางและยุคใหม่ ส่วนโครงหลักของอาคารนี้สร้างมากว่า 500 ปีแล้ว นับเป็นบ้านเรือนเก่าแก่แบบ世俗ที่เหลือรอดในมอลตา สิ่งจัดแสดงรวมถึงอาวุธ เครื่องเงิน, แผนที่, เฟอร์นิเจอร์ สะท้อนวัฒนธรรมแต่ละยุค ผลัดเปลี่ยนปกครองมอลตาต่อเนื่อง เหมาะนั่งพักตากแอร์ในหน้าร้อน

กำแพงรอบเมืองเองก็เป็นแลนด์มาร์กฟรี ๆ เดินชมรอบเมืองในจุดที่เปิดให้เข้าถึงได้ มองวิวออกไปจะเข้าใจว่าทำไมเลือกที่นี่เป็นเมืองหลวง เห็นทุ่งทางใต้ไปจนถึงสนามบิน, ทางตะวันตกเฉียงเหนือมองเห็นทะเลยามฟ้าเปิด ด้านตะวันออกเฉียงเหนือจะเห็นวัลเลตตา หน้าท่าเรือ จุดชมวิว Bastion Square มุมตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองดังบาดใจที่สุดและคนเยอะสุดช่วงพลบค่ำ

แค่เดินออกจาก Mdina Gate มาไม่เกิน 5 นาทีในราบัต คุณจะถึง St. Paul's Catacombs และ Domus Romana สองแห่งนี้เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญของมอลตา หลุมศพใต้ดินแห่งเซนต์พอลคือเครือข่ายฝังศพคริสเตียนยุคศตวรรษที่ 3–4 Domus Romana เป็นบ้านยุคโรมันที่แสดงโมเสกและสิ่งของเก่า แนะนำให้เที่ยวควบคู่จาก Mdina Gate ใช้เวลาครึ่งวันกำลังดี

  • Mdina Gate (Vilhena Gate): ซุ้มประตูบาโรกปี 1724, เดินดูฟรี
  • มหาวิหาร St. Paul: ภายในบาโรก พื้นหินอ่อน พรมเฟลมิช
  • Palazzo Falson: คฤหาสน์นอร์มัน turned พิพิธภัณฑ์, มีค่าเข้า
  • จุดชมวิว Bastion Square: วิวพาโนรามาตะวันตก-เหนือ ฟรี
  • Greeks Gate: ประตูรองเงียบ ๆ มองเห็นคูน้ำ
  • Palazzo Santa Sofia: หนึ่งในบ้านเรือนเก่าแก่สุด, ดูด้านนอก
  • สุสานใต้ดิน St. Paul (Rabat): เครือข่ายฝังศพใต้ดิน เดินไม่ไกล
  • Domus Romana (Rabat): พื้นโมเสกยุคโรมันและพิพิธภัณฑ์โบราณคดี

ℹ️ ดีที่ควรรู้

เอ็มดีนาและกำแพงของเมืองเคยใช้เป็นโลเคชั่นถ่าย Game of Thrones ซีซันแรก แทนที่ King's Landing ใครเป็นแฟนซีรีส์คงจำได้ทั้ง Mdina Gate และลานหน้ามหาวิหาร

กิน-ดื่มในเมือง

ร้านอาหารในเอ็มดีนามีน้อยตามขนาดเมือง ทั้งหมดก็เน้นนักท่องเที่ยวและราคาตามนั้น ร้านที่มีจะอยู่ถนนสายหลักใกล้มหาวิหารและลานกลางเมือง นั่งชิลกินขนมปังมอลตา กาแฟ หรืออาหารจานนั่งในบรรยากาศเก่าแก่ ข้อควรจำคือ ราคาในนี้จะแพงกว่าวัลเลตต้าหรือสลีมาอยู่พอสมควร เพราะค่าบรรยากาศก็รวมอยู่ในบิลแล้ว

ของท้องถิ่นที่ต้องลองคือ pastizzi พายกรอบไส้ริคอตต้าหรือถั่วบด ขนมข้างทางที่ดังที่สุดของมอลตา แต่ภายในกำแพงเอ็มดีนาหาพาสติซซี่อร่อย ๆ ราคาถูกแทบไม่ได้ ลองเดิน 5 นาทีออกไปยังราบัต จะมีทั้งร้านขนมปัง-คาเฟ่ ขายราคาท้องถิ่น ราว ๆ 1 ยูโรหรือน้อยกว่านั้นเป็นปกติ ส่วนใหญ่ทำสดใหม่ ยิ่งอยู่ในเมืองเก่ายิ่งคิดราคาสูงขึ้น

ราบัตนอกกำแพงมีฉากอาหารท้องถิ่นมากขึ้นสำหรับคนพื้นที่และนักท่องเที่ยว มีทั้งคาเฟ่ ร้านเบเกอรี่ ร้านอาหารเล็ก ๆ ตลอดถนนหลัก ถ้าอยากรู้จักรสชาติอาหารมอลตาให้มากขึ้น สำรวจอาหารในมอลตา ก่อนมาได้ นอกจากพาสติซซี่ยังมี bragioli (เนื้อวัวสอดไส้ม้วน), fenkata (สตูว์กระต่าย) และ ftira แซนด์วิชตามฤดูกาล

หลังค่ำตัวเลือกอาหารในกำแพงก็แทบไม่มี ร้านที่เปิดก็จะเป็นร้านอาหารในคฤหาสน์ใหญ่ ตกแต่งไฟเทียนสวย ถึงจะบรรยากาศดีแต่เมนูเฉย ๆ ถ้าอยากกินดึก ๆ แนะนำวัลเลตต้าหรือราบัต จะมีร้านให้เลือกหลากหลายกว่า

เดินทางไป-มา

มอลตาไม่มีรถไฟโดยสาร ระบบขนส่งสาธารณะเป็นบัสหมดทั้งเกาะ โดยบริษัท Malta Public Transport จากวัลเลตตานั่งสาย 51, 52, 53, 109, 202, X3, หรือ N52 มาลงป้ายบัสราบัตที่อยู่ชิดข้างกับ Mdina Gate ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาที ขึ้นกับเส้นทางและรถติด ค่าโดยสารประมาณ 2 ยูโรต่อครั้ง (เช็กเรตราคาล่าสุดที่เว็บไซต์บริษัทหรือ คู่มือการเดินทางในมอลตา guide) ถ้ามาจากสลีมาหรือ St. Julian's ส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนรถที่วัลเลตต้าหรือผ่าน Hamrun

ขับรถมาเองก็ง่าย ถนนหลักเชื่อมจากวัลเลตต้าหรือถนนสายกลางของเกาะ ไปจอดลานตรงหน้าประตู Mdina Gate (เสียค่าจอดแบบจ่ายแล้วแสดงบัตร) ภายในกำแพง ห้ามรถเข้าเว้นแต่เป็นชาวเมืองหรือส่งของ คุณต้องจอดข้างนอกแล้วเดินเข้าเท่านั้น

แท็กซี่รวมถึง Bolt และ Uber ให้บริการทั่วมอลตา ลงจอดได้ที่ Mdina Gate จากวัลเลตต้าราคาโดยประมาณ 12–20 ยูโร ขึ้นกับเวลาและรถติด จากสนามบิน ขับตรงใช้เวลา 15–20 นาทีหากไม่ติดขัดอะไร

ในเอ็มดีนา ทุกอย่างเดินถึงทั้งหมด เมืองในกำแพงเดินข้ามไม่ถึง 15 นาทีแน่นอน แต่ถนนหินบางช่วงแคบและไม่สม่ำเสมอ แนะนำให้ใส่รองเท้าส้นแบนจริงจัง รถม้าคารอซซินมีให้เช่าหน้าประตูใหญ่สำหรับทัวร์ชมรอบ แต่ทางแคบมากเดินเองอิสระกว่า เห็นมุมสงบ ๆ ได้เยอะกว่า

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

ถนนหินในเอ็มดีนาไม่เรียบ ลื่นมากถ้าฝนตก หลีกเลี่ยงใส่รองเท้าส้นสูงโดยสิ้นเชิง ฤดูร้อนแสงตรงทางหลักร้อนจัด ร่มเงาน้อย ควรพกน้ำและกันแดด

พักที่ไหนดี

ตัวเลือกที่พักในเอ็มดีนาแทบไม่มีเพราะขนาดและจำนวนคน ชอบบูติกโฮเทลกับเกสต์เฮาส์น้อยมากในป้อม ช่วยให้สัมผัสคืนเงียบแบบเป็นส่วนตัวจริง ๆ ใครเลือกพักในกำแพงจะได้เมืองเป็นของตัวเองหลังนักท่องเที่ยวกลับหมด ราคาที่พักแพงสมกับความเอ็กซ์คลูซีฟ และควรจองล่วงหน้าเสมอ

ส่วนใหญ่เที่ยวเอ็มดีนาแบบเช้าไปเย็นกลับจากวัลเลตตา สลีมา หรือ St. Julian's ถ้าเน้นบรรยากาศโบราณจริง ๆ แนะนำพักราบัตข้างนอกกำแพง เป็นฐานเงียบ เดินเข้าเมืองง่าย ดูรวมที่พักทั้งเกาะรายพื้นที่ ราคา และบรรยากาศแต่ละโซนได้ที่ คู่มือที่พักในมอลตา guide ซึ่งรวมจุดเด่น ข้อดีข้อเสียแต่ละโซนอย่างละเอียด

ถ้าต้องการเที่ยวเช้า ๆ พักวัลเลตตาแล้วขึ้นรถเช้ามา จะได้เข้าประตูก่อน 9 โมง ไม่ต้องค้างคืนใกล้ ๆ แบบนี้เป็นสูตรของสาย backpacker หรือคนเดินทางอิสระ จะได้เที่ยวครึ่งวันควบเอ็มดีนากับสุสานราบัต ก่อนย้อนกลับฝั่งทะเล

ข้อควรรู้-ข้อเสียแบบไม่อวย

ข้อด้อยที่สุดของเอ็มดีนาคือช่วงสายกรุ๊ปทัวร์หลั่งไหลเข้ามา ช่วงฤดูร้อน 9:30–12:30 จะอัดแน่นมาก ทางหลักจากประตูถึงมหาวิหารแทบเดินไม่ได้เลย เมืองเล็กขนาดนี้ ทำให้หนีกรุ๊ปไม่ค่อยได้ ยกเว้นเลี่ยงเวลาเดินตรอกแคบ ๆ ฝั่ง Greeks Gate คนจะบางกว่า เหมือนเดินอยู่ย่านชุมชนของจริง

เมืองนี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัยแต่ไม่ค่อยราบเรียบ ถนนเอียงและมีหินลื่น ต้องระวัง ผู้ที่มีปัญหาเดินหรือรถเข็นอาจไม่เหมาะนัก ส่วนเด็ก ๆ พวกประวัติศาสตร์อาจจะไกลตัว แต่กำแพง วิว และรถม้าจะดึงความสนใจได้ดี ถ้าพาลูกมาเที่ยว ดูคู่มือ มอลตากับเด็กๆ ได้เลย

เข้ามหาวิหารหรือโบสถ์ที่ใช้จริงต้องแต่งตัวสุภาพ คลุมหัวไหล่และหัวเข่า ไม่งั้นอดเข้า ถ่ายรูปในมหาวิหารอาจเสียเงินต่างหากหรือห้ามบางจุด ต้องสอบถามก่อนเที่ยว ถ้าใครอยากเที่ยวทั่วเกาะแบบครบ ๆ ดู แผนการเดินทางมอลตา 3 วัน วางแผนเดินทางรวบยอดทั้งเมืองป้อมยุคกลาง, แหล่งก่อนประวัติศาสตร์ และชายฝั่งได้

ความปลอดภัยในเอ็มดีนาหายห่วง ประชากรน้อยมากและยามค่ำคืนแทบไม่มีอะไรให้ห่วง ไม่มีอาชญากรรมเลยก็ว่าได้ แต่ทั่วไปให้ดูแลของมีค่าเวลาคนแน่นตรงประตูเมือง ช่วงพีค หากอยากอ่านบริบทความปลอดภัยทั่วเกาะ เข้าไปที่ คู่มือความปลอดภัยในมอลตา guide มีจุดสำคัญครบ

สรุปสั้นๆ

  • เอ็มดีนา เมืองหลวงเก่าที่ยังคงมีคนอาศัยจริง ๆ แค่ประมาณ 250 คน จัดเป็นหนึ่งในเมืองที่เงียบและเล็กที่สุดในยุโรป
  • แนะนำไปเช้าตรู่หรือหลัง 5 โมงเย็นจะเลี่ยงทัวร์กรุ๊ปและได้บรรยากาศที่เมืองนี้ขึ้นชื่อจริง ๆ
  • ควบเที่ยวราบัตข้างกำแพง ชมสุสานใต้ดินเซนต์พอลและ Domus Romana สองแห่งเพิ่มมุมประวัติศาสตร์ให้ทริปได้เยอะ
  • ที่พักในกำแพงหายากและแพง ส่วนใหญ่เที่ยวแบบครึ่งวัน จากวัลเลตตา สลีมา หรือ St. Julian's โดยรถบัส
  • เหมาะกับสายชอบประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม บรรยากาศ ไม่เหมาะกับคนหาปาร์ตี้หรืออยากพักริมทะเลแบบฟูลเซอร์วิส

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใน เมืองเอ็มดีนา

คู่มือท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง