ช่วงถ่ายรูปสวยสุดคือ 16.00-18.00 น. หน้าร้อน มุมแสงข้าม Grand Harbour ทำให้ป้อมสีทอง น้ำสะท้อนสีท้องฟ้า แนะนำเดินเล่นริมน้ำ Senglea หรือไป Safe Haven Garden ที่ปลายเมือง Senglea มองย้อนกลับไปทาง Valletta และ Fort St. Angelo แบบไม่มีอะไรกั้น
เที่ยวอะไรดีในสามเมืองโบราณ
Fort St. Angelo เป็นหัวใจของสามเมืองนี้ ป้อมชั้นซ้อนยุคกลางที่มีร่องรอยตั้งแต่ฟินีเซียนและอาหรับ กระทั่งมาเป็นที่มั่นใหญ่สุดของอัศวินเซนต์จอห์นเมื่อปี 1530 ที่นี่เป็นจุดสำคัญของศึกใหญ่ 1565 ตอนอาณาจักรออตโตมันล้อมมอลตานานถึง 4 เดือน ปัจจุบัน Heritage Malta ดูแลและเปิดให้เข้าชม มีนิทรรศการมัลติมีเดียเล่าอดีตทหารและศาสนาเพิ่มเติม อยากรู้รายละเอียด อ่านต่อใน Fort St. Angelo และความสำคัญต่อประวัติมอลตา
ใน Senglea ก็ต้อง Safe Haven Garden (Il-Gardjola) ที่ปลายคาบสมุทร จุดนี้หายากแต่คุ้มค่าต่อการเดินมา เพราะมีหอคอยหินแกะสลักเป็นรูปตาและหู หมายถึงการระแวดระวังของอัศวิน วิวที่นี่เปิดโล่งทั้ง Grand Harbour มองเห็น Fort St. Angelo ด้านหนึ่งและกำแพง Valletta อีกด้าน ใครอยากเข้าใจว่าทำไมป้อมเหล่านี้ถึงสำคัญกับตัวตนของคนมอลตาขนาดนี้ อ่านได้จาก คู่มือประวัติศาสตร์ Knights of Malta ที่ให้บริบทครบถ้วน
Fort St. Angelo, Birgu: แลนด์มาร์กหลักของสามเมือง เข้าเที่ยวชมได้
Malta Maritime Museum, Birgu: ตั้งอยู่ในตึกโรงอบขนมปังทหารเรือเดิมของอัศวิน จัดแสดงเรื่องประวัติศาสตร์เดินเรือของมอลตา
Malta at War Museum, Birgu: เน้นเรื่องช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมเปิดให้ลงไปดูอุโมงค์หลบภัยใต้ดิน
โบสถ์ St. Lawrence, Birgu: โบสถ์ประจำเมือง Birgu มีมาก่อนอัศวินและสร้างใหม่มาหลายยุค เวอร์ชันปัจจุบันเป็นสถาปัตยกรรมบาโรกอลังการ
วิธีเดินทางที่บรรยากาศดีที่สุดต้องนั่งเฟอร์รี่จาก Valletta บริการวอเตอร์แท็กซี่ข้าม Grand Harbour จาก Lower Barrakka ของ Valletta ถึงท่าจอดเรือ Birgu ใช้เวลาราว 5 นาที ค่าโดยสารไม่แพง (ตรวจสอบราคาก่อนเดินทาง เพราะเปลี่ยนตามฤดูกาล) ได้ดูวิว Fort St. Angelo ขยายใหญ่ขึ้นขณะข้ามน้ำ เป็นโมเมนต์เปิดทริปที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่
ถ้านั่งบัส สามเมืองนี้ต่อสายจากสถานีรถบัสหลัก Valletta ผ่านรถของ Malta Public Transport ใช้เวลาประมาณ 25 นาที ราคาต่อเที่ยวราว 2 ยูโร เส้นทางหลักจะจอด Cospicua เพราะอยู่ตรงปากทางฝั่งแผ่นดิน จาก Cospicua เดินทะลุประตู Cottonera ไป Birgu ได้ไม่ไกล Senglea ก็เดินถึงจากจุดนี้
ไปขึ้นเฟอร์รี่จาก Valletta ได้วิว Grand Harbour และ Fort St. Angelo ครบกว่าบัสมาก ขากลับถ้าอยากเปลี่ยนฟีล ก็นั่งบัส แต่ถ้าอยากชมวิวแสงเย็นบนกำแพง Valletta กลับด้วยเฟอร์รี่ก็เหมาะ
ใครสนใจประวัติศาสตร์ทหารหรือยุคตีเมืองของมอลตา สามเมืองนี้ต้องมาให้ได้ เพราะ Fort St. Angelo, Malta at War Museum และ Cottonera Lines รวมกันคือกลุ่มโบราณสถานสายทหารสำคัญสุดในเมดิเตอร์เรเนียน เที่ยวที่นี่ควรจับคู่กับ Lascaris War Rooms ใน Valletta และ Fort St. Elmo เพื่อเห็นภาพว่ามอลตารอดมาได้อย่างไรตลอดยุคสงคราม