ป้อมรินเนลลา: ปราการวิกตอเรียนแห่งมอลตาและปืนใหญ่ 100 ตันที่ยังหลงเหลือในโลก
ป้อมรินเนลลาในเมืองคัลคารามีปืน Armstrong 100 ตัน หนึ่งในสองกระบอกที่ยังเหลือบนโลก สร้างขึ้นระหว่างปี 1878–1886 เพื่อปกป้องแกรนด์ฮาร์เบอร์ ทุกวันนี้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตโดยมูลนิธิ Malta Heritage Trust เปิดเฉพาะวันเสาร์และมีทัวร์ไกด์พร้อมบัตรเข้า
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- Triq il-Kanun tal-Mija (ถนน St Rocco), คัลคารา, มอลตา
- การเดินทาง
- รถบัสสาย 3 จากสถานีรถบัสหลักวัลเลตตา (ทุก 30 นาที จันทร์–เสาร์) ลงหน้าประตูทางเข้า
- เวลาเที่ยวชม
- 1.5 ถึง 2.5 ชั่วโมง รวมทัวร์ไกด์
- ค่าใช้จ่าย
- ผู้ใหญ่ (16+) €12, เด็ก (5–15) €7, ครอบครัว (2 ผู้ใหญ่ + 3 เด็ก) €28 สมาชิกเข้าฟรี มีไกด์นำชมและเสียงบรรยาย
- เหมาะสำหรับ
- สายประวัติศาสตร์ทหาร, ครอบครัวที่มีลูกโต, ถ่ายรูป
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.wirtartna.org/fortrinella

ป้อมรินเนลลาคืออะไร
ป้อมรินเนลลา หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า Rinella Battery (Batterija ta' Rinella) คือป้อมชายฝั่งยุควิกตอเรียนในคัลคารา ตั้งอยู่ตรงฝั่งตะวันออกของช่องทางเข้าแกรนด์ฮาร์เบอร์ ระหว่างป้อม Ricasoli กับป้อม St. Rocco สร้างตั้งแต่ปี 1878 ถึง 1886 ตามคำสั่งของรัฐบาลอาณานิคมอังกฤษเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากเรือรบหุ้มเกราะเหล็ก ที่เริ่มทำให้ป้อมปืนหินแบบเก่าไร้ประสิทธิภาพ
จุดเด่นของป้อมนี้คือ ปืน Armstrong 100 ตัน แบบบรรจุปากลำกล้อง ขนาดลำกล้อง 17.72 นิ้ว เดินทางมาถึงปี 1882 และถูกใช้จริงในปี 1884 มีแค่สองกระบอกในโลกที่ยังหลงเหลือ อีกกระบอกอยู่ที่ยิบรอลตาร์ ขนาดมโหฬารของปืนนี้เป็นตัวกำหนดรูปแบบป้อมทั้งหมด ตั้งแต่เครื่องจักรขนกระสุนไฮดรอลิกยันห้องเก็บกระสุนใต้ดิน ทุกอย่างออกแบบมาเพื่อป้อนพลังให้ปืนนี้ยิงกระสุนทะลุเกราะเหล็กที่หนาสุดในยุคนั้น
ℹ️ ดีที่ควรรู้
ป้อมรินเนลลาเปิดเฉพาะวันเสาร์ 10:00–16:30 เข้ารอบสุดท้าย 16:00 ปิดทุกวันที่ 24, 25, 31 ธ.ค. 1 ม.ค. วันศุกร์ประเสริฐและอีสเตอร์ วางแผนเที่ยวให้เหมาะกับวันเปิด
ปืนนี้ถูกจัดเป็นของล้าสมัยในปี 1906 เพราะเทคโนโลยีทางเรือรบพัฒนาล้ำหน้าปืนป้อมใหญ่ ๆ แล้ว สถานที่นี้ถูกส่งต่อให้มูลนิธิ Fondazzjoni Wirt Artna (Malta Heritage Trust) ปี 1991 และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ปี 1996 มูลนิธิได้ซ่อมกลไกป้อมให้ใช้งานได้อีกครั้ง และทุกปีจะมีการยิงปืนด้วยลูกเปล่า ทำให้ที่นี่เป็นปืน Armstrong 100 ตันที่ยิงได้จริงแห่งเดียวที่ยังคงอยู่
ขนาดของปืน: เข้าใจสิ่งที่คุณเห็น
ต่อให้ดูรูปกี่รูป ก็ไม่มีอะไรเตรียมใจให้เทียบได้กับพลังของปืน Armstrong 100 ตันกระบอกนี้ เฉพาะลำกล้องยาวกว่าเก้าเมตร ฐานวางและเครื่องยกไฮดรอลิกกินพื้นที่ขนาดเท่าคอร์ทเทนนิส ปืนหนักถึง 101 ตัน ต้องใช้คนเป็นทีมในการควบคุมและมีระบบไฮดรอลิกไอน้ำสำหรับการบรรจุ ยิงแต่ละครั้งใช้เวลาราว 7–8 นาที
ทัวร์ไกด์จะพาชมขั้นตอนบรรจุปืนแบบเรียลไทม์ ด้วยเครื่องมือจากยุควิกตอเรียนได้จริง พอเห็นกลไกถาดบรรจุกับตัวดันกระสุนในขนาดคนจริง ๆ จะเข้าใจว่าทำไมปืนยักษ์กลายเป็นของโชว์ทางวิศวกรรมแทนจะใช้ในการสู้รบจริง ถึงจะสุดยอดในยุคตัวเอง แต่เมื่อเจอกับปืนบรีชโหลดที่ยิงเร็วกว่า ก็ถูกทิ้งขว้างทันที
การถ่ายรูปปืนใหญ่แนะนำให้ถ่ายจากฐานหมุน จะได้เก็บลำกล้องเต็ม ๆ คู่กับวิวเมดิเตอร์เรเนียน ถ้ามาช่วงเช้า แสงแดดจะนุ่มสวยบนหินปูนและโลหะ แม้ตัวป้อมเองจะหันตะวันออกเฉียงใต้ ช่วงสายถึงเที่ยงแสงจะค่อนข้างแข็ง ส่วนห้องเก็บกระสุนใต้ดินแสงน้อย ใครชอบถ่ายควรพกเลนส์รูรับแสงกว้างไปด้วย
ตั๋วและทัวร์
ตัวเลือกคัดสรรจากพันธมิตรการจองของเรา ราคาเป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ ความพร้อมให้บริการและราคาสุดท้ายจะยืนยันเมื่อทำการจองเสร็จสมบูรณ์
City Sightseeing hop-on hop-off bus tour of Gozo
เริ่มต้นที่ 20 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีThe Malta Experience Audio-Visual Show and La Sacra Infermeria Tour
เริ่มต้นที่ 20 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีLuggage Storage in Malta
เริ่มต้นที่ 6 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรี6-day heritage and attractions pass in Malta
เริ่มต้นที่ 80 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรี
ประสบการณ์แต่ละช่วงเวลา
ป้อมเปิดเวลา 10:00 และทัวร์รอบแรกจะเริ่มหลังจากนั้นไม่นาน ถ้ามาแต่เช้าคนยังน้อย สำรวจพื้นที่รอบนอกและอุโมงค์ใต้ดินได้ก่อนที่กลุ่มทัวร์ใหญ่จะเริ่มเข้ามาตอนสาย ๆ ป้อมอาจดูไม่ใหญ่แต่มีรายละเอียดหลายชั้น ทั้งแกลเลอรี่ ห้องเครื่อง และห้องเก็บกระสุน ใครชอบเดินเล่นชิล ๆ จะได้สัมผัสบรรยากาศเต็มที่
ประมาณ 11:30 สนามหลักจะเริ่มมีนักท่องเที่ยวเยอะขึ้น โดยเฉพาะวันเสาร์ที่มีกลุ่มครอบครัวและทัวร์จองรวมวันเดียวกัน พื้นที่ภายในค่อนข้างร่มน้อยโดยเฉพาะหน้าร้อน ถ้ามาช่วงบ่ายแก่ ๆ (ที่ยังเปิด) ระหว่างมิ.ย.–ก.ย. จะเย็นสบายกว่าตอนกลางวัน อย่าลืมพกน้ำดื่มมาด้วย ป้อมนี้ไม่มีคาเฟ่หรือร้านขายเครื่องดื่ม
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
แนะนำมา 10:00 เพื่อเข้าทัวร์รอบแรก จะได้เดินสำรวจอุโมงค์ใต้ดินแบบคนไม่แน่น บรรยากาศในทางเดินและห้องเก็บกระสุนต่างจากตอนคนเยอะมาก
อากาศในป้อมต่างจากข้างนอกมาก ชั้นใต้ดินมีความเย็น ฉ่ำ ๆ ติดกลิ่นแร่เล็กน้อย ส่วนห้องเครื่องยังมีร่องรอยกลิ่นน้ำมันเครื่องจากกลไกที่ฟื้นฟูไว้ ความแตกต่างระหว่างออกจากแสงแดดร้อน ๆ แล้วได้ยินเสียงเครื่องจักรยุควิกตอเรียนของจริงคือเสน่ห์ของที่นี่ที่เกินกว่าจะเป็นแค่พิพิธภัณฑ์
บริบทประวัติศาสตร์: ทำไมต้องสร้างป้อมนี้ที่นี่
ช่วงปี 1870 แกรนด์ฮาร์เบอร์คือเหตุผลสำคัญที่มอลตาเป็นฐานทัพเรืออังกฤษกว่าสิบปี การมาของเรือรบเหล็กหุ้มเกราะที่กันกระสุนแบบดั้งเดิมได้ทำให้รัฐบาลอังกฤษต้องเร่งสร้างฐานปืนรุ่นใหม่ตามปากอ่าวสำคัญทั่วจักรวรรดิ ป้อมรินเนลลาคือหนึ่งในนั้น วางตัวเพื่อควบคุมเส้นทางเข้าใต้ของแกรนด์ฮาร์เบอร์ ทำงานคู่กับ Fort Ricasoli ฝั่งตรงข้าม
การเลือกปืน Armstrong 100 ตันแสดงว่าอังกฤษมองภัยนี้จริงจังขนาดไหน ปืนพวกนี้คือสุดยอดเทคโนโลยีหนักยุคปลายศตวรรษที่ 19 ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดการเรือรบหุ้มเกราะโดยเฉพาะ เทียบขนาด ปืนนี้ยิงกระสุนหนักราว 907 กิโลกรัม ป้อมปืนและปืนใหญ่แห่งนี้คือผลผลิตของยุคแข่งขันระหว่างเกราะเรือกับปืนฝั่ง หากอยากเข้าใจภูมิหลังทางทหารของมอลตา ลองอ่าน คู่มือประวัติศาสตร์ Knights of Malta จะได้เห็นว่าที่ตั้งของมอลตาบนแผนที่ทำให้เกาะนี้กลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการเสริมแนวป้องกันเสมอมา
ตลอดเวลาที่ใช้ปืนนี้ ป้อมไม่เคยถูกใช้ในศึกเลย พอถึงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ปืน 100 ตันก็ปลดประจำการไปแล้ว ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พื้นที่นี้ถูกใช้เพื่อการทหารแบบอื่น ๆ แต่หน้าที่หลักด้านปืนใหญ่ก็จบไปแล้ว หลังสงครามปล่อยทิ้งร้าง จน Fondazzjoni Wirt Artna เริ่มฟื้นฟูทีละขั้นตอนในช่วงปี 1990
การเดินทางและข้อมูลสำคัญ
ป้อมรินเนลลาตั้งอยู่ในคัลคารา ย่านอยู่อาศัยสงบ ๆ ฝั่งตะวันออกของแกรนด์ฮาร์เบอร์ เส้นทางง่ายสุดจากวัลเลตตาคือนั่งรถบัสสาย 3 วิ่งทุก 30 นาที (จันทร์-เสาร์) ถึงหน้าประตูเลย ใช้เวลาประมาณ 20–25 นาทีแล้วแต่การจราจร รถบัสวันหยุดนักขัตฤกษ์อาจเปลี่ยนเวลาได้ ที่สำคัญ ป้อมปิดวันหยุดหลายวันด้วย
ถ้าขับรถมา เส้นทางผ่านย่าน Cottonera และหมู่บ้านคัลคารา ตามป้ายไปป้อมได้เลย มีที่จอดริมถนนใกล้ประตู แต่บางช่วงเลนแคบ ใครอยากเที่ยวป้อมรินเนลลาคู่กับที่อื่น แนะนำ Fort St. Angelo มีทางเข้าทางริมน้ำ Three Cities เที่ยวสองป้อมจะเห็นภาพการป้องกันแกรนด์ฮาร์เบอร์ครบหลายยุค
พื้นที่ด้านในป้อมรินเนลลามีทั้งบันได พื้นหินขรุขระ และเพดานต่ำในบางห้องใต้ดิน ใครที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนตัวควรทราบว่าป้อมยุควิกตอเรียนไม่ได้ออกแบบให้รองรับทุกคน ติดต่อมูลนิธิโดยตรงหากมีเงื่อนไขเฉพาะ
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
ป้อมเปิดเฉพาะวันเสาร์ ถ้าใครมาเที่ยวมอลตาช่วงกลางสัปดาห์หรือวางแผนเที่ยวแน่น วันเปิดเดียวเป็นเหตุผลหลักที่คนพลาดจุดนี้ อย่าลืมเช็กวันปิดช่วงเทศกาลก่อนเดินทาง
ใครควรมา ใครอาจไม่ใช่
ป้อมรินเนลลาจะเหมาะกับคนที่สนใจประวัติศาสตร์ทหาร โบราณคดีอุตสาหกรรม หรือวิศวกรรมยุควิกตอเรียน ทัวร์จะลงรายละเอียดค่อนข้างเยอะแนะนำให้เตรียมตัวอยากรู้อยากเห็นไว้นิดหนึ่ง เด็กเล็กที่ไม่สนใจประวัติศาสตร์อาจเบื่อช่วงไม่มีโชว์ใหญ่ ๆ ครอบครัวที่ลูกอายุสิบปีขึ้นไปจะสนุกเต็มที่ ถ้าอยากวางแผนโปรแกรมเที่ยวแบบหลากหลาย แนะนำอ่าน ภาพรวมสถานที่ท่องเที่ยวใน Malta จะช่วยวางแผนเที่ยวให้ลงตัวได้
นักเดินทางที่มีเวลาน้อยในมอลตาแล้วต้องเลือกระหว่างจุดไฮไลต์ อาจต้องเปรียบเทียบป้อมนี้กับแหล่งอื่นที่เข้าถึงง่ายกว่า ที่นี่เปิดเฉพาะวันเสาร์จึงต้องจัดเวลาเป๊ะ ๆ แต่ถ้าเที่ยววัลเลตตามาหมดและอยากเจออะไรแปลกใหม่ ป้อมนี้บอกเลยว่าไม่มีที่ไหนในเมดิเตอร์เรเนียนให้ประสบการณ์แบบนี้อีกแล้ว เพราะที่นี่คุณยืนข้างปืน Armstrong 100 ตันจริง
ละแวก Three Cities ใกล้ ๆ เหมาะกับการใช้เวลาทั้งวันมากกว่าจะรีบร้อนมาแค่ป้อมเดียว หลังเที่ยวป้อมรินเนลลาแล้วลองแวะริมน้ำ Vittoriosa (Birgu) และ Inquisitor's Palace จะเปลี่ยนอารมณ์จากยุควิศวกรรมทหารวิกตอเรียนเป็นยุคอำนาจศาสนาของอัศวินแห่งเซนต์จอห์นแบบหมดจด
กิจกรรมยิงปืนใหญ่ประจำปี
ปีละครั้ง Fondazzjoni Wirt Artna จะจัดกิจกรรมยิงปืน Armstrong 100 ตันด้วยกระสุนเปล่า ถือเป็นโอกาสเดียวในโลกที่มีการยิงของจริง งานนี้มีผู้ชมแน่นและมักประกาศล่วงหน้าทางเว็บไซต์กับโซเชียล ถ้าเที่ยวตรงกับกิจกรรมนี้ควรวางแผนเน้นดูโดยเฉพาะ เสียงปืนและความเร้าใจแม้ไม่มีหัวกระสุนก็น่าตื่นตาตื่นใจสุด ๆ
ตรวจสอบวันจัดกิจกรรมแต่ละปีได้ที่เว็บไซต์ wirtartna.org/fortrinella ตั๋วอาจขายหมดหรือมีรอบจองล่วงหน้าแยกต่างหากจากบัตรเข้าชมปกติ
เคล็ดลับจากคนวงใน
- ทัวร์ไกด์รวมอยู่ในราคาบัตรและไม่สามารถเดินชมพื้นที่กลไกปืนใหญ่ได้ด้วยตัวเอง ต้องตามรอบทัวร์เท่านั้น วางแผนตามรอบทัวร์จะสะดวกกว่าครับ
- ถ้าขับรถมา ทางเข้าป้อมค่อนข้างแคบ ถ้าขับรถใหญ่แนะนำจอดก่อนถึงทางโค้งสุดท้ายแล้วเดินอีกสัก 200–300 เมตรจะปลอดภัยกว่า
- ห้องเก็บกระสุนใต้ดินเย็นกว่าภายนอกมาก ช่วงหน้าร้อนนี่สบาย ๆ แต่ถ้ามาฤดูหนาวที่อากาศบนหินปูนเย็น ๆ ควรพกเสื้อคลุมบาง ๆ ไปด้วย
- แนะนำเดินเล่นเลียบริมน้ำคัลคาราหลังเข้าชม วิวกลับไปฝั่งวัลเลตตาข้ามแกรนด์ฮาร์เบอร์สวยมากและแทบไม่มีนักท่องเที่ยว
- การยิงปืนประจำปีจะประกาศทางเว็บไซต์และโซเชียลของ Fondazzjoni Wirt Artna ถ้าอยากดูการสาธิตกลไกเต็มรูปแบบ ควรดูวันที่กิจกรรมล่วงหน้า
ป้อมรินเนลลา เหมาะสำหรับใคร?
- คนรักประวัติศาสตร์ทหารและอุตสาหกรรม
- สายถ่ายภาพเน้นวิศวกรรมและป้อมยุควิกตอเรียน
- ครอบครัวที่มีเด็กอายุ 10 ปีขึ้นไปที่สนใจประวัติศาสตร์
- นักเดินทางที่เที่ยวสถานที่เด่น ๆ แถวัลเลตตามาแล้ว อยากได้ประสบการณ์นอกเส้นทาง
- นักสะสมประสบการณ์ที่อยากเห็นปืน Armstrong 100 ตันของจริง หนึ่งในสองกระบอกที่ยังอยู่บนโลก
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน สามเมืองโบราณแห่งมอลตา:
- ฟอร์ตเซนต์แองเจโล
ตั้งอยู่ปลายคาบสมุทรบีร์กู เหนือแกรนด์ฮาร์เบอร์ ฟอร์ตเซนต์แองเจโลเป็นหัวใจประวัติศาสตร์เมดิเตอร์เรเนียนกว่า 700 ปี ตั้งแต่ยุคอัศวินเซนต์จอห์นยันฐานทัพเรือของอังกฤษในยุคสงครามโลก ป้อมนี้คือที่ที่เรื่องราวของมอลตาบรรจบกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
- สวนการ์ดโจลา
สวนการ์ดโจลา ตั้งอยู่ปลายใต้สุดของเซงกลีอา มัลตา เป็นจุดชมวิว Grand Harbour ที่สวยสะดุดตาที่สุดในสามเมือง เข้าฟรี เดินชมหอคอยเฝ้ายามโบราณริมสวน วิวคุ้มมากสำหรับคนที่ข้ามน้ำมาจากวัลเลตตา
- พระราชวังอินควิซิเตอร์
ซ่อนตัวอยู่ในตรอกเล็กๆ ของบิร์กู (วิตโตริโอซา) พระราชวังอินควิซิเตอร์คือหนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์ประเภทนี้ที่ยังคงเปิดให้ผู้คนเข้าชมทั่วโลก ตั้งแต่คุกใต้ดินสุดน่ากลัวไปจนถึงห้องส่วนตัวสุดหรูของท่านอินควิซิเตอร์ อาคารเดียวนี้ได้สรุปเรื่องราวกว่า 400 ปีของประวัติศาสตร์กฎหมาย ศาสนา และสังคมของมอลตาไว้ภายใต้หลังคาเดียว