Distillery Historic District

ย่าน Distillery Historic District ในโตรอนโตเป็นเขตเดินเท้าเต็มรูปแบบขนาด 13 เอเคอร์ สร้างขึ้นบนโรงกลั่น Gooderham & Worts อายุกว่า 190 ปี ปัจจุบันเปลี่ยนโกดังเก่าให้กลายเป็นแกลเลอรี่ ร้านอาหารอิสระ และตลาดตามฤดูกาล ท่ามกลางสถาปัตยกรรมวิคตอเรียแบบอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ที่สุดในอเมริกาเหนือ ถ่ายรูปสวย เดินเพลิน ไม่มีรถยนต์เข้ามาภายในตรอกอิฐแดงเลย

ตั้งอยู่ใน โตรอนโต

บรรยากาศคึกคักใน Distillery Historic District มีอาคารอุตสาหกรรมอิฐแดงยุควิคตอเรีย ป้าย Gooderham & Worts และนาฬิกาประดับใต้ท้องฟ้าแจ่มใส

ภาพรวม

Distillery Historic District คือย่านประวัติศาสตร์ที่สวยกลมกลืนที่สุดในโตรอนโต—กลุ่มโกดังอิฐแดงและตรอกหินกรวดยุควิคตอเรียที่เคยเป็นโรงกลั่นเหล้าใหญ่สุดของทวีป ปัจจุบันพลิกโฉมเป็นแกลเลอรี่ ร้านอาหาร บูติก และโรงละคร เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ ชมทุกมุม ทุกฤดู และคุณสามารถเดินทั่วเขตนี้ในครึ่งวันแบบไม่พร่องประสบการณ์

ทำความรู้จักพื้นที่

Distillery Historic District อยู่ริมตะวันออกของดาวน์ทาวน์โตรอนโต โดยมี Cherry Street ทางตะวันออก Parliament Street ทางตะวันตก Mill Street ทางเหนือ และรางรถไฟใกล้ Tank House Lane ทางใต้ หน้าดินค่อนข้างเรียบ อยู่เหนือแนวรางรถไฟริมน้ำ ทำให้ให้ความรู้สึกแยกตัวจากกริดเมือง แม้จะเดินจากย่าน St. Lawrence Market แค่ 15 นาที

ที่อยู่หลักของเขตนี้คือ 55 Mill Street เดินจากทางตะวันตกบน Mill Street จะเข้าถึงตัวเขตอย่างตรงที่สุด ได้เห็นสเกลชัดเจน—โกดังอิฐแดงสูง 3-4 ชั้นสองฝั่ง ถนนเริ่มแคบลงแล้วลื่นเข้าสู่ตรอกหินกรวดแบบไม่ทันตั้งตัว ทางใต้และตะวันตก ได้แก่ St. Lawrence Market และย่าน St. Lawrence ที่เชื่อมโยงกับโตรอนโตเก่าแก่ ส่วนด้านเหนือคือ Corktown กับโครงการ West Don Lands ที่ยังมีเครนก่อสร้างให้เห็นรอบ ๆ เขตนี้ตลอด

Distillery นี้ห่าง Union Station ทางตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร และห่างจากใจกลางเมืองโตรอนโตศูนย์กลางการเงินราว 1.5 กม. ไม่มีเส้นรถไฟใต้ดินตรงๆ เลยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากประเมินระยะเดินผิด แต่ไปถึงง่ายด้วยรถสตรีทคาร์ ถนนรอบข้างก็ราบเรียบ เหมาะกับการปั่นจักรยาน

บรรยากาศ & คาแรกเตอร์

Distillery เป็นพื้นที่ไม่เหมือนใครในโตรอนโต เพราะทั้งเขตภายในปลอดรถยนต์โดยสิ้นเชิง เดินผ่านทางเข้าหลักมา จะไม่มีรถ ไม่มีกระบะส่งของ ไม่มีกลุ่มปั่นจักรยานตัดหน้าเลย สเกลของพื้นที่คล้ายยุโรปมากกว่า: ตรอกแคบ ๆ สนามคอร์ตแปลกตา และผนังตึกยังคงภาพเฟดจาง ๆ ของยุคอุตสาหกรรม

เช้าวันธรรมดา เขตนี้สงบเป็นกันเอง พนักงานร้านกาแฟทยอยวางเก้าอี้บนหินกรวด นกพิราบคุยกันรอบท่าโหลดของ ผนังอิฐส่องแสงอุ่นสีทองจากทิศตะวันออก ผนังก่ออิฐหนาช่วยให้อากาศเย็นลงอย่างชัดในหน้าร้อน ทำให้เดินเล่นเช้า ๆ ช่วงกรกฎาคม-สิงหาคมสัมผัสได้จริงว่าร่มรื่นขึ้น

สาย ๆ บ่ายวันเสาร์อาทิตย์ บรรยากาศจะกลับกันทันที Distillery กลายเป็นหนึ่งในตรอกที่ถูกถ่ายรูปมากสุดของโตรอนโต กลุ่มคนถือกล้องและครอบครัวพร้อมรถเข็นเด็กทยอยหลั่งไหลมา ลานกลางรอบร้านอาหารและ Still House เก่าแน่นเอี๊ยดก่อนเที่ยง ไลน์รอหน้าร้านบรันช์ดังเริ่มยาวตั้งแต่ 11 โมง อยากได้บรรยากาศคลาสสิคไร้ผู้คน ควรมาก่อน 10 โมงหรือเลือกวันธรรมดา

กลางคืน เขตนี้จะถูกแต่งไฟอุ่นติดต่ำ ชูผิวอิฐให้ดูมีมิติพร้อมเงายาว ๆ ตามตรอก รู้สึกปลอดภัย มีทีมรักษาความปลอดภัย District Security เดินตรวจเสมอ กลุ่มลูกค้ากลางคืนมักเป็นคู่รัก หรือกลุ่มเพื่อนเข้าโรงละคร Young Centre for the Performing Arts ช่วงไม่มีอีเวนท์ใหญ่ บริเวณนี้จะเงียบกว่าเดิมหลังสามทุ่มวันธรรมดา

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

Distillery ยิ่งงดงามช่วงหน้าหนาว งาน Distillery Winter Village (ชื่อเดิม Toronto Christmas Market) จัดตกแต่งตรอกด้วยไฟแสง ตู้ขายของไม้ และรถเข็นไวน์ร้อนปลายพฤศจิกายนถึงธันวาคม คนแน่นมากสุดวันหยุด แนะนำมาวันธรรมดาตอนค่ำต้นเดือนธันวาคมเพื่อสัมผัสบรรยากาศพิเศษของโตรอนโต

อะไรน่าเที่ยวในเขตนี้บ้าง

ตัวอาคารทั้งหลายแหละคือไฮไลต์หลัก Distillery คือแหล่งรวมสถาปัตยกรรมโรงงานวิคตอเรียขนาดใหญ่ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกาเหนือ ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานระดับประเทศ แนะนำให้เดินตามตรอก สังเกตรายละเอียดอย่างตะขอเหล็กบนท่าโหลด เตาชั้นดาดฟ้า ป้ายสีบนอิฐ รับรู้ประวัติศาสตร์โรงงานยุคศตวรรษที่ 19 ได้ชัดเจนกว่าการไปพิพิธภัณฑ์เสียอีก

Toronto Christmas Marketที่จัดใน Distillery คืออีเวนท์ประจำปีที่มีผู้เยี่ยมชมมากสุด โดยจะเปิดหลายสัปดาห์ตั้งแต่ปลายพฤศจิกายน มีค่าผ่านประตูช่วงพีคสุดสัปดาห์ คนเยอะมาก ถ้าอยากเดินสบาย ๆ แนะนำให้มาตอนวันธรรมดา

โรงละคร Young Centre for the Performing Arts ตั้งอยู่ใน Baillie Theatre ภายในเขต เช่น Soulpepper Theatre Company และ Soulpepper Academy รวมถึงคณะละครรับเชิญต่าง ๆ ที่นี่เป็นเวทีจริงจังตลอดปี ไม่ใช่แค่จุดเช็คอินท่องเที่ยว รายการแสดงตั้งแต่ละครร่วมสมัยถึงคลาสสิก ถ้ามีโชว์ตรงกับทริป แนะนำให้ลองเช็ครอบตั๋ว

มีแกลเลอรี่ศิลปะหลายแห่งกระจายอยู่ทั่วเขต ส่วนใหญ่ใช้ตึกโรงงานเดิมที่พื้นที่กว้างเหมาะกับงานร่วมสมัยชิ้นใหญ่ สตูดิโอถ่ายภาพและเซรามิกน่าแวะดู และยังมีศิลปินที่เปิดสตูดิโอให้เข้าชมระหว่างเวลาปกติ พื้นที่กว้างขวางกว่ากรอบแกลเลอรี่ทั่วไปมาก

  • เดินรอบเขตโดยเฉพาะตรอกตอนเหนือแถว Cooperage Street ที่คนน้อยกว่าตรงลานกลาง
  • มองหาป้าย Gooderham & Worts และเครื่องมือโรงงานยุคเดิมที่ยังเก็บข้างทางไว้
  • ตรวจสอบโปรแกรมแสดงของ Young Centre for the Performing Arts ก่อนมา
  • เดินชมสตูดิโอศิลปิน โดยเฉพาะบ่ายวันธรรมดาที่เจ้าของมักอยู่เอง
  • แวะช่วงบ่ายแก่ ๆ เมื่อแสงอาทิตย์ตกกระทบผนังอิฐด้านใต้โดยตรง

ℹ️ ดีที่ควรรู้

Distillery Historic District ได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติของแคนาดา หนึ่งในข้อกำหนดการพัฒนาใหม่คือห้ามเปลี่ยนแปลงหน้าตาอาคารเดิมแบบชัดเจน คุณจะพบว่าภายในตึกจำนวนมากทันสมัยเกินคาด ทั้งที่ภายนอกยังคงเป็นโกดังยุควิคตอเรีย

กิน ดื่ม ใน Distillery

อาหารเครื่องดื่มใน Distillery เน้นร้านนั่งทาน บรันช์ช่วงวันหยุด และคาเฟ่บรรยากาศดี ไม่ใช่แหล่งสตรีทฟู้ดหรือของกินราคาย่อมเยา ราคาส่วนใหญ่สะท้อนค่าเช่าทำเลและการเป็นเขตท่องเที่ยว แต่คุณภาพก็ดี และฉากรอบตัวช่วยยกระดับมื้อธรรมดา

คาเฟ่ในเขตนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มากันเอง มีทั้งร้านกาแฟ เบเกอรี่อยู่ชั้นล่างริมถนนหินกรวด พร้อมลานนั่งกลางแจ้งที่เหมาะกับเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม สั่งกาแฟกับขนมแต่เช้าก่อนคนพลุกพล่านคือความสุขจริงของการมาเยือน Distillery

Old Flame Brewing Co. ดำเนินงานโรงเบียร์และ taproom ในพื้นที่ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเฉพาะของคนท้องถิ่น เบียร์ทำสดในเขต ห้องกว้างขวาง นั่งสบายกว่าข้างนอกช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ถ้าชอบเบียร์คราฟต์ ที่นี่คือจุดหมายแท้ ไม่ใช่แค่ผ่านมาแวะ

ร้านอาหารมีทั้งร้านแซนด์วิช พิซซ่า ไปจนถึงอาหารยุโรปแบบกลาง ๆ วันศุกร์เสาร์ควรสำรองโต๊ะล่วงหน้า Distillery ไม่ใช่แหล่งอาหารใหม่ ๆ หรืออาหารชาติหลากหลายแบบอื่นในโตรอนโต หากอยากสัมผัสวัฒนธรรมอาหารขั้นสุดหรือราคาย่อมเยา แนะนำไปแถว Kensington Market หรือ Greektown on the Danforth แทน ที่นี่จะโดดเด่นเรื่องกลิ่นอายและความประทับใจมากกว่า

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

ราคากินใน Distillery มักสูงกว่าย่านอื่นชัดเจน ควรเผื่อประมาณ 20-35 ดอลลาร์แคนาดาต่อมื้อกลางวันง่าย ๆ และ 50-80 ดอลลาร์ต่อหัวสำหรับดินเนอร์พร้อมเครื่องดื่ม ใครงบจำกัดอาจไม่เหมาะสมที่สุด

เดินทางไป-มาที่นี่

เส้นทางขนส่งมวลชนที่ตรงที่สุดจากดาวน์ทาวน์คือรถสตรีทคาร์สาย 504 King วิ่งตรงฝั่ง King Street แล้วต่อเดินลง Parliament Street อีกนิด หรือจะลงจุด Distillery Loop ที่ Cherry Street ก็ได้ มีรถบัสสาย 65 Parliament ของ TTC ด้วย ถ้าอยากดูวิธีเดินทางทั่วเมืองโดยละเอียด อ่านต่อที่คู่มือการเดินทางในโตรอนโตที่นี่มีรายละเอียดครบ

เดินจาก Union Station มาที่เขตนี้ใช้เวลาราว 20-25 นาทีตามถนน Front Street East แล้วเลี้ยวลง Cherry Street หรือจะอ้อมเส้นทางริมน้ำเล็กน้อยก็ได้ เส้นทางเดินราบผ่านย่าน St. Lawrence เหมาะกับอากาศดี ๆ ถึงจะไม่ใช่ถนนที่น่าสนใจตลอดเส้น

มีที่จอดรถที่ 100 Cooperage Street และ 40 Rolling Mills Road ซึ่งอยู่รอบนอกเขต เดินเข้ามาข้างในที่เป็นเขตเดินเท้าอย่างเดียว ห้ามขับรถเข้า กลางวันจัดกิจกรรมหรือช่วงตลาดคริสต์มาส ที่จอดจะเต็มและรถติดตรง Mill Street และ Cherry Street มาก แนะนำใช้ขนส่งสาธารณะหรือขี่จักรยานช่วงนั้น

ขี่จักรยานก็ดี ทาง Martin Goodman Trail วิ่งขนานริมน้ำแค่ไม่กี่บล็อกจากพื้นที่ Cherry Street มีเลนจักรยาน มี Bike Share ใกล้ ๆ เมื่อเข้าเขตนี้ควรจูงจักรยาน ไม่ปั่นในตรอกหินกรวด เพราะนอกจากจะสุภาพ ปั่นบนพื้นหินแบบนี้ไม่สบายตัว

  • รถสตรีทคาร์ TTC 504 King: ขึ้นจากดาวน์ทาวน์เร็วสุด ลง Parliament Street หรือ Distillery Loop ที่ Cherry Street
  • รถบัส TTC 65 Parliament: เชื่อมรถไฟใต้ดินสาย Bloor-Danforth (สถานี Castle Frank) ลงใต้ถึงเขตนี้
  • เดินจาก Union Station: ประมาณ 20-25 นาทีตาม Front Street ทางตะวันออก
  • ขี่จักรยานตาม Martin Goodman Trail: ทางราบตรง มีที่จอดรอบเขต
  • จอดรถที่ 100 Cooperage Street หรือ 40 Rolling Mills Road

พักที่ไหนดี

เขต Distillery Historic District เองไม่มีโรงแรมขนาดใหญ่ อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นที่พักอาศัยส่วนตัว เช่น คอนโด Gooderham และ Pure Spirit นักเดินทางมักเลือกโรงแรมในย่าน St. Lawrence ตาม King Street East หรือในเขตดาวน์ทาวน์โดยรอบ

พักแถว St. Lawrence เดินถึง Distillery แค่ 10 นาที และยังใกล้St. Lawrence Marketกับริมน้ำ King Street East มีบูติกโฮเทลเปิดใหม่ ๆ เหมาะกับคนที่มองหาที่พักสงบกว่าทั่วไปแต่เดินทางคล่องด้วยสตรีทคาร์ หากอยากเห็นตัวเลือกโรงแรมทั่วโตรอนโต ดูข้อมูลเปรียบเทียบแต่ละเขตในคู่มือที่พักในโตรอนโตที่นี่

Distillery เหมาะกับการเป็นฐานออกเที่ยวฝั่งตะวันออกของโตรอนโต: ริมน้ำ, Corktown, St. Lawrence และ West Don Lands ที่ใหม่ ๆ อยู่เดินใกล้ ถ้าสนใจเที่ยว Yorkville, Entertainment District หรือตามแนว Bloor Street อาจไม่สะดวกเท่า เพราะเดินหรือใช้ขนส่งจะใช้เวลาพอสมควร

สรุปแบบตรงไปตรงมา: เขตนี้เหมาะกับใคร

Distillery Historic District จัดเป็นเขตเมืองที่ดูโดดเด่นที่สุดของโตรอนโตทั้งเรื่องภาพถ่ายและบรรยากาศ แต่ก็เป็นย่านที่ราคาท่องเที่ยวสูงและคนเยอะโดยเฉพาะบ่ายวันหยุดกับช่วง Christmas Market ถ้ารู้ข้อดีข้อด้อยชัด จะวางแผนเที่ยวแล้วประทับใจกว่าเดิม

จะเป็นจุดแวะหลักในทริปฝั่งตะวันออกได้ดี เช่น เริ่มที่St. Lawrence Marketตอนเช้า แล้วเดินต่อไปยังริมน้ำหรือCorktown Commonช่วงบ่าย ถ้าแวะเฉพาะที่นี่ครึ่งวันเต็ม อาจรู้สึกว่าตรอกต่าง ๆ หมดเร็ว (พื้นที่ 13 เอเคอร์เดินสำรวจจริงใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ ก็ครบ)

ถ้ากำลังวางแผนทริปกว้างขึ้นในโตรอนโต ลองอ่านคู่มือสิ่งที่ควรทำในโตรอนโตจะเห็นบทบาทของ Distillery เทียบกับที่เที่ยวรายการท็อปอื่นของเมือง สำหรับสายชื่นชมสถาปัตยกรรม ขอแนะนำให้อ่านเสริมที่คู่มือสถาปัตยกรรมโตรอนโตด้วย

สรุปสั้นๆ

  • Distillery Historic District คือเขตเดินเท้า 13 เอเคอร์บนพื้นที่โรงกลั่น Gooderham & Worts อายุกว่า 190 ปี กลายเป็นโบราณสถานแห่งชาติแคนาดา
  • เลือกมาเยือนเช้าหรือบ่ายวันธรรมดาบรรยากาศดีที่สุด—ตลาดคริสต์มาสปลายพฤศจิกายนถึงธันวาคมสวยมากแต่วันหยุดคนแน่นสุด
  • ตัวเลือกกินดื่มมาตรฐานดีแต่ราคาสูงกว่าเขตอื่น ๆ ไม่ใช่แหล่งฟู้ดราคาย่อมหรืออาหารใหม่ ๆ ขึ้นชื่อ
  • ไม่มีรถไฟใต้ดิน เชื่อมต่อได้ด้วยสตรีทคาร์สาย 504 King, รถบัส 65 Parliament, เดินจาก Union Station (20-25 นาที) หรือปั่นจักรยานเส้นริมน้ำ
  • เหมาะกับ: คนรักสถาปัตยกรรม ช่างภาพ คู่รัก มือใหม่เที่ยวโตรอนโตที่อยากได้บรรยากาศแบบคลาสสิกและใครที่เช็คอินช่วงตลาดคริสต์มาสวันธรรมดา

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมใน Distillery Historic District

คู่มือท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง