St. Lawrence Market : ตลาดประวัติศาสตร์ของโตรอนโตที่ยังมีชีวิตตั้งแต่ปี 1803
St. Lawrence Market คือตลาดสดสาธารณะเก่าแก่ที่สุดของโตรอนโต เปิดบริการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1803 ย่าน St. Lawrence มี 3 อาคารเชื่อมต่อกันบนถนน Front Street East มีร้านค้ากว่า 120 ร้าน ไม่ว่าจะเป็นผักสด เนื้อสัตว์ ชีสโฮมเมด อาหารพร้อมทาน เดินเข้าฟรี เช้าวันเสาร์มีตลาดเกษตรกรเปิดตั้งแต่ตี 5 และย่านรอบข้างก็เหมาะกับการเดินเล่นสำรวจวันชิลๆ
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 92–95 Front Street East, Toronto, ON M5E 1C3 (ย่าน St. Lawrence ใจกลางเมืองโตรอนโต)
- การเดินทาง
- สถานี King (TTC Line 1, Yonge–University) เดินต่อทางตะวันออกประมาณ 5 นาที
- เวลาเที่ยวชม
- ประมาณ 1–2 ชั่วโมงหากมาตรงจุด เน้นเดิน กิน ชมตลาดและรอบๆ สัก 2–3 ชั่วโมง
- ค่าใช้จ่าย
- เข้าฟรี ซื้อของจ่ายเป็นเงินดอลลาร์แคนาดา (CAD)
- เหมาะสำหรับ
- สายกิน สายตลาดตอนเช้า นักประวัติศาสตร์ ช่างภาพ คนชอบเดินสำรวจสบายๆ
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.stlawrencemarket.com

St. Lawrence Market คืออะไร (จริงๆ)?
St. Lawrence Market ไม่ได้มีแค่อาคารเดียว แต่เป็นกลุ่มอาคาร 3 หลังที่กินพื้นที่เต็มบล็อกถนน Front Street East ใจกลางเมืองโตรอนโต ได้แก่ South Market (ฮอลล์หลัก เปิดตลอดปี), North Market (ที่จัดตลาดเกษตรกรวันเสาร์ และตลาดของเก่าอาทิตย์ อาคาร North Market กำลังปรับปรุงใหม่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฟื้นฟูตลาด), และ St. Lawrence Hall อาคารทางการสไตล์อิตาเลียนสร้างปี 1850 ตั้งอยู่ตรงหัวมุม King กับ Jarvis ทั้งหมดนี้คือศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่ทางการโตรอนโตเรียกว่าเขตตลาด St. Lawrence
South Market คือโซนที่คนส่วนใหญ่มาเที่ยว ใช้อาคารสองชั้นรีโนเวทใหม่ มีร้านค้ากว่า 120 ร้าน เสนอเนื้อสด ปลา ชีส ขนมปัง ของแห้ง อาหารพร้อมกิน และแผงขายของที่ไม่ใช่อาหารเล็กน้อย ชั้นล่างเน้นขายอาหาร ส่วนชั้นบนเป็นพื้นที่นิทรรศการหมุนเวียนโดยทางเมือง เข้าฟรีตลอด ใครๆ เข้ามาได้ทั้งเชฟที่มาหาวัตถุดิบ, พนักงานออฟฟิศหามื้อเที่ยง, หรือนักท่องเที่ยวมือใหม่ ทุกคนร่วมใช้ชีวิตในพื้นที่เดียว
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
South Market ปิดวันจันทร์ ถ้าตารางเที่ยวโตรอนโตของคุณตกวันจันทร์ วางแผนใหม่ได้เลย วันอังคารถึงศุกร์บรรยากาศชิลที่สุด วันเสาร์คือช่วงพีค (และคนเยอะมากสุดเช่นกัน)
ย้อนตำนานตลาดแห่งนี้
แถวนี้ใช้เป็นตลาดสาธารณะตั้งแต่ปี 1803 ถือว่าเก่าแก่ระดับต้นๆ ของอเมริกาเหนือ ยุคนั้นเมืองโตรอนโตยังใช้ชื่อว่า York ตรงนี้นี่แหละเป็นศูนย์กลางการค้าขายและกิจกรรมของชาวเมืองช่วงแรกๆ ตลาดเกษตรกรฝั่ง North Market ทุกเช้าวันเสาร์ก็ยังรักษาธรรมเนียมเดิมไว้ตั้งแต่ 1803 เรื่อยมา
St. Lawrence Hall อาคารสถาปัตยกรรมสไตล์ Palladian ตั้งเด่นตรงแยก King กับ Jarvis สร้างเสร็จปี 1850 เป็นศูนย์จัดงานประชุมหลักของโตรอนโตในยุคครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 นักร้อง Jenny Lind เคยแสดงที่นี่ งานรณรงค์ต่อต้านทาสก็เคยจัดขึ้นในฮอลล์ใหญ่ ช่วงก่อนสงครามกลางเมืองสหรัฐ อาคารนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติและบูรณะในยุค 1960–1970 ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดงานส่วนตัว ไม่เปิดเข้าชมทั่วไป แต่แค่ดูด้านนอกตัวอาคารก็ควรค่า
รู้ประวัติแบบนี้จะทำให้การมาเดินตลาดมีมิติยิ่งขึ้น ที่นี่ไม่ใช่ฉากจำลองเก่าๆ สำหรับให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป แต่คือแกนกลางเมืองดั้งเดิมของโตรอนโต ความต่อเนื่องยังสะท้อนชัดไม่ใช่แค่บทบาทในอดีต หากคุณสนใจสถาปัตย์และประวัติศาสตร์แนะนำอ่าน คู่มือสถาปัตยกรรมโตรอนโต เพราะละแวก St. Lawrence เดินดูตึกย้อนยุคศตวรรษที่ 19 ได้สวยเต็มอิ่ม
ประสบการณ์จริง: เช้าถึงบ่ายตลาด
ถ้ามาตลาดเช้าวันอังคารหรือพุธราว 9:30 น. จะสัมผัสบรรยากาศเน้นใช้งานจริง ไม่ใช่โชว์อลังการ กลิ่นแรกทันทีที่เปิดประตูคือกลิ่นเนื้อรมควัน ขนมปังอบสดกลางตลาด และกลิ่นเค็มอ่อนๆ จากปลาแถบฝั่งตะวันออก ไฟสว่างแบบห้างสรรพสินค้า พื้นปูนขัดมัน เดินไปเห็นร้านค้าวางของรอบสุดท้ายก่อนเปิดเต็ม ลูกค้าขาประจำก็คุยกับคนขายอย่างสนิทเพราะรู้จักกันมายาวนาน
กลางวันช่วงวันธรรมดา ตลาดปรับโหมดเป็นบริการอาหารเร็ว ร้านอาหารพร้อมกินคึกคัก โดยเฉพาะแซนด์วิช Peameal เบคอน (แบคอนแบบโตรอนโต ม้วนกับ cornmeal เสิร์ฟในขนมปัง kaiser นุ่มๆ) ที่ Carousel Bakery ชั้นล่าง มีแถวรอชัดเจน ใครมาไม่ควรพลาด ร้านนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ตลาด รสชาติดีแบบเรียบง่าย ไม่ต้องเติมแต่ง
เช้าวันเสาร์คือตัวตนที่แท้จริงของตลาด ตลาดเกษตรกรฝั่ง North Market เปิดตีห้า คนแรกๆ ที่มาไม่ใช่นักท่องเที่ยว แต่เป็นแม่ครัวหัวป่าก์ คนจัดซื้อร้านอาหาร และชาวบ้านเดิมๆ ที่เดินตลาดก่อนใครมาตลอด พอ 8 โมง ตลาด North Market เริ่มคึกคัก ตลาด South Market ก็แน่นขึ้นเรื่อยๆ สายๆ หน่อย (โดยเฉพาะวันอากาศดี) ทางเดินข้างนอก Front และ Jarvis หนาแน่นจริงๆ ร้านชีสมีคิวทุกแผง ถ้ามากับรถเข็นเด็กหรือของเยอะอาจเดินลำบาก
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
เช้าวันเสาร์ 10.00–12.00 น. คือช่วงคนแน่นสุดทั้งสัปดาห์ ถ้าไม่ชอบเบียดควรมาแต่เช้าก่อน 08.00 น. หรือเดินวันธรรมดาจะเงียบกว่า ตลาดของเก่าวันอาทิตย์ฝั่ง North Market ก็คนไม่เยอะ
เดินซื้ออะไร? เล็งร้านไหนดี?
ชั้นล่าง South Market วางแผงประจำเป็นรูปแบบกึ่งตาราง ร้านเนื้อฝั่งตะวันตกขายเนื้อชิ้นใหญ่ ไส้กรอกสูตรพิเศษ และชาร์คูเทอรี่ทำเอง ฝั่งตะวันออกเป็นร้านปลาสด ทั้งแบบฟาร์มและจับธรรมชาติ สั่งแล่ตามต้องการ ร้านชีสหลายร้านมีทั้งแบรนด์ท้องถิ่นออนแทรีโอกับนำเข้ายุโรป
อาหารพร้อมกิน ของว่าง และขนม ต้องเดินไปโซนกลาง ทางเดินในอาคารจะได้เจอทุกสัญชาติ: พีโรกี้ยูเครน ขนมหวานโปรตุเกส แกงอินเดีย เบนโตะญี่ปุ่น หรือเดลี่แคนาดาคลาสสิก ทั้งหมดนี้ไม่ได้จัดเซ็ตเป็น food hall หรูหรานะ ราคาเข้าถึงง่าย เห็นโครงสร้างการเติบโตของตลาดจริง ไม่ได้วางคอนเซปต์แต่ต้น เลยดูวุ่นวายนิดๆ แต่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง
ตลาดเกษตรกรวันเสาร์ฝั่ง North Market เน้นผักผลไม้ตามฤดูกาล น้ำผึ้งท้องถิ่น ของหวานเมเปิ้ล ดอกไม้สด และของโฮมเมดไซส์เล็กๆ คุณภาพไว้ใจได้ แต่ไม่ใช่ตลาดกลางแจ้งขยายกว้างแบบยุโรป ที่นี่เป็นตลาดในร่มขนาดย่อม มีร้านราว 80 กว่าร้านขึ้นกับฤดู ถ้าอยากเห็นภาพรวมตลาดอาหารในโตรอนโตและเปรียบเทียบแต่ละแบบ อ่านคู่มือตลาดอาหารโตรอนโต ก่อนไปเดินจริงจะเข้าใจตลาดแต่ละแห่งง่ายขึ้น
วิธีเดินทางและทริคใช้งานจริง
ตลาดอยู่เลขที่ 92 Front Street East ห่างจาก Yonge Street สองช่วงตึก ถ้ามาจากสถานี King (TTC Line 1) เดินเลียบถนน King ไปทางตะวันออกถึง Jarvis แล้วเลี้ยวใต้ไป Front Street ใช้เวลาประมาณ 5–8 นาที ถ้าเลือกขึ้นรถรางสาย 504 King ก็ลงใกล้ตลาดได้ หรือจะเลือกหลายสายรถเมล์ก็สะดวกไม่แพ้กัน
ที่จอดรถมีทั้งลานใกล้ๆ บน Jarvis และชั้นใต้ดินใต้ตลาดเอง แต่วันเสาร์เช้าไม่แนะนำขับรถไป เว้นแต่จะถึงก่อน 07.30 น. เพราะที่ริมถนน Front กับ Jarvis เต็มไว พื้นที่รอบตลาดก็คนเดินพลุกพล่านมาก โดยรวมขนส่งมวลชนหรือเดินเท้าจัดว่าสะดวกสุด
ตลาดตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของย่านใจกลางเมืองโตรอนโต เดินไป Distillery District ทางตะวันออก กับ Union Station ทางตะวันตกไม่ไกล บ่ายนี้จะจับคู่กับเดินเล่นใน Distillery District หรือริมแม่น้ำก็เข้ากันดี ดูคู่มือคู่มือริมน้ำ Toronto ได้ว่ามีอะไรน่าเดินรอบๆ ใกล้ตลาดนี้บ้าง
ℹ️ ดีที่ควรรู้
South Market เปิดวันอังคาร–ศุกร์ 08.00–18.00 น. เสาร์ 07.00–17.00 น. อาทิตย์ 10.00–17.00 น. ปิดวันจันทร์ ตลาดเกษตรกร (North Market) วันเสาร์ 05.00–15.00 น. วันหยุดต่างๆ เวลาก็เปลี่ยนได้ เช็คเว็บทางการก่อนเสมอ
ถ่ายรูป เดินง่าย ทุกฤดู: ข้อควรรู้
South Market เป็นอาคารในร่ม แสงดี ถ่ายภาพง่าย ชั้นลอยแกลเลอรี่ชั้นสองมองลงมาเห็นชั้นล่าง กว้างสำหรับถ่ายมุมโถงกว้าง ร้านค้าแออัดแต่ส่วนใหญ่คุ้นเคยกับคนถ่ายรูป หากจะถ่ายคนโดยตรงแนะนำพยักหน้าทักทายสั้นๆ ก่อนเพื่อความเกรงใจ
ตลาดหลักเป็นอาคารในร่ม ฝนหรืออากาศหนาวกลับยิ่งเหมาะมามากขึ้นเพราะอุ่นและแห้ง ตลาดเกษตรกรฝั่ง North Market แม้จะเป็นโซนอาคารชั่วคราวช่วงปรับปรุงใหญ่ ก็ยังอยู่ในร่ม แม้จะดูเรียบๆ ไม่หรู ฤดูร้อนย่านรอบตลาดก็มีโต๊ะกลางแจ้ง ร้านอาหารข้างถนน แต่ตัวตลาดเองบรรยากาศค่อนข้างคงที่ทั้งปี
South Market เป็นอาคารเทศบาลสมัยใหม่ มีทางลาด ลิฟต์ ห้องน้ำสาธารณะครบ ผู้ใช้วีลแชร์หรือผู้สูงอายุควรระวัง วันเสาร์ที่คนเยอะ ถัดเดินขยายออกจากร้านจะแคบและเดินสวนกันยากมาก แนะนำมาเดินวันธรรมดาจะเดินโล่งปลอดภัยกว่า ถ้าอยากทราบข้อมูลการเข้าถึงโดยละเอียด โทรสอบถามที่ 416-392-7219 ได้โดยตรง
ใครบ้างที่ควรพิจารณาก่อนมา
St. Lawrence Market เหมาะกับคนที่สนใจอาหาร วัตถุดิบท้องถิ่น หรืออยากรู้เรื่องราวเมืองโตรอนโตจริงๆ ถ้าอยากแค่มาหาแลนมาร์กถ่ายรูปสวย เดินตลาดเหมือนโชว์ ทีนี่อาจจะรู้สึกธรรมดา เพราะที่นี่คือ 'ตลาดของจริง' ไม่ใช่สถานที่จำลองหรือทำมาเพื่อนักท่องเที่ยวล้วนๆ ใครที่คาดหวังตลาดใหญ่กลางแจ้งสไตล์ยุโรป เดินแล้วอาจจะผิดหวังเพราะที่นี่ขนาดย่อมกว่าและเป็นตลาดในร่ม
ถ้ามีเวลาเที่ยวโตรอนโตจำกัด เน้นแลนด์มาร์กดังหรือสถานที่สำคัญๆ ตลาดนี้อาจไม่อยู่ลิสต์ต้นๆ ลองดูแผนการเดินทางโตรอนโต 3 วัน ก็มีแนะนำให้แวะตลาดช่วงเช้าสักวันหนึ่ง ไม่ได้เป็นจุดหมายหลัก แต่เป็นส่วนเติมเต็มประสบการณ์เมือง
เคล็ดลับจากคนวงใน
- แซนด์วิชเบคอน Peameal ที่ Carousel Bakery คือเมนูดังประจำตลาด มาวันเสาร์ก่อน 10:30 น. จะไม่ต้องรอคิวนาน (15–20 นาที) วันธรรมดารอไม่นานแทบเลย
- ตลาดเกษตรกรเช้าวันเสาร์เปิดตั้งแต่ 05.00 น. ของดีๆ อย่างผักผลไม้ตามฤดูกาลจากฟาร์มเล็กๆ มักหมดก่อนเที่ยง หากอยากได้ของเด็ดต้องมาแต่เช้า
- ชั้นสองของ South Market มีแกลเลอรี่เล็กๆ จัดนิทรรศการหมุนเวียน ไม่ค่อยมีคน ใช้เวลาราว 15 นาที แต่ช่วยให้เห็นมุมลึกของย่านนี้ แนะนำแวะมาก ถ้าไม่อยากพลาด
- St. Lawrence Hall อาคารเก่าแก่สถาปัตยกรรมวิคตอเรียนที่หัวมุม King กับ Jarvis อยู่ทางเหนือของตลาดหลัก ตัวอาคารไม่ได้เปิดให้เข้าชม แต่ด้านนอกงดงาม ควรเดินวนรอบชมหลังคาและรายละเอียดเหล็กหล่อสวยๆ ที่ริมถนน
- อยากเลือกชีสดีๆ แบบไม่ต้องเบียด ควรมาเย็นวันอังคารหรือพุธ ร้านค้ามีของครบและมีเวลาคุยสอบถาม ชิมได้แบบไม่รีบ
St. Lawrence Market เหมาะสำหรับใคร?
- นักเดินทางสายกินของท้องถิ่น อยากซื้อวัตถุดิบออนแทรีโอ ผลิตภัณฑ์โฮมเมด หรือกับข้าวพร้อมกินในบรรยากาศตลาดจริงๆ
- คนรักประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม สนใจแก่นแท้เมืองโตรอนโตในยุคศตวรรษที่ 19
- คนตื่นเช้าอยากเริ่มเสาร์แบบมีเป้าหมาย: มาถึงก่อน 7 โมง ลองแซนด์วิช Peameal เบคอน เดินตลาดเกษตรกรก่อนคนเยอะ
- เดินเที่ยวเดี่ยว หรือคู่ ที่อยากสัมผัสกลิ่นอายท้องถิ่น (ไม่ใช่กับดักนักท่องเที่ยว) คืนความจริงใจให้ใจกลางโตรอนโต
- ใครที่กำลังวางแผนครึ่งวัน ให้ตลาดนี้จับคู่กับ Distillery District หรือเดินริมน้ำ ซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน ดาวน์ทาวน์โตรอนโต:
- Allan Gardens Conservatory
Allan Gardens Conservatory คือโรงเรือนพืชสวนฟรี เปิดตลอดปี ตั้งอยู่ที่ 160 Gerrard Street East ใจกลางโตรอนโต มีเรือนกระจก 6 หลัง พร้อม Palm House สไตล์เอ็ดเวิร์ด สร้างปี 1910 รวมพืชร้อนชื้น กระบองเพชร กล้วยไม้ และดอกไม้ตามฤดูกาลกว่า 1,500 ตร.ม. นี่คือหนึ่งในสวนสาธารณะที่เก่าแก่และถูกมองข้ามมากที่สุดของโตรอนโต
- Art Gallery of Ontario
Art Gallery of Ontario คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกาเหนือ จัดแสดงผลงานกว่า 90,000 ชิ้น ภายในอาคารที่ Frank Gehry รีโนเวทอย่างโดดเด่นใจกลางโตรอนโต ตั้งแต่ศิลปะพื้นเมืองแคนาดาจนถึงมาสเตอร์ยุโรปและภาพถ่ายร่วมสมัย ทั้งสายลุยและสายเดินชิลรับรองว่ามีอะไรให้คุณค้นพบแน่นอน
- Brookfield Place (Allen Lambert Galleria)
Allen Lambert Galleria ใน Brookfield Place คือโถงทางเดินสาธารณะ ออกแบบโดย Santiago Calatrava ระหว่างปี 1987–1992 โครงสร้างเหล็กและกระจกสูงระฟ้าระหว่างตึกสูงใจกลางโตรอนโตนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ภายในอาคารที่น่าทึ่งที่สุดในแคนาดา
- พิพิธภัณฑ์คัมป์เบลล์เฮาส์
บ้านหลังนี้สร้างขึ้นในปี 1822 เพื่อท่าน Chief Justice แห่ง Upper Canada ถือเป็นบ้านที่เก่าแก่สุดที่ยังเหลือรอดจากยุคเมืองยอร์กเดิม ย้ายมาตั้งตรงหัวมุมกลางเมืองในปี 1972 และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1974 ให้สัมผัสวิถีชีวิตยุคอาณานิคมอย่างละเมียดท่ามกลางตึกระฟ้ารอบข้าง