Robie House: จุดเปลี่ยนของสถาปัตยกรรมอเมริกัน

Frederick C. Robie House ใน Hyde Park ได้ชื่อว่าเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบที่สุดของ Prairie Style โดย Frank Lloyd Wright ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก UNESCO, สถานที่สำคัญของอเมริกา พร้อมทัวร์นำชมคฤหาสน์เอกชนที่ทรงคุณค่าด้านสถาปัตยกรรมสุดในประเทศ

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
5757 S. Woodlawn Ave, Hyde Park, Chicago, IL 60637
การเดินทาง
นั่งรถบัส CTA มายังมหาวิทยาลัยชิคาโกได้ หรือขึ้น Metra Electric Line ลง 57th Street หรือ 59th Street (Hyde Park) ก็สะดวก
เวลาเที่ยวชม
ประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง (ชมเป็นทัวร์นำ)
ค่าใช้จ่าย
ทัวร์นำชมมีค่าใช้จ่าย ตรวจสอบราคาปัจจุบันที่ franklloydwright.org
เหมาะสำหรับ
สายสถาปัตย์ คนรักประวัติศาสตร์ นักออกแบบ และใครที่สนใจโมเดิร์นอเมริกัน
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
franklloydwright.org/site/robie-house
Robie House ใน Hyde Park อาคารอิฐทรงต่ำที่โดดเด่นพร้อมเส้นแนวนอน ล้อมรอบด้วยสนามหญ้าสีเขียวและต้นไม้ในฤดูใบไม้ผลิภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้าใส
Photo grego1402 (CC BY 2.0) (wikimedia)

Robie House คืออะไรจริงๆ

Frederick C. Robie House ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งของ แต่มันคือตัวงานศิลป์เอง บ้านอิฐแดง 3 ชั้นแห่งนี้ที่ Frank Lloyd Wright ออกแบบให้คุณ Frederick C. Robie ในช่วงปี 1908-1910 บนแคมปัสมหาวิทยาลัยชิคาโก เป็นบ้านที่สะท้อน Prairie Style อย่างสุดขีด ปรัชญาสถาปัตยกรรมที่ตั้งใจท้าทายความสูงชันของยุควิกตอเรียน เปิดพื้นที่ภายในให้โล่ง ตีความสัมพันธ์อาคารกับภูมิทัศน์ราบของมิดเวสต์ใหม่หมดจด

บ้านนี้ได้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งชาติในปี 1963 และติดโผทะเบียนโบราณสถานแห่งชาติด้วย พอถึงปี 2019 ก็ได้จารึกเป็นมรดกโลกยูเนสโก ภายใต้ชื่อรวม 'The 20th-Century Architecture of Frank Lloyd Wright' ตรงนี้สำคัญเพราะ Robie House ได้ขึ้นแท่นเดียวกับอาคาร Wright อีก 8 แห่งทั่วอเมริกา แต่นักวิชาการไม่น้อยเชื่อว่านี่คือผลงานที่โชว์ความอัจฉริยะของ Wright ได้ชัดเจนที่สุด

ℹ️ ดีที่ควรรู้

ทัวร์ที่นี่ดำเนินการโดย Frank Lloyd Wright Trust เปิดพฤหัสถึงจันทร์ ส่วนมากเริ่ม 10 โมงถึงบ่าย 3 บ้านปิดวันขอบคุณพระเจ้า คริสต์มาส อีฟ คริสต์มาส วันสิ้นปี และวันปีใหม่ ต้องจองคิวล่วงหน้า - เข้าแบบ Walk-in ไม่ได้ ยิ่งสุดสัปดาห์ควรจองไว้แต่เนิ่นๆ

ดูอะไร: สถาปัตยกรรมเด่นที่เห็นตรงหน้า

แค่ยืนอยู่บนถนน Woodlawn ตัวบ้านก็สะดุดตาก่อนทันได้คิดอะไร หลังคาแผ่กว้างยื่นออกจากผนังไกลกว่าบ้านทั่วไป หลายจุดยื่นออกไปหลายฟุต เกิดเงาแนวนอนลึกที่เปลี่ยนไปตามแดด อิฐที่ใช้คือ Roman brick ซึ่งยาวและแคบกว่าทั่วไป เสริมเส้นสายแนวนอนแทบไม่มีลวดลายตั้งฉาก บ้านนี้รูปทรงต่ำ กว้าง ดูวางแนบแน่นไปกับดิน ต่างจากบ้านอเมริกันยุค 1910 ทั่วไปเยอะเลย

ต่อมาคือหน้าต่าง Wright ออกแบบหน้าต่างและประตู art-glass กว่า 170 ชิ้น ใช้โทนน้ำผึ้ง ทอง และสีธรรมชาติในลวดลายเรขาคณิต มันไม่ใช่ของตกแต่งแต่คือส่วนที่เป็นโครงสร้างแนวคิดแสงของ Wright พอแดดยามเช้าแสงจาก art glass จะส่องอำพันลงบนพื้นทันที บ่ายแก่ๆ เงาหลังคายื่นจะบังหน้าต่างจนภายในดูสงบเหมือนถ้ำ พร้อมด้วยบรรยากาศที่ Wright วางใจให้เกิด

แปลนภายในก็ก้าวล้ำยุค Wright ตัดกำแพงห้องแบบยุคก่อนออก เปิดให้ห้องนั่งเล่นกับห้องทานข้าวเชื่อมต่อกันใหญ่โต มีแค่เตาผิงกลางบ้านกั้น ความสูงฝ้าถูกออกแบบให้ต่างกัน ตั้งใจสร้างความรู้สึกอึดอัดแคบแล้วปล่อยโปร่งในแต่ละจุดขณะที่คุณเดินผ่าน ทุกอย่างออกแบบให้ได้สัมผัสขณะเคลื่อนไหว ไม่ใช่ให้ยืนชมอยู่กับที่

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

ถ่ายรูปตัวบ้านให้สุดต้องไปมุมหัวถนนทิศใต้แถว 58th Street ตอนสายที่แสงส่องหลังคาครบ มุมนี้ไม่มีเงาตัดบนผนังอิฐเลย ส่วนหน้าต่าง art-glass แนะนำถ่ายจากด้านในช่วงทัวร์เช้าจะได้แสงสวย

ทัวร์ Robie House: ข้างในเป็นอย่างไร

จะเข้าด้านในของ Robie House ได้ต้องเป็นทัวร์นำชมเท่านั้น แต่สามารถเลือกทัวร์เสียง (audio tour) สำหรับชมรอบนอกได้ด้วย ทัวร์ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ Frank Lloyd Wright Trust ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เดินชมทั้งภายนอก ชั้นหลักและห้องสำคัญอย่างห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว รวมถึงรายละเอียด art glass อันโด่งดัง กลุ่มทัวร์ไม่ใหญ่ คนจึงถามไกด์ได้สะดวกและเจาะรายละเอียดสถาปัตย์ได้เต็มที่

ทัวร์เริ่มที่นอกบ้าน ถ้ามาหน้าหนาวต้องระวังอากาศ Hyde Park เย็นจับใจ ช่วงธันวาคมถึงกุมภาพันธ์อุณหภูมิติดลบเสมอ แต่งตัวให้อุ่นไว้ แม้ช่วงนี้ทัวร์ข้างนอกจะไม่นาน แต่ยืนฟังไกด์อธิบายหลังคายื่นลมหนาวในเดือนมกรากับเดินเดือนพฤษภาคมนี่คนละเรื่องกัน อย่างไรก็ตาม ฤดูหนาวมีข้อดีคือไม่มีใบไม้บัง เห็นเส้นหลังคาบ้านครบถ้วน

ภายในบ้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์จำลองสมัยเดียวกับที่ Wright ออกแบบ ไม่ใช่ของจริงทั้งหมด ไกด์จะอธิบายเรื่องเฟอร์นิเจอร์ที่ถือเป็นหนึ่งเดียวกับบ้าน (เก้าอี้นั่งไม่สบายเลย และจะไม่มีให้ขึ้นนั่ง!) เพราะ Wright ให้ความสำคัญกับสัดส่วนภาพรวมมากกว่าการใช้งาน แค่นี้ก็เห็นแนวคิดของ Wright ชัดเจน

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

ข้อมูลความสะดวกสำหรับผู้ใช้วีลแชร์และคนที่ต้องการทางลาดภายใน Robie House มีระบุไว้ไม่มาก ควรติดต่อ Frank Lloyd Wright Trust โดยตรงก่อนจอง เพราะอาคารเก่ามีขั้นบันไดและจุดต่างระดับ

โลเคชัน Hyde Park: ทำไมทำเลนี้ถึงสำคัญ

Robie House ตั้งอยู่ริมแคมปัสมหาวิทยาลัยชิคาโก ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิครีไววัลที่ดูเก่าแก่ย้อนยุค เดินจากตึกหินมหาวิทยาลัยมายัง Robie House จะรู้สึกถึงความต่างของสองแนวคิด คือฝั่งหนึ่งกลับไปหาอดีต อีกฝั่งมุ่งสร้างภาษาทัศนศิลป์อเมริกันแบบใหม่ ถ้ามีเวลาก่อนหรือหลังทัวร์ ลองเดินเล่นรอบย่าน ย่าน Hyde Park มีสถาปัตยกรรมระดับจริงจังแน่นหนาไม่แพ้ย่านไหนในชิคาโก

Hyde Park ยังมีสถานที่เด็ดอีกหลายแห่งที่แนะนำให้ควบกับ Robie House เช่น Museum of Science and Industry เดินเลียบทะเลสาบไปทางตะวันออกนิดเดียว หรือจะเป็น Institute for the Study of Ancient Cultures ที่อยู่ในแคมปัสใกล้ๆ Robie House มีคอลเลกชันวัตถุโบราณระดับโลก ใส่สองแห่งนี้ไว้ในแผนหนึ่งวันได้สบาย รับรองคุ้ม

ละแวกบ้านช่วงเช้าวันทำงานจะเงียบมาก ส่วนใหญ่มีแต่นักศึกษามหาวิทยาลัยเดินไปมา กลุ่มทัวร์จะรวมตัวกันเฉพาะหน้าทางเข้า ช่วงบ่ายวันเสาร์อาทิตย์คนจะเยอะขึ้นโดยเฉพาะข้างนอกบ้าน แต่ระบบทัวร์จำกัดจำนวนคนในแต่ละรอบ ทำให้ข้างในยังจัดการได้สบาย

เรื่องเล่าในอดีต: ตระกูล Robie, Wright และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

Frederick Robie วัย 27 ปี เจ้าของโรงงานจักรยานและอะไหล่รถ เป็นคนว่าจ้าง Wright ให้สร้างบ้านที่ทันสมัยอย่างใจ ปล่อยให้ Wright ดีไซน์ทุกอย่าง จนเสร็จราวปี 1910 แล้ว Robie ก็ได้อยู่ไม่ถึงสองปีก็ต้องขายเพราะปัญหาการเงิน บ้านเปลี่ยนมือหลายเจ้า รวมถึงเคยเป็นหอพักเสริมของ Chicago Theological Seminary ด้วย

พอถึงยุคปี 1950 บ้านเคยเกือบถูกรื้อทิ้ง จุดนี้ทำให้ชุมชนตื่นตัวเรื่องอนุรักษ์สถาปัตยกรรมสำคัญเอกชน มหาวิทยาลัยชิคาโกกลายเป็นเจ้าของในที่สุด Frank Lloyd Wright Preservation Trust (ปัจจุบันคือ Trust) รับช่วงบูรณะงานต่อ การซ่อมแซม รายละเอียดเฟอร์นิเจอร์และ art glass ให้กลับมาเดิมยังเดินหน้าต่อเนื่อง และเห็นได้ชัดภายในบ้านปัจจุบัน

ถ้าอยากเห็นพัฒนาการงานของ Wright ในชิคาโก แนะนำจัด Robie House ไว้ในแผน แล้วต่อด้วยบ้านสตูดิโอ Frank Lloyd Wright Home and Studio ที่ Oak Park ทางตะวันตกจากตัวเมืองไปราว 40 นาที ดูทั้งสองที่ในทริปเดียวจะเห็นเส้นทางพัฒนาของ Prairie Style แบบที่รูปถ่ายให้ไม่ได้

เตรียมตัววางแผนเยือน Robie House

บ้าน Robie ตั้งอยู่ที่ 5757 S. Woodlawn Avenue มุมถนน 58th กับ Woodlawn เดินทางจากดาวน์ทาวน์ด้วย Metra Electric Line ลงสถานี 57th Street หรือ 59th Street แล้วเดินต่อไม่ไกล หรือรถบัส CTA หลายสายรับส่งเส้นมหาวิทยาลัยจากรถไฟฟ้า Red Line ที่ Garfield ควรเช็กเส้นทางกับ CTA อีกทีเพราะอาจมีเปลี่ยน ด้านแท็กซี่/รถแอปจาก Loop ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ขึ้นกับสภาพจราจร

ทัวร์เปิดพฤหัสถึงจันทร์ ส่วนมาก 10.00-15.00 น. บ้านปิดวันอังคาร พุธ และวันหยุดอย่าง Thanksgiving, คริสต์มาส อีฟ, คริสต์มาส, สิ้นปี, ปีใหม่ ราคาตั๋วกำหนดโดย Frank Lloyd Wright Trust เช็กราคาปัจจุบันที่เว็บไซต์ก่อนมา เพราะเปลี่ยนแปลงได้ วันพีค (โดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิ-ใบไม้ร่วง) ตั๋วเต็มไวมาก จองล่วงหน้าสะดวกกว่าเยอะ

ถ้าอยากวางแผนเที่ยวยาวแนวสถาปัตยกรรมชิคาโก แนะนำดู คู่มือสถาปัตยกรรมชิคาโก มีครบตั้งแต่ตึกสูงใน Loop ยันบ้านคลาสสิกอย่าง Robie House ส่วนการล่องเรือ Chicago Architecture Foundation River Cruise ก็ช่วยให้เข้าใจผังเมืองย่านธุรกิจของชิคาโกมากขึ้น แม้ไม่ใช่แนวเดียวกับที่ Robie House นำเสนอ แต่เสริมกันดี

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

ร้านของฝากที่ Robie House มีหนังสือและของจำลองคอลเลกชัน Frank Lloyd Wright เยอะ โดยเฉพาะยุค Prairie Style ที่หายาก ถ้าสนใจลึกจริงๆ เผื่อเวลาเดินเลือกก่อนกลับ

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ควรจองตั๋วเลือกเวลาล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ถ้าจะมาช่วงเสาร์-อาทิตย์ระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคม เพราะเป็นช่วงฮอตทัวร์ชมสถาปัตย์ในชิคาโก ตั๋วหมดไวมาก
  • ถ่ายรูปภายนอกให้แสงสวยสุดให้มาสายๆ แดดทาบผนังอิฐแนวนอนและหลังคายื่นออกมาเด่นชัด วันที่ฟ้าครึ้มก็ถ่ายดีเพราะไม่มีเงาดำ สีอิฐแท้ๆ จะออกมาเต็ม
  • แนะนำให้จับคู่ทัวร์ Robie House กับพิพิธภัณฑ์ Institute for the Study of Ancient Cultures อยู่ห่างกันแค่เดิน 4 นาที เข้าฟรี และเป็นหนึ่งในเพชรเม็ดงามยังไม่ดังของชิคาโก อารยธรรมโบราณตัดกับโมเดิร์นปี 1910 ของ Wright ได้รสชาติใหม่ๆ แน่นอน
  • ลองถามไกด์เรื่องเฟอร์นิเจอร์ built-in เพราะมักไม่ได้พูดยาว เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นส่วนหนึ่งของบ้านนี่แหละ จุดแท้ที่ทำให้ Robie House ไม่เหมือนบ้านธรรมดา
  • หน้าหนาวต้นไม้ริมถนน Woodlawn ไม่มีใบ เห็นเส้นบ้านแนวนอนได้เต็มตา ต้องยอมรับว่าช่วง พ.ย.-มี.ค. วิวบ้านจากถนนสวยสุด

Robie House เหมาะสำหรับใคร?

  • คนรักสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ดีไซน์อเมริกัน
  • สายเที่ยวตามรอย Frank Lloyd Wright ในชิคาโกและ Oak Park
  • ผู้ที่ชอบศึกษาวิวัฒนาการพื้นที่อยู่อาศัยยุคต้นศตวรรษที่ 20 อย่างจริงจัง
  • คนที่แวะ Hyde Park แล้วอยากเที่ยว ISAC หรือ Museum of Science and Industry ต่อ
  • ช่างภาพที่หลงใหลสถาปัตยกรรมโมเดิร์นและชอบแสงธรรมชาติภายในอาคาร

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน ไฮด์พาร์ค:

  • DuSable Black History Museum and Education Center

    พิพิธภัณฑ์ DuSable Black History Museum and Education Center ก่อตั้งเมื่อปี 1961 เป็นพิพิธภัณฑ์อิสระเกี่ยวกับชาวแอฟริกันอเมริกันที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐ ตั้งอยู่ในสวน Washington Park ย่าน South Side ของชิคาโก รวบรวมผลงานกว่า 15,000 ชิ้นทั้งศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เหมาะกับการใช้เวลาสำรวจสักบ่ายเต็ม ๆ

  • เกาะป่า & Jackson Park

    Jackson Park คือสวนขนาด 551 เอเคอร์ริมทะเลสาบบนฝั่งใต้ของชิคาโก ออกแบบโดย Frederick Law Olmsted และเคยเป็นที่จัดงาน World’s Columbian Exposition ปี 1893 ปัจจุบันมีทั้งเกาะป่า สวนโอซาก้า พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม รวมถึงจุดส่องนกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ทั้งหมดเข้าฟรี

  • พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม

    Griffin Museum of Science and Industry ตั้งอยู่ในหนึ่งในสองอาคารสุดท้ายจากงาน Chicago World’s Fair ปี 1893 ติดสวน Jackson Park ย่าน Hyde Park มีนิทรรศการเชิงโต้ตอบหลายร้อยรูปแบบ กระจายอยู่ทั่วอาคารสไตล์ Beaux-Arts เดินชมได้ทั้งวันและเหมาะกับทุกวัย

  • สถาบันวิจัยวัฒนธรรมโบราณ (ISAC)

    พิพิธภัณฑ์ ISAC ในมหาวิทยาลัยชิคาโก ย่านไฮด์พาร์ค รวบรวมโบราณวัตถุสำคัญจากตะวันออกใกล้และแอฟริกาเหนือกว่า 350,000 ชิ้น ครอบคลุมอียิปต์ เมโสโปเตเมีย เปอร์เซีย และอีกมาก เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการเจาะลึกมากกว่าความหวือหวา

สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:ไฮด์พาร์ค
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:ชิคาโก

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.