Pelham Bay Park: จุดพักผ่อน 2,772 เอเคอร์แห่งบรองซ์ที่นักท่องเที่ยวมักมองข้าม

Pelham Bay Park เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของนิวยอร์ก ครอบคลุมพื้นที่ 2,772 เอเคอร์ มีทั้งป่าชายเลน ป่าชายฝั่ง พื้นที่ชุ่มน้ำ และแนวชายฝั่ง Long Island Sound ยาว 13 ไมล์ ใหญ่กว่า Central Park ถึง 3 เท่า ตั้งอยู่ปลายตะวันออกเฉียงเหนือของบรองซ์ และยังหลบหลีกจากกระแสนักท่องเที่ยวได้อย่างแท้จริง

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
Bruckner Blvd, Eastchester, Hutchinson, Bronx, NY
การเดินทาง
รถไฟ 6 ไปลง Pelham Bay Park (สถานีสุดท้าย); รถบัส Bx5, Bx12, Bx23, Bx29
เวลาเที่ยวชม
2 ชั่วโมงสำหรับโซนเดียว หรือหนึ่งวันเต็มหากสำรวจทั่วสวน
ค่าใช้จ่าย
เข้าฟรี จอดรถที่ลาน Orchard Beach มีค่าบริการช่วงฤดูร้อน
เหมาะสำหรับ
เดินชมหรือเดินป่า ดูนก พักผ่อนริมชายหาด เที่ยวกับครอบครัว หรือหนีความวุ่นวายของเมือง
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
www.nycgovparks.org/parks/pelham-bay-park
ต้นไม้ไร้ใบและชายฝั่งหินมองเห็นน้ำสีฟ้าของ Pelham Bay Park ใต้ท้องฟ้าสว่างที่มีเมฆกระจาย
Photo June Marie (CC BY 2.0) (wikimedia)

Pelham Bay Park คืออะไรจริงๆ

Pelham Bay Park เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในนิวยอร์กแบบทิ้งขาด ด้วยขนาดประมาณ 2,772 เอเคอร์ ใหญ่กว่า Central Park ถึงสามเท่า แต่จำนวนนักท่องเที่ยวแค่เสี้ยวเดียว สวนนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 1888 ตั้งอยู่มุมตะวันออกเฉียงเหนือของบรองซ์ พื้นที่กว้างขวางมีทั้งป่าชายเลน ลากูน ป่าสองรุ่น โขดหิน และแนวชายฝั่ง Long Island Sound น้ำเค็มยาวต่อเนื่อง 13 ไมล์

สวนนี้ไม่ได้ดูแลตกแต่งจนเนี้ยบเหมือนสวนกลางเมืองอื่นๆ แต่คือพื้นที่ธรรมชาติหลากหลาย ทั้งชายหาดสาธารณะ สนามกอล์ฟ เส้นทางเดินป่าชุ่มน้ำ ลานปิกนิก คฤหาสน์ประวัติศาสตร์ สนามกีฬา และโซนธรรมชาติชายฝั่งแบบจริงจัง ความหลากหลายนี่แหละคือเสน่ห์ แต่ก็อาจสับสนสำหรับมือใหม่ ถ้าไม่มีแผนเลย อาจหลงเดินวนอยู่ลานจอดรถสองชั่วโมง แต่ถ้ามีแผนแม้จะหยาบๆ ก็จะได้สัมผัสอะไรที่แตกต่างจากนิวยอร์กแบบที่คิด

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

รถไฟสาย 6 จอดสุดสายที่สถานี Pelham Bay Park ทำให้ที่นี่เป็นจุดธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะง่ายสุดแห่งหนึ่งในเมือง ขึ้นจากมิดทาวน์ใช้เวลาแค่ 45 นาที

Orchard Beach: หัวใจของสวน Pelham Bay

Orchard Beach คือโซนที่คนเข้าเยอะสุดและแสดงตัวตนของชุมชนบรองซ์ผ่านกิจกรรมตลอดทั้งปี ชายหาดรูปพระจันทร์เสี้ยวยาว 1 ไมล์ ที่สร้างโดย Robert Moses ช่วงปี 1930s ผ่านการถมที่เชื่อมเกาะสองเกาะนี้ หันหน้าออกสู่ส่วนที่สงบของ Long Island Sound น้ำที่นี่จึงนิ่งกว่าชายหาดติดมหาสมุทร เย็นใจทั้งเด็กและผู้สูงวัย

วันหยุดหน้าร้อนชายหาดจะครึกครื้นมาก ทั้งเสียงลำโพงกลิ่นถ่านจากพื้นที่ปิกนิกหลังทางเดินริมหาด เด็กลงเล่นน้ำตื้น วอลเลย์บอลบนทราย ส่วนโถงเสากับอาคารอาบน้ำที่ด้านหลังชายหาดก็ยังใช้งานได้ สร้างสมัย Moses เป็นสถาปัตยกรรม Art Deco สีครีมที่เรียบแต่มีเสน่ห์ ไม่หรูหราแต่ดูดีสมศักดิ์ศรี

นอกฤดูร้อน Orchard Beach จะให้บรรยากาศต่างออกไป ช่วงเช้าของวันธรรมดาในฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง ทางเดินจะเงียบสงัด เสียงทรายกรอบแกรบใต้เท้า กลิ่นทะเลบวกสาหร่ายตอนน้ำลง กับวิวตรงข้าม Sound ไปยัง City Island และ Hunter Island ให้ความรู้สึกที่กลุ่มคนแน่นช่วงฤดูร้อนไม่สามารถแทนได้ หลายคนว่าเวอร์ชันนี้ของหาดน่าอยู่กว่าหน้าไฮซีซั่น

ℹ️ ดีที่ควรรู้

Orchard Beach เปิด–ปิดตามฤดูกาลและเก็บค่าจอดรถช่วงหน้าร้อน ถ้ามารถไฟใต้ดินหรือบัสจะเลี่ยงค่าจอดได้ เช็คตารางเปิดปิดล่าสุดที่ NYC Parks ก่อนไป

เส้นทางเดิน: ป่าชายเลน ป่า และทางริมทะเล

ข้ามจากชายหาดมา ที่นี่มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติหลายไมล์ที่ลัดผ่านระบบนิเวศที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอในเมือง Hunter Island กับ Lagoon Loop คือจุดเริ่มต้นที่ง่าย แม้ชื่อจะเป็นเกาะแต่ก็เชื่อมถึงฝั่ง เดินสะดวก ทางส่วนหนึ่งเลียบโขดหินริม Sound วิวสวย แล้ววกเข้าป่ามีต้นโอ๊ก ทิวลิป และ Black Cherry ที่ให้บรรยากาศป่าลึก

แนวป่าชายเลนแถว Twin Island และ North Lagoon คือโซนสำคัญสุดด้านระบบสิ่งแวดล้อม ฤดูใบไม้ผลิกับปลายร้อนจะมีนกอพยพ นกกระสา นกยาง แวะผ่านเยอะแบบสร้างเซอร์ไพรส์ให้แม้แต่นักดูนกมือเก๋า โคลนแถวนั้นกลิ่นน้ำลงกับอินทรียวัตถุ—ซึ่งถือว่าปกติและบ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลน ใครจะดูนกควรพกกล้องสองตา

พื้นทางเดินแต่ละช่วงแตกต่างกันมาก บางส่วนเป็นทางลาดหรือลาดกรวด แต่บางช่วงเป็นดินร่วนมีรากไม้กับพื้นไม่เรียบ รองเท้าที่ใส่สำคัญ—ใส่รองเท้าแตะเดินชายหาดพอได้ แต่ทางป่าต้องรองเท้าหุ้มส้น หลังฝนตกเส้นทางในป่าอาจจะเฉอะแฉะอยู่ 1-2 วัน

ถ้าอยากจัดทริปธรรมชาติเต็มวัน ที่นี่เหมาะจะแพลนคู่กับการแวะ Bronx Zoo หรือ New York Botanical Garden ทั้งสองแห่งขับรถหรือนั่งรถบัสไม่นานทางฝั่งตะวันตกบรองซ์

พิพิธภัณฑ์คฤหาสน์ Bartow-Pell

ซ่อนอยู่ปลายใต้สุดของสวนคือพิพิธภัณฑ์ Bartow-Pell Mansion บ้านสไตล์ Greek Revival ที่สร้างยุค 1840s บนที่ดินที่มีคนยุโรปมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ตัวคฤหาสน์ตั้งท้ายถนนยาวที่ล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ เปลี่ยนอารมณ์จากสวนธรรมชาติสู่บรรยากาศประวัติศาสตร์ทันที

ภายในตกแต่งสไตล์บ้านพ่อค้าสมัยก่อนด้วยเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุคและงานปูนปั้นที่บูรณะใหม่ สวนดอกไม้หลังบ้านมี parterre ทรงเรขาคณิตและรั้วหิน เดินเล่นได้ ชวนให้สงบใจแม้ไม่ได้เข้าไปในบ้าน ค่าเข้าชมและเวลาเปิดปิดขึ้นอยู่กับพิพิธภัณฑ์โดยตรง ควรตรวจสอบก่อนมา เพราะต่างกับเวลาทำการของสวนโดยรวม

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

คฤหาสน์ Bartow-Pell ไม่มีรถบัสผ่านตรงเหมือน Orchard Beach ถ้าอยากเที่ยวทั้งสองในวันเดียว แนะนำใช้รถยนต์หรือแอปเรียกรถ ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะ

บรรยากาศสวนแตกต่างตามฤดูและช่วงเวลา

หน้าร้อนเป็นช่วงที่สวนคึกคักที่สุด Orchard Beach แน่นโดยเฉพาะวันหยุดปลายมิถุนายนถึงสิงหาคม คนจากบรองซ์และอัปเปอร์แมนฮัตตันมารวมตัวกัน ลานจอดรถเต็มตั้งแต่เช้า ใครอยากได้พื้นที่ส่วนตัวบนหาด ควรไปก่อน 10 โมงหรือไปวันธรรมดาช่วงบ่าย บรรยากาศจะต่างออกไปมาก

ฤดูใบไม้ผลิกับใบไม้ร่วงเหมาะสุดสำหรับเดินป่าหรือดูนก เมษายน-พฤษภาคม นกจับแมลงและนกชายเลนอพยพแวะสวน ส่วนตุลาคือเวลาที่ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นทองอำพัน ท้องฟ้ายามเย็นคลุมแสงสีทองให้สวนดูชวนหลุดไปอีกซีกโลก คนจะน้อยถ้าไม่ใช่วันหยุด

ฤดูหนาวเงียบจนแทบได้ยินเสียงตัวเอง คนหาดหายหมด เส้นทางเดินเป็นของคุณ วิว Sound โปร่งไม่ถูกต้นไม้บัง เดินหน้าหนาวต้องใส่เสื้อชั้นในหลายชั้นกับเสื้อกันลม เพราะหาดนี้เจอลมเย็นแรงจากทะเล สวนเปิดทุกวัน 6 โมงเช้าถึงตี 1 บางจุดอาจปิดหรือเปิดจำกัดหน้าหนาว

ถ้าคุณวางแผนมาเที่ยวตามฤดูกาลโดยเฉพาะ ลองอ่าน คู่มือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยือนนิวยอร์กซิตี้ ซึ่งสรุปลักษณะอากาศและฤดูต่างๆ ในเมืองนี้อย่างละเอียด

วิธีเดินทางและการเดินในสวน

รถไฟสาย 6 ไปถึง Pelham Bay Park ซึ่งเป็นสถานีปลายทาง จากนั้นต่อบัส Bx29 ไป Orchard Beach (ช่วงหน้าร้อน) ส่วน Bx5 กับ Bx12 มาจากหลายโซนของบรองซ์ และ BxM8 ส่งตรงจากแมนฮัตตัน Q50 กับ Westchester Bee-Line 45 เชื่อม Queens กับ Westchester County เข้าสวนที่สถานีนี้เหมือนกัน อย่าลืมเช็กตาราง Bx29 ล่าสุด เพราะเดินรถตามฤดูกาล

ถ้าขับรถมาใช้ Bruckner Expressway/New England Thruway กับ Hutchinson River Parkway สามารถเข้าหลายโซน มีลานจอดรถที่ Middletown Road, Rodman's Neck, สนามกอล์ฟ Pelham/Split Rock และ Orchard Beach ซึ่งเป็นลานที่ใหญ่สุดและมักเต็มช่วงวันหยุดฤดูร้อน

สำหรับภาพรวมวิธีเดินทางรอบเมืองแบบละเอียด ลองอ่าน คู่มือการเดินทางใน New York City ครอบคลุมรถไฟใต้ดิน บัส และเฟอร์รี่ในทั้ง 5 เขต

ข้อควรจำเกี่ยวกับขนาดสวน: โซนต่างๆ ไม่ได้เดินถึงกันง่ายในวันเดียว เช่นจาก Orchard Beach ไปคฤหาสน์ Bartow-Pell ต้องเดินทางถนนมากกว่าหนึ่งไมล์ และไม่มีเส้นทางเดินป่าเชื่อมแบบวนรอบทั้งสองจุด ควรเลือกโซนเที่ยวก่อนมา

ถ่ายภาพอะไรได้บ้าง และควรรู้อะไรตามแต่ละจุด

สายถ่ายรูปจะสนุกกับการเดินเปลี่ยนโซนในสวน ช่วงเช้าที่ Orchard Beach โถงเสากับอาคารอาบน้ำจะโดนแสงเชิงมุมจับผนังอิฐสีอ่อน ชายหาดว่างเปล่าสวยมาก ช่วงบ่ายฤดูร้อนหาดจะได้บรรยากาศจริงใจแบบชุมชน เฟรม candid ดี แต่แสงแดดฝั่งตะวันตกจะค่อนข้างจ้า

เส้นทางบน Hunter Island ให้ภาพวิวโขดหินริมน้ำแบบแรงๆ มีตะไคร้ขึ้นบนหินแกรนิตเหนือน้ำ ฤดูใบไม้ร่วงในป่าก็สีแน่น ป่าชายเลนถ่ายนกต้องอดทนเพราะแสงเปลี่ยนเร็ว และใช้เลนส์ซูมได้ดีถ้าไม่อยากรบกวนสัตว์

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

สัญญาณมือถือในเส้นทางป่าหรือโซนที่มีต้นไม้หนาแน่นอาจขาดหายได้ ควรดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ก่อนเดิน โดยเฉพาะหากไม่คุ้นกับพื้นที่

ใครควรคิดให้ดีก่อนมา

Pelham Bay Park ไม่เหมาะกับคนที่มองหาสถานที่ท่องเที่ยวเดินง่าย รู้ทิศชัด เพราะส่วนใหญ่ไม่มีจุดบริการข้อมูล ทางป่า—โดยเฉพาะโซนเงียบ—ป้ายบอกทางจะขาดตอน ขนาดสวนที่ใหญ่แบบนี้ ถ้าไม่ได้เตรียมตัวมาอาจงงและเดินวน คิดว่าสวนสาธารณะแนว Central Park จะผิดหวัง เพราะนี่ดิบกว่าพอสมควร

สวนแทบไม่มีร้านอาหารหรือร้านค้าขายของนอกจากแถบ concessions ริม Orchard Beach ซึ่งเปิดเฉพาะฤดูกาล ถ้าชอบวันเที่ยวเมืองแบบสะดวกสบาย ลองเลือกอ่าน คู่มือสิ่งที่ทำในนิวยอร์กซิตี้ ซึ่งครอบคลุมตัวเลือกหลากหลายย่านและทุกงบประมาณ

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • รถบัส Bx29 จากสถานีรถไฟใต้ดิน Pelham Bay Park ไป Orchard Beach ให้บริการเฉพาะช่วงหน้าร้อนเป็นหลัก นอกฤดูกาลควรเช็กตารางเดินรถกับ MTA ก่อน หรือเตรียมเดินเท้าประมาณ 2 ไมล์จากสถานีไปชายหาด
  • เส้นทางเลียบชายฝั่งที่ด้านตะวันออกของ Hunter Island ซึ่งทางเดินลดระดับลงติดน้ำ ให้บรรยากาศริมทะเลที่เซอร์ไพรส์สุดๆ ใน NYC คนส่วนใหญ่มักเดินแค่ทางหลักเลยไม่เคยเห็นวิวเส้นนี้
  • ถ้าไป Orchard Beach ช่วงสุดสัปดาห์ฤดูร้อนและใช้ลานจอดรถ แนะนำไปถึงก่อน 9:30 น. เพราะช่วงสายๆ โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อน ที่จอดจะเกือบเต็มและต้องรอคิว
  • สวนดอกไม้หน้าคฤหาสน์ Bartow-Pell คือมุมเงียบสงบที่หลายคนมองข้าม แม้ตัวบ้านจะปิดแต่สวนก็สวย เหมาะแวะพักผ่อนถ้ามาถึงบริเวณนี้
  • แถวป่าชายเลนกับลากูนมีแมลงเยอะโดยเฉพาะช่วงสายๆ หรือเย็นๆ ตั้งแต่ปลายฤดูใบไม้ผลิจนถึงต้นใบไม้ร่วง ถ้าจะอยู่แถวนั้นควรพกและใช้สเปรย์กันยุง

Pelham Bay Park เหมาะสำหรับใคร?

  • ชาวนิวยอร์กหรือผู้พักอาศัยระยะยาวที่อยากสัมผัสธรรมชาติจริงๆ ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยว
  • นักดูนก โดยเฉพาะช่วงที่นกอพยพผ่านป่าชายเลนฤดูใบไม้ผลิและปลายร้อน
  • ครอบครัวที่มองหาทริปชายหาดฟรี ไม่ต้องนั่งรถไฟไปไกลถึง Rockaway หรือ Coney Island
  • สายเดินชมธรรมชาติหรือเดินป่าที่อยากได้เส้นทางชายฝั่งและป่าโดยไม่ต้องออกนอกเขตเมือง
  • คนชอบประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม สนใจคฤหาสน์ Bartow-Pell และสวนสไตล์ Greek Revival

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน เดอะบร็องซ์:

  • Arthur Avenue — ลิตเติลอิตาลีตัวจริงแห่งบรองซ์

    Arthur Avenue ในย่าน Belmont คือถนนสายอิตาเลียนอเมริกันที่ยังคงของแท้ที่สุดในนิวยอร์ก ร้านเนื้อ ร้านขนมปังสดทำมือ และบรรยากาศบ้านๆ ที่นี่คือชุมชนจริง ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวแต่งเติมสำหรับนักท่องเที่ยว

  • สวนสัตว์บรองซ์

    สวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่กลางป่า Oaks กลางเขต Bronx มีสัตว์กว่า 11,000 ตัว มากกว่า 640 สายพันธุ์ ไม่ว่าคุณจะมีเวลาสามชั่วโมงหรือทั้งวัน การรู้โครงสร้างสวนล่วงหน้าจะช่วยให้เที่ยวง่ายขึ้นเยอะ

  • สวนพฤกษศาสตร์นิวยอร์ก

    พื้นที่กว่า 250 เอเคอร์ในบรองซ์ รวมพืชพรรณจากทั่วโลก เรือนกระจกสไตล์วิกตอเรีย และป่าดึกดำบรรพ์กลางนิวยอร์ก พร้อมทุกข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนวางแผนมาเที่ยว

  • Wave Hill

    Wave Hill ตั้งอยู่บนเนินริมแม่น้ำฮัดสันในย่าน Riverdale เป็นสวนสาธารณะขนาด 28 เอเคอร์และศูนย์วัฒนธรรม ที่รวมความงามของไม้ดอกกับวิวทิวทัศน์สุดตระการตาของ Palisades เปิดตลอดปี เข้าฟรีเช้าวันพฤหัส ผู้ที่ตั้งใจมาที่นี่รับรองว่าคุ้มค่า