สวนสัตว์ลินคอล์นพาร์ค: สวนสัตว์ฟรีในชิคาโก เปิดทุกวันตลอดปี
สวนสัตว์ลินคอล์นพาร์คเป็นหนึ่งในสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกาเหนือ เปิดให้เข้าฟรีมาตั้งแต่ปี 1868 บนพื้นที่ประมาณ 49 เอเคอร์ริมทะเลสาบทางเหนือของชิคาโก มีสัตว์ราว 1,100 ตัว จากประมาณ 200 สายพันธุ์ โดยคุณไม่ต้องซื้อตั๋วก็เดินเข้าได้เลย
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 2400 N. Cannon Dr., ย่าน Lincoln Park, ชิคาโก, IL 60614
- การเดินทาง
- รถไฟฟ้า CTA Red Line ลงสถานี Fullerton หรือ Brown/Purple Line ลง Armitage (เดินประมาณ 1 ไมล์) รถบัสสาย 22, 36, 151, 156 จอดใกล้สวนสัตว์บนถนน Clark และทางฝั่งตะวันตก
- เวลาเที่ยวชม
- 2–4 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวครบทุกพื้นที่ หากมีเวลาแค่ 90 นาที ก็ชมจุดเด่นๆ ได้ทั่ว
- ค่าใช้จ่าย
- เข้าฟรี ไม่ต้องใช้ตั๋ว จอดรถ: 30 นาทีแรกฟรี หลังจากนั้นประมาณ $35/วัน (รับบัตรเท่านั้น ไม่รับเงินสด)
- เหมาะสำหรับ
- ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก นักเดินทางสายประหยัด หรือใครที่อยากมาเดินเล่นชิลๆ ในสวน
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.lpzoo.org

Lincoln Park Zoo เป็นสวนสัตว์แบบไหน
Lincoln Park Zoo คือสวนสัตว์ accredited ที่เข้าฟรี ตั้งอยู่ในสวนลินคอล์นพาร์ค — คอร์ริดอร์สีเขียวแนวยาวริมทะเลสาบฝั่งเหนือของชิคาโก สร้างขึ้นตั้งแต่ 1868 (เริ่มจากรับหงส์คู่จาก Central Park นิวยอร์กเป็นของขวัญ) ถือเป็นหนึ่งในสวนสัตว์ที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกาเหนือ และยังเหลือเป็นหนึ่งในสวนสัตว์ใจกลางเมืองขนาดใหญ่ที่เข้าฟรีในอเมริกา ที่นี่ไม่มีจุดจำหน่ายตั๋ว ไม่มีสายรัดข้อมือ และตอนนี้ยังไม่ต้องจองล่วงหน้าก็เดินเข้าได้เลย
สวนสัตว์นี้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 49 เอเคอร์ มีสัตว์ราว 1,100 ตัวจาก 200 สายพันธุ์ เมื่อปี 2019 ได้รับรองเป็นอาร์เบอเรตัมอย่างเป็นทางการ หมายความว่าพื้นที่สวน — ตั้งแต่ทิวไม้ใหญ่ รั้วพุ่ม ไปจนถึงสวนดอกไม้ประจำฤดูกาล — ถูกดูแลอย่างดีเป็นคอลเลกชั่นมีชีวิตควบคู่กับสัตว์เลย ลองมาช่วงเช้าฤดูใบไม้ผลิ จะเห็นทั้งต้นไม้และสัตว์ป่าซ้อนทับกันจนได้กลิ่นอายสดชื่นกว่าหลายๆ สวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่บางทีโล่งเกินไป
ℹ️ ดีที่ควรรู้
ประตูสวนเปิด 8 โมงเช้าทุกวัน อาคารจัดแสดง (ทั้งบ้านลิงและสัตว์ใหญ่) เปิด 10 โมง และปิด 16:30 น. ส่วนประตูสวนปิด 5 โมงเย็น เปิดให้บริการ 365 วันต่อปี รวมวันหยุดด้วย เวลาการเปิด-ปิดอาจเปลี่ยนตามฤดูกาลหรือกิจกรรมพิเศษ ควรเช็กที่ lpzoo.org ก่อนมา
บรรยากาศแต่ละช่วงเวลาของวัน
ช่วง 8–10 โมงเช้า คือเวลาทองของสวนสัตว์ลินคอล์น เพราะประตูเปิดแล้ว คนยังไม่เยอะ สามารถเดินฟังเสียงเหยี่ยวแดงที่ทำรังบนต้นไม้ สัตว์หลายชนิด โดยเฉพาะลิงใหญ่ใน Regenstein Center for African Apes จะตื่นตัวมากในอากาศเย็น ๆ ตอนเช้า แต่จุดสังเกตคือ อาคารในร่มจะยังไม่เปิดจนถึง 10 โมง ควรเดินดูโซนกลางแจ้งก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมา
ช่วงสายวันธรรมดา (10 โมงถึงเที่ยง) จะเห็นกลุ่มเด็กเล็ก รถเข็นเยอะสุดแล้ว เพราะโรงเรียนและแคมป์เด็กมักพามากันเวลานี้ ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ โดยเฉพาะหน้าร้อน พอ 11 โมง โซน African Journey กับ Primate House จะเริ่มแน่น ถ้าอยากเดินโล่ง ๆ ควรมา 8 โมงหรือหลังบ่ายสามวันธรรมดา
บ่ายแก่ ๆ จะได้บรรยากาศอีกแบบ แสงแดดผ่านแนวต้นไม้จะออกทอง ๆ หลัง 15:30 ในหน้าร้อน โซนฟาร์ม (Farm-in-the-Zoo) ซึ่งปิด 16:30 จะโล่งเร็ว โซน South Pond ที่มีนกน้ำและนกกระสาก็เหมาะกับการนั่งเล่นช่วงก่อนสวนปิด
โซนไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
Regenstein Center for African Apes คือจุดเด่นกลางสวน และถือเป็นโซนลิงใหญ่ออกแบบดีที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา มีโบโนโบ กอริลลา และชิมแปนซีอยู่ในพื้นที่ในร่ม/กลางแจ้งแยกจากกัน พร้อมโครงสร้างให้ปีนจนตัวสัตว์อยู่ในระดับสายตาหรือสูงกว่าผู้เข้าชม ด้านในอาคารมีบรรยากาศคล้ายเรือนกระจกตลอดปี มีกระจกชมใกล้จนเห็นความต่างขนาดระหว่างกอริลลากับเด็กได้เต็มตา
Kovler Lion House คืออาคารเก่าแก่ (สร้างปี 1912) ด้านหน้าสไตล์ Beaux-Arts ควรหยุดดูด้านนอกก่อนเข้าชม ภายในเป็นบ้านสิงโตแอฟริกาหลังปรับปรุงใหม่ ฝ้าสูงโค้งเดิมยังอยู่อย่างสวยงาม ทุกครั้งที่สิงโตส่งเสียง จะสะท้อนก้องราวโบสถ์
Polar Bear Passage โดดเด่นตรงอุโมงค์ชมใต้สระน้ำ ให้ดูหมีขั้วโลกว่ายฉวัดเฉวียนอยู่เหนือศีรษะ เป็นอีกโซนที่คนนิยมมาก ส่วน Farm-in-the-Zoo อยู่ฝั่งใต้สุด เหมาะกับเด็กเล็ก เพราะมีแพะ วัว ม้า และไก่อยู่ในบรรยากาศฟาร์มจริง ต่างไปจากโซนสัตว์ป่าอื่น ๆ ฟรีเหมือนเดิม แถมเด็กมักเล่นอยู่นานกว่าโซนสัตว์ใหญ่เสียอีก
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
Regenstein Small Mammal-Reptile House มักถูกมองข้าม อยู่ทางเหนือของสวน แอบอยู่ข้างทางหลัก ด้านในมืด เงียบ เหมาะกับคนชอบสำรวจ: มีหนูตุลาดเส้นเปลือย มดตัดใบ และสัตว์เลื้อยคลานให้ชมในตู้กระจก เข้าไปได้ทั้งวัน โดยเฉพาะเมื่ออากาศร้อนหรือหนาว
เดินทางมาที่นี่โดยไม่ใช้รถ
สวนสัตว์นี้เดินทางสะดวกมากเมื่อเทียบกับมาตราฐานของชิคาโก รถไฟฟ้า CTA Red Line ลง Fullerton ห่างประตูหลักสวนประมาณ 1 ไมล์ เดินเข้าย่านที่พักอาศัยใน Lincoln Park ใช้แค่ 15–20 นาที ส่วน Brown และ Purple Line ลง Armitage ใช้เส้นทางคล้าย ๆ กันแต่ไปฝั่งใต้ สายรถบัส 151 กับ 156 วิ่งเลียบ Stockton Drive ทางตะวันตก ไปถึงใกล้สวนไม่ต้องเดินเท่าไร
หากจะเที่ยวย่าน North Side ควบคู่กับสวนสัตว์ ลองจัดแผนไว้ในวันเดียวกับ เส้นทางเดินและ South Pond ใน Lincoln Park หรือ Lincoln Park Conservatory ทั้งสองที่เข้าฟรี และอยู่ติดประตูทางเหนือของสวนเลย คนปั่นจักรยาน มีสถานีปันจักรยาน Divvy ใกล้ทุกประตูเหมาะมากถ้าขี่เลียบทะเลสาบ
ถ้าขับรถมาเอง ต้องรู้ว่าค่าจอดประมาณ $35–45 ต่อวัน (30 นาทีแรกฟรี) ทางเข้าอยู่ที่ Fullerton Parkway กับ Cannon Drive ไม่รับเงินสด หากเที่ยวสั้นแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมง ค่าใช้จ่ายดูจะสูงไป เลือกเดินทางด้วยรถสาธารณะหรือเรียกรถจอดที่ West Gate (Stockton Dr. และ Webster Ave.) สะดวกสุด
ฤดูกาลและสภาพอากาศที่ควรรู้
อากาศชิคาโกเปลี่ยนแรงทุกฤดู สวนสัตว์นี้ก็เปิดตลอดปี ฤดูร้อน (มิถุนายนถึงสิงหาคม) เป็นช่วงพีค: โซนกลางแจ้งคึกคักสุด ฟาร์มจัดกิจกรรมเต็ม แม้แต่กิจกรรมพิเศษช่วงค่ำก็มีเป็นระยะ อุณหภูมิเฉลี่ยใน ก.ค. คือ 28°C บางโซนไม่มีร่มเงา ต้องเตรียมหมวก น้ำดื่มให้พร้อม
หน้าหนาวก็แวะเที่ยวได้จริง ๆ หลายโซนในร่มอุ่นสบาย สัตว์ประจำฤดูหนาว เช่นหมีขั้วโลก ก็คึกคักเวลาอุณหภูมิต่ำ อยากรู้เรื่องฤดูกาลและข้อดีข้อเสียแต่ละช่วง ลองอ่าน คู่มือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยือนชิคาโก ไว้ด้วย ในช่วงหน้าหนาวจะมีงานไฮไลต์ ZooLights ตั้งแต่ปลายพฤศจิกายนถึงต้นมกราคม ชมไฟฟรีกลางค่ำคืน คนจะเยอะสุดวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าไปวันธรรมดาจะเดินง่ายกว่า
ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายเมษายนถึงพฤษภาคม) จะเหมาะที่สุดสำหรับคนชอบเดินเล่นเรื่อย ๆ ต้นไม้ในสวนเบ่งบาน คนยังไม่เยอะ อากาศไม่ร้อน สบายทั้งวัน ส่วนฤดูใบไม้ร่วง (กันยายนถึงตุลาคม) ก็อารมณ์คล้ายกัน แต่ยิ่งคนบางกว่าฤดูร้อนอีก
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
ถ้าวันไหนฝนตก ทางเดินปูนในสวนยังเดินสะดวก แต่อาจเห็นสัตว์กลางแจ้งน้อยลงเพราะมันจะหลบในโซนมีหลังคา อาคารในร่ม — บ้านลิง บ้านสิงโต บ้านสัตว์เลื้อยคลาน และโซนน้ำ — เปิดปกติทุกฤดู เป็นตัวเลือกสำรองยามอากาศเปลี่ยนกะทันหัน
รายละเอียดที่ควรรู้และการเข้าถึง
Searle Visitor Center ใกล้ประตู East Gate เป็นที่แวะรับแผนที่และข้อมูลเบื้องต้น เจ้าหน้าที่กับอาสาสมัครในเสื้อเขียวเดินประจำอยู่ทั่วสวน ตอบคำถามยิ้มแย้ม โทรสอบถามข้อมูลหรือเรื่องการเข้าถึงสำหรับคนพิการได้ที่ 312-742-2000
ทางเดินในสวนปูกระเบื้องกว้าง ใช้รถเข็นหรือวีลแชร์ได้สบาย สถานี CTA ที่ Fullerton (Red, Brown, Purple Line) รองรับวีลแชร์ Armitage (Brown/Purple Line) ตอนนี้ยังไม่รองรับ ห้องน้ำมีหลายจุดในสวน ทั้งใกล้โซนฟาร์มและป่าแมคเคค Regenstein
ถ่ายภาพเล่นได้อย่างเสรีสำหรับใช้ส่วนตัว โซนลิงใหญ่อย่าง Regenstein Ape Center ก็เหมาะมากสำหรับคนชอบถ่ายรูประยะใกล้ ไม่ต้องใช้กล้องเทเล เลย ถ้าวางแผนเที่ยวต่อในย่านนี้ ลองดู ย่าน Lincoln Park และ Old Town มีร้านอาหารกลางวันและคาเฟ่ดี ๆ เดินใกล้จากสวน โดยเฉพาะแถวถนน Clark กับ Armitage
ใครที่ควรคิดอีกที
Lincoln Park Zoo ถือเป็นสวนสัตว์ขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับมาตรฐานสวนสัตว์ใหญ่ในอเมริกา — พื้นที่ 35 เอเคอร์ ถือว่าน้อยกว่า Brookfield Zoo มาก (ซึ่งมีมากกว่า 200 เอเคอร์) ใครที่คาดหวังบรรยากาศแบบสวนสัตว์โล่งกว้าง เปิดเต็มวัน มีโซนอาฟริกากว้างขวาง หรือธีม immersive แบบสวนสัตว์ยุโรป อาจรู้สึกธรรมดา คอลเลกชั่นสัตว์ถือว่าน่าสนใจแต่จัดแน่นมากกว่ากว้าง
ถ้าใครอยากได้ประสบการณ์สวนสัตว์ใหญ่จริง ๆ แนะนำให้ไป Brookfield Zoo อยู่ห่างตัวเมืองไปทางตะวันตกประมาณ 14 ไมล์ และต้องซื้อตั๋ว สวนสัตว์ลินคอล์นจุดเด่นคือง่าย เข้าฟรี เที่ยวสั้น 2–3 ชั่วโมงกำลังดี ไม่ต้องใช้เวลาทั้งวัน
เคล็ดลับจากคนวงใน
- มาแต่เช้าสัก 8 โมงวันธรรมดา จะเดินชมสวนข้างนอกได้ก่อนอาคารเปิดตอน 10 โมง ช่วงเช้าสวนเงียบสงบ สัตว์อย่างลิงและเสือสิงโตจะตื่นตัวมากที่สุดเพราะอากาศยังเย็นสบาย
- Kovler Lion House จะร้อนมากในหน้าร้อน แม้จะเปิดพัดลมก็ตาม แนะนำให้ไปช่วงเช้าหรือบ่ายวันที่อากาศเย็น จะไม่อึดอัด
- งาน ZooLights (ปลายพฤศจิกายนถึงต้นมกราคม) เข้าฟรีแต่คนแน่นช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ ถ้าเลือกไปวันอังคารถึงพฤหัสบดีจะเดินสะดวก ถ่ายภาพก็ง่ายกว่ามาก
- ฝั่งใต้ของสวน ใกล้โซนฟาร์มและ South Pond เงียบกว่าตรงกลาง แม้ไม่ได้เข้าฟาร์มก็แวะไปเดินเล่นดูนกน้ำเพลินๆ ได้
- เว็บของสวน (go.lpzoo.org) รองรับมือถือ มีแผนที่และตารางบรรยายสัตว์ประจำวัน เจ้าหน้าที่จะคุยให้รายละเอียดที่ป้ายไม่บอก ลองตรวจเวลาบรรยายก่อนเดินชม
Lincoln Park Zoo เหมาะสำหรับใคร?
- ครอบครัวที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี โดยเฉพาะโซนฟาร์มและ Polar Bear Passage เด็กจะชอบมาก
- นักท่องเที่ยวสายประหยัดและมือใหม่ที่อยากหากิจกรรมฟรีคุณภาพดีสำหรับครึ่งวัน
- คนตื่นเช้าที่อยากเดินเล่นในสวนก่อนเมืองจะคึกคัก
- สายถ่ายภาพที่อยากเก็บรูปสัตว์ระยะใกล้โดยไม่ต้องเสียค่าเข้า
- คนที่วางแผนเที่ยวโซน North Side คู่กับเส้นทางริมทะเลสาบ สวน Lincoln Park Conservatory หรือหาร้านอร่อยแถว Clark Street
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Lincoln Park & Old Town:
- สระบัว Alfred Caldwell
หลบซ่อนอยู่ในสวน Lincoln Park สระบัว Alfred Caldwell เป็นสวนประวัติศาสตร์ขนาด 3 เอเคอร์ ออกแบบใหม่ปี 1936–1938 สไตล์ Prairie School เข้าชมฟรี คนไม่เยอะ และให้ประสบการณ์ต่างจากเส้นทางท่องเที่ยวมาตรฐานของชิคาโกโดยสิ้นเชิง
- พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชิคาโก
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ชิคาโก ก่อตั้งในปี 1856 เป็นสถาบันวัฒนธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ตั้งอยู่ริมสวน Lincoln Park ที่นี่เล่าเรื่องราวของชิคาโกตั้งแต่ยุคชาวพื้นเมือง เหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่ การเคลื่อนไหวแรงงาน และอีกมาก เหมาะกับคนที่อยากเข้าใจเมืองนี้จริง ๆ ไม่ใช่แค่เซลฟี่กับวิวเส้นขอบฟ้า
- Green City Market
Green City Market คือตลาดเกษตรยั่งยืนแห่งเดียวของชิคาโกที่เปิดตลอดทั้งปี ดึงดูดเชฟดัง เกษตรกรท้องถิ่น และคนรักอาหารตัวจริงมารวมตัวที่ลินคอล์นพาร์คทุกวันพุธและเสาร์ในฤดูตลาดกลางแจ้ง เข้าฟรีทั้งในลินคอล์นพาร์คและฤดูหนาวแบบอินดอร์ เต็มไปด้วยผักผลไม้ตามฤดูกาล สินค้าช่างฝีมือ และเดโมปรุงอาหารจากเชฟ เรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์กินของจริงที่ชิคาโกตัวจริงไม่ควรพลาด
- Kingston Mines
Kingston Mines ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1968 ที่ถนน North Halsted เป็นคลับบลูส์ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของชิคาโก เปิดทุกคืนโดยมี 2 เวทีเดินหน้าสลับกันทุกสุดสัปดาห์ ดนตรีสดไม่หยุดยาวถึงตี 4 ที่นี่แหละที่กลิ่นอายบลูส์ขนานแท้ของชิคาโกยังคงอยู่ในคืนวันหยุด