พอสายหน่อย ทุกอย่างคึกคักสุดขีด รถทัวร์เริ่มจอดตามถนนโดยรอบ มีคิวเข้าชมโบสถ์ แกลเลอเรียก็แน่นขนัดด้วยคนที่เดินวนระหว่าง Piazza del Duomo และ Piazza della Scala ถนนโซนใต้และตะวันออกของจัตุรัสอย่าง Via Mercanti รวมถึงซอยคนเดินสู่ Corso Vittorio Emanuele II จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ที่นี่ในเวลากลางวันตั้งใจแวะหามุมสงบแทบจะเป็นไปไม่ได้
ช่วงบ่ายแก่ ๆ บรรยากาศจะเปลี่ยนไป ฝูงนักท่องเที่ยวเริ่มซาลง แสงแดดยามเย็นพาดข้ามจัตุรัสต่ำ ๆ บาร์และร้านเครื่องดื่ม Aperitivo บนถนนโดยรอบเริ่มคึกคักไปด้วยชาวมิลานหลังเลิกงาน หลังฟ้ามืด โบสถ์ดูโอโมและแกลเลอเรียเปิดไฟสวยงาม จัตุรัสเลยดูราวกับเวทีละคร เหมาะกับการเดินเล่นรับบรรยากาศยามค่ำ ถนนรอบ ๆ อย่างทาง Corso Italia และ Via Torino ก็เป็นแหล่งร้านอาหารและบาร์ช่วงกลางคืนแบบไม่พลุกพล่านเป็นย่านปาร์ตี้จริงจัง
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
ระวังมิจฉาชีพในพื้นที่รอบ Piazza del Duomo โดยเฉพาะช่วงคนแน่นใกล้ประตูโบสถ์ บนรถราง และในสถานีรถไฟใต้ดิน เก็บกระเป๋าไว้ด้านหน้าและระวังตัวเป็นพิเศษช่วงสายถึงบ่ายที่นักท่องเที่ยวหนาแน่น
เที่ยวอะไรได้บ้างในย่านนี้
แน่นอนว่าศูนย์กลางของย่านคือ Duomo di Milano ที่ก่อสร้างอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1386 นานกว่า 600 ปี เป็นโบสถ์ขนาดใหญ่ที่สุดอันดับสามของโลก ภายในกว้างขวางแสงน้อย กรุกระจกสีแผ่เงาสีสันบนผนังหิน แค่เดินชมภายนอกโบสถ์ก็ใช้เวลานานกว่าที่คิด เพราะแต่ละจุดมีรายละเอียดประติมากรรมมากมาย ทั้งน้ำพุ พญานาค จนถึงรูปปั้น Madonna สีทองยอดบนสุด
Museo del Novecento: ตั้งอยู่ในอาคาร Arengario ตะวันตกของจัตุรัส เน้นผลงานศิลปะอิตาเลียนศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะกลุ่ม Futurism และ Arte Povera
Pinacoteca Ambrosiana: เดินทางไปทางตะวันตกจากจัตุรัสบน Piazza Pio XI มีสมุดภาพ Codex Atlanticus ของ Leonardo da Vinci และร่างภาพของ Raphael สำหรับ School of Athens
Duomo Museum (Museo del Duomo): ติดกับโบสถ์ รวมเรื่องราวการสร้างดูโอโมผ่านประติมากรรม กระจกสี และโมเดลสถาปัตยกรรมต้นฉบับ
Via Torino ที่วิ่งจากโบสถ์ทางตะวันตกเฉียงใต้ไปยังเขต Ticinese ยิ่งเดินออกห่างจัตุรัสยิ่งได้ฟีลของคนท้องถิ่นขึ้น ตัวเลือกอาหารกลางวันดีขึ้น ราคาถูกลง และคาเฟ่ก็เริ่มมีบรรยากาศกันเอง ไม่ดูเป็นฉากจัดแสดงเหมือนตรงจัตุรัสมากนัก ซอยระหว่างดูโอโมกับ Brera โดยเฉพาะแถว Via Cordusio และ Via Orefici เป็นออฟฟิศผสมกับร้านอาหารคุณภาพพอสมควรและราคาไม่โหดแบบแถวจัตุรัส
ถ้าอยากลอง Aperitivo (จิบค็อกเทลกับของกินเบา ๆ ยามเย็นสไตล์มิลาน) ถนนฝั่งตะวันออกใกล้ San Babila มีบาร์เรียงกันหลายร้านเป็นมาตรฐาน Campari ถูกคิดค้นขึ้นที่มิลานและเป็นส่วนผสมหลักของ Negroni หรือ Americano ส่วน Aperol Spritz ก็พอทานได้ แต่อาจถูกมองว่าเป็นนักท่องเที่ยวในสายตาคนมิลาน
Milan Design Week เทศกาลดีไซน์ใหญ่ที่สุดในโลกที่รวมงาน Salone del Mobile กับกิจกรรม Fuorisalone ฟรีกว่าพันงานทั่วเมือง พบข้อมูลวันจัดงาน การเดินทาง ตั๋ว และเคล็ดลับการวางแผนที่ต้องรู้
มิลานมีอะไรให้ค้นหามากกว่ามหาวิหารและ The Last Supper ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ที่ประดับด้วยกะโหลก ศาลาเมืองสูงวิวฟรี หรือสวนพฤกษชาติหลังแกลเลอรีศิลป์ นี่คือประสบการณ์ที่คนท้องถิ่นชื่นชอบจริง ๆ