Roosevelt Island: เกาะเงียบกลางประวัติศาสตร์และวิวเส้นขอบฟ้านิวยอร์กที่ถูกมองข้าม
Roosevelt Island ตั้งอยู่กลางแม่น้ำอีสต์ระหว่างแมนฮัตตันกับควีนส์ เดินทางได้ทั้งรถรางลอยฟ้าสุดไอคอนิกหรือรถไฟใต้ดินสาย F ที่นี่รวมวิวขอบฟ้า ตึกสูงย่านมิดทาวน์ ซากโบราณยุคศตวรรษที่ 19 ที่ยังคงอยู่ และบรรยากาศชุมชนสงบ ที่ต่างจากเมืองใหญ่ฝั่งตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- แม่น้ำอีสต์ระหว่างแมนฮัตตันกับควีนส์ อยู่ในการปกครองของแมนฮัตตัน ตำแหน่งยอดนิยม: 591 Main St., Roosevelt Island, NY 10044
- การเดินทาง
- ขึ้นรถราง Roosevelt Island Tramway จาก 59th St & 2nd Ave (แมนฮัตตัน) หรือรถไฟใต้ดินสาย F มาลงสถานี Roosevelt Island ใช้ค่าโดยสาร MTA ปกติทั้งสองแบบ
- เวลาเที่ยวชม
- เดินเล่นรอบเกาะเต็มที่ 2-3 ชั่วโมง ถ้านั่งรถรางชมวิวกับเดินริมแม่น้ำอย่างเดียว 1 ชั่วโมงก็พอ
- ค่าใช้จ่าย
- เข้าชมรอบเกาะฟรี เดินเล่นได้ทั่ว รถรางและรถไฟใต้ดินต้องใช้ค่าโดยสารตามระบบ (ควรเช็คราคาล่าสุดกับ MTA ก่อนมา)
- เหมาะสำหรับ
- ถ่ายรูปวิวเส้นขอบฟ้า เดินชมประวัติศาสตร์ ครอบครัวที่อยากพักผ่อน ตากอากาศ หรือใครที่เคยมา NYC แล้วอยากลองทางเลือกใหม่
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.rioc.ny.gov

Roosevelt Island คือที่ไหนกันแน่
Roosevelt Island เป็นเกาะแคบยาวกลางแม่น้ำอีสต์ ยาวประมาณ 1.5 ไมล์ กว้างสุดแค่ราว 1/8 ไมล์ พื้นที่รวมประมาณ 139 เอเคอร์ (บางหน่วยงานจะปัดเป็น 2 ไมล์ 147 เอเคอร์) ถึงจะอยู่ใต้การปกครองของแมนฮัตตัน แต่บรรยากาศแตกต่างสิ้นเชิง ไม่มียานพาหนะเหลืองมากมาย ไม่มีเสียงรบกวน ไม่มีตึกกระจกสูงเบียดกันสองฝั่ง คุณจะได้เดินเล่นริมแม่น้ำ สนามหญ้ากว้าง มีอาคารโบราณกระจายกัน บรรยากาศเงียบสงบ ประหนึ่งโลกคนละใบทั้งที่อยู่กลางนิวยอร์ก
ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะเป็นย่านที่อยู่อาศัย มีชุมชนแน่นแฟ้มราว 11,700 คน ปลายเกาะฝั่งเหนือกับใต้เปิดเป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเมื่อรวมกับประสบการณ์การเดินทางมา ทำให้ Roosevelt Island กลายเป็นจุดแวะที่มาคุ้มสำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ที่นี่ไม่ใช่แลนด์มาร์กหลัก ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก แต่สิ่งที่ได้คือมุมมองใหม่: โอกาสชมแมนฮัตตันจากระดับน้ำ ล้อมรอบด้วยเสียงคลื่นแม่น้ำ คนน้อยจนเทียบกับจุดชมวิวอื่นไม่ได้เลย
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
ลองขึ้นรถรางขามาแล้วนั่งรถไฟ F กลับ หรือสลับกัน จะได้ประสบการณ์สองแบบ แถมได้เลือกลงคนละมุมเกาะ
รถราง Roosevelt Island มากกว่าทางด่วนข้ามเกาะ
รถราง Roosevelt Island Tramway เป็นหนึ่งในรถรางลอยฟ้าที่ใช้สำหรับขนส่งประจำจริงจังเพียงไม่กี่ที่ในอเมริกา สถานีต้นทางอยู่แถวถนน 60 กับ 2nd Ave ฝั่งแมนฮัตตัน รถจะพาดข้ามแม่น้ำอีสต์ สูงเกือบ 250 ฟุต เหนือถนน ใช้เวลาข้ามไปแค่ราว 3 นาที หักค่าโดยสาร MTA ปกติ ถือว่าถูกที่สุดถ้าเทียบกับวิวทางอากาศในเมืองใหญ่ๆ
จากในรถราง มองไปทางทิศตะวันตกเห็นแมนฮัตตันเต็มตา ตึก Queensboro Bridge (ชื่อทางการ Ed Koch Queensboro Bridge) อยู่ขนานสายรถราง ทำให้บรรยากาศดูดิบๆ เต็มไปด้วยกลิ่นอายโรงงาน ไม่ใช่ฟีลหอชมวิวเรียบหรู ทิศตะวันออกเห็นควีนส์ซึ่งดูอยู่อาศัย เงียบกว่าชัดเจน ความต่างตรงนี้แหละคือเสน่ห์ เพราะมันคือการข้าม 'เส้นแบ่งเมือง' อย่างแท้จริง
สำหรับสายถ่ายรูป หน้าต่างฝั่งตะวันตกของรถรางมุมสวยสุด ช่วงบ่ายแก่ไปจนเย็น แสงตกโดนขอบฟ้าแมนฮัตตันพอดี เหมาะมากถ้าอยากได้ภาพงามๆ ช่วงเช้าสายคนน้อยขึ้นเร็ว ถ้าใครวางแผนเที่ยวจุดชมวิวขอบฟ้า NYC รถรางก็เป็นหนึ่งในจุดที่ไม่ควรพลาด
ปลายใต้: Four Freedoms Park และอนุสรณ์ FDR
ปลายใต้ของเกาะคือ Franklin D. Roosevelt Four Freedoms State Park สวนขนาดใหญ่ที่ Louis Kahn สถาปนิกชื่อดังออกแบบไว้ตั้งแต่ยุค 70 แต่เพิ่งสร้างเสร็จและเปิดจริงปี 2012 เกือบ 40 ปีหลังเขาเสียชีวิต จุดเด่นของสวนนี้คือแนวต้นเหลียงปลูกเรียงตรงยาว นำสู่ลานหินแกรนิตโล่งกลางแจ้ง มีรูปปั้นหน้าบรอนซ์ของรูสเวลท์ขนาดใหญ่ สวนครอบพื้นที่ปลายเกาะ มีน้ำล้อมสามด้าน มองเห็นที่ทำการสหประชาชาติและเส้นขอบฟ้าแมนฮัตตันแบบไม่มีอะไรมาบัง
ดีไซน์สวนนี้มินิมอลมากจนบางคนมองว่าเรียบเกินไป บางคนว่าขลัง มาที่นี่เหมาะไว้พักใจและนั่งเล่นมากกว่าจะตั้งใจมาเที่ยวเป็นจุดหลัก อย่าลืมเช็คเวลาเปิด–ปิด เพราะที่นี่ไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมงเหมือนทางเดินสาธารณะทั่วไป สวนนี้สร้างขึ้นเพื่อยกย่องสุนทรพจน์ State of the Union ของรูสเวลท์ปี 1941 ที่ประกาศเสรีภาพ 4 ประการ: เสรีภาพในการพูด เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพจากความขาดแคลน และเสรีภาพจากความกลัว บริบทนี้ทำให้ลานหินดูมีความหมายมากขึ้นกว่าที่เห็น และยังสามารถมองเห็นที่ทำการสหประชาชาติ ได้จากปลายสวนฝั่งใต้เช่นกัน
ซากประวัติศาสตร์จากศตวรรษที่ 19
Roosevelt Island มีชื่อเรียกเปลี่ยนมาตามยุคสมัย สมัยก่อนรู้จักกันในชื่อ Blackwell's Island ตามตระกูลเจ้าของเกาะยุคศตวรรษที่ 17-18 พอถึงปี 1828 เมืองนิวยอร์กซื้อเกาะนี้และใช้เป็นที่ตั้งสวัสดิการสังคม เช่น โรงงานแรงงาน คุก สถานดูแลคนจน โรงพยาบาลจิตเวชและโรงพยาบาลฝีดาษ เคยเปลี่ยนชื่อเป็น Welfare Island ในปี 1921 ก่อนมาเป็น Roosevelt Island ในปี 1973 ที่รัฐเริ่มพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยวางแผน
อาคารบางส่วนจากยุคนั้นยังเหลือให้เห็น โดยเฉพาะ Renwick Ruin ปลายใต้ของเกาะ ซากโรงพยาบาลฝีดาษที่สร้างเสร็จปี 1856 ออกแบบโดย James Renwick Jr. (สถาปนิกผู้สร้าง St. Patrick’s Cathedral) กำแพงหินสไตล์กอธิกยังเหลือ บางจุดไม่มีหลังคา บรรยากาศขลังมากจริงๆ โดยเฉพาะวันที่แสงน้อยหรือฟ้าครึ้ม บางช่วงน่าดูกว่าภาพในอินเทอร์เน็ตอีก
ทางเหนือขึ้นไปจะพบ Octagon Tower หนึ่งในอาคารที่เก่าแก่ที่สุดบนเกาะ เป็นส่วนเดียวที่เหลือจากโรงพยาบาลจิตเวชปี 1843 ปัจจุบันตัวหอถูกรวมเข้าคอมเพล็กซ์ที่พักอาศัย จึงไม่สามารถเข้าไปข้างในได้แต่ชมด้านนอกได้ บ้าน Blackwell สร้างตั้งแต่ยุค 1790s ก็ยังอยู่ ถือเป็นหนึ่งในไร่บ้านที่เก่าที่สุดของแมนฮัตตัน โบสถ์ Good Shepherd (สร้างปี 1888) กับประภาคารฝั่งเหนือ (1872) ทำให้แม้เป็นเกาะแคบๆ ก็มีสมบัติศตวรรษที่ 19 แน่นขนัด
ℹ️ ดีที่ควรรู้
Renwick Ruin ถูกทำรั้วล้อมไว้ ชมได้จากขอบรั้วเท่านั้น ไม่สามารถเดินเข้าไปข้างใน แต่แค่มองรอบนอกก็รับอารมณ์และขนาดความใหญ่ของอาคารได้เต็มๆ
บรรยากาศเดินเล่นแต่ละช่วงเวลา
เส้นทางเดินหลักรอบเกาะปูเรียบ เดินง่าย เหมาะสำหรับรถเข็นและผู้สูงวัย เช้าวันธรรมดาเจอแต่คนพื้นที่ เดินจูงหมา รีบไปขึ้นรถราง หรือจ็อกกิ้งบ้าง บรรยากาศชิล คนน้อย สายๆ ช่วงสุดสัปดาห์คนเริ่มเยอะโดยเฉพาะครอบครัวจากแมนฮัตตัน ส่วนปลายใต้รอบ Four Freedoms Park เดินเล่นหนาแน่นสุด
ทางเดินริมแม่น้ำฝั่งตะวันออกหันไปควีนส์ เงียบสงบ วิวอาจไม่เป๊ะเหมือนฝั่งตะวันตกแต่ได้แสงเช้าสวย และยังคนโล่งกว่าเกือบทั้งวัน ฝั่งตะวันตกตรงข้ามจะเห็นขอบฟ้ามิดทาวน์แมนฮัตตันใกล้ๆ ตึกแต่ละหลังแยกได้ชัด เสียงรบกวนหลักจากฝั่งนี้คือแม่น้ำ เสียงลม เรือวิ่งไกลๆ บางทีเสียงเมืองก็มีบ้างแต่เบาลงมาก
หน้าร้อนคนในเกาะออกมาเดินมากขึ้น สนามหญ้าแนวใต้ของเกาะกลายเป็นจุดปิกนิก จุดนัดเจอเล่นกัน หน้าหนาวเงียบลงแต่คอนทราสต์ขอบฟ้าชัดยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพโดยเฉพาะ หากใครวางแผนตามฤดูกาลและสภาพอากาศของนิวยอร์ก ช่วงใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงคือช่วงลงตัวที่สุด ทั้งอากาศและวิสัยทัศน์
รายละเอียดเดินทาง: วิธีมาและการเดินบนเกาะ
การมา Roosevelt Island มีสามทางหลัก: รถรางลอยฟ้าจากแยก 59th St & 2nd Ave ฝั่งแมนฮัตตัน หรือรถไฟใต้ดินสาย F ลงสถานี Roosevelt Island ก็สะดวก แถมยังเชื่อมเส้นทางกับสถานที่เที่ยวอื่นได้ง่าย สะพานรถยนต์เชื่อมกับควีนส์มีไว้สำหรับคนอาศัยใช้รถ ไม่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วๆ ไป
รถรางกับรถไฟ F ใช้ค่าโดยสาร MTA เหมือนกัน รองรับระบบแตะ OMNY และ MetroCard ควรเช็คราคากับ MTA ก่อนมาเพราะมีปรับเปลี่ยนเป็นระยะ บนเกาะมีรถบัสแดง (Red Bus) ฟรี วนรับส่งตลอดถนน Main Street เหมาะถ้าอยากไปถึงประภาคารไม่ต้องเดินไกลๆ หากอยากวางแผนเรื่องทิศทางเดินทางและต่อรถในเมือง แนะนำศึกษาระบบขนส่งของนิวยอร์ก ไว้ล่วงหน้า จะประหยัดเวลาเที่ยว
เส้นทางบนเกาะราบเรียบ เดินรถเข็นหรือวีลแชร์ได้ รถรางเป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งสาธารณะ แต่ควรเช็คข้อมูลล่าสุดเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกกับ MTA หรือ RIOC หากมีข้อจำกัดการเคลื่อนไหว เพราะรายละเอียดปลีกย่อยอาจเปลี่ยนได้
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
บน Roosevelt Island ร้านอาหารมีน้อยมาก ควรพกน้ำและของว่าง ถ้าจะเดินเล่นนาน มีคาเฟ่เล็กๆ บน Main Street แต่ไม่ได้เปิดตลอดเวลา อย่าคาดหวังว่าจะเจอร้านค้าทุกช่วง
ใครจะชอบเกาะนี้ และใครอาจไม่อิน
Roosevelt Island เหมาะกับคนที่เบื่อเส้นทางท่องเที่ยวแมนฮัตตันแบบเดิมๆ แล้ว เช่น หากเคยไปEmpire State Building หรือHigh Line มาแล้ว อยากได้พื้นที่เงียบแต่ยังเห็นวิวขอบฟ้าและประวัติศาสตร์ Roosevelt Island คือทางเลือกที่ต่างออกไป
สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนนิวยอร์กครั้งแรกและต้องการประสบการณ์ราคาประหยัด ไม่ต้องเบียดกับฝูงชน รถรางเพียงอย่างเดียวก็คุ้มเพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักไม่ได้ขึ้น เมื่อรวมกับ Four Freedoms Park และ Renwick Ruin ก็กินเวลา 2-3 ชั่วโมง ได้ประสบการณ์หลากหลายในพื้นที่กะทัดรัด
ถ้าคุณเป็นคนชอบความคึกคักในเมือง พิพิธภัณฑ์ใหญ่ หรือชีวิตกลางคืน Roosevelt Island อาจไม่ตอบโจทย์ เพราะที่นี่เงียบและดูอยู่อาศัยมาก การขาดร้านอาหาร ร้านค้าทำให้ไม่เหมาะกับสายชอบแวะกิน แวะช็อป ถ้ามาวันแรกๆ และมีเวลากระชับควรเก็บไว้เป็นเป้าหมายรอบหน้าจะคุ้มค่ากว่า
เคล็ดลับจากคนวงใน
- รถราง Roosevelt Island มักจะมีหยุดปรับปรุงหรือปิดซ่อมเป็นครั้งคราว ก่อนวางแผนทั้งวันให้เช็คสถานะล่าสุดกับ MTA หรือเว็บ RIOC ก่อน
- ประภาคารปลายเกาะฝั่งเหนือเดินถึงไม่ไกลจากจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่หยุด มุมนี้เงียบสงบ ให้วิวแม่น้ำรอบด้านที่หายากในนิวยอร์ก
- Renwick Ruin ถ่ายรูปได้สวยที่สุดในวันที่ฟ้าหม่น หรือแสงน้อย ถ้ามาช่วงเที่ยงวัน แดดแรง เงาจะชัดจนรายละเอียดก้อนหินดูแข็งไป
- Red Bus แดงวิ่งวนตลอดถนน Main Street เป็นวิธีเร็วสุดถ้าไม่อยากเดินทั้งเกาะ ชาวเกาะขึ้นเป็นปกติแต่นักท่องเที่ยวมักไม่รู้ว่ามีบริการฟรีนี้
- Roosevelt Island สงบกว่าแมนฮัตตันแบบจริงจัง แต่ก็ยังไม่เงียบสนิท เพราะสะพาน Queensboro ผ่านด้านบน เสียงรถบางทีก็ลอยลงมาชัดเจน โดยเฉพาะทางเดินริมแม่น้ำฝั่งเหนือใต้สะพาน
Roosevelt Island เหมาะสำหรับใคร?
- คนที่กลับมา NYC หลายรอบแล้ว อยากออกนอกเส้นทางเดิมๆ
- คนรักสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่อินกับนิวยอร์กยุคศตวรรษที่ 19
- ช่างภาพที่ชอบวิวแมนฮัตตันมุมต่ำโดยไม่ต้องเบียดกับใคร
- ครอบครัวที่อยากเที่ยวธรรมชาติง่ายๆ เดินสบาย ใกล้มิดทาวน์
- สายประหยัดที่อยากหาที่แวะครึ่งวัน วิวสวย มีเรื่องเล่า ในราคาตั๋วรถไฟ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน มิดทาวน์ แมนฮัตตัน:
- ย่านโรงละครบรอดเวย์
ย่านโรงละครบรอดเวย์ ใจกลางแมนฮัตตันคือศูนย์กลางละครเวทีสดของอเมริกา มีโรงละครบรอดเวย์ 41 แห่งที่สะสมประวัติกว่าสิบทศวรรษ ไม่ว่าคุณจองล่วงหน้าหรือหาตั๋วลดราคาแบบวันต่อวัน คู่มือนี้รวมทุกเรื่องตั้งแต่เวลาการแสดงถึงรายละเอียดสถาปัตยกรรมที่ควรรู้
- ไบรอันท์พาร์ค
ซ่อนตัวอยู่หลังห้องสมุดประชาชนแห่งนิวยอร์กบนถนนที่หก ไบรอันท์พาร์คคือสวนสาธารณะ 8 เอเคอร์ที่ยืนหนึ่งท่ามกลางตึกระฟ้า เดินเข้าได้ฟรีตลอดปี เปลี่ยนบรรยากาศตามฤดูกาล ตั้งแต่ลานสเก็ตน้ำแข็งฤดูหนาวถึงหนังกลางแจ้งฤดูร้อน และยังเป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่บริหารจัดการดีที่สุดในนิวยอร์กอีกด้วย
- Carnegie Hall
Carnegie Hall คือหัวใจแห่งวัฒนธรรมกลาง Manhattan มาตั้งแต่ปี 1891 มีหอแสดงสามแห่ง ตั้งแต่ 268 ถึง 2,790 ที่นั่ง ตั้งแต่คอนเสิร์ตวงใหญ่นานาชาติไปจนถึงรีไซทัลส่วนตัว คู่มือฉบับนี้พาไปรู้จักตั้งแต่ประวัติศาสตร์จนถึงวิธีเตรียมตัวให้คุ้มค่าที่สุดในการมาเยือน
- ตึกไครสเลอร์
เสร็จสมบูรณ์ในปี 1930 และเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก ตึกไครสเลอร์คือตัวอย่างสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโคที่งดงามที่สุดในนิวยอร์ก แม้โดยทั่วไปจะเข้าไปได้แค่ล็อบบี้ แต่การยืนใต้ยอดสเตนเลสสุดระยิบคือต้องห้ามพลาดจริง ๆ