Sharp Centre for Design: ตึกสุดล้ำแห่งโตรอนโตที่ท้าทายแรงโน้มถ่วง
Rosalie Sharp Centre for Design ของ OCAD University คืออีกหนึ่งสถาปัตยกรรมสุดแปลกตาที่สุดในแคนาดา กล่องทรงเหลี่ยมลายพิกเซลขาวดำ ตั้งตระหง่านบนขาเหล็กสีสันสดใส 12 ขา ราวกับโต๊ะศิลปะขนาดยักษ์กลางเมืองโตรอนโต เดินชมภายนอกได้ฟรี ใช้เวลาน้อยกว่า 1 ชั่วโมง เหมาะกับสายถ่ายรูปและคนที่ชอบสถาปัตยกรรมหรือมองหามุมไม่ซ้ำใคร
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 100 ถนน McCaul ใจกลางโตรอนโต ติดสวน Grange และ Art Gallery of Ontario
- การเดินทาง
- รถราง TTC สาย Queen Street West (501); เดินไม่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดิน St. Patrick หรือ Osgoode (สาย 1)
- เวลาเที่ยวชม
- 20–45 นาทีสำหรับชมรอบนอก หรือมากกว่านั้นถ้ารวมเที่ยว AGO หรือ Grange Park
- ค่าใช้จ่าย
- ชมภายนอกฟรีจากถนนสาธารณะและ Grange Park; การเข้าส่วนภายในขึ้นอยู่กับนโยบายของ OCAD University
- เหมาะสำหรับ
- คอสถาปัตย์ ช่างภาพ นักศึกษาดีไซน์ หรือใครที่อยากได้มุมมองใหม่ ๆ ของเมืองโตรอนโต
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.ocadu.ca/about-ocad-u/our-campus

Sharp Centre เห็นใกล้ ๆ เป็นยังไงจริง ๆ
ถึงจะดูภาพถ่ายมากี่รูปก็ไม่มีอะไรเทียบได้กับการมายืนใต้ Sharp Centre แห่งนี้จริง ๆ ตัวอาคารเป็นกล่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ผิวลายพิกเซลขาวดำโดดเด่น ตั้งอยู่บนขาเหล็กสีแปร๊ด 12 ขา (แดง ส้ม เหลือง เขียว) สูงราว 4 ชั้นเหนือตา ถนน ขาแต่ละขาเรียงตัวเอียงออกไปคนละทางเหมือนเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์สุดโต่งที่ไม่สนกฎการออกแบบใด ๆ ทั้งสิ้น
ตัวอาคารสร้างเสร็จในปี 2004 เป็นหนึ่งในโครงการปรับปรุงแคมปัสมูลค่า 42.5 ล้านดอลลาร์แคนาดา โดยฝีมือสถาปนิกอังกฤษ Will Alsop ทำงานร่วมกับสำนักงาน RBI Robbie/Young + Wright (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท NORR) ปีต่อมา Sharp Centre ได้รางวัลใหญ่จาก Royal Institute of British Architects (RIBA) ระดับโลกระดับสากล แม้จะเป็นเพียงการขยายพื้นที่ของแคมปัสเล็ก ๆ ไม่ใช่อนุสรณ์สถานแบบอลังการ
เดินวนชมรอบตัวอาคารจะเห็นว่าสัดส่วนของตึกเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ฝั่งถนน McCaul, จากสวน Grange ไปทางตะวันตก หรือในซอยด้านหลังทางเหนือ ลวดลายพิกเซลปรับผิว เปลี่ยนมิติได้ตามแสง กับความสัมพันธ์ระหว่างกล่องลอยตึกกับอาคารยุควิกตอเรียด้านล่าง กลายเป็นความตึงเครียดทางสายตาที่ต้องลองมองหลาย ๆ มุมด้วยตัวเอง
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
วิวสุดปังของตึกนี้คือจาก Grange Park มองขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ต้นไม้เรียงเป็นฉากหน้า เพิ่มเลเยอร์ความมีชีวิตและเปลี่ยนสีตามฤดู ช่วงใบไม้ร่วงมีสีอบอุ่นตัดกับผนังขาวดำด้านบน
ย้อนรอยประวัติศาสตร์และดีไซน์
OCAD University (ชื่อเดิม Ontario College of Art and Design) อยู่ในย่านนี้ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 อาคารเก่าแก่ของ McCaul Street สร้างปี 1921 เป็นตึกสถาบันทั่ว ๆ ไป ที่เริ่มอัดแน่นเกินรับได้ตั้งแต่ยุค 90 ปัญหาคือแคมปัสตั้งอยู่บนที่ดินแคบ ๆ ไม่มีเนื้อที่ขยายในแนวราบ โดยมีสวน Grange ทางหนึ่งและ Art Gallery of Ontario อีกด้าน ฝีมือ Alsop คือการสร้างอาคารใหม่ลอยเหนืออาคารเดิม เปิดพื้นที่ชั้นล่างทั้งหมด และสร้างพื้นที่ห้องเรียน-ห้องสตูดิโอในอากาศแทน
แนวคิดนี้ไม่ใช่แค่การขวางตาในเชิงดีไซน์ แต่ตอบโจทย์การใช้งานเต็ม ๆ เพราะช่วยเพิ่มพื้นที่สตูดิโอ ห้องทดลอง และห้องเรียนหลายห้องในแคมปัสที่แคบอย่างมาก รูปแบบลอยตัวนี้ยังเปิดพื้นที่เดินเท้า และไม่บล็อกมุมมองสวน เมื่อรวมความกล้าฉีกกรอบกับเหตุผลด้านโครงสร้าง ทำให้ตึกนี้ทั้ง controversial และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแม้ผ่านไป 20 ปี
ตึกนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตรอนโตที่โด่งดังในฐานะแหล่งศิลปะสร้างสรรค์และดีไซน์ Art Gallery of Ontario อยู่ติดกันเลย ทำให้หัวมุม McCaul กับ Dundas กลายเป็นศูนย์รวมสายดีไซน์และศิลปะที่หนาแน่นสุดของเมือง สำหรับคนอินกับการเปลี่ยนผ่านของสถาปัตยกรรมโตรอนโต ที่นี่เล่าเรื่องราวซ้อนกันตั้งแต่ยุคคลาสสิกศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงการทดลองเชิงโครงสร้างแห่งศตวรรษที่ 21
บรรยากาศเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา
Sharp Centre เด่นในฐานะประสบการณ์สถาปัตยกรรมกลางแจ้ง แปลว่า 'แสง' คือทุกอย่าง ตอนเช้า (โดยเฉพาะวันที่แดดดี) ด้านทิศตะวันออกและใต้จะรับแสงตรง ผิวพิกเซลขาวดำดูตัดกันชัดมาก ขาแต่ละขาดูอุ่นขึ้นและปล่อยเงาเอียงยาวบนพื้นด้านล่าง ก่อน 9 โมงเช้าคนยังน้อย ได้ฟีลสงบและโล่งสำหรับถ่ายรูปสุด ๆ
กลางวันหน้าร้อนแสงแข็งจากด้านบนทำให้ผิวตึกดูแบนลงนิดหน่อย ช่วงเวลากลางวันเต็มไปด้วยนักศึกษา คนในสวน และผู้ชมแกลเลอรี่ ได้ฟีลคึกคักแต่ถ่ายรูปมุมกว้างลำบาก ตอนบ่ายแก่ ๆ (ราว 16.00-18.00) คือช่วงที่คุ้มค่าที่สุด แสงเย็นจะไล้ผ่านตัวอาคารด้านตะวันตกจากสวน Grange ทำให้ขาเรืองแสง กับแสงขาวดำตรงผนังตัดกับฟ้ามืดขึ้นอย่างชัดเจน
หลังพระอาทิตย์ตกดิน ตัวตึกจะถูกส่องไฟประดิษฐ์ให้ดูเปลี่ยนไปทั้งใบ ผิวพิกเซลยามค่ำคืนจะดูเรียบกว่าเดิม แต่ขากลับเด่นลอยเหมือนอยู่ในฉากละครด้วยไฟริมถนนและไฟจากแคมปัส บริเวณนี้จะเงียบเป็นพิเศษช่วงวันธรรมดาตอนค่ำ ๆ ก็ยิ่งทำให้ตึกดูโดดเด่นกลางตึกอพาร์ตเมนต์รอบข้างเข้าไปใหญ่
ℹ️ ดีที่ควรรู้
Sharp Centre เป็นอาคารวิชาการ ของจริงจะคึกคักสุดช่วงเช้า-บ่ายในเทอม (ก.ย.-เม.ย.) ส่วนวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือหน้าร้อนจะเงียบกว่ามาก ภายในไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเดินชม ควรเช็คมหาวิทยาลัยโดยตรงหากอยากเข้าชมข้างใน
ทริปจริง: ไปยังไงและเก็บประสบการณ์ให้ครบ
ตึกตั้งอยู่ที่ 100 ถนน McCaul ตะวันตกของ downtown Toronto ถ้ามาจาก Queen St. West เดินขึ้นเหนือแค่ราว 3 นาที หันหัวเข้าถนนนี้จะเห็นตัวตึกเกือบจะทันที ถ้ามาจากฝั่งตะวันออกก็เดินจากสถานีใต้ดิน St. Patrick (สาย 1) ไม่นาน หรือ Osgoode หน่อยก็ยังกะชิว รถรางสาย 501 แวะจอด Queen St. West ห่างออกไม่กี่ก้าว
วิธีเดินเที่ยวคุ้มสุดคือชมร่วมกับบริเวณรอบข้าง ใช้เวลาที่ Grange Park ทางตะวันตก เข้าฟรี แล้วเดินอ้อมมาดูตัวอาคารจากถนน McCaul ฝั่งใต้และตะวันออกด้วย ถ้าจะเข้า Art Gallery of Ontario ด้วย แนะนำให้แวะ Sharp Centre ก่อน ใช้เวลา 20-30 นาที ส่วน AGO ใช้เวลาเต็มครึ่งวันหรือมากกว่านั้นได้เลย
ไม่มีค่าเข้าชมส่วนภายนอก เดินดูได้ตลอดเวลาจากถนนหรือสวน Grange คุณมาที่นี่เพื่อดูสถาปัตยกรรมในบริบทเมือง ไม่ใช่เข้าชมจักร ๆ วงศ์ ๆ ในสถาบันไหน วางแผน 30-45 นาทีถ้าอยากเดินวนรอบ นั่งสวนรับวิวกว้าง และเก็บภาพสบาย ๆ
ย่านรอบข้างก็มีอะไรให้เดินต่อเยอะ Kensington Market เดินไปทางตะวันตกเฉียงเหนือแค่ 10 นาที ส่วน Queen Street West อยู่ใต้ลงมาด้านใต้ มีร้านกาแฟ ร้านดีไซน์ และแกลเลอรี่ยิบย่อย แวะเดินครบได้ภายในครึ่งวันสบาย ๆ
หมายเหตุการถ่ายภาพ & สิ่งควรรู้
Sharp Centre เป็นหนึ่งในตึกที่ถ่ายภาพสนุกสุดของโตรอนโต แต่ต้องใจเย็นเลือกมุมให้ดี ไม่ใช่เดินผ่านแชะแล้วจบ ใช้เลนส์มุมกว้างหรือกล้องมือถือโหมด ultra-wide จะเก็บตึกทั้งหลังกับขาเหล็กได้ครบ ถ่ายมุมต่ำจากพื้นฝั่ง McCaul Street จะเห็นขาขนาดยักษ์ลอยอยู่เหนือหัวชัดสุด
ถ้าอยากได้ภาพบริบทพร้อมสวน Grange อยู่ฉากหน้า ใช้เลนส์ normal หรือ telephoto นิด ๆ จะดึงระยะให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสวนกับตึกลอยเด่น ๆ วันที่เมฆเยอะจะได้แสงนุ่มสวย รายละเอียดตรงผนังขาวดำครบ ไม่หลุดหายแบบแดดแรงที่แม้จะดราม่ากว่าแต่บางดีเทลก็หายไป
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
ตัวตึกอยู่ในแคมปัสมหาวิทยาลัยที่มีชีวิตจริง กรุณาเคารพระเบียบ โดยเฉพาะช่วงสอบหรืองานรับปริญญา อย่าเข้าอาคารหากไม่มีเหตุผลตามสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย
ตรงไปตรงมา: ใครควรมาที่นี่ ใครควรข้าม
Sharp Centre ไม่ใช่ที่เที่ยวแนวป๊อป ไม่ต้องซื้อตั๋ว ไม่มีนิทรรศการหรือไกด์นำชมให้ ที่นี่คือสถาปัตยกรรมที่คุณอาจจะทึ่งสุด หรืออาจเฉยก็ได้ ถ้าคุณชอบเดินดูตึกอย่างพินิจรายละเอียด จะเห็นอะไรเยอะมาก ตั้งแต่แนวคิดโครงสร้างจนถึงความกล้าหาญในการทำอะไรแปลกใหม่ในเมืองที่ธรรมดาทีมักจะเล่นเซฟในเรื่องนี้
ถ้าไม่อินสถาปัตยกรรม การมา 30 นาทีอาจจะรู้สึกว่าแค่แวะทางผ่าน อย่างนั้นไปโฟกัสกับที่เที่ยวใกล้เคียงที่อยู่ได้นาน เช่น AGO มีทั้งนิทรรศการถาวรและหมุนเวียนใช้เวลาหลายชั่วโมง ส่วน สถาปัตยกรรมในโตรอนโตในภาพรวม ก็มีรายชื่อตึกแนวคิดโดดเด่นอีกเยอะที่น่าเดินตามรอย
สภาพอากาศมีผลกับที่นี่อย่างมาก ฝนหิมะไม่ได้ลดเสน่ห์ตัวตึก แต่การเดินชมรอบ ๆ หรือนั่งในสวนจะไม่สนุกเท่าตอนอากาศดี เพราะพื้นที่ภายนอกเปิดโล่งหมด ถ้ามาหน้าหนาวต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับยืนข้างนอกนาน ๆ ส่วนฤดูร้อนร่มไม้ในสวนจะช่วยให้เที่ยวได้แทบทั้งวัน เว้นแต่แดดจัด ๆ กลางวันจริง ๆ
เคล็ดลับจากคนวงใน
- มุมตะวันออกเฉียงใต้ของสวน Grange ซึ่งอยู่ใกล้ตัวตึกที่สุด คือจุดที่เห็นขาทั้ง 12 ขาพร้อมกันชัดเจน ส่วนมากคนจะถ่ายจากระดับถนนบนถนน McCaul แล้วพลาดมุมนี้ไปแบบไม่รู้ตัว
- ถ้าไปช่วงวัน open studio หรือช่วงจัดแสดงรับปริญญา (ปกติช่วงฤดูใบไม้ผลิ) อาจเข้าไปชมบางส่วนของอาคารได้ ควรเช็คกำหนดการกิจกรรมของมหาวิทยาลัยก่อน
- ตรอกด้านทิศเหนือของตึก (เดินเข้าจาก Beverley Street) ให้มุมที่แปลกใหม่ เพราะหันกลับไปทางใต้ จะเห็นตึกตัดกับเส้นขอบฟ้าเมือง เห็นสเกลของตัวอาคารชัดเจนขึ้นอีกมิติ
- แผงผิวตึกที่เห็นลายพิกเซลขาวดำ ไม่ใช่การทาสี แต่เป็นแผงสีสำเร็จรูป เฉดสีจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในบางแสง โดยเฉพาะวันที่อากาศขมุกขมัว ซึ่งกล้องถ่ายภาพมักจับไม่ค่อยได้
- จับคู่ทริปนี้กับเดินเที่ยวย่าน Kensington Market (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ) และแวะคาเฟ่บน Dundas Street West ก็จะได้วงจรท่องเที่ยวสั้น ๆ ที่เห็นเสน่ห์ของโตรอนโตในสามบรรยากาศไม่ซ้ำกัน
OCAD University Sharp Centre for Design เหมาะสำหรับใคร?
- คนรักสถาปัตยกรรมและดีไซน์ที่อยากชมหนึ่งในตึกสมัยใหม่ที่ได้รับรางวัลระดับแคนาดา
- ช่างภาพที่อยากได้แบบโครงสร้างแปลกตาและเล่นมุม-แสงได้หลากหลาย
- นักศึกษาและนักวิชาการที่สนใจงานออกแบบแคมปัสและวิศวกรรมเชิงโครงสร้างยุคใหม่
- นักท่องเที่ยวที่อยากจับกลุ่มเที่ยวครึ่งวันที่ AGO, Grange Park และ Queen Street West
- ผู้ตามรอยสายดีไซน์และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของโตรอนโต อยากเข้าใจฉากหลังวงการศิลปะในเมืองนี้
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน ดาวน์ทาวน์โตรอนโต:
- Allan Gardens Conservatory
Allan Gardens Conservatory คือโรงเรือนพืชสวนฟรี เปิดตลอดปี ตั้งอยู่ที่ 160 Gerrard Street East ใจกลางโตรอนโต มีเรือนกระจก 6 หลัง พร้อม Palm House สไตล์เอ็ดเวิร์ด สร้างปี 1910 รวมพืชร้อนชื้น กระบองเพชร กล้วยไม้ และดอกไม้ตามฤดูกาลกว่า 1,500 ตร.ม. นี่คือหนึ่งในสวนสาธารณะที่เก่าแก่และถูกมองข้ามมากที่สุดของโตรอนโต
- Art Gallery of Ontario
Art Gallery of Ontario คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกาเหนือ จัดแสดงผลงานกว่า 90,000 ชิ้น ภายในอาคารที่ Frank Gehry รีโนเวทอย่างโดดเด่นใจกลางโตรอนโต ตั้งแต่ศิลปะพื้นเมืองแคนาดาจนถึงมาสเตอร์ยุโรปและภาพถ่ายร่วมสมัย ทั้งสายลุยและสายเดินชิลรับรองว่ามีอะไรให้คุณค้นพบแน่นอน
- Brookfield Place (Allen Lambert Galleria)
Allen Lambert Galleria ใน Brookfield Place คือโถงทางเดินสาธารณะ ออกแบบโดย Santiago Calatrava ระหว่างปี 1987–1992 โครงสร้างเหล็กและกระจกสูงระฟ้าระหว่างตึกสูงใจกลางโตรอนโตนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ภายในอาคารที่น่าทึ่งที่สุดในแคนาดา
- พิพิธภัณฑ์คัมป์เบลล์เฮาส์
บ้านหลังนี้สร้างขึ้นในปี 1822 เพื่อท่าน Chief Justice แห่ง Upper Canada ถือเป็นบ้านที่เก่าแก่สุดที่ยังเหลือรอดจากยุคเมืองยอร์กเดิม ย้ายมาตั้งตรงหัวมุมกลางเมืองในปี 1972 และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1974 ให้สัมผัสวิถีชีวิตยุคอาณานิคมอย่างละเมียดท่ามกลางตึกระฟ้ารอบข้าง