เปิดตำนานวิสกี้เนลสัน กรีนไบรเออร์: ฟื้นชีพวิสกี้แนชวิลล์
เนลสัน กรีนไบรเออร์ ดิสทิลเลอรี่ พาเส้นทางวิสกี้เทนเนสซีอายุ 160 ปี กลับมามีชีวิตใน Marathon Village ใจกลางแนชวิลล์ ชมการผลิต ชิมวิสกี้ และฟังเรื่องราวตั้งแต่ก่อนยุคห้ามเหล้าจนถึงยุคใหม่โดยสองพี่น้องผู้สืบสานตำนานครอบครัว
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 1414 Clinton St, Marathon Village, Nashville, TN 37203
- การเดินทาง
- นั่งแท็กซี่หรือรถส่วนตัวจากตัวเมืองแนชวิลล์สะดวกที่สุด ไม่มีรถใต้ดินตรงถึง
- เวลาเที่ยวชม
- ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที สำหรับทัวร์และชิม
- ค่าใช้จ่าย
- ผู้ใหญ่ 21 ปีขึ้นไป: $25 กรุณาตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนจอง
- เหมาะสำหรับ
- คนรักวิสกี้ สายประวัติศาสตร์ คู่รัก และนักกินดื่มสายสำรวจ
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- greenbrierdistillery.com

เนลสัน กรีนไบรเออร์ ดิสทิลเลอรี่ คืออะไร
เนลสัน กรีนไบรเออร์ ดิสทิลเลอรี่ เป็นโรงกลั่นวิสกี้คราฟต์ที่ยังดำเนินงานจริง มีทั้งห้องชิม บาร์ และร้านอาหาร อยู่ในอาคารอิฐเก่าใจกลาง Marathon Village ซึ่งเป็นโรงงานยุคต้นศตวรรษที่ 20 ที่รีโนเวทใหม่ ห่างจากใจกลางเมืองแนชวิลล์ไปประมาณ 1 ไมล์ โรงกลั่นแห่งนี้เน้นวิสกี้เทนเนสซีและบรั่นดีภายใต้แบรนด์ Green Brier โดยรื้อฟื้นชื่อเสียงในตำนานของครอบครัวที่เคยหยุดไปกว่าร้อยปีให้กลับมาโด่งดังอีกครั้ง
แบรนด์ Nelson สืบย้อนไปถึง Charles Nelson ผู้อพยพจากเยอรมันที่ก่อตั้งโรงกลั่น Green Brier ดั้งเดิมในปี 1860 ที่เมืองกรีนไบรเออร์ รัฐเทนเนสซี ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ธุรกิจของเขาเติบโตจนเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวิสกี้ใหญ่สุดของประเทศ ก่อนที่การประกาศห้ามเหล้าทั้งรัฐในปี 1909 จะบังคับให้ปิดตัวลง เรื่องราวบทใหม่เริ่มในปี 2011 เมื่อสองพี่น้อง Andy กับ Charlie Nelson (ทายาทรุ่นที่ 5 ของ Charles) ชุบชีวิตแบรนด์ขึ้นอีกครั้งในฐานะโรงกลั่นคราฟต์แห่งแนชวิลล์ วิสกี้เทนเนสซีภายใต้ป้าย Green Brier กลับมาขายจริงจังในปี 2019 เรื่องราวทั้งหมดจะถูกร้อยเรียงไว้ในทุกตอนของทัวร์ ถ้าอยากเข้าใจภาพรวมวัฒนธรรมดนตรีและประวัติศาสตร์แนชวิลล์ แนะนำให้แวะTennessee State Museum คู่ไปด้วยจะเห็นมุมประวัติศาสตร์ได้ครบ
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
แนะนำให้จองทัวร์ล่วงหน้า โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ช่วงวันธรรมดาอาจเดินเข้าไปได้เลยแต่รอบชิมวันเสาร์เต็มบ่อย ๆ ตรวจสอบรอบและราคาที่ greenbrierdistillery.com
ทัวร์ที่นี่มีอะไรให้ชมและได้ทำบ้าง
ทัวร์โดยส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที พาเดินผ่านลานผลิต โซนบ่มบาร์เรล และพื้นที่บรรจุขวด ก่อนจะจบท้ายด้วยการชิม ไกด์แต่ละคนรู้ลึกทั้งด้านเทคนิคกลั่นและเรื่องราวครอบครัว ให้บรรยากาศเหมือนฟังเพื่อนเล่ามากกว่าบทท่อง คุณจะได้เห็นหม้อต้มทองแดงใกล้ ๆ รู้จักเคล็ดลับการใช้ถ่านไม้ (charcoal mellowing) ที่ทำให้วิสกี้เทนเนสซีต่างจากเบอร์เบินรัฐเคนทักกี และเข้าใจขั้นตอน Lincoln County Process ซึ่งเป็นหัวใจของวิสกี้เทนเนสซี
ช่วงชิมปกติจะมีให้ลองหลายรส ครอบคลุมวิสกี้ตัวหลักของโรงกลั่น Belle Meade Bourbon ที่เป็นอีกแบรนด์ของตระกูล Nelson ก็ชิมได้บ่อย ๆ เช่นกัน ไปกับ Green Brier Tennessee Whiskey และตัวลิมิเต็ดตามฤดูกาล ไกด์เต็มใจอธิบายความต่างของแต่ละสูตรและรสชาติอย่างละเอียดถ้าคุณอยากรู้
ถ้าอยากลงลึกเรื่องโรงกลั่นในแนชวิลล์เพิ่มเติม ลองดูคู่มือทัวร์โรงกลั่น Nashville นี้ เพื่อแพลนตะลุยหลายโรงกลั่นในวันเดียวก็สะดวก
ตั๋วและทัวร์
ตัวเลือกคัดสรรจากพันธมิตรการจองของเรา ราคาเป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ ความพร้อมให้บริการและราคาสุดท้ายจะยืนยันเมื่อทำการจองเสร็จสมบูรณ์
Old Town trolley tour of Nashville
เริ่มต้นที่ 54 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีHatch Show Print guided tour
เริ่มต้นที่ 21 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีDowntown walking tour of Nashville
เริ่มต้นที่ 21 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีNashville Downtown Underground Donut Tour
เริ่มต้นที่ 46 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรี
Marathon Village กับเสน่ห์ตึกเก่า
บรรยากาศรอบ ๆ เพิ่มสีสันประสบการณ์มากทีเดียว เดิมที Marathon Village สร้างระหว่างปี 1881-1916 เป็นโรงงาน Marathon Motor Works ที่ผลิตรถยนต์แบรนด์มาราธอน ผนังอิฐหนา พื้นไม้เก่ามีรอยประวัติ และเพดานสูงใหญ่ ในวันที่อากาศเย็น ๆ จะได้กลิ่นโอ๊กเก่าและธัญพืชบาง ๆ ลอยอยู่เบา ๆ พอเข้าใกล้โซนกลั่นวิสกี้ กลิ่นจะเด่นชัดขึ้นทันที
พื้นที่รอบโรงกลั่นยังมีร้านเล็ก ๆ ตลาดวินเทจ และสตูดิโอศิลปินหลายแห่ง บรรยากาศเลยดูเป็นย่านสร้างสรรค์มากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวจ๋า ๆ เช้าตรู่ - สายวันธรรมดาจะเงียบสงบมาก แต่พอบ่ายวันเสาร์ทั้งคนแนชวิลล์และนักท่องเที่ยวจะคึกคักขึ้น บาร์ของโรงกลั่นก็จะเต็มไปด้วยคน
Marathon Village อยู่ในโซนที่เชื่อมต่อกับย่านGermantown ซึ่งเป็นย่านประวัติศาสตร์สำคัญของแนชวิลล์ เดินทางไป-มาก็ง่าย แนะนำให้แวะก่อนหรือหลังเนลสัน กรีนไบรเออร์
บาร์และร้านอาหาร
นอกจากทัวร์แล้ว ที่นี่มีบาร์เต็มรูปแบบและร้านอาหารในตัว บาร์เปิดเกือบทุกวัน เสิร์ฟค็อกเทลที่ใช้เหล้าจากโรงกลั่น เช่น Old-Fashioned หรือ Whiskey Sour ที่ใช้ Green Brier Tennessee Whiskey เป็นเบส เมนูเครื่องดื่มเน้นสูตรคลาสสิกเข้าถึงง่าย ไม่เน้นแนวทดลองแหวกแนว ซึ่งเข้ากับบรรยากาศ
ส่วนร้านอาหารจะเปิดเฉพาะช่วงกลางวันวันพุธถึงเสาร์ และบรันช์วันอาทิตย์ เมนูอาหารมีไม่มากนักแต่ก็เข้ากันกับการชิมอย่างลงตัว เหมาะสำหรับคนที่หิวจริง ๆ ก่อนเข้าทัวร์ เวลาทำการเปลี่ยนแปลงได้ ควรเช็กก่อนจัดทริปกิน ส่วนบาร์ส่วนใหญ่อยู่ได้นานกว่าร้านอาหาร
ℹ️ ดีที่ควรรู้
เวลาเปิดล่าสุด: ทัวร์โรงกลั่น อาทิตย์–พฤหัสบดี 11:00–17:00, ศุกร์–เสาร์ 11:00–18:00; บาร์โรงกลั่น อาทิตย์–พฤหัส 11:00–17:00, ศุกร์–เสาร์ 11:00–18:00 ตรวจสอบเวลาก่อนเดินทางที่ greenbrierdistillery.com
ควรไปช่วงไหน? ไปแต่ละชั่วโมงแล้วเป็นอย่างไร
เช้าวันธรรมดาเงียบสุด กลุ่มทัวร์จะเล็ก ๆ ไกด์มีเวลาใส่ใจแต่ละคนมากขึ้น ห้องชิมไม่แออัด ถ้าคุณเน้นอยากเรียนรู้ประวัติและกระบวนการผลิตมากกว่าบรรยากาศปาร์ตี้ ลองจองรอบเที่ยง ๆ วันอังคารหรือพฤหัสจะได้อีกฟีล ต่างจากบ่ายวันเสาร์มาก
เย็นวันศุกร์และเสาร์จะคึกคักสุด ๆ ทั้งรอบทัวร์และชิม บาร์ของโรงกลั่นเปิดถึง 6 โมงเย็น เลยเหมาะกับคนที่อยากหากิจกรรมแฮงเอาต์ยามค่ำที่ไม่ใช่ถนน Broadway ที่คนแน่นมาก ช่วงค่ำ ๆ โดยเฉพาะปลายรอบ จะเจอคนพื้นเมืองแนชวิลล์มากกว่านักท่องเที่ยว
อากาศแนชวิลล์เป็นแบบร้อนชื้นหน้าร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) ช่วงเข้า–ออกอาคารจะรู้สึกอบอ้าว แต่ข้างในโรงกลั่นค่อนข้างเย็น แนะนำใส่เสื้อผ้าบางเบาถ้าไปช่วงก.ค.–ส.ค. ช่วงเม.ย.–พ.ค. หรือก.ย.–ต.ค. อากาศกำลังดี เหมาะกับการเดินชมพื้นที่รอบ Marathon Village
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
ที่จอดรถรอบ Marathon Village ส่วนใหญ่หาได้ไม่ยาก ยกเว้นบ่ายวันเสาร์อาจเต็ม คิวแท็กซี่หรือแกร็บลงที่ประตู Clinton Street ง่ายสุด
เรื่องภาพถ่าย ทางขึ้น-ลง และรายละเอียดสำคัญ
โรงกลั่นนี้สวยชิคตามแบบอาคารอิฐเก่า หม้อต้มทองแดงตัดกับพื้นไม้ แสงธรรมชาติลอดหน้าต่างอุตสาหกรรม บาร์เรลเรียงเต็มโกดัง ถ่ายรูปดีที่สุดช่วงสายใกล้เที่ยง สามารถใช้แฟลชได้ส่วนผลิตหลักแต่ควรถามไกด์ทุกครั้งว่าตรงไหนถ่ายได้
เว็บไซต์ทางการไม่มีรายละเอียดการเข้าถึงสำหรับผู้ใช้วีลแชร์หรือผู้เดินลำบากชัดเจนนัก ถ้าใครมีข้อจำกัดเรื่องการเดินควรติดต่อโรงกลั่นโดยตรงก่อนจอง เพื่อสอบถามทางลาด ห้องน้ำ หรือความต้องการพิเศษอื่น ๆ เพราะตึกเก่าบางจุดอาจเข้าถึงยากถ้าไม่ได้แจ้งล่วงหน้า
การเดินทางมา Marathon Village ถ้าไม่มีรถส่วนตัว ใช้ Uber หรือ Lyft ได้สบาย ๆ เพราะวิ่งทั้งเมือง ส่วนรถเมล์ WeGo ของแนชวิลล์ครอบคลุมย่านรอบข้างแต่ไม่ได้จอดถึงประตู ถ้าคุณอยากวางแผนเที่ยวแนชวิลล์เต็มวันที่เน้นกินดื่มกับประวัติศาสตร์ ลองอ่านคู่มือโรงกลั่น Nashville และคู่มือการเดินทางในแนชวิลล์ ก่อนวางแผนจะดีที่สุด
มันคุ้มเวลาไหม? มุมมองจริงใจ
เนลสัน กรีนไบรเออร์ คือประสบการณ์โรงกลั่นคราฟต์ที่กลมกล่อมมาก ทั้งเรื่องราวของครอบครัวที่สมกับความขลัง ไม่ได้แต่งเสริมเติมให้ขายนักท่องเที่ยว เหตุการณ์ก่อนยุคห้ามเหล้านั้นเกิดขึ้นจริงและบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์วิสกี้เทนเนสซี ส่วนการฟื้นแบรนด์ของสองพี่น้องยุคปัจจุบันก็นำเสนออย่างมีน้ำหนัก ไม่ใช่แค่เรื่องมาร์เก็ตติ้ง
แต่ถ้าคุณคาดหวังโรงกลั่นใหญ่ ๆ แบบ Jack Daniel’s ที่ Lynchburg ที่นี่จะเล็กและใกล้ชิดกว่า ซึ่งบางคนชอบ บางคนเฉย ๆ ถ้าต้องการดูสายการผลิตมหึมา เรื่องราวดารา และร้านของที่ระลึกยักษ์ใหญ่ ที่นี่ไม่ใช่แบบนั้น แต่ถ้าคุณชอบทัวร์ที่ใส่ใจรายละเอียด พร้อมชิมวิสกี้ดี ๆ ในบรรยากาศเฉพาะตัวจบแบบไม่เหมือนใคร นี่แหละใช่เลย
ใครที่เคยไปCountry Music Hall of Fame หรือRyman Auditorium มาแล้ว อยากหาที่เที่ยวแนว ๆ ที่ไม่พลุกพล่าน กรีนไบรเออร์นี่แหละตอบโจทย์ เงียบกว่า เฉพาะตัวกว่า ปิดท้ายด้วยวิสกี้จริง ๆ ในมือ
เคล็ดลับจากคนวงใน
- อย่าลืมถามไกด์เรื่อง Belle Meade Bourbon เพราะแม้จะผลิตที่เดียวกัน แต่ทำการตลาดแยกต่างหาก เรื่องราวของสองแบรนด์นี้ที่อยู่ใต้หลังคาเดียวกันค่อนข้างน่าสนใจ
- เย็นวันศุกร์-เสาร์ บาร์ที่นี่จะกลายเป็นแหล่งนัดพบของคนพื้นที่จริง ๆ ตั้งแต่ประมาณ 1 ทุ่มเป็นต้นไป จะเห็นบรรยากาศต่างจากทัวร์ช่วงกลางวันธรรมดามาก
- ถ้าสนใจรุ่นพิเศษหรือขวดลิมิเต็ด ให้สอบถามที่เคาน์เตอร์ชิมเลย แนะนำตรง ๆ ดีกว่าดูเฉพาะชั้นวางหลัก เพราะบางทีเจ้าหน้าที่จะแนะนำของหายากที่ไม่ได้โชว์หน้าร้านให้ได้
- เที่ยวเสร็จแล้วแวะเดินเล่นตึก Marathon Village ต่อได้ มีสตูดิโอศิลปินกับตลาดของเก่าให้ชม และตัวอาคารเองก็สวยมีรายละเอียดน่าถ่ายรูป ไม่ควรพลาดเดินสำรวจสัก 10 นาที
- บรันช์วันอาทิตย์ที่นี่มีน้อยคนนักใช้บริการ ทั้งที่เปิดตั้งแต่ 10 โมง เที่ยวรอบสาย ๆ แล้วต่อด้วยบรันช์ในร้านได้แบบสบาย ๆ ไม่ต้องแข่งคิวกับฝูงชนในเมือง
Nelson's Green Brier Distillery เหมาะสำหรับใคร?
- สายวิสกี้ที่อยากรู้เบื้องหลังการผลิตควบคู่กับการชิม
- นักเดินทางที่อินกับวัฒนธรรมอาหารและเครื่องดื่มอเมริกันยุคก่อนห้ามเหล้า
- คู่รักที่มองหากิจกรรมยามเย็นนอกถนนบาร์หลัก
- คนที่เที่ยวจุดดังย่านกลางเมืองแนชวิลล์มาครบแล้ว อยากหาประสบการณ์แบบโฮมมี่ขึ้น
- กลุ่มเล็ก ๆ ที่ชอบประสบการณ์ทัวร์ใกล้ชิด ไม่เน้นศูนย์ใหญ่ครึกครื้น
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Germantown:
- City Winery Nashville
City Winery Nashville เป็นที่เดียวใน Music City ที่คุณสามารถจิบไวน์ฝีมือบ้านพร้อมชมคอนเสิร์ตศิลปินระดับชาติในบรรยากาศส่วนตัว ตั้งอยู่ที่ 609 Lafayette Street รวมโรงไวน์ ร้านอาหาร บาร์ไวน์ และคอนเสิร์ตฮอลล์ไว้ในที่เดียวที่ควรค่าแก่การแวะมาสัมผัส
- Marathon Music Works
Marathon Music Works อยู่ในโรงงานรถยนต์เก่าแก่เมื่อช่วงต้นปี 1900 ที่ย่าน Marathon Village ของแนชวิลล์ เป็นเวทีดนตรีสดจุ 1,500 คน ที่เสียงแน่น โครงสร้างอินดัสเทรียล และไลน์อัพหลากหลายตั้งแต่ร็อกอินดี้ เคาชรี่ ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์ รวมทุกข้อมูลที่ช่วยให้คุณตัดสินใจว่าควรเสียเวลาคืนนี้ที่นี่หรือไม่
- Marathon Village
Marathon Village อยู่ในกลุ่มอาคารโรงงานอิฐอายุกว่าร้อยปี ซึ่งอดีตเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตรถยนต์ยุคแรกในภาคใต้ ปัจจุบันกลายเป็นคอมเพล็กซ์ในแนชวิลล์รวมร้านเหล้า ร้านค้าอิสระ สตูดิโอสร้างสรรค์ และประวัติศาสตร์รถยนต์ — เดินชมฟรีไม่คิดค่าเข้า
- Nashville Farmers' Market
Nashville Farmers' Market เป็นตลาดสดถาวรขนาด 16 เอเคอร์ เปิดตลอดปี บนถนน Rosa L. Parks Blvd. ใกล้ Bicentennial Capitol Mall State Park พบกับโรงขายผักผลไม้ท้องถิ่น Tennessee และโซน Market House ที่รวมร้านอาหารกับร้านค้าจากทั่วโลกไว้เกือบ 30 ร้าน เข้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย