City Winery Nashville: จุดนัดพบของดนตรีสดและไวน์ในเมือง

City Winery Nashville เป็นที่เดียวใน Music City ที่คุณสามารถจิบไวน์ฝีมือบ้านพร้อมชมคอนเสิร์ตศิลปินระดับชาติในบรรยากาศส่วนตัว ตั้งอยู่ที่ 609 Lafayette Street รวมโรงไวน์ ร้านอาหาร บาร์ไวน์ และคอนเสิร์ตฮอลล์ไว้ในที่เดียวที่ควรค่าแก่การแวะมาสัมผัส

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
609 Lafayette Street, Nashville, TN 37203 (Wedgewood-Houston / ทางใต้ของ downtown เล็กน้อย)
การเดินทาง
รถประจำทาง WeGo Public Transit; สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ แนะนำใช้บริการรถรับส่ง
เวลาเที่ยวชม
2–4 ชั่วโมง หากรับประทานอาหารพร้อมชมโชว์; 45–60 นาทีถ้าแค่แวะบาร์ไวน์
ค่าใช้จ่าย
เข้าฟรีถ้าใช้บริการร้านอาหารหรือบาร์ไวน์; ราคาตั๋วคอนเสิร์ตแตกต่างตามศิลปินและโซนที่นั่ง
เหมาะสำหรับ
คนรักไวน์ สายดนตรีอะคูสติก คู่เดท หรือใครที่หาอะไรใหม่แทนฮอนกี้ตอนก์บน Broadway
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
citywinery.com/pages/locations/nashville
นักดนตรีสามคนแสดงพร้อมกีตาร์และแมนโดลินบนเวทีที่มีแสงไฟอบอุ่นของ City Winery Nashville ขณะที่ผู้ชมนั่งอยู่ที่โต๊ะที่มีเทียนจุด
Photo Runamok11 (CC BY-SA 4.0) (wikimedia)

City Winery Nashville คืออะไรจริง ๆ

City Winery Nashville เปิดบริการเมื่อปี 2014 เป็นสาขาแรก ๆ ต่อจากสาขาหลักในนิวยอร์ก คอนเซ็ปต์เรียบง่ายแต่แปลกใหม่: ผสมโรงไวน์แบบทำจริงในเมืองเข้ากับสถานที่แสดงคอนเสิร์ต พร้อมโอบล้อมด้วยร้านอาหารและบาร์ไวน์ ในที่เดียวคุณจะเห็นถังไวน์เรียงข้างผนัง สั่ง Cabernet Franc ฝีมือบ้าน รับประทานอาหารนั่งจริงจัง และชมโชว์สำหรับ 500 ที่นั่งโดยไม่ต้องเหยียบ Broadway สักนิด

พื้นที่ทั้งหมดราว 36,000 ตารางฟุต ประกอบด้วย concert hall หลัก barrel room ที่จัดงานหรือรับประทานอาหารก็ได้ บาร์ไวน์ และโซนผลิตไวน์เอง สไตล์ที่นี่คือโรงงานผสมความอบอุ่น โชว์ผนังอิฐ เฟอร์นิเจอร์ไม้ แสงไฟนุ่ม ๆ และกลิ่นองุ่นหมักจาง ๆ ที่สัมผัสได้แถว barrel room

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

ราคาตั๋วคอนเสิร์ตและตารางการแสดงเปลี่ยนบ่อย เช็คหน้ากิจกรรม City Winery Nashville ที่ citywinery.com/pages/events/nashville ก่อนวางแผนรับประทานอาหารหรือเดินทาง โดยเฉพาะสำหรับโชว์ดังที่มักขายหมดล่วงหน้า

ประสบการณ์คอนเสิร์ต: เล็ก ใกล้ชิด และเน้นเสียงจริงจัง

concert hall หลักจุคนได้หลักร้อย ตามแบบห้องฟังเพลงจริง ๆ ที่แนชวิลล์ยังมีไม่มาก ไซซ์นี้ใหญ่กว่าห้องฟังทั่วไปแต่ก็ไม่ใหญ่เท่าสนามประลอง และนั่งสบายกว่าทั้งสองแบบ โต๊ะจะตั้งแก้วไวน์และเมนูเรียบร้อยก่อนคอนเสิร์ตเริ่ม สั่งอาหารและเครื่องดื่มได้ตลอด ไม่ต้องกลัวโดนบังมุมมองเลย

ระบบเสียงที่นี่เน้นความคมชัด ไม่เน้นความดัง ห้องนี้สร้างมาเพื่อ singer-songwriter แจ๊ส โฟล์ก และวงร็อกที่อยากให้จับเนื้อร้องชัด ๆ ไม่เน้นเวทีที่กรี๊ดสนั่นก่อนโชว์จะเริ่ม คนที่นั่งข้าง ๆ มักทักทายคุยกัน ทำให้บรรยากาศเป็นกันเองแบบที่โรงละครซื้อตั๋วทั่วไปไม่ค่อยมี

ถ้าเอาประสบการณ์ที่นี่ไปเทียบกับเวนูขนาดเล็กอื่น ๆ ของแนชวิลล์ City Winery ก็ดูต่างออกไป Bluebird Cafe จะเล็กกว่าและเน้นโชว์สลับศิลปินเดินวนกลางเวที ส่วน Station Inn บรรยากาศบ้าน ๆ และเน้นบลูกราสส์ล้วน ๆ ส่วน City Winery สายโปรดักชันหรูนั่งสบายและค่าตั๋วก็แพงกว่าเล็กน้อย

ℹ️ ดีที่ควรรู้

โชว์ที่ City Winery Nashville โดยมากจัดแบบนั่งและเปิดให้ผู้ชมทุกวัย เว้นแต่จะระบุไว้ในโพสต์กิจกรรม บางคืนโชว์สนุกอาจเปลี่ยนเป็นแบบยืนได้ แนะนำเช็คก่อนซื้อตั๋ว

ตั๋วและทัวร์

ตัวเลือกคัดสรรจากพันธมิตรการจองของเรา ราคาเป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ ความพร้อมให้บริการและราคาสุดท้ายจะยืนยันเมื่อทำการจองเสร็จสมบูรณ์

โรงไวน์ของจริง ไม่ใช่แค่ตกแต่ง

ส่วนของโรงไวน์ไม่ได้สร้างมาเพื่อสวยงามเฉย ๆ City Winery Nashville ผลิตไวน์ของตัวเองที่นี่เลย องุ่นนำเข้าจากแหล่งทั่วประเทศ แล้วหมักและบ่มในโรงสินค้าชั้นในที่แขกบางทีจะเห็นผ่านหน้าต่างหรือระหว่างทัวร์ รายการไวน์ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทั้งแดง ขาว โรเซ่ ที่ทำเอง พร้อมกับไวน์จากสาขาอื่น ๆ ในเครือและผู้ผลิตอิสระ

ถ้าคุณดื่มไวน์แบบมาตรฐาน California หรือยุโรปไว้ก่อน ควรตั้งความคาดหวังใหม่ เพราะโรงไวน์แบบนี้เน้นเปิดกว้างให้ทุกคนเข้าถึงและแปลกใหม่มากกว่าความหรูหรา ไวน์อร่อยสมราคา แถมกินกับอาหารที่นี่ลงตัว แต่ไม่ใช่ที่สำหรับนักสะสมจริงจัง สิ่งที่แลกมาคือประสบการณ์จิบไวน์ที่ผลิตในตัวอาคาร ในเมืองใต้ฝั่ง South ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิสกี้

ถ้าคุณอยากลองสายวิสกี้ แนชวิลล์ก็มีเพียบ ดูรีวิวแนะนำได้ใน คู่มือทัวร์โรงกลั่นสุราใน Nashville ซึ่งพาไปดูโรงกลั่นเด่น ๆ หลายแห่งในเมือง

ร้านอาหารและบาร์ไวน์: ก่อนและหลังโชว์

ร้านอาหารของ City Winery Nashville เปิดแยกจากตารางโชว์ หมายความว่ามากินข้าววันธรรมดาไม่มีโชว์ก็ได้ หรือจะมาก่อนประตูคอนเสิร์ตเปิด เมนูที่นี่เหมาะกับไวน์เต็ม ๆ ทั้ง cold cuts แป้ง flatbread ซีฟู้ด เมนจานหลัก ที่ทำมาให้ไวน์เด่นโดยไม่แย่งซีนกัน

barrel room เป็นจุดที่ควรเล็งถ้าอยากนั่งกินก่อนชมโชว์ เพราะล้อมด้วยถังไวน์ บรรยากาศแสงสลัวและเงียบสงบกว่าด้านอื่น ๆ แต่คืนไหนมีโชว์ห้องนี้เต็มเร็วมาก ถ้าจะทานก่อนคอนเสิร์ตต้องจองล่วงหน้า ส่วนโซน wine bar หลักเข้าตามคิวว่าง ๆ เดินเข้าไปได้เลย

ข้อควรรู้จริง ๆ: คืนที่มีโชว์ดัง ๆ บริการจะช้าขึ้นมากเพราะลูกค้าเดินเข้ามาเต็มห้องพร้อม ๆ กัน สั่งอาหารก่อนถึงเวลาห้องจะเต็มจะปลอดภัยกว่า ส่วนมื้อเย็นในวันปกติ ทีมครัวรับมือได้ดี ไม่ค่อยมีปัญหา

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

เวลาร้านอาหารปรับตามตารางโชว์และไม่ได้ลงเว็บไซต์หลักเสมอไป โทรถามหรือเช็คที่ระบบจองก่อนมากิน โดยเฉพาะคืนธรรมดาที่ไม่มีโชว์

การเดินทางและวางแผนเส้นทาง

City Winery Nashville ตั้งอยู่ที่ 609 Lafayette Street ย่าน Wedgewood-Houston ทางใต้ของ downtown Nashville ขับรถจาก Broadway ประมาณ 10 นาที หรือจากย่าน Germantown ไปเหนือราว 15 นาที จอดรถข้างถนนตามบล็อกใกล้ ๆ ได้ แต่โชว์คืนใหญ่จะเต็มเร็ว แนะนำใช้บริการรถรับส่งจะง่ายสุด ลงหน้าประตูหรือรับหลังโชว์จบก็ไม่ยุ่งยาก

รถบัส WeGo Public Transit เข้าถึงได้ แต่สายและเวลาต้องเช็คจากเว็บ WeGo ก่อนถ้าอยากตรงเวลาไปเที่ยวกลางคืน ใครสนใจวิธีเดินทางในแนชวิลล์แบบไม่ขับรถเอง ลองอ่าน คู่มือการเดินทางใน Nashville ที่รวมวิธีเดินทาง รถรับส่ง และที่จอดรถไว้ครบ

ไปช่วงไหนดี เปิดประสบการณ์แตกต่าง

City Winery Nashville บรรยากาศเปลี่ยนชัดตามเวลาที่มา ช่วงบ่ายวันธรรมดา บาร์ไวน์จะสงบเหมือนร้านข้าวซอยซอย พนักงานมีเวลาพูดคุยอธิบายไวน์ barrel room ก็ผ่อนคลายมาก ๆ ได้ฟีลแท้ ๆ ตามคอนเซ็ปต์

แต่ถ้ามาคืนโชว์ ทุกอย่างพลิกเลย ประตูก่อนโชว์เปิด 60–90 นาทีจะทยอยเปลี่ยนจากร้านอาหารเป็นเวทีพลังงานเต็ม อาจได้ยิน sound check จากเวที บาร์ไวน์แน่นไปด้วยคนรอ ถ้าคิดจะแค่มากินมื้อเย็นโดยไม่ได้ดูโชว์ หลีกเลี่ยงเวลานี้ดีกว่า ยกเว้นจะจองโต๊ะและระบุชื่อห้องตั้งแต่แรก

คืนที่เหมาะเปิดซิง City Winery Nashville ที่สุดคือคืน weekday ที่มีวงดังระดับกลาง คนเต็มแต่ไม่ถึงกับจองหมดล่วงหน้า 1 เดือน เช็คข้อมูลที่ คู่มือดนตรีสดแนชวิลล์ จะช่วยวางตำแหน่งว่าเวทีนี้อยู่ตรงไหนในโลกของดนตรีแนชวิลล์

ที่นี่เหมาะกับใคร และใครอาจควรข้าม

City Winery Nashville ตอบโจทย์คนที่อยากออกมาใช้เวลายาว ๆ ที่เดียวจบ คู่รักที่หาเดทพร้อมอาหารดีและดนตรีจริง รวมถึงใครที่เบื่อเสียงดังและความชุลมุนบนถนน Broadway หรือแฟนเพลงแนว singer-songwriter แจ๊ส โฟล์ก อเมริกาน่าเป็นพิเศษ

แต่ถ้าใครอยากซึมซับวัฒนธรรมบาร์เสียงดังแบบนิชวิลล์แท้ ๆ ที่นี่อาจไม่ใช่คำตอบ สำหรับแนวฮอนกี้ตอนก์จัด ๆ ลองเลือก ย่านฮองกี้ทองก์บน Broadway หรือไม่ก็ Tootsie's Orchid Lounge จะตรงสายกว่า ที่นี่ต้องวางแผนล่วงหน้าพอควรในคืนโชว์ ซึ่งไม่เหมาะกับใครที่คิดจะไปไหนแบบปุ๊บปั๊บหรือช่วงซีซั่นพีค

ใครเน้นประวัติศาสตร์เพลงคันทรี่จะได้อารมณ์กว่าที่ Ryman Auditorium หรือ Country Music Hall of Fame เพราะที่นี่เน้นไปทาง Americana, ร็อก, แจ๊ส, โฟล์ก มากกว่าคันทรี่ดั้งเดิม ถ้าจะมาในคืนโชว์ควรเช็คโปรแกรมก่อนล่วงหน้า

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ห้อง barrel room มักแน่นก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่ม ถ้าอยากกินข้าวในห้องนี้ต้องจองโต๊ะระบุ ‘barrel room’ โดยตรง แค่จองร้านอาหารเฉย ๆ จะไม่ได้โต๊ะนี้เสมอไป
  • City Winery มีกิจกรรมทำไวน์และคลับไวน์ พร้อมสิทธิ์ซื้อตั๋วคอนเสิร์ตแบบลดราคาบ้าง ถ้ามา Nashville หลายครั้งหรืออยู่ยาว การสมัครสมาชิกนั้นคุ้มค่า
  • อยากได้มุมเห็นเวทีชัดใน concert hall ต้องขอโต๊ะกลางห้อง โต๊ะริมผนังจะเห็นเวทีแบบเอียง ๆ
  • ที่จอดรถบน Lafayette Street เต็มเร็วในคืนโชว์ แต่ตรอกข้าง ๆ ที่อยู่ห่างไป 1 บล็อกฝั่งตะวันออก มักเหลือที่จอดฟรี ๆ โดยไม่ต้องเข้าลานเสียเงิน
  • คอนเสิร์ตที่ประกาศใกล้วันแสดง (น้อยกว่า 2 สัปดาห์) มักหาตั๋วง่ายกว่าและบางครั้งราคาตั๋วหลักก็ถูกกว่า ถ้ากำหนดวันเดินทางยืดหยุ่น เช็ครอบใกล้ ๆ ไปอาจได้ที่ดีโดยไม่ต้องจองล่วงหน้านาน

City Winery Nashville เหมาะสำหรับใคร?

  • คนรักไวน์ที่อยากดื่มไวน์ที่ทำในสถานที่จริง
  • คู่รักหรือกลุ่มเล็ก ๆ ที่วางแผนกินข้าวและดูโชว์ครบจบในที่เดียว
  • แฟนเพลง singer-songwriter, แจ๊ส, โฟล์ก หรือแนวอเมริกาน่า
  • ผู้ที่อยากหนีความวุ่นวายของ Broadway แล้วหาบรรยากาศนั่งสบาย ๆ แทน
  • นักเที่ยวที่อยากสำรวจย่าน Wedgewood-Houston ที่อยู่นอกเหนือจาก downtown

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Germantown:

  • Marathon Music Works

    Marathon Music Works อยู่ในโรงงานรถยนต์เก่าแก่เมื่อช่วงต้นปี 1900 ที่ย่าน Marathon Village ของแนชวิลล์ เป็นเวทีดนตรีสดจุ 1,500 คน ที่เสียงแน่น โครงสร้างอินดัสเทรียล และไลน์อัพหลากหลายตั้งแต่ร็อกอินดี้ เคาชรี่ ไปจนถึงอิเล็กทรอนิกส์ รวมทุกข้อมูลที่ช่วยให้คุณตัดสินใจว่าควรเสียเวลาคืนนี้ที่นี่หรือไม่

  • Marathon Village

    Marathon Village อยู่ในกลุ่มอาคารโรงงานอิฐอายุกว่าร้อยปี ซึ่งอดีตเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตรถยนต์ยุคแรกในภาคใต้ ปัจจุบันกลายเป็นคอมเพล็กซ์ในแนชวิลล์รวมร้านเหล้า ร้านค้าอิสระ สตูดิโอสร้างสรรค์ และประวัติศาสตร์รถยนต์ — เดินชมฟรีไม่คิดค่าเข้า

  • Nashville Farmers' Market

    Nashville Farmers' Market เป็นตลาดสดถาวรขนาด 16 เอเคอร์ เปิดตลอดปี บนถนน Rosa L. Parks Blvd. ใกล้ Bicentennial Capitol Mall State Park พบกับโรงขายผักผลไม้ท้องถิ่น Tennessee และโซน Market House ที่รวมร้านอาหารกับร้านค้าจากทั่วโลกไว้เกือบ 30 ร้าน เข้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

  • Nelson's Green Brier Distillery

    เนลสัน กรีนไบรเออร์ ดิสทิลเลอรี่ พาเส้นทางวิสกี้เทนเนสซีอายุ 160 ปี กลับมามีชีวิตใน Marathon Village ใจกลางแนชวิลล์ ชมการผลิต ชิมวิสกี้ และฟังเรื่องราวตั้งแต่ก่อนยุคห้ามเหล้าจนถึงยุคใหม่โดยสองพี่น้องผู้สืบสานตำนานครอบครัว

สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:Germantown
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:แนชวิลล์

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.