สวนกัลลิเวอร์ บาเลนเซีย: ยักษ์ยักษ์ที่ปีนได้จริง
สวนกัลลิเวอร์คือสนามเด็กเล่นกลางแจ้งฟรี ที่สร้างรอบรูปปั้นยักษ์ไฟเบอร์กลาสยาว 70 เมตรในสวนตูเรียของบาเลนเซีย เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 1992 มีสไลเดอร์ ทางลาด และจุดปีนป่ายให้เด็กเล่นสนุกได้ตลอดตัว ยักษ์นี้โดดเด่นไม่เหมือนใครในสเปน และเข้าใช้ก็ง่าย ไม่มีค่าเข้า
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- Jardín del Turia, tramo XII, บาเลนเซีย, สเปน
- การเดินทาง
- นั่งรถบัสเมืองไปสวนตูเรีย แล้วเดินต่อไปยัง Tramo XII ผ่านสะพาน Puente del Ángel Custodio หรือ Puente del Reino
- เวลาเที่ยวชม
- สนามเด็กเล่นใช้เวลา 30–60 นาที ถ้าเดินเล่นในสวนตูเรียแนะนำเผื่อ 2 ชั่วโมงขึ้นไป
- ค่าใช้จ่าย
- ฟรี ไม่ต้องซื้อตั๋วหรือจองล่วงหน้า
- เหมาะสำหรับ
- ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก นักท่องเที่ยวครั้งแรก ปั่นจักรยานหรือเดินเที่ยวเส้นทางสวนตูเรีย
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- jardins.valencia.es

สวนกัลลิเวอร์คืออะไรแน่ๆ
Parque Gulliver หรือ สวนกัลลิเวอร์ คือสนามเด็กเล่นที่ไม่เหมือนที่ไหนในบาเลนเซีย ใจกลางสวนคือรูปปั้นยักษ์ไฟเบอร์กลาสยาว 70 เมตร ออกแบบจาก Lemuel Gulliver ตัวละครในนิยายศตวรรษที่ 18 ของ Jonathan Swift ที่ถูก 'ลิลลิปูเตียน' จับมัดติดพื้น ที่นี่ไม่ใช่แค่รูปปั้นให้ดู แต่เด็กๆ จะปีนเล่น วิ่งไถลงเชือกบนแขนขา คลานขึ้นอก วิ่งไปตามแขนยาวๆ ของยักษ์นี้ได้ เหมือนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของนิยายเลย
สวนแห่งนี้สร้างในปี 1992 ตั้งอยู่ใน Tramo XII ของ Jardín del Turia สวนยาวๆ ที่เกิดจากการปรับภูมิทัศน์แม่น้ำตูเรียเดิม หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 1957 แล้วเปลี่ยนเป็นสวนยาวสุดสายตานี้ สวนกัลลิเวอร์เด่นสะดุดตาในหมู่สวนตูเรีย อยู่ใกล้ฝั่งศูนย์ศิลปะและวิทยาศาสตร์ เป็นจุดแวะยอดฮิตสำหรับคนเดินหรือปั่นผ่าน
ℹ️ ดีที่ควรรู้
สวนปิดซ่อมบำรุงวันอังคารแรกของเดือน (หากตรงวันหยุดนักขัตฤกษ์จะย้ายเป็นวันพุธ) และปิด 25 ธันวาคม กับ 1 มกราคม ควรเช็คก่อนมาในช่วงเทศกาล
ประสบการณ์จริงในสวนกัลลิเวอร์
เดินเข้าจากทางลาด Puente del Ángel Custodio ตอนแรกเห็นยักษ์จากบนสะพานจะยังไม่ใหญ่เท่าไร แต่พอลงมาใกล้ๆ ถึงจะรู้สึกถึงขนาดมหึมา แค่ลำตัวก็ตั้งสูงเกินศีรษะ ขาทอดยาวไกลสุดสายตา พื้นผิวไฟเบอร์กลาสถูกทาด้วยโทนอุ่นแบบดินผสมแดง เงาเงียบในบางจุดที่มือเด็กหลายรุ่นมาไต่จับตลอด 30 ปี
แต่ละส่วนออกแบบให้ปีนได้หลากหลาย ทั้งบันไดเชือกขึ้นข้างตัว สไลเดอร์เหล็กในขาทั้งสองข้าง สะพานเชือกข้ามอก และมีแท่นเล่นเตี้ยๆ รอบเท้าให้เด็กเล็กหัดปีน ส่วนพื้นเบาะนิ่มกันการล้ม เช้าวันธรรมดาบรรยากาศคึกคักด้วยกลุ่มเด็กจากละแวกนี้และโรงเรียนต่างๆ ส่วนบ่ายเสาร์-อาทิตย์ แถวสไลเดอร์หลักยาวแน่นทีเดียว
รอบๆ สวนมีไม้ใหญ่ร่มรื่นช่วยบังแดดได้ดีในหน้าร้อน ผู้ใหญ่ที่รอลูกมักนั่งตามขอบกำแพงหรือม้านั่ง แต่ในสวนไม่มีร้านน้ำหรือคีออส ขนาดเล็กเลย ถ้าพาเด็กมาโดยเฉพาะหน้าร้อน อย่าลืมพกน้ำดื่มติดมือ
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
กรกฎาคม–สิงหาคม สวนเปิดสองรอบ: 10:00–13:30 ตอนเช้า และ 17:30–21:00 ช่วงบ่ายอากาศเย็น คนก็น้อย เด็กเล่นได้สบายกว่าเช้า
ตั๋วและทัวร์
ตัวเลือกคัดสรรจากพันธมิตรการจองของเรา ราคาเป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ ความพร้อมให้บริการและราคาสุดท้ายจะยืนยันเมื่อทำการจองเสร็จสมบูรณ์
Valencia Silk Museum tickets and audio guide
เริ่มต้นที่ 7 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีSaint Nicholas Church Entrance Tickets and Audioguide
เริ่มต้นที่ 11 €ยืนยันทันทีHistoric Valencia walking tour
เริ่มต้นที่ 27 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีNatural thermal springs and Girlfriend Waterfall tour from Valencia
เริ่มต้นที่ 89 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรี
เวลาเปิดแต่ละฤดูและควรมาตอนไหน
สวนกัลลิเวอร์เปลี่ยนเวลาเปิดปิดตามฤดู ถ้ามาหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) สวนเปิด 10:00–17:30 ฤดูใบไม้ผลิ-ใบไม้ร่วงจะขยายถึง 19:00 หรือ 20:00 หน้าร้อน (ก.ค.–ส.ค.) กลางวันร้อนสวนจะปิด 13:30–17:30 แล้วเปิดใหม่ช่วงเย็น ส่วนวันคริสต์มาสอีฟกับปีใหม่จะปิดเร็ว 13:00
ช่วงที่เหมาะสุดสำหรับนักเที่ยวส่วนใหญ่คือเช้าวันธรรมดาระหว่างปลายมีนา–ต้นมิถุนา หรือกันยาถึงกลางตุลา อากาศกำลังดี คนไม่แน่น ต้นไม้เขียวร่มรื่น หน้าร้อนก็ไปได้แต่ควรดูเวลาเปิดปิดช่วงกลางวัน และเตรียมรับมือคนเยอะช่วงปิดเทอม
สวนตูเรียเหมาะแก่การเดินหรือปั่นตลอดสาย ถ้าอยากวางแผนยาว แนะนำอ่านคู่มือ ปั่นเที่ยวสวนตูเรีย ที่จะอธิบายว่าสวนกัลลิเวอร์เชื่อมโยงกับจุดอื่นๆ ในเส้นนี้อย่างไร และแนะนำจุดแวะเพิ่มเติมในทางเดินแม่น้ำเก่า
เกร็ดประวัติศาสตร์และวรรณกรรม
Jonathan Swift เขียน Gulliver’s Travels ตั้งแต่ปี 1726 ตอนที่ดังสุดคือฉาก Gulliver ตื่นขึ้นมาถูกชาวลิลลิปูตมัดตัวกับพื้นโดยชาวเกาะแคระ ซึ่งในสวนบาเลนเซียนี้ก็จำลองฉากดังกล่าว มีเชือกขึงข้ามอกและแขน มีหมุดตอกพื้นรอบๆ ตัว และร่างของยักษ์ก็ออกแบบให้เด็กได้สวมบทชาวลิลลิปูตปีนป่ายเต็มที่
โครงการสร้างสวนกัลลิเวอร์ในสวนตูเรียช่วงปี 1990 เป็นส่วนหนึ่งของแผนเนรมิตพื้นที่แม่น้ำเก่าเป็นสวนช่วงทศวรรษ 1980 สวนตูเรียนี้มีโซนที่ออกแบบโดยสถาปนิก Ricardo Bofill ใกล้กับ Palau de la Música และแต่ละ Tramo ก็ถูกพัฒนาตามวัตถุประสงค์ต่างกัน Tramo XII ด้านตะวันออกก่อนถึง arts complex ก็ได้สวนกัลลิเวอร์เป็นจุดเด่น
เส้นสวนตูเรียตอนนี้ยังใกล้กับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่สำคัญของบาเลนเซียมากๆ ศูนย์ City of Arts and Sciences ผลงานของ Santiago Calatrava และ Félix Candela ตั้งอยู่เลยปลายสวนด้านตะวันออกไปไม่ไกล มองจากยักษ์ก็เห็นได้ในวันที่อากาศแจ่มใส
การเดินทางและเคล็ดลับโลจิสติกส์
สวนกัลลิเวอร์อยู่ใน Tramo XII ของ Jardín del Turia เข้าได้ทางลาด Puente del Ángel Custodio หรือ Puente del Reino ซึ่งสะดวกสำหรับรถเข็นเด็ก แต่ภายในจะมีเนิน บันได และทางปีนป่ายที่เด็กเล็กควรมีผู้ใหญ่ดูแล และสวนนี้อาจไม่เหมาะสำหรับผู้มีข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนไหว
รถบัสเมืองมีหลายสายวิ่งรอบๆ นี้ เช็คเส้นทางและป้ายล่าสุดได้ในแอปพลิเคชัน EMT Valencia ก่อนมา ถ้าปั่นจักรยานก็ใช้เส้นทางปั่นผ่านสวนตูเรียเลย สำหรับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในเมือง ลองอ่านคู่มือ เดินทางรอบเมืองบาเลนเซีย มีรายละเอียดเรื่องรถไฟใต้ดิน รถบัส และเช่าจักรยานครบถ้วน
ไม่มีที่จอดรถยนต์เฉพาะของสวน โดยรอบต้องหาที่จอดริมถนนในเขตที่อยู่อาศัย ซึ่งวันหยุดพื้นที่เต็มเร็วมาก แนะนำมาด้วยจักรยานหรือขนส่งสาธารณะจะง่ายกว่า เส้นทางเดินในสวนตูเรียก็เรียบ เดินจากกลางเมืองมาพร้อมเด็กเล็กก็สะดวก
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
ถ้าเด็กจะปีนเล่น แนะนำใส่รองเท้าหุ้มส้น เพราะเชือกกับขอบสไลเดอร์โลหะอาจข่วนหรือร้อนจัดถ้าเจอแดดจ้า รองเท้ารัดส้นเปิดหัวจะไม่สบาย
ถ่ายรูปและสิ่งที่ควรเตรียม
มุมถ่ายภาพที่ดีที่สุดของยักษ์คือจากที่สูงเล็กน้อย เช่นบนทางลาดสะพาน Puente del Ángel Custodio มองลงมาจะเห็นทั้งตัวยักษ์กับเด็กๆ วิ่งเล่นได้ครบ สื่อถึงความใหญ่ได้ชัด ถ่ายภาพเฉพาะเชือก ใบหน้า หรืองามือแกะสลักจากพื้นก็สวยไปอีกแบบ
ตอนเช้าแสงอาทิตย์ทางตะวันออกจะส่องตัวปั้นให้พื้นผิวดูเด่นกว่าตอนเที่ยงที่แสงแบนๆ ช่วงบ่าย (หลัง 17:30) หน้าร้อน แดดทองสวยเงายาว โรแมนติกมาก แนะนำพกครีมกันแดด หมวก เพราะสนามเองตั้งอยู่กลางแจ้ง แม้สวนโดยรอบมีเงา
ใครเหมาะกับสวนนี้ และใครอาจไม่ใช่
สวนกัลลิเวอร์ออกแบบหลักๆ สำหรับเด็กอายุ 3–12 ปี ถ้าเด็กชอบวิ่งเล่นและปีนป่าย จะสนุกมาก ที่นี่เข้าได้กับโปรแกรมท่องเที่ยววันยาวในบาเลนเซีย ร่วมเดินหรือปั่นสวนตูเรีย แล้วไปต่อที่ L'Oceanogràfic หรือ Hemisfèric เหมาะกับครอบครัว
ถ้าผู้ใหญ่มาคนเดียวโดยไม่มีเด็ก อาจรู้สึกเป็นแค่จุดแวะสั้นๆ ถ้าเคยอ่านนิยายหรือรู้ที่มาอาจจะสนุกว่า แต่ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้ใช้เวลานานๆ หากแผนวันนั้นเน้นเที่ยวประวัติศาสตร์ ศิลปะ หรืออาหาร อาจแวะดูถ้าอยู่แถวสวนตูเรียพอดี แต่ไม่ต้องฝืนเป็นเป้าหมายหลัก
ถ้าอยากรู้ภาพรวมว่าสวนตูเรียมีอะไรอีกบ้างนอกจากกัลลิเวอร์ ลองแวะดู Jardín del Turia เพจย่านนี้จะเล่าเส้นทางสวน เต็มยาว และแนะนำจุดแวะเด็ดๆ ในแต่ละช่วงตลอดสาย
เคล็ดลับจากคนวงใน
- ช่วงหน้าร้อนจะเปิด-ปิดสองรอบ (ปิด 13:30 แล้วเปิดอีกที 17:30) หลายคนมักพลาด หากคุณมา 14:00 ตอนสิงหาคม ประตูจะปิดอยู่ แนะนำไปทานข้าวเที่ยงในย่าน Ruzafa ระหว่างรอเปิดบ่าย
- วันอังคารแรกของเดือนจะปิดซ่อมบำรุง (หากตรงวันหยุดย้ายเป็นวันพุธ) ถ้าทริปคุณตรงวันอังคาร ตรวจสอบปฏิทินเมืองที่ jardins.valencia.es ก่อนไป
- ถ้าอยากถ่ายรูปให้เห็นขนาดยักษ์ชัดๆ ขึ้นไปยืนบนทางลาดสะพาน Puente del Ángel Custodio มองลงมา จะได้ภาพยักษ์เต็มตัว ไม่ดูเล็กเหมือนถ่ายจากพื้น
- ในสวนไม่มีร้านค้า จุดน้ำดื่ม หรือตู้ขายน้ำเลย แนะนำพกน้ำไปเอง โดยเฉพาะหน้าร้อน น้ำพุและคาเฟ่เล็กๆ อยู่ทางเหนือของสวน ใกล้ๆ เดินแป๊บเดียว
- ช่วงเช้าวันธรรมดาระหว่าง 10:00–11:30 คนจะน้อยที่สุด หากไปตั้งแต่เปิดมีเวลาเล่นเงียบๆ ราวครึ่งชั่วโมง ก่อนกลุ่มนักเรียนจะมา
สวนกัลลิเวอร์ เหมาะสำหรับใคร?
- ครอบครัวที่มีลูก 3–12 ปี อยากให้เด็กได้เล่นกลางแจ้งแบบมีจินตนาการ
- นักปั่นหรือนักเดินเลาะเส้นทางสวนตูเรียที่หาจุดแวะระหว่างทาง
- คนมาเที่ยวบาเลนเซียครั้งแรกที่วางแผนไปสวนนี้ต่อกับศูนย์ศิลปะและวิทยาศาสตร์
- สายประหยัด เที่ยวฟรีไม่ต้องจองล่วงหน้า
- พ่อแม่ที่อยากให้ลูกได้เล่นอิสระในพื้นที่สวน เมืองแต่ก็ปลอดภัย
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Jardín del Turia:
- Bioparc Valencia
Bioparc Valencia คือสวนสัตว์แบบ immersive ขนาด 10 เฮกตาร์ ตั้งอยู่ปลายทางฝั่งตะวันตกของสวน Turia ไม่มีกรงกั้นชัดเจนระหว่างคนกับสัตว์ เปิดมาตั้งแต่ปี 2008 และกลายเป็นสวนสัตว์ที่ออกแบบได้ดีที่สุดในสเปน มีตั้งแต่ซาวันนา ป่าศูนย์สูตร ไปจนถึงโซนมาดากัสการ์
- Jardín Botánico de la Universitat de València
สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้มีมาตั้งแต่ปี 1802 และถือว่าเป็นหนึ่งในสวนพฤกษศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในสเปน ตั้งอยู่ริมสวนริโอตูเรีย บรรยากาศเงียบสงบ มีความรู้เชิงวิชาการและค่าเข้าชมก็เป็นมิตรสุดๆ
- Museo de Bellas Artes de València
พิพิธภัณฑ์ Museo de Bellas Artes de València ตั้งอยู่ในพระราชวังจากศตวรรษที่ 17 ริมสวน Turia เก็บผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของสเปนที่สำคัญมากมาย ตั้งแต่แท่นบูชายุคกลางจนถึงศิลปินชื่อดังอย่าง Joaquín Sorolla และเข้าชมฟรี ที่นี่บรรยากาศสงบจริงจังและมักถูกมองข้าม เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปยัง City of Arts and Sciences ก่อนเสมอ