การเดินทางรอบโคเปนเฮเกน: คู่มือขนส่งครบทุกแบบ

โครงข่ายขนส่งของโคเปนเฮเกนคือหนึ่งในระบบที่มีประสิทธิภาพที่สุดของยุโรป คู่มือนี้รวมรถไฟใต้ดิน S-train รถบัส ปั่นจักรยาน แท็กซี่ และการเชื่อมต่อสนามบิน พร้อมราคาและเคล็ดลับที่ต้องรู้ปี 2026

จักรยานต่อแถวริมถนนเมืองในวันที่อากาศแจ่มใส มีคนปั่นและเดินผ่านหน้าทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดินใจกลางโคเปนเฮเกน

สรุปสั้นๆ

  • ระบบขนส่งสาธารณะในโคเปนเฮเกนใช้โซนเดียวกันหมด ตั๋วใบเดียวใช้ขึ้นรถไฟใต้ดิน รถบัส S-train รถไฟภูมิภาค และเรือโดยสารได้ทุกสาย
  • ค่าโดยสารขั้นต่ำ 24 โครนเดนมาร์ก (2 โซน ใช้ได้ 75 นาที) สนามบินอยู่โซน 4 ต้องซื้อตั๋ว 3 โซน ราคา 30–36 โครนฯ จากใจกลางเมือง
  • การปั่นจักรยานที่นี่ไม่ได้มีไว้เท่ๆ แต่ใช้เดินทางจริงจัง ดู คู่มือปั่นจักรยานในโคเปนเฮเกน สำหรับคำแนะนำร้านเช่าและเส้นทางเด็ดๆ
  • Copenhagen Card รวมนั่งขนส่ง (โซน 1–99) แบบไม่อั้น แถมเข้าแหล่งท่องเที่ยวฟรีกว่า 80 แห่ง คุ้มถ้าตระเวนพิพิธภัณฑ์หลายที่ในเวลาไม่นาน
  • Uber ไม่มีในเดนมาร์ก ใช้ Bolt หรือแท็กซี่ถูกกฎหมายแทน หากอยากดูภาพรวมการเดินทางทั่วเมือง แนะนำ แผนเที่ยวโคเปนเฮเกน 2 วัน ที่ช่วยวางเส้นทางเที่ยวได้สบาย

ระบบขนส่งสาธารณะของโคเปนเฮเกนทำงานยังไง

ทางเข้าสถานี Vesterport พร้อมป้ายนีออนยามพลบค่ำ ล้อมรอบด้วยอาคารในใจกลางกรุง Copenhagen และถนนที่มีการจราจรเบาบาง
Photo Miles Rothoerl

การเดินทางรอบโคเปนเฮเกนง่ายมาก ถ้าจับหลักได้ว่าทั้งเมืองใช้ระบบตั๋วแบบโซนเดียวกัน ตั๋วใบเดียวใช้ขึ้นรถไฟใต้ดิน (M1–M4), S-train, รถบัส, รถไฟภูมิภาค (เฉพาะในโซนที่ซื้อตั๋ว), เรือโดยสาร และรถเมล์เที่ยวกลางคืน ไม่ต้องซื้อตั๋วแยกแต่อย่างใด แค่ใบเดียว นั่งได้ครบทุกแบบในเวลาที่กำหนด

โซนจะเรียงห่างจากใจกลางเมืองออกไป สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญส่วนใหญ่ในโคเปนเฮเกนอยู่ในโซน 1–2 แค่ซื้อตั๋ว 2 โซนราคา 24 โครนฯ ก็ใช้เที่ยวได้เยอะแล้ว ตั๋วใบนี้ใช้ได้ 75 นาที พอสำหรับเปลี่ยนต่อระหว่างบัสกับรถไฟใต้ดิน ถ้าจะไปสนามบิน (CPH) ซึ่งอยู่โซน 4 ซื้อแบบ 3 โซน (ประมาณ 36 โครนฯ) ใช้เวลาเดินทางเกือบ 90 นาที ส่วนตั๋ว 6 โซนใช้ได้ 135 นาที ยิ่งซื้อหลายโซน ก็ยิ่งใช้เวลานานขึ้น

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

บางช่วงฤดูใบไม้ผลิ–หน้าร้อน อาจมีตั๋วรถไฟใต้ดินอย่างเดียวราคาพิเศษออกมา ตั๋วแบบนี้ใช้กับบัส S-train หรือรถไฟภูมิภาคไม่ได้ เฉพาะรถไฟใต้ดินเท่านั้น แต่ถ้าเป็นตั๋วโซนปกติและ City Pass ใช้ได้ทุกแบบ ตรวจสอบก่อนซื้อให้ดี ว่าใช้กับขนส่งอะไรได้บ้าง

เริ่ม 18 มกราคม 2026 ตั๋วเที่ยวเดียวสำหรับ 4–6 โซน จะอยู่ที่ 40, 46 และ 50 โครนฯ ตามลำดับ แต่เดินทางทั่วไปแค่รอบเมืองมักใช้แค่ 2 หรือ 3 โซน ดังนั้นราคาใหม่กระทบแค่คนที่ไปชานเมือง หรือวันไหนต้องนั่งไกลๆ มากกว่า ราคาขึ้นโดย DOT (Din Offentlige Transport) ที่ดูแลระบบขนส่งเขตเมืองหลวง

เมโทร S-Train และระบบบัส เลือกใช้แบบไหนดี

รถไฟใต้ดินสีขาวทันสมัยกำลังออกจากสถานีใต้ดินที่เรียบหรูมีเส้นสายสะอาดและผู้โดยสารบนชานชาลา
Photo Justin Hamilton

รถไฟใต้ดินโคเปนเฮเกนเป็นตัวเลือกที่เร็วสุดสำหรับนักท่องเที่ยวสายเที่ยวย่านกลาง M1 และ M2 เชื่อมใจกลางเมืองไปคริสเตียนส์ฮาวน์, Nørreport, โซนมหาวิทยาลัย และสนามบิน M3 (Cityringen) เป็นสายวงกลมที่เสร็จปี 2019 เชื่อม Frederiksberg, Vesterbro, Nørrebro, และ Østerbro ไม่ต้องต่อบัสแบบเมื่อก่อน M4 วิ่งไปแนวริมน้ำและ Orientkaj ทั้งสี่สายเดินรถ 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ช่วงพีคมาทุก 2–4 นาที ช่วงดึกทุก 7–20 นาที

รถไฟ S-train (S-tog) ขยายไปถึงเขตชานเมืองและรอบนอก เป็นทางเลือกหลักสำหรับใช้เดินทางไกล หรือเที่ยวเมืองรอบๆ ถ้าวางแผนไป Louisiana Museum of Modern Art ที่ Humlebæk หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวเมืองรองใกล้ๆ ลองดู ทริปวันเดียวจากโคเปนเฮเกน ต้องนั่ง S-train หรือรถไฟภูมิภาคเริ่มต้นจากสถานี København H (Central Station)

บัสจะเชื่อมจุดที่รถไฟใต้ดินไปไม่ถึง โดยเฉพาะย่านที่พักหรือเส้นทางที่ M3 ไม่ผ่าน เรือโดยสาร (สาย 991–993) เป็นตัวเลือกที่ทั้งวิวดีและเดินทางสะดวก ระหว่าง Islands Brygge, Nyhavn, หอสมุด Black Diamond และโอเปร่าเฮาส์ ใช้ตั๋วโซนเดียวกันกับบัสและรถไฟ ทอดสายตาชิวๆ ดูวิวแม่น้ำ อีกทั้งบัสเที่ยวกลางคืนก็มีให้บริการหลังเที่ยงคืนช่วงที่รถไฟใต้ดินวิ่งห่างขึ้น

  • รถไฟใต้ดิน (M1–M4) เหมาะสุด: สนามบิน คริสเตียนส์ฮาวน์ Nørreport วงรอบเมือง วิ่ง 24 ชั่วโมง
  • S-train (S-tog) เหมาะ: ย่านชานเมือง Frederiksberg เชื่อมต่อเมืองอื่น วิ่งประมาณ 05:00–00:30 (สุดสัปดาห์อาจสั้นลง)
  • รถบัสเมือง เหมาะ: จุดที่รถไฟใต้ดินไม่ผ่าน, ลุยย่านต่างๆ สายหลักข้ามเมืองคือ 5C และ 6A
  • เรือโดยสาร เหมาะสุด: วิวทางน้ำระหว่าง Nyhavn, Islands Brygge และโซนวัฒนธรรมริมน้ำ
  • บัสกลางคืน เหมาะ: ขึ้นรถดึกหลังเที่ยงคืน ขึ้นต้นด้วยอักษร N ใช้ตั๋วโซนเดียวกัน

การซื้อตั๋ว: แอป เครื่อง และพาสรายวัน

ต้องซื้อตั๋วก่อนขึ้นขนส่งทุกแบบ ที่นี่ไม่มีตั๋วขายบนรถ/บนเรือ เดินทางแบบไม่มีตั๋วเสี่ยงโดนปรับหนัก เจ้าหน้าที่สุ่มขึ้นตรวจรถบ่อยมากทั้งบัส รถไฟ ฯลฯ ปรับทันที ไม่ต่อรอง

วิธีง่ายสำหรับนักท่องเที่ยวคือใช้บัตร Rejsekort บัตรแตะเข้า-ออกที่ตู้สีเหลือง ระบบจะคำนวณจำนวนโซน/ราคาอัตโนมัติและถูกกว่าตั๋วใบเดียว เติมเงินจากเครื่องได้ หรือเลือกใช้แอป DOT Tickets หรือ Mobilbillet ซื้อตั๋วเที่ยวเดียวหรือพาสรายวันผ่านมือถือ สถานีรถไฟใต้ดินและ S-train ทุกแห่ง (รวมถึงสนามบินโคเปนเฮเกน) มีเครื่องขายตั๋ว รับทั้งเงินสดและบัตรเครดิต

✨ เคล็ดลับเด็ด

ร้าน 7-Eleven ตามสถานีหลักขายตั๋วใบเดียวและ City Pass ด้วย หากไปถึงดึกหรือเจอเครื่องขายตั๋วหน้าสถานี/สนามบินแน่น แวะ 7-Eleven ในโถงขาเข้าของ CPH แก็เปิดนานมาก พึ่งพาได้เสมอ

ถ้าอยู่ 2–5 วันและใช้ขนส่งบ่อย City Pass คุ้มมาก City Pass Small ครอบคลุมโซน 1–4 (เที่ยวทั่วเมือง + สนามบินได้) ราคาเริ่มประมาณ 100 โครนฯ (24 ชม.) ถึง 340 โครนฯ (120 ชม.) ส่วน City Pass Large ครอบคลุม 1–99 โซน ราคา 200–600 โครนฯ สำหรับช่วงเวลาเดียวกัน อันนี้เหมาะกับคนที่วางแผนไปนอกเมือง เช่น Helsingør หรือ Roskilde

บัตร Copenhagen Card ไปไกลกว่านั้นอีก เพราะรวมนั่งขนส่งโซน 1–99 ได้ไม่อั้นแถมเข้าฟรีกว่า 80 สถานที่ ทั้งพิพิธภัณฑ์หลักและสระอาบน้ำริมน้ำ คุ้มค่าถ้าตั้งใจซื้อบัตรเข้าเที่ยวหลายแห่ง เพียง 2–3 ที่ก็คุ้มค่าแล้ว

จากสนามบินโคเปนเฮเกนเข้าสู่ใจกลางเมือง

สนามบินโคเปนเฮเกน (CPH) เดินทางเข้าเมืองง่ายมาก Metro สาย M2 วิ่งตรงจากสนามบินถึงใจกลางเมือง ใช้เวลา 12 นาที แวะที่ Christianshavn และ Kongens Nytorv สะดวกต่อสายอื่นๆ ส่วนรถไฟภูมิภาค (DSB) ก็ออกจากสนามบินถึงสถานี Central (København H) ใช้เวลาพอๆ กัน หรือเร็วกว่าเล็กน้อย

ทั้งรถไฟใต้ดินและรถไฟภูมิภาคใช้ตั๋วโซน 3 ราคา 30–36 โครนฯ แล้วแต่เส้นทาง ส่วนแท็กซี่จากสนามบินเข้าเมืองราคาประมาณ 250–350 โครนฯ หรือมากกว่านั้นตามเวลาและสภาพการจราจร เดินทางขนส่งสาธารณะคุ้มมากสำหรับคนเดียวหรือคู่ ถ้ามากันแบบครอบครัวและมีสัมภาระเยอะ แท็กซี่อาจสะดวกสุด แต่ราคาห่างกันเยอะ

บัสสาย 5C ก็วิ่งสนามบินสู่เมือง แต่ใช้เวลาประมาณ 35 นาทีและแวะเยอะ ถ้าเทียบแล้ว Metro ไวกว่าเยอะ แต่บัสเหมาะถ้าปลายทางของคุณอยู่ในโซนเส้นทางของบัสมากกว่า Metro ถึงแม้จะใช้โซนเดียวกัน บางเที่ยวอาจแพงกว่าตั๋ว 3 โซนมาตรฐานเล็กน้อย

ℹ️ ดีที่ควรรู้

Uber ไม่ให้บริการในเดนมาร์ก ตัวเลือกใช้แอปคือ Bolt ส่วนแท็กซี่ถูกกฎหมาย ทุกคันต้องติดป้าย TAXI ที่หลังคาและมีชื่อบริษัท ตรวจดูมิเตอร์ก่อนออกรถทุกครั้ง สนามบินและจุดหลักในเมืองเรียกแท็กซี่ได้ง่าย

ปั่นจักรยานในโคเปนเฮเกน: ใช้จริง ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปสวย

นักปั่นจักรยานบนถนนในโคเปนเฮเกนพร้อมอาคารประวัติศาสตร์และยอดแหลมของ Børsen ที่มองเห็นได้ สะท้อนชีวิตประจำวันในเมือง
Photo Maria Orlova

โคเปนเฮเกนมีเลนจักรยานเฉพาะเกือบ 400 กิโลเมตร คนที่นี่ใช้จักรยานเดินทางจริงจังทั้งปี นักท่องเที่ยวเช่าปั่นได้เลยถ้าคิดจะอยู่นานเกิน 1 วัน โดยเฉพาะพักในเมืองและอยากเที่ยวรอบๆ ไม่เกิน 5–6 กิโลเมตรจากใจกลาง ดู คู่มือการปั่นจักรยานในโคเปนเฮเกน สำหรับข้อมูลราคา การเช่า เส้นทางแนะนำและกฎสำหรับการปั่น

เล็กๆ น้อยๆ ที่ควรรู้: เลนจักรยานอยู่ขวาสุด ระหว่างทางเท้ากับเลนรถยนต์ ใครเดินในเลนจะโดนบีบแตรใส่ได้ง่าย นักปั่นส่งสัญญาณมือเมื่อจะเลี้ยวหรือหยุด และให้ทางที่สี่แยกตามกฎระเบียบ ควรปั่นอย่างมั่นใจแต่ไม่ประมาท สามารถใช้บริการ City Bike (Bycyklen) จักรยานไฟฟ้าผ่านแอป หรือเช่าจักรยานเอกชนแถวสถานีหลักได้ตลอดทั้งวัน

โลจิสติกส์แต่ละย่าน: วางแผนเดินทางให้คล่อง

ถนนในโคเปนเฮเกนที่คึกคักเต็มไปด้วยคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน รถยนต์ รถบัส และอาคารในเมืองใต้ท้องฟ้าที่มีเมฆบางส่วน
Photo Pedro Silva

เข้าใจโครงสร้างเขตต่างๆ ในโคเปนเฮเกน จะวางแผนเดินทางได้เป๊ะขึ้น Indre By หรือเขตเมืองเก่าตรงกลาง เดินข้ามหมดได้ใน 20–25 นาที สถานที่ท่องเที่ยวดังๆ อย่าง Rosenborg Castle, Strøget และพิพิธภัณฑ์แห่งชาติก็อยู่ในโซนนี้ทั้งนั้น สำหรับย่านนี้ เดินเท้าคือวิธีที่เร็วที่สุด สาธารณะบางครั้งยังช้ากว่าอีก

ย้ายไปเขตอื่นคือจุดที่ขนส่งช่วยคุณได้มาก Nørrebro ไปถึงง่ายด้วยเมโทรสาย M3 (ลง Nørrebro station) หรือบัส Vesterbro และ Meatpacking District เดินจากสถานี Central Station แป๊บเดียวหรือขึ้น M3 ถึงเช่นกัน Christianshavn อยู่บนสาย M1 และ M2 ไปง่ายสุดจากรถไฟใต้ดิน สำหรับ Østerbro บัสหรือ M3 (ลง Skjolds Plads หรือ Trianglen) ก็สะดวก

  • เดินเที่ยว Indre By ย่านนี้เล็ก เดิน 15 นาทีถึงทุกที่หลัก
  • ขึ้น Metro M3 (Cityringen) สะดวกไป Vesterbro, Nørrebro, และ Frederiksberg โดยไม่ต้องย้อนเข้าสู่กลางเมือง
  • M1/M2 เหมาะสำหรับ Christianshavn สนามบิน และ Amager
  • S-train ใช้ไปพระราชวัง Frederiksberg, ชานเมืองเหนือ หรือเปลี่ยนรถไฟต่อ
  • เรือโดยสาร นั่งดูวิวระหว่าง Nyhavn, หอสมุด Black Diamond และ Islands Brygge

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

Google Maps และแอป Rejseplanen (ภาษาอังกฤษ) วางแผนเส้นทางแบบเรียลไทม์แม่นยำสุดสำหรับขนส่งทุกแบบในโคเปนเฮเกน Rejseplanen จะละเอียดกว่า เวลาต่อรถหลายแบบเพราะบอกเบอร์ชานชาลาชัด โหลดแอปไว้ก่อนเดินทาง

คำถามที่พบบ่อย

ค่าขนส่งสาธารณะในโคเปนเฮเกนประมาณกี่บาท?

ค่าโดยสารขั้นต่ำ 24 โครนฯ สำหรับตั๋ว 2 โซน ใช้ได้ 75 นาทีทุกรูปแบบ รอบใจกลางเมืองมักใช้ 2–3 โซน ถ้าไปสนามบินต้อง 3 โซน (~36 โครนฯ ใช้ได้ 90 นาที) ตั๋วเที่ยวเดียว 4–6 โซน เริ่ม 40/46/50 โครนฯ (ตั้งแต่ 18 ม.ค. 2026) พาสรายวัน (City Pass Small, โซน 1–4) เริ่ม 100 โครนฯ (24 ชม.)

รถไฟใต้ดินโคเปนเฮเกนวิ่ง 24 ชั่วโมงจริงไหม?

จริง รถไฟใต้ดินทั้งสี่สาย (M1–M4) วิ่ง 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ช่วงพีค 2–4 นาทีต่อขบวน กลางคืน 7–20 นาที S-train กับบัสส่วนใหญ่งดวิ่งช่วงดึก แต่มีบัสกลางคืนแทน

ใช้ตั๋วใบเดียวขึ้นเมโทรกับบัสได้ไหม?

ได้ ตั๋วโซนปกติหรือ City Pass ใช้ได้ทุกแบบ: เมโทร บัส S-train รถไฟภูมิภาค (ในโซนที่ซื้อตั๋ว) เรือโดยสาร และบัสกลางคืน ยกเว้นตั๋วพิเศษเมโทรอย่างเดียวที่มีเป็นบางฤดูกาล ใช้กับบัส/รถไฟไม่ได้

เช่าจักรยานในโคเปนเฮเกนคุ้มไหม?

ถ้าอยู่อย่างน้อย 2 วัน คุ้มมาก โครงข่ายจักรยานที่นี่ดีสุดๆ สถานที่สำคัญๆ ส่วนมากปั่นถึงได้สบาย เหมาะที่สุดกับ Nørrebro, Vesterbro, และริมน้ำ ตรงนั้นปั่นจักรยานยังเร็วกว่านั่งขนส่งอีก Bycyklen (ปั่นไฟฟ้า) เช่าได้ผ่านแอป ส่วนร้านเช่าเอกชนก็มีให้เลือกเต็มแถวสถานี Central

จากสนามบินโคเปนเฮเกนเข้าสู่ตัวเมือง ใช้อะไรคุ้มสุด?

Metro M2 กับรถไฟภูมิภาค DSB ถึงใจกลางเมือง 12–15 นาที (3 โซน ประมาณ 30–36 โครนฯ ขึ้นกับประเภทตั๋ว) คุ้มราคาที่สุด แท็กซี่แพงกว่ามาก (250–350 โครนฯ) Uber ไม่มีในเดนมาร์ก มี Bolt เป็นทางเลือกผ่านแอป บัส 5C ถูกกว่าบางเที่ยว แต่ช้ากว่า (35 นาที)

จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:copenhagen

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.