วัดอรุณ: วัดแจ้งริมเจ้าพระยาที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ

วัดอรุณราชวรารามหรือวัดแจ้ง ตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งธนบุรีของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่โดดเด่นที่สุดของกรุงเทพฯ พระปรางค์ประธานสูง 82 เมตร ประดับด้วยเศษกระเบื้องเคลือบจีนที่สะท้อนแสงแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาของวัน ไม่ว่าจะไปตอนเช้า กลางวัน หรือยามเย็น แต่ละช่วงให้บรรยากาศที่ไม่เหมือนกันเลย

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
158 ถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ ฝั่งธนบุรี
การเดินทาง
นั่งเรือข้ามฟากจากท่าเตียน (ใกล้วัดโพธิ์) ใช้เวลาแค่ 5 นาที ค่าเรือประมาณ 5 บาท
เวลาเที่ยวชม
1-2 ชั่วโมงถ้าเดินดูละเอียด หรือ 45 นาทีถ้าเดินเร็ว
ค่าใช้จ่าย
ชาวต่างชาติ 200 บาท คนไทยเข้าฟรี
เหมาะสำหรับ
คนรักสถาปัตยกรรม ช่างภาพ ผู้สนใจประวัติศาสตร์ และคนที่ข้ามฟากมาจากฝั่งรัตนโกสินทร์
วัดอรุณยามพระอาทิตย์ตกมองจากแม่น้ำเจ้าพระยา มีเรือไม้แบบไทยอยู่เบื้องหน้า

วัดอรุณคืออะไรกันแน่

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร — ที่ทุกคนเรียกสั้นๆ ว่าวัดอรุณ — เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตธนบุรี ชื่อวัดแปลคร่าวๆ ว่า "วิหารแห่งรุ่งอรุณ" ซึ่งมาจากพระอรุณ เทพแห่งพระอาทิตย์ขึ้นในศาสนาฮินดู จุดเด่นของวัดคือพระปรางค์ประธานทรงเขมรสูงประมาณ 82 เมตร ซึ่งเป็นภาพจำของสกายไลน์กรุงเทพฯ เวลามองจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ

สิ่งที่ทำให้พระปรางค์น่าตื่นตาเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ คือวัสดุประดับผิว — เศษกระเบื้องเคลือบจีน กระเบื้องหลังคา และแก้วสีนับหมื่นชิ้น จัดเรียงเป็นลายดอกไม้ รูปเทพและสัตว์ในตำนาน รวมถึงลวดลายเรขาคณิต มองจากไกลพระปรางค์ระยิบระยับ แต่เมื่อเข้าใกล้จะเห็นชิ้นกระเบื้องลายครามบลู-แอนด์-ไวท์ เซลาดอน และกระเบื้องสีชมพูทีละชิ้น ซึ่งหลายชิ้นมาจากเรือสินค้าจีนที่ใช้เศษกระเบื้องเป็นอับเฉา จุดเริ่มต้นเป็นเรื่องประโยชน์ใช้สอย แต่กลายเป็นงานศิลป์ไปโดยปริยาย

ℹ️ ดีที่ควรรู้

วัดอรุณเปิดทุกวัน ประมาณ 08:00-17:30 จำหน่ายตั๋วถึงราว 17:00 ควรมาให้ก่อนปิดพอสมควรถ้าอยากมีเวลาขึ้นพระปรางค์

ประวัติย่อที่ควรรู้

พื้นที่นี้มีวัดมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ตัวอาคารที่เห็นทุกวันนี้ได้รับการปรับรูปทรงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 และเพิ่มเติมสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 3 พระปรางค์ประธานถูกต่อเติมให้สูงขึ้นและประดับกระเบื้องโมเสกในรัชกาลที่ 3 ก่อนที่กรุงเทพฯ จะเป็นราชธานีในปี พ.ศ. 2325 วัดนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตชั่วคราว ก่อนจะย้ายไปที่วัดพระแก้ว ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ

การที่พระแก้วมรกตเคยประดิษฐานที่นี่ทำให้วัดอรุณเชื่อมโยงกับเรื่องราวการสถาปนาราชวงศ์จักรี จึงได้รับสถานะเป็นพระอารามหลวง ปัจจุบันวัดยังคงเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจของพุทธศาสนิกชนควบคู่กับเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ในวัด ผู้ที่ข้ามเรือมาจากท่าเตียนกำลังเดินตามเส้นทางที่ขบวนเรือพระราชพิธีเคยผ่านมา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ตั้งอยู่ไม่ไกลทางเหนือในฝั่งธนบุรี เก็บรักษาเรือพระราชพิธีจริงที่ใช้ในพระราชพิธีเหล่านั้น สำหรับภาพรวมของวัดสำคัญในกรุงเทพฯ ลองดูคู่มือวัดที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ที่อธิบายว่าวัดอรุณเชื่อมกับวัดโพธิ์ วัดสุทัศน์ และพระบรมมหาราชวังอย่างไร

บรรยากาศเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน

มาถึงตอนเปิดวัดราว 08:00 จะได้อากาศเย็นสบายและเงาทอดยาวที่ทำให้เห็นลายผิวพระปรางค์ชัดที่สุด เศษกระเบื้องรับแสงเช้าเฉียงๆ สีสันแยกออกจากกันได้ชัดเจน ช่วงนี้คนยังน้อย ส่วนใหญ่เป็นคนไทยมาไหว้พระกับนักท่องเที่ยวที่มาเช้าไม่กี่คน

ช่วงกลางวันระหว่าง 11:00-14:00 เป็นเวลาที่แนะนำน้อยที่สุด พื้นหินร้อนจัด ปูนขาวสะท้อนแสงจนแสบตา แถมคิวเรือที่ท่าเตียนจะยาวสุดช่วงเที่ยงเพราะกรุ๊ปทัวร์ทยอยมา ถ้าจำเป็นต้องไปช่วงเที่ยง เตรียมน้ำดื่ม สวมหมวก และอาจใช้เวลาในวัดแค่ 30 นาทีก็พอ

ช่วงบ่ายแก่ตั้งแต่ประมาณ 15:30 เป็นต้นไป แสงจะเริ่มสวยอีกครั้ง พระอาทิตย์คล้อยไปทางฝั่งธนบุรีทำให้พระปรางค์ถูกฉายด้านหน้าสำหรับถ่ายรูปจากฝั่งแม่น้ำหรือจากท่ามหาราชฝั่งตรงข้าม ราว 17:00 จำหน่ายตั๋วจะปิด แต่คนที่อยู่ข้างในแล้วมักอยู่ต่อได้อีกสักพัก ส่วนวัดอรุณที่เปิดไฟยามค่ำนั้น จุดชมวิวที่ดีที่สุดคือจากฝั่งตรงข้าม ตามร้านอาหารริมน้ำและทางเดินแถวท่าเตียน ไม่ใช่จากในวัด

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

มุมถ่ายรูปวัดอรุณที่คนถ่ายกันเยอะที่สุดไม่ได้อยู่ในวัด ให้เดินจากท่าเตียนไปทางเหนือตามริมแม่น้ำฝั่งกรุงเทพฯ ประมาณ 200 เมตร จะเห็นพระปรางค์เต็มองค์กับแม่น้ำเบื้องหน้า สวยมากโดยเฉพาะช่วงโกลเด้นอาวร์

เดินชมภายในวัด

หลังซื้อตั๋วที่ประตูทางเข้า ทางเดินจะนำไปสู่พระปรางค์ประธานและปรางค์บริวารทั้ง 4 มุมของมณฑป ซึ่งเป็นฐานรูปสี่เหลี่ยมล้อมรอบด้วยรูปยักษ์และสัตว์ในตำนาน พระปรางค์ประธานขึ้นได้ทางบันไดชันทั้ง 4 ด้าน บันไดชันจริงๆ บางจุดเอียงเกือบ 60 องศา มีเชือกกั้นเป็นราวจับแทนราวบันไดแข็ง คนที่มีปัญหาเข่าหรือกลัวความสูงแนะนำให้หยุดที่ลานชั้นล่าง ซึ่งก็ยังเห็นงานกระเบื้องประดับได้ชัดเจน

จากลานชั้นบนของพระปรางค์ มองข้ามเจ้าพระยาไปเห็นสกายไลน์ฝั่งรัตนโกสินทร์ได้ชัด ทั้งยอดแหลมของวัดโพธิ์ หลังคาพระบรมมหาราชวัง และเรือสัญจรในแม่น้ำเบื้องล่าง ข้างบนไม่มีร่มเงา เวลาที่ดีที่สุดสำหรับปีนขึ้นไปคือช่วงเช้าตรู่หรือบ่ายแก่

ภายในวัดยังมีพระอุโบสถหรือโบสถ์ ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่ที่กล่าวกันว่ารัชกาลที่ 2 ทรงกำกับการสร้างด้วยพระองค์เอง ข้างในเย็นกว่านอกและน่าแวะดูสักครู่ บริเวณวัดเชื่อมโยงไปยังเกาะรัตนโกสินทร์ฝั่งตรงข้าม ซึ่งวัดโพธิ์ และพระบรมมหาราชวัง อยู่ในระยะเดินจากท่าเตียน

การเดินทางและการแต่งกาย

วิธีมาตรฐานคือนั่งเรือด่วนเจ้าพระยาไปลงท่าเตียน (N8) แล้วต่อเรือข้ามฟากไปท่าวัดอรุณ ข้ามแม่น้ำใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ค่าเรือประมาณ 5 บาท เรือวิ่งถี่ตลอดวัน หรือจะนั่งเรือแท็กซี่หรือเรือหางยาวมาลงที่ท่าวัดอรุณโดยตรงก็ได้ ถ้ามาจากต้นน้ำหรือปลายน้ำ

มีการตรวจการแต่งกายที่ประตูทางเข้า ต้องปิดไหล่และคลุมเข่า ถ้าใส่กางเกงขาสั้นหรือเสื้อแขนกุดมา มีผ้านุ่งให้เช่าหรือยืมที่ประตู แต่ช่วงที่คนเยอะอาจหมดได้ ไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้าหุ้มส้น แต่แนะนำถ้าจะปีนพระปรางค์ เพราะบันไดหินลื่นได้ตอนเปียกหรือเมื่อหินขัดจนมัน

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

วัดอรุณไม่รองรับวีลแชร์ได้เต็มที่ การข้ามเรือต้องก้าวขึ้นเรือ และบันไดพระปรางค์ชันมากมีราวจับจำกัด แต่บริเวณลานชั้นล่างและพระอุโบสถเดินได้บนทางเรียบ

เรื่องถ่ายรูป

งานโมเสกกระเบื้องเคลือบเป็นวัตถุหลักในการถ่ายภาพภายในวัด การถ่ายแบบมาโครหรือโคลสอัพจะคุ้มค่าความอดทนมาก กระเบื้องแต่ละชิ้นมีลวดลายต่างกัน ทั้งรูปไก่ ลายดอกไม้ ยักษ์ และเทวดา แสงเช้าจากทิศตะวันออกจะส่องตรงด้านตะวันออกของพระปรางค์ประธาน ให้รายละเอียดภาพคมชัดที่สุด

ถ้าอยากได้ภาพพระปรางค์กับแม่น้ำแบบไอคอนิก ต้องไปยืนฝั่งตรงข้าม ทางเดินริมน้ำแถวมหาราชเหนือท่าเตียนมีวิวไม่มีอะไรบัง ช่วงพระอาทิตย์ตกถ่ายจากตรงนี้สวยมากโดยเฉพาะเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ที่เป็นหน้าแล้งท้องฟ้าใส ส่วนหน้าฝนเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน บางทีเมฆก้อนใหญ่ด้านหลังพระปรางค์ก็ให้ภาพดราม่าสวยเหมือนกัน แม้ส่วนใหญ่จะเป็นฟ้าครึ้มแบน

ถ้าวางแผนถ่ายรูปครึ่งวันในย่านนี้ เส้นทางจากวัดโพธิ์ ข้ามเรือแล้ววนรอบวัดอรุณจะครอบคลุมจุดถ่ายรูปได้มากที่สุดอย่างมีประสิทธิภาพ ช่างภาพบางคนเดินจากวัดอรุณไปทางใต้ลัดเลาะซอยเงียบๆ ในฝั่งธนบุรีไปยังกุฎีจีน ย่านเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลจากโปรตุเกส มีบรรยากาศต่างออกไปอย่างชัดเจน

วัดอรุณคุ้มค่าไหม?

สำหรับคนมากรุงเทพฯ ครั้งแรกที่มีเวลามากกว่า 2 วัน — คุ้มแน่นอน แค่การข้ามเรือก็ได้มุมมองระดับน้ำของเจ้าพระยาที่ถนนในเมืองให้ไม่ได้ งานสถาปัตยกรรมบนพระปรางค์ไม่เหมือนที่ไหนในกรุงเทพฯ จริงๆ แถมความเชื่อมโยงกับยุคต้นจักรีทำให้สถานที่นี้มีน้ำหนักเกินกว่าแค่ความสวยงาม

คนที่เริ่มรู้สึกว่าวัดซ้ำกันหลังจากไปวัดโพธิ์และพระบรมมหาราชวังแล้ว อาจรู้สึกว่าวัดอรุณคล้ายๆ กัน ซึ่งก็จริงอยู่บ้าง ธีมของประสบการณ์ทับซ้อนกัน และพื้นที่ก็เล็กกว่าทั้งสองแห่ง แต่การได้ปีนพระปรางค์จริงๆ ข้ามเรือข้ามแม่น้ำ และมองย้อนกลับไปที่เกาะรัตนโกสินทร์ ทำให้เป็นประสบการณ์ที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่ซ้ำรอย

ถ้าจะจัดทริปเต็มวันในย่านนี้ ลองจับคู่วัดอรุณกับการเดินเที่ยวรัตนโกสินทร์ ฝั่งตรงข้าม หรือเลยไปในฝั่งธนบุรีไปที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยกว่ามากและให้บรรยากาศวัดที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ซื้อตั๋วเรือข้ามฟากจากตู้ขายตั๋วเล็กๆ ที่ท่าเตียน อย่าซื้อจากนายหน้าที่ยืนอยู่แถวทางเข้าท่า ค่าเรือจริงแค่ประมาณ 5 บาท ตู้มีป้ายบอกชัดเจน
  • แสงเช้าจะส่องผิวกระเบื้องด้านตะวันออกและด้านใต้ของพระปรางค์ได้สวยที่สุด มาก่อน 09:30 จะได้เห็นชัดโดยไม่ต้องแย่งที่กับกรุ๊ปทัวร์
  • ถ้าอยากถ่ายรูปคลาสสิกพระปรางค์กับแม่น้ำโดยไม่ติดคนเยอะ ให้ถ่ายจากท่าเรือฝั่งกรุงเทพฯ ช่วงหลังเวลาเร่งด่วนเช้า ประมาณ 08:30-09:00
  • ปรางค์บริวารทั้ง 4 มุมมีคนน้อยกว่าปรางค์ประธานมาก แต่มีงานกระเบื้องเคลือบและรูปเทวดาที่ละเอียดไม่แพ้กัน แถมอยู่ระดับสายตาดูง่ายกว่าด้วย
  • ลองจัดคิวไปกินมื้อสายหรืออาหารเที่ยงที่คาเฟ่ริมน้ำแถวท่าเตียนฝั่งกรุงเทพฯ จะเห็นวิววัดอรุณข้ามแม่น้ำสวยมากระหว่างทานข้าว

วัดอรุณ เหมาะสำหรับใคร?

  • คนรักสถาปัตยกรรมที่หลงใหลปรางค์แบบเขมรและงานประดับกระเบื้องเคลือบ
  • ช่างภาพที่มาถ่ายริมเจ้าพระยา โดยเฉพาะแสงเช้าตรู่หรือช่วงโกลเด้นอาวร์
  • นักเดินทางสายประวัติศาสตร์ที่สนใจยุคต้นรัตนโกสินทร์และราชวงศ์จักรี
  • ผู้มาเที่ยวกรุงเทพฯ ครั้งแรกที่วางแผนเดินวัดเกาะรัตนโกสินทร์เต็มวัน
  • คนที่อยากลองนั่งเรือข้ามฟากสั้นๆ โดยไม่ต้องนั่งเรือหางยาวทั้งทริป

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน ธนบุรี:

  • ไอคอนสยาม

    ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ไอคอนสยามคือศูนย์การค้าที่โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมที่สุดของกรุงเทพฯ นอกจากชั้นช้อปปิ้งแล้ว ยังมีตลาดน้ำในร่มของจริง วิวแม่น้ำแบบพาโนรามา และร้านอาหารวิวดีที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง

  • กุฎีจีน

    กุฎีจีนเป็นหนึ่งในชุมชนริมน้ำที่เก่าแก่และมีเสน่ห์ที่สุดของกรุงเทพฯ ซ่อนตัวอยู่บนฝั่งธนบุรีของแม่น้ำเจ้าพระยา ชุมชนคาทอลิกโปรตุเกสที่มีอายุกว่า 250 ปี ผสมผสานโบสถ์คริสต์ยุคอาณานิคม ศาลเจ้าจีน และวัดไทยไว้ในพื้นที่เล็กๆ ที่เหมาะกับการเดินเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ

  • วัดปากน้ำภาษีเจริญ

    วัดปากน้ำภาษีเจริญเป็นหนึ่งในพระอารามหลวงที่โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมมากที่สุดของกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในย่านที่พักอาศัยฝั่งธนบุรี มหาเจดีย์กระเบื้องเขียวขนาดมหึมาภายในมีเพดานแก้วคริสตัลอันตระการตา พร้อมพื้นที่ 5 ชั้นที่จัดแสดงเรื่องราวจักรวาลวิทยาในพุทธศาสนา ไม่พลุกพล่านเหมือนวัดริมแม่น้ำ คุ้มค่าสำหรับคนที่ตั้งใจเดินทางมาเยือน

สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:ธนบุรี
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:Bangkok

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.