The Spire แห่งดับลิน: เที่ยวชม อะไรที่ควรรู้ และคาดหวังอะไรจากอนุสรณ์แห่งแสง

The Spire แห่งดับลิน สูง 120 เมตรตั้งเด่นกลางถนน O'Connell เป็นแลนด์มาร์กที่เห็นได้จากทั่วเมืองและเข้าชมฟรี บทความนี้จะพาไปรู้จักประวัติ วิธีเดินทาง มุมถ่ายรูปสวย ๆ และช่วยตัดสินใจว่าควรแวะหรือไม่

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
O'Connell Street Upper, Dublin 1 (เกาะกลางถนน)
การเดินทาง
ลงรถ Luas สายสีแดงที่ Abbey Street หรือขึ้นรถบัสดับลินหลายสายบน O'Connell Street สถานี Connolly เดินต่อมาทางตะวันออกอีกไม่กี่นาที
เวลาเที่ยวชม
15–30 นาที ถ่ายรูปและเดินดู รอบ ๆ สามารถรวมกับการเดินเที่ยวย่าน O'Connell Street ได้เลย
ค่าใช้จ่าย
ฟรี – อนุสรณ์สาธารณะบนถนนสาธารณะ
เหมาะสำหรับ
คนชอบสถาปัตยกรรม ถ่ายรูป หาทิศทางเที่ยวมือใหม่
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
www.visitdublin.com/the-spire
มุมมองจากล่างขึ้นบนของอนุสาวรีย์ Spire of Dublin สูงตระหง่านเหนือท้องฟ้าสีฟ้าสดใสที่มีเมฆขาวกระจายอยู่ในเวลากลางวัน
Photo Almbauer (Public domain) (wikimedia)

The Spire แห่งดับลินคืออะไร?

The Spire แห่งดับลิน หรือชื่อทางการว่า Monument of Light (ภาษาไอริช An Túr Solais) เป็นเข็มสูงสแตนเลสกว่า 120 เมตร ตั้งตระหง่านบนเกาะกลางของถนน O'Connell ใจกลางเมือง ถือเป็นประติมากรรมสมัยใหม่ที่โดดเด่นที่สุดในไอร์แลนด์ ส่วนฐานกว้าง 3 เมตร ก่อนจะเรียวปลายเหลือแค่ 15 เซนติเมตร ดูแล้วเหมือนเข็มที่มองเห็นได้ไกลทั่วเมืองถ้าฟ้าเปิด

อนุสรณ์นี้เป็นศิลปะบนถนนสาธารณะ ไม่ต้องซื้อตั๋ว ไม่มีชั้นชมวิว ไม่มีตัวอาคารให้เข้า คุณแค่เดินมาเงยหน้าดู แล้วรู้สึกกับมันในแบบตัวเอง ใครชอบความตรงไปตรงมาจะถูกใจ แต่บางคนก็คิดว่ามันเรียบไป

ℹ️ ดีที่ควรรู้

ที่นี่เข้าชมฟรี เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าผ่านประตู ไม่ต้องจองหรือเข้าคิวใด ๆ

ประวัติและที่มา: ทำไม O'Connell Street ถึงมีเข็มยักษ์?

The Spire เกิดขึ้นแทนที่ Nelson's Pillar เสาตั้งแต่ปี 1809 เพื่อรำลึกถึงพลเรือเอก Horatio Nelson เสานี้เคยเป็นที่ถกเถียงกันอยู่บนถนนสายประวัติศาสตร์ เพราะ O'Connell Street ตั้งชื่อตาม Daniel O'Connell ผู้นำเรียกร้องเอกราชไอริชในศตวรรษที่ 19 และอยู่ใกล้อาคารสำคัญอย่าง GPO ศูนย์กลางเหตุการณ์ Easter Rising ปี 1916 เสา Nelson ถูกระเบิดทำลายในปี 1966 ในโอกาสครบรอบ 50 ปี Easter Rising ส่วนฐานที่เหลืออยู่ถูกทหารไอริชจัดการรื้อถอน

พื้นที่นี้ถูกปล่อยว่างหลายสิบปี จนปี 1999 ทางดับลินเปิดประกวดแบบระดับนานาชาติ หามอนูเมนต์ใหม่สำหรับถนนสายเดียวกัน ผลงานที่ชนะคือของ Ian Ritchie สถาปนิกชาวอังกฤษ ที่ออกแบบเสาโลหะแสนเรียวนี้ให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและความร่วมสมัยของไอร์แลนด์ยุคศตวรรษที่ 21 เริ่มก่อสร้างปลายปี 2002 และติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ในต้นปี 2003

การเลือกใช้ดีไซน์นามธรรมแทนรูปปั้นบุคคล ถือว่าตั้งใจ ไม่ต้องถกเถียงว่าใครควรเป็นตัวแทนเมืองหลวงในยุคหลักพันปีนี้ สำหรับใครที่อยากเห็นภาพกว้างของประติมากรรมสาธารณะดับลินกับประวัติศาสตร์ที่ซ้อนทับกัน ลองเดินไปGarden of Remembranceทางเหนือจากนี้ไม่ไกล คุณจะเห็นการตีความความทรงจำชาติแบบเปรียบเทียบ ที่เน้นรูปธรรมกว่า

หน้าตาจริง ๆ เป็นอย่างไรเมื่อเดินดูใกล้ ๆ

มองไกล ๆ The Spire ดูเหมือนเส้นตั้งตัดกับท้องฟ้า แต่ถ้าเดินเข้าไปใกล้ ๆ ผิวสแตนเลสที่ถูกขัดลายจะดูเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ฐานเสาเย็นและสะท้อนแสงจาง ๆ เวลาอากาศครึ้ม ถ้าตอนเช้าแสงจากฝั่งตะวันออกจะทาบลงบนเสาทำให้ส่องประกายบาง ๆ รอยต่อระหว่างท่อนโลหะทั้ง 8 ซ่อนไม่ได้แต่ก็มองเห็นยาก ถ้ามองหา จะให้ความรู้สึกดิบแบบอุตสาหกรรมที่รูปถ่ายไม่สามารถถ่ายให้เห็นได้เต็มที่

ยืนใต้เสาแล้วยกหน้าขึ้นดู จะงง ๆ อยู่สักพัก เพราะเสาเรียวมากและปลายสูงจนเหมือนละลายหายไปบนฟ้า ถ้าวันนั้นมีเมฆไหลเร็วจะเห็นปลายเสาเหมือนขยับได้ แม้จริง ๆ แล้วโครงสร้างจะนิ่งสนิท ถ้าวันลมแรง บางทีก็จะได้ยินเสียงฮัมต่ำ ๆ ของเหล็ก ซึ่งคนเดินผ่านมักไม่ได้สังเกต

ช่วงเวลา: มาแต่ละเวลาความรู้สึกต่างกันยังไง

ถ้าถ่ายรูป แนะนำมาช่วงเช้าตรู่ก่อนเมืองจะตื่น ถนน O'Connell จะโล่งเมื่อประมาณ 7 โมงเช้า คุณจะถ่ายแชะภาพยาว ๆ จากปลายถนนมองเข้าไป เห็นทั้ง Spire และอาคาร GPO ตรงกลางแบบไม่มีคนเดินขวาง แสงจากฝั่งแม่น้ำ Liffey จะสะท้อนกับโลหะทำให้สีของเสาดูอุ่นกว่าตอนเที่ยง

พอสาย ๆ รถบัส คนทำงาน และรถส่งของจะเริ่มแน่นถนน Spire จะกลายเป็นแบ็คกราวด์และกลุ่มคนมานัดเจอกันช่วงบ่าย ฐานของ Spire นี่ล่ะเป็นจุดนัดพบยอดนิยมพอ ๆ กับรูปปั้น Molly Malone ทางใต้

กลางคืน The Spire จะถูกเปิดไฟดูแปลกตาไปอีกแบบ ตอนค่ำช่วงท้องฟ้าชัด ๆ ปลายเสาจะดูเหมือนโผล่ขึ้นไปตัดกับสีท้องฟ้ามืด ใต้ฐานจะสว่างด้วยไฟถนน ถ้ามีงานอีเวนต์ใหญ่ ถนน O'Connell ก็จะเปลี่ยนสีไฟประดับ Spire ให้เข้ากับโอกาสพิเศษด้วย

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

อยากได้รูป Spire เต็ม ๆ ตอนกลางวัน ให้ไปยืนสุดถนน O'Connell Street Lower ฝั่งใต้ แล้วถ่ายภาพย้อนขึ้นไป จะได้เสาสูงตัดกับอาคารสไตล์นีโอคลาสสิคแบบ GPO ฝั่งซ้าย ส่วนสองข้างถนนก็เป็นอาคารยุค Georgian เรียงยาว

เดินทางมาอย่างไร สะดวกแค่ไหน

The Spire ตั้งอยู่บน O'Connell Street Upper ใจกลางเมืองดับลิน เดินถึงได้จากย่านในเมืองเกือบทุกจุดใน 20 นาที ลงรถราง Luas สายสีแดงที่สถานี Abbey Street แล้วเดินต่อสองนาที หรือเดินจากสถานี Connolly (รถไฟ DART และรถไฟสายหลัก) เหนือต่อมา 7-10 นาที รถบัสหลายสายก็ผ่านถนนนี้

ถ้าอยากเดินชมแลนด์มาร์กดับลินแบบครบ ๆ The Spire เหมาะมากกับการแวะคู่กับGPO Witness Historyฝั่งตรงข้าม ซึ่งเล่าเรื่องราวการกบฏอีสเตอร์ 1916 ในอาคารประวัติศาสตร์เดียวกัน ทั้งสองที่ใช้เวลารวมกันยังไม่เกินสองชั่วโมง

ที่นี่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้ใช้วีลแชร์และทุกคน เพราะเกาะกลางถนนอยู่ระดับเดียวกับทางเดิน มีทางม้าลายข้ามทั้งสองฝั่ง ไม่มีขั้นบันได ไม่มีประตู และไม่มีอะไรให้ปีน เข้าไปชมได้เลย

The Spire คุ้มที่จะแวะไหม? มุมมองตรง ๆ

The Spire เป็นที่ถกเถียงทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวและคนดับลินเองตั้งแต่ติดตั้งใหม่ ๆ มีทั้งชื่อเล่นแบบหยอกล้อและกวน ๆ เช่น Stiletto in the Ghetto, Stiffy by the Liffey, Pin in the Bin ชื่อเหล่านี้สะท้อนความรู้สึกว่ามันก็แค่โครงสร้างแบบนามธรรม ไม่มีอะไรให้ชมมากนอกจากรูปลักษณ์ตัวเอง อยู่กลางถนนที่บางวันก็ดูยุ่งเหยิง

แต่ถ้ามองในฐานะศิลปะสาธารณะมันก็อลังการและดูมีลูกเล่นมากกว่าที่เห็นในรูป ถ้าคุณเดิน O'Connell Street อยู่แล้ว (ซึ่งเกือบทุกคนที่มาดับลินก็ต้องเดิน) The Spire ก็ไม่เปลืองเวลาไม่เปลืองเงิน เป็นจุดแวะพักสั้น ๆ สัก 15 นาที

แต่ถ้าอยากซึมซับประวัติศาสตร์ O'Connell Street ให้ลึกและเห็นความหมายทั้งหมด จะได้ประสบการณ์เยอะกว่าจากการเข้าชมGPO Witness Historyฝั่งตรงข้าม หรือเดินทางไปKilmainham Gaolฝั่งตะวันตกของเมือง เพราะ The Spire เป็นแค่แลนด์มาร์ก ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวแบบนิทรรศการ

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

ถนน O'Connell ช่วงกลางวันจะมีรถและคนพลุกพล่าน ข้ามถนนตรงเกาะกลางต้องระวังจักรยานในเลนรถบัส โดยเฉพาะช่วงเร่งด่วน

ทริคถ่ายภาพ

ความสูงของ Spire ทำให้มือถือทั่วไปถ่ายเส้นตรงยาก เกิดอาการภาพโก่ง ต้องใช้เลนส์มุมกว้างถึงจะเก็บเสาตั้งได้เต็ม มุมที่ดูดีที่สุดคือถ่ายจากระยะ 50-100 เมตรทางใต้หันเสาเข้ากรอบสถาปัตยกรรมถนน O'Connell หลีกเลี่ยงถ่ายตอนเที่ยงฤดูร้อนเพราะแสงขาวจัดจนเสาดูจืด

อยากเดินถ่ายรูปแลนด์มาร์กและรูปปั้นในดับลินยาว ๆ ด้วยตัวเอง แนะนำดูคู่มือทัวร์เดินชมดับลิน แนะนำเส้นทางเดินด้วยตัวเองหลายสาย ผ่าน Spire ไปถึงจุดถ่ายรูปอื่น ๆ ในตัวเมือง

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ให้ลองยืนใต้เสา The Spire แล้วเงยหน้าดูตรงขึ้นไปสัก 30 วินาที จะรู้สึกเวียนหัวนิด ๆ จากความสูงและความเรียวของเสา เป็นมุมมองที่ภาพถ่ายไม่อาจแทนได้ ส่วนใหญ่เดินผ่านโดยไม่ได้ทำสิ่งนี้
  • ถ้าวันไหนลมแรง ลองฟังเสียงเบสต่ำ ๆ ที่ฐาน สะท้อนจากเหล็กสแตนเลส จะได้ยินชัดกว่าตอนเช้าตรู่หรือวันอาทิตย์ เพราะรถน้อย
  • The Spire คือจุดอ้างอิงใจกลางเมืองดับลิน มองเห็นได้จากหลายที่ในฝั่งเหนือ ใช้เป็นจุดนำทางได้โดยไม่ต้องเปิดมือถือบ่อย
  • ฐานของ Spire ใช้เป็นจุดนัดพบของคนท้องถิ่น จะพลุกพล่านที่สุดช่วงพักเที่ยงวันธรรมดา ถ้านัดใครที่นี่ แจ้งฝั่งของเกาะกลางถนนไว้ด้วย เพราะฐานกว้างกว่าที่คิดจากระยะไกล
  • ถ้าอยากได้รูปยามค่ำคืนที่ดีที่สุด ให้มาวันธรรมดาที่ไม่ใช่สุดสัปดาห์ เพราะคนและรถจะน้อย แสงไฟถนนจะสะท้อนกับเสาได้สวยกว่า

The Spire (อนุสรณ์แห่งแสง) เหมาะสำหรับใคร?

  • มือใหม่เที่ยวดับลินที่อยากเริ่มจับทิศบนถนน O'Connell
  • สายสถาปัตย์และคนชอบประติมากรรมร่วมสมัย
  • สายถ่ายรูปที่มองหาเส้นนำสายตาในเมือง
  • นักท่องเที่ยวที่แวะ Spire พร้อมดูนิทรรศการ GPO Witness History ตรงข้าม
  • ใครที่งบจำกัด: ที่นี่ฟรีและไม่ต้องวางแผนล่วงหน้า

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

รวมทริปไปกับ:

  • โรงละคร Abbey Theatre

    โรงละคร Abbey Theatre ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1904 โดย W.B. Yeats และ Lady Gregory ที่นี่คือโรงละครแห่งชาติของไอร์แลนด์และเป็นหนึ่งในเวทีที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกที่ใช้ภาษาอังกฤษ ตั้งอยู่บนถนน Lower Abbey Street กลางเมืองดับลิน ปัจจุบันยังคงนำเสนอผลงานละครไอริชทั้งใหม่และคลาสสิกที่หล่อหลอมตัวตนของชาติ

  • Blessington Street Basin

    Blessington Street Basin อดีตอ่างเก็บน้ำหลวงฝั่งเหนือดับลิน วันนี้กลายเป็นสวนสาธารณะฟรีใจกลาง Phibsborough ทะเลสาบ บ้านยามสไตล์ทิวดอร์ และฝูงนกน้ำท้องถิ่น ทำให้ที่นี่เป็นพื้นที่สีเขียวที่เงียบสงบน่าเดินเล่นใกล้ใจกลางเมืองดับลิน

  • คาสิโนมารีโน

    คาสิโนมารีโน คือคฤหาสน์สไตล์นีโอคลาสสิกศตวรรษที่ 18 ทางตอนเหนือของดับลิน ออกแบบโดย Sir William Chambers ให้กับเอิร์ลแห่ง Charlemont แม้ภายนอกจะดูเล็ก กระทัดรัด แต่ภายในกลับซ่อนห้องไว้ถึง 16 ห้องในสามชั้น—แสดงศิลปะสถาปัตย์ที่ชวนให้แปลกใจ เข้าเยี่ยมชมได้เฉพาะทัวร์พร้อมไกด์ เด็กและนักเรียนเริ่มต้นเพียง €3 ผู้ใหญ่ €5

  • Clontarf Promenade

    Clontarf Promenade เป็นทางเดินริมทะเลยาว 4.5 กิโลเมตรตลอดอ่าวดับลิน จาก Fairview ถึง Bull Wall ที่ Dollymount พร้อมวิวทะเลเปิด งานศิลปะสาธารณะ และเลนจักรยานตลอดเส้น ไม่มีค่าเข้าชม เดินสบาย ลัดเลาะไปกับวิวชายฝั่งที่สวยที่สุดจากใจกลางเมืองดับลินแบบไม่ต้องไปไกล

จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:ดับลิน

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.