พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติมิลาน: ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนมา

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติมิลาน ตั้งอยู่ในคฤหาสน์นีโอโกธิกกลางสวนสาธารณะเก่าแก่ เปิดมาตั้งแต่ปี 1888–1907 รวบรวมคอลเล็กชันธรรมชาติวิทยาขนาดใหญ่ที่สุดของอิตาลี ครอบคลุมแร่ ฟอสซิล สัตววิทยาและอีกมากมาย บนพื้นที่กว่า 5,500 ตร.ม. และเก็บตัวอย่างเกือบสามล้านชิ้น

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
Corso Venezia 55 ในสวนสาธารณะ Giardini Pubblici Indro Montanelli เขต Porta Venezia มิลาน
การเดินทาง
รถไฟใต้ดินสถานี Porta Venezia (สาย 1/สายสีแดง) เดินเข้าทางสวนจนถึงพิพิธภัณฑ์
เวลาเที่ยวชม
1.5 ถึง 2.5 ชั่วโมง ถ้าต้องการชมอย่างละเอียด
ค่าใช้จ่าย
เต็มราคา €10 / ลดราคา €5 / ฟรีทุกคน ทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน
เหมาะสำหรับ
ครอบครัว เด็กๆ คนรักวิทยาศาสตร์ หรือใครที่หาที่เที่ยววันที่ฝนตก
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
storianaturalemilano.education
ด้านหน้าสไตล์นีโอโกธิกของ Museo di Storia Naturale di Milano พร้อมหน้าต่างโค้ง รั้วเหล็ก ต้นไม้ไม่มีใบ และท้องฟ้าสีฟ้าใส
Photo Paolobon140 (CC BY-SA 4.0) (wikimedia)

พิพิธภัณฑ์นี้จริงๆ คืออะไร

Museo civico di storia naturale di Milano คือพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติประจำเมือง ก่อตั้งมายาวนานและถือว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสำคัญของยุโรป จุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1838 เมื่อ Giuseppe De Cristoforis และ Giorgio Jan นักธรรมชาติวิทยา ได้มอบคอลเล็กชั่นสะสมของตนให้เทศบาลมิลาน พิพิธภัณฑ์ถูกเปิดอย่างเป็นทางการ 9 กันยายน 1844 ในงานประชุม VI Congresso degli Scienziati Italiani และขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน มีตัวอย่างมากเกือบ 3 ล้านชิ้น ครอบคลุมธรณีวิทยา แร่ ฟอสซิล สัตววิทยา พฤกษศาสตร์ สัตว์มีกระดูกสันหลังและไม่มีกระดูกสันหลัง

ตัวอาคารที่เก็บคอลเล็กชั่นก็ถือว่าน่าสนใจมาก ออกแบบโดย Giovanni Ceruti สร้างระหว่างปี 1888-1893 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 1907 สไตล์นีโอโกธิกผสมผสาน: อิฐแดง ลวดลายปูนปั้นซับซ้อน โค้งยอดแหลม และแนวหน้าตึกที่ดูเป็นคฤหาสน์ลอมบาร์ดมากกว่าพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ Giardini Pubblici Indro Montanelli สวนเก่าแก่แห่งเมือง บรรยากาศร่มรื่น เดินเข้าอาคารผ่านต้นไม้ ไม่ใช่รถติด

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

วันอาทิตย์แรกของเดือนเข้าฟรีสำหรับทุกคน ไม่มีระบบจองออนไลน์ในวันนี้ แนะนำให้มาตั้งแต่เช้าถ้าอากาศดี เพราะคิวอาจยาว

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ย่าน Porta Venezia หนึ่งในละแวกที่สถาปัตยกรรมหลากหลายที่สุดของเมือง มีวังยุค Liberty แบบอิตาลีและถนนใหญ่ริมต้นไม้เยอะ ถ้ามาเที่ยวแถบนี้แนะนำแวะข้างๆ ไปที่ Giardini Pubblici Indro Montanelli ซึ่งเป็นสวนที่ล้อมพิพิธภัณฑ์ไว้อย่างกลมกลืน ฤดูใบไม้ผลิกับต้นฤดูใบไม้ร่วงเหมาะมาก

คอลเล็กชันภายใน: มีอะไรให้ชม

พิพิธภัณฑ์นี้มีสองชั้นและชั้นลอย รวมแล้ว 23 ห้องจัดแสดงกว่า 5,500 ตร.ม. ผังเน้นธีมชัดเจน: โซนแร่และหินอยู่บางห้องชั้นล่าง ส่วนโซนซากดึกดำบรรพ์กับไดโนเสาร์จำลองขนาดจริง เป็นแม่เหล็กดึงคนชมที่สุด มักจะมีเสียงจอแจตอนเช้าปลายอาทิตย์ที่มีทัศนศึกษา

โซนฟอสซิลกับไดโนเสาร์คือพระเอกของที่นี่ มีโมเดลไดโนเสาร์ที่สมจริง ขนาดใหญ่ แสงในห้องค่อนข้างมืดเพิ่มบรรยากาศน่าตื่นเต้น เด็กๆ มักใช้เวลาตรงนี้มากกว่าห้องแร่ธรรมดา แต่ใครสนใจแร่และอัญมณีหายาก มีให้ชมแบบเจาะลึก — ทั้งคริสตัลดิบ เศษอุกกาบาต และแร่เรืองแสงใต้ UV คนไม่พลุกพล่านเหมาะกับใครที่อยากเดินชมเรื่อยๆ

แกลเลอรีสัตววิทยารวมสัตว์ทั้งมีกระดูกสันหลังและไม่มี มีสัตว์สตัฟฟ์ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก ปลา ข้างๆ ตู้แมลงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยตัวอย่างตรึงเข็ม งานสตัฟฟ์เก่าบางชิ้นอาจจะดูแปล่งๆ ตามสไตล์พิพิธภัณฑ์ยุคนี้ แต่จำนวนแมลงที่จัดแสดงเยอะจนตะลึง โซนพฤกษศาสตร์ (พืช สวน แผ่นพรรณไม้แห้ง) คนเดินน้อยที่สุด — เลยสงบ ช่วงบ่ายแก่ๆ เงียบมาก

ตั๋วและทัวร์

ตัวเลือกคัดสรรจากพันธมิตรการจองของเรา ราคาเป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ ความพร้อมให้บริการและราคาสุดท้ายจะยืนยันเมื่อทำการจองเสร็จสมบูรณ์

บรรยากาศขึ้นอยู่กับช่วงเวลา

ถ้ามาช่วงเช้า (10:00–12:00) วันธรรมดา จะเจอกลุ่มโรงเรียนเยอะ โดยเฉพาะโซนฟอสซิลจะค่อนข้างแน่นระหว่าง 10:30-11:30 เหมาะกับผู้ใหญ่หรือกลุ่มไม่มีเด็ก ให้มาช่วงก่อนเที่ยงหรือหลังบ่ายสองจะเดินสบายขึ้นเยอะ

บ่ายเสาร์–อาทิตย์จะแน่นอีกแบบ คือครอบครัวเด็กเล็กจะเยอะ ห้องใกล้ประตูคนเยอะที่สุด แต่ขึ้นไปชั้นบนซึ่งมีของสัตววิทยา-พฤกษศาสตร์ จะค่อนข้างเงียบตลอดเวลา ใครแวะช่วงเย็นก่อนปิด (ปิด 17:30) จะโล่งเป็นพิเศษ แสงแดดยามเย็นลอดหน้าต่างสูงดูสวย เงียบ ฟังเสียงพื้นไม้ พนักงานเดินเข็นรถเปลี่ยนจุดจัดแสดงได้ชัด

ℹ️ ดีที่ควรรู้

พิพิธภัณฑ์เปิดวันอังคารถึงวันอาทิตย์ 10:00–17:30 ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (รวม 25 ธ.ค., 1 ม.ค., วันจันทร์อีสเตอร์, 1 พ.ค.) ตรวจสอบเวลาเปิดล่าสุดในเว็บก่อนมา เพราะช่วงวันหยุดอาจเปลี่ยน

วิธีเดินทางและเข้าชม

เดินทางง่ายสุดโดยนั่ง Metro สาย 1 (สายสีแดง) ลงสถานี Porta Venezia จากทางออก Corso Buenos Aires เดินเข้าทางสวนประมาณ 5-8 นาที สวนมีหลายทางเข้า แต่ทางเข้า Corso Venezia อยู่หน้าอาคารพิพิธภัณฑ์เลย เดินสะดวกที่สุด

ซื้อตั๋วที่หน้างานหรือซื้อออนไลน์จากร้าน Musei Civici Milano ก็ได้ ตั๋วเข้าชมปกติ €10 ตั๋วลดราคากลุ่มพิเศษ €5 ตั๋ว "open" (แบบ presale) ราคา €11 หรือ €6 สำหรับลดราคา วันอาทิตย์แรกของเดือนฟรีหมด (ไม่ต้องจองออนไลน์ แต่อาจต้องเข้าคิวถ้าฟ้าโปร่ง)

ถ้าคุณถือบัตรหรือสมัครสมาชิกรายปีของ Musei Civici หรือ Abbonamento Musei Lombardia Val d'Aosta เช็คให้ดีว่าครอบคลุมที่นี่ไหม เพราะบางใบเข้าได้ฟรีหลายพิพิธภัณฑ์โซนลอมบาร์เดียและปีเอมอนเต

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

ถ่ายรูปในโซนนิทรรศการถาวรได้ แต่ห้ามใช้แฟลช ห้องแร่เรืองแสงใต้ UV ถ่ายรูปออกมาสวยแปลกตา เป็นมุมยอดนิยมสำหรับคนรักภาพถ่าย

งานสถาปัตย์และสภาพแวดล้อม: ตัวอาคารก็เป็นไฮไลท์

งานออกแบบนีโอโกธิกของ Giovanni Ceruti ควรสังเกตให้ดีก่อนเดินเข้า ตัวอาคารใช้อิฐแดงกับปูนปั้นหลายสีแบบตึกยุคปลายศตวรรษที่ 19 ในมิลาน แม้ด้านหน้าจะอลังการกว่าอาคารอื่นๆ ประตูหน้าแกะสลักลวดลายสัตว์-พืชไว้ในหิน ไม่ควรเดินผ่านแบบไม่เหลียวดู พื้นที่ภายในยังคงผังเดิม ห้องต่างๆ เชื่อมต่อกันค่อนข้างต่อเนื่อง เดินชมได้โดยไม่งง ไม่มีป้ายบังคับทางเดินให้สับสน

ตัวอาคารที่อยู่ในสวน Giardini Pubblici ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้มากกว่าพิพิธภัณฑ์ทั่วๆ ไป สวนนี้เก่าแก่สุดในมิลาน สร้างปลายศตวรรษที่ 18 รีโนเวตแนวโรแมนติกอังกฤษช่วง 1880 เข้าออกพิพิธภัณฑ์แล้วเดินเล่นรับลมในสวนสักพักก่อนกลับ metro ก็เหมาะดี ย่านนี้เดินสำรวจสนุก: Casa Galimberti ถนน Via Malpighi เดินแค่ไม่กี่นาที คือสุดยอดตัวอย่างสถาปัตยกรรมสไตล์ Liberty ในมิลาน เหมาะกับการเดินชมจากนอกรั้ว

ใครควรข้ามที่นี่ (และทำไม)

พิพิธภัณฑ์นี้ของเยอะจริงแต่ยังไม่ได้รีโนเวตหรือปรับปรุงวิธีจัดแสดงให้ใหม่ทั้งระบบ หลายตู้ยังใช้ป้ายกระดาษพิมพ์มือ ตู้โชว์เฉยๆ สัตว์สตัฟฟ์คุณภาพหลากหลาย ใครชินกับพิพิธภัณฑ์ทันสมัยอย่างลอนดอน ปารีส นิวยอร์ก อาจรู้สึกว่าที่นี่ดูโบราณไปนิด

ตัวพิพิธภัณฑ์มีสองชั้นกับชั้นลอย ต้องสอบถามข้อมูลเรื่องทางลาดและลิฟต์กับ Infopoint ของที่นี่โดยตรง (โทร +39 02 88463337 หรืออีเมล msn.milano@coopculture.it) เพราะภาพรวมตึกไม่ได้เอื้อต่อรถเข็นหรือวีลแชร์เท่าไร

ใครเน้นเที่ยวสายศิลปะหรือดีไซน์มิลาน อาจสนุกกว่ากับพิพิธภัณฑ์เฉพาะทางละแวกนี้ เช่น Pinacoteca di Brera หรือ Museo del Novecento ซึ่งเป็นหัวใจฝั่งศิลปะในมิลาน ส่วนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาตินี้จะเงียบและเก่า เหมาะกับคนต้องการเน้นลึกมากกว่าสเปกตาคูล่า

ข้อมูลปลีกย่อย แวะแล้วราบรื่น

ถ้าอยากเดินชมจริงจัง ควรเผื่อเวลา 90 นาที – 2 ชั่วโมงครึ่ง ถ้าเน้นดูไฮไลท์ (ฟอสซิล แร่ สัตววิทยา) จะประมาณ 90 นาที ถ้าดูโซนชั้นบนที่เน้นพืชและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังด้วย จะใช้เวลาใกล้ 2 ชั่วโมงครึ่ง

ที่นี่ไม่มีคาเฟ่ในอาคาร ให้เตรียมตัวมาก่อน สวนข้างๆ มีคีออสขายขนมในบางฤดู หรือเดินไปร้านกาแฟ/บาร์บน Corso Buenos Aires แค่ห้านาทีก็ถึง ฝากเสื้อโค้ทและกระเป๋าไว้ได้ที่ห้องฝากของหน้าอาคาร

ใครมากลัวฝนหรือแค่หากิจกรรมตอนฝนตก มาที่นี่สบายแน่นอน อาคารอุ่น ของจัดเต็ม ดูเพลินทั้งบ่าย ราคาตั๋วก็ถูกกว่าสถานที่สำคัญอื่นในมิลาน เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก 6 ขวบขึ้นไป (แต่โซนฟอสซิลก็เย้ายวนเด็กเล็กด้วย) รถเข็นเด็กใช้ได้ง่ายแค่ชั้นล่าง ถ้าจะขึ้นชั้นสูงต้องสอบถามจุดรับฝากของเรื่องการเข้าถึงก่อน

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ตู้แสดงแร่เรืองแสงภายใต้แสง UV ในโซนแร่ธาตุ เป็นหนึ่งในโซนที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก ถ้าเดินไวอาจพลาดได้ ถ้าหาไม่เจอ ลองสอบถามพนักงานตรงทางเข้า
  • ถ้ามาวันธรรมดาหลังบ่ายสองจะเงียบกว่าช่วงเช้า กลุ่มนักเรียนส่วนใหญ่กลับก่อนเที่ยง บ่ายจะเป็นแขกทั่วไปที่มาแบบไม่รีบเร่ง
  • รายละเอียดปูนประดับด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ มีลวดลายสัตว์และพืชซ่อนอยู่ตรงทางเข้า แวะดูสักสิบวินาทีแล้วค่อยเข้าไปข้างใน มีดีมาก
  • วันอาทิตย์แรกของเดือนเข้าฟรี คนจะเยอะเป็นพิเศษแต่คิวเดินไว ถ้าคุณใช้สิทธิ์ลดราคาหรือเข้าฟรี กรุณาพกหลักฐานให้พร้อม พนักงานตรวจเอกสารจริงจัง
  • แนะนำให้เดินเล่นในสวน Giardini Pubblici Indro Montanelli ด้วย ยิ่งเดือนเมษายน-พฤษภาคม ดอกเกาลัดกับแมกโนเลียบานเต็มสวน เติมเต็มเช้าวันหยุดได้โดยไม่ต้องนั่งรถต่อ

Museo di Storia Naturale di Milano เหมาะสำหรับใคร?

  • ครอบครัวที่มีเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะเด็กที่ชอบไดโนเสาร์และฟอสซิลขนาดใหญ่
  • นักท่องเที่ยวสายประหยัดที่อยากเก็บประสบการณ์วัฒนธรรมในงบไม่แพง
  • ใครที่อยากหนีฝนและหากิจกรรมที่มีสาระในยามบ่าย
  • คนชอบวิทยาศาสตร์และธรรมชาติ อยากชมหนึ่งในคอลเล็กชันแร่ธาตุ-สัตว์ใหญ่สุดในอิตาลี
  • ผู้ที่สนใจสถาปัตยกรรมนีโอโกธิกสไตล์เมืองลอมบาร์ดีปลายศตวรรษที่ 19

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Porta Venezia:

  • Casa Galimberti & สถาปัตยกรรม Liberty

    Casa Galimberti สร้างระหว่างปี 1903-1905 โดยสถาปนิก Giovanni Battista Bossi เป็นตัวอย่างอาคาร Liberty อิตาเลียนที่หรูหราสุดในมิลาน ด้านหน้าเต็มไปด้วยกระเบื้องเซรามิก เครื่อเหล็กดัด และลวดลายปูนซีเมนต์ สามารถชมได้ฟรีตลอดวันจากริมถนน มาค้นหาจุดสวย ช่วงเวลาที่เหมาะ และวิธีเดินเที่ยวในย่าน Porta Venezia กัน

  • Giardini Pubblici Indro Montanelli

    สวน Giardini Pubblici Indro Montanelli สร้างตั้งแต่ปี 1784 เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกของมิลาน พื้นที่กว่า 160,000 ตารางเมตร ใกล้ Porta Venezia เปิดฟรีทุกวันแต่เช้าตรู่ มีเส้นทางร่มรื่น ทะเลสาบเล็กๆ และพิพิธภัณฑ์สามแห่ง สามารถเดินมาจากใจกลางเมืองได้ง่าย

สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:Porta Venezia
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:มิลาน

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.