หอระฆังเกนต์ (Belfort van Gent): ปีนหอคอยประวัติศาสตร์ใจกลางเมือง

ตั้งตระหง่านสูง 91 เมตรเหนือ Sint-Baafsplein หอระฆังเกนต์ถือเป็นหอระฆังที่สูงที่สุดในเบลเยียมและเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจเมืองฟลามิชในยุคกลางที่ได้รับการขึ้นทะเบียนยูเนสโก คู่มือฉบับนี้มีทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนไปปีน ไม่ว่าจะเป็นตั๋ว ช่วงเวลา วิว และสิ่งที่หอคอยนี้บอกเล่าเกี่ยวกับเกนต์

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
Sint-Baafsplein, 9000 เกนต์ (ใจกลางประวัติศาสตร์)
การเดินทาง
รถรางสาย T2 ลง Korenmarkt (จาก Gent Zuid หรือ Koophandelsplein) แล้วเดินต่อ 3–5 นาที
เวลาเที่ยวชม
45–90 นาที
ค่าใช้จ่าย
€13 ปกติ; €5 สำหรับชาวเกนต์และนิสิต 19–25 ปี; €2.20 สำหรับอายุ 13–18 ปี; ต่ำกว่า 12 ปีเข้าฟรี
เหมาะสำหรับ
สายประวัติศาสตร์ ช่างภาพ และสายเที่ยวเกนต์มือใหม่
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
visit.gent.be/en/see-do/ghent-belfry
มุมกว้างของหอระฆังเกนต์ (Belfort van Gent) ทอดตัวสูงเหนืออาคารเก่าแก่และรูปปั้นใน Sint-Baafsplein ใต้ท้องฟ้าเมฆครึ้ม
Photo Fred Romero (CC BY 2.0) (wikimedia)

หอระฆังนี้... จริงๆ แล้วคืออะไร?

หอระฆังเมืองเกนต์ หรือ Belfort van Gent ในภาษาดัตช์ คือหอคอยยุคกลางที่ตั้งเด่นเป็นเอกเทศอยู่กลาง Sint-Baafsplein สูง 91 เมตรใจกลางเกนต์ ไม่ได้สร้างเป็นโบสถ์หรือป้อมปราการ แต่เป็นสัญลักษณ์แสดงอิสรภาพของชาวเมือง ใช้เก็บเอกสารสิทธิและกฎเมือง แขวนระฆังควบคุมจังหวะชีวิตการค้า และเป็นจุดสอดส่องเมืองที่เจริญรุ่งเรืองติดท็อปยุโรปยุคกลาง

ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโก (Belfries of Belgium and France) นั่งเคียงข้าง มหาวิหาร St Bavo's และ โบสถ์ St Nicholas ก่อให้เกิดกลุ่มสถาปัตยกรรมยุคกลางหนาแน่นที่สุดกลุ่มหนึ่งในเบลเยียม ปีนขึ้นไปแล้วจะเห็นทั้งสามหอคอยเรียงตัวอย่างสะใจ แค่นี้ก็คุ้มแล้ว

เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1313 ต่อเติมหลายยุค ตัวยอดหอคอยที่เห็นปัจจุบันเป็นแบบหิน neo-Gothic สร้างขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 19 แทนไม้เก่า ยอดบนสุดมีมังกรทองแดงเคลือบทอง สัญลักษณ์ยุคกลางแห่งอำนาจและความทุ่มเทของเมือง แม้มังกรนี้ไม่ใช่ของดั้งเดิม (ต้นฉบับอยู่ในหอจัดแสดงข้างใน) แต่จำลองได้เหมือนเป๊ะ เวลามีแดดบ่ายจะเห็นประกายสวยสะดุดตา

ปีนหอ... แต่ละชั้นเป็นยังไงบ้าง

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

หมายเหตุการเข้าถึง: หอระฆังมีลิฟต์ แต่เริ่มต้นที่ชั้น 1 เท่านั้น ชั้นทางเข้าและทางขึ้นสู่ยอดจำเป็นต้องเดินขึ้นบันไดวนชัน ไม่เหมาะกับผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว

เส้นทางขึ้นแบ่งเป็นห้องนิทรรศการและจุดแวะพักแต่ละชั้นให้แวะชมก่อนถึงยอด ชั้นล่างสุดมีนิทรรศการประวัติศาสตร์กับบทบาทผู้พิทักษ์เอกสารเมืองของหอ ห้อง Charter Room อยู่ชั้นกลาง เคยเป็นที่เก็บพระราชโองการสำคัญ และเป็นที่ควบคุมระฆังแจ้งเหตุ Roeland อันลือชื่อ

ห้องกลไกระฆัง (carillon) ก็เป็นอีกจุดที่หลายคนแปลกใจ หอระฆังนี้มีระฆัง 54 ใบ กลไกเป็นกลองโลหะขนาดใหญ่เสียบหมุดตามโปรแกรมให้ตีเพลงอัตโนมัติ กลิ่นในห้องจะเป็นกลิ่นโลหะ น้ำมัน และอากาศเย็นกว่าชั้นล่าง ที่นี่ไม่ใช่ฉากสร้างขึ้นใหม่ให้ถ่ายรูป แต่เป็นเครื่องจริงที่ยังใช้จัดคอนเสิร์ตอยู่ ระฆังอัตโนมัติก็ยังดังทุกชั่วโมงทั่วจัตุรัสเหมือนเดิม

ช่วงสุดท้ายก่อนถึงจุดชมวิวต้องใช้แรงเอาเรื่อง บันไดค่อนข้างแคบ พื้นหินตรงกลางก็ถูกเหยียบจนเรียบเนียนจากกาลเวลา และความชันก็ขนาดที่คนสวนทางต้องเอาหลังชิดผนังถึงจะเดินผ่านกันได้ ถ้าใครกลัวความสูงหรือไม่ชอบที่แคบควรเผื่อเวลาเข้าไว้หน่อย ความลำบากมีนิดเดียว แต่คุ้มค่าสุดๆ

วิวบนยอด... มันดีแค่ไหน

ถ้าวันไหนฟ้าเปิด จุดชมวิวบนยอด Belfort van Gent จะเปิดให้เห็นขอบฟ้าที่อธิบายเมืองเกนต์ได้แบบชัดเจน สามหอคอยของเกนต์ (Belfry, มหาวิหาร St Bavo, โบสถ์ St Nicholas) ตั้งเรียงอยู่ใต้เท้าแทบจะเอื้อมถึง มองไปทางเหนือจะเห็น Gravensteen และลำคลองที่เปลี่ยนเกนต์ให้ร่ำรวยในยุคกลาง

ระเบียงชมวิวที่นี่เปิดโล่ง รับลมเต็มที่ ฤดูร้อนจะเห็นหลังคาสีอิฐตัดกับแนวต้นไม้สีเขียวริม Graslei และ Korenlei ส่วนหน้าหนาวถ้าหมอกลง โบสถ์ St Nicholas จะโผล่ขึ้นมาเป็นเงาในม่านสีเทาเหมือนภาพวาดฟลามิช แสงช่วงนี้ก็มีเสน่ห์สำหรับคนรักภาพถ่าย อย่าลืมแจ็คเก็ตกันลมหรือเสื้อคลุม เพราะแม้วันอากาศดี บนยอดก็ลมแรงมาก

พื้นที่ชมวิวตรงนี้ไม่กว้าง ถ้าวันหยุดหน้าร้อน คนจะเบียดกันแน่นมาก (เจอ 12 คนขึ้นไปก็ไม่แปลก) ถ้าอยากคนโล่งๆ ควรมาช่วงเปิด 10 โมงเช้า ทั้งแสงทั้งบรรยากาศดีที่สุด

ช่วงเวลาที่ควรมา & ข้อควรรู้เกี่ยวกับฤดูกาล

ถ้าอยากได้ความสงบและแสงถ่ายรูปสวยๆ แนะนำไปแต่เช้าในชั่วโมงแรกหลังเปิด Sint-Baafsplein จะเริ่มคึกคักช่วงสายด้วยกรุ๊ปทัวร์และนักท่องเที่ยวมหาวิหาร คิวขึ้นหอจะยาวตั้งแต่ 11 โมงเป็นต้นไป โดยเฉพาะหน้าร้อน

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

ทิปถ่ายรูป: ถ้าอยากได้ช็อตสามหอคอยเกนต์สุดคลาสสิกจากบน Belfry ให้ไปยืนฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของระเบียง เล็งกล้องตอนสายๆ เมื่อแสงส่องโดนโบสถ์ St Nicholas ตรงๆ

หอระฆังปิด 24, 25, 31 ธันวาคม และ 1 มกราคม ส่วนหน้าหนาวนอกจากวันนั้นก็ถือว่าน่าเที่ยว โดยเฉพาะช่วง ตลาดคริสต์มาส Ghent ที่ Sint-Baafsplein มีตลาดและลานสเก็ตอยู่ด้านล่าง วิวจากบนหอเห็นทั้งบรรยากาศคริสต์มาส เป็นไฮไลต์เด็ด แต่หน้าหนาวเบลเยียมอากาศเปลี่ยนบ่อยมาก ระเบียงบนเปิดโล่ง ควรดูพยากรณ์อากาศก่อนขึ้น

หน้าร้อนช่วงบ่ายแก่ๆ แสงจะอบอุ่นสวยแต่ก็เป็นช่วงที่คนเยอะที่สุด อาจต้องรอเข้าคิว 20-30 นาที (โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคม สิงหาคม)

ซื้อตั๋ว เวลาเปิด-ปิด และการเดินทาง

หอระฆังเปิดทุกวัน 10:00–18:00 (ขายตั๋วรอบสุดท้ายประมาณ 17:00) ค่าบัตรบุคคลทั่วไป €13 นักเรียน 19–25 ปีและชาวเกนต์ €5 อายุ 13–18 ปี €2.20 เด็กต่ำกว่า 12 ปีฟรี ผู้ติดตามผู้พิการเข้าฟรี กลุ่ม 15 คนขึ้นไปเข้าในราคาพิเศษ €9 ราคานี้อัปเดตจากแหล่งทางการปี 2026 และอาจเปลี่ยนแปลง ควรเช็คราคาอัปเดตที่ Visit Gent อีกครั้งก่อนเดินทาง

วิธีเดินทางก็ง่าย จากสถานีรถไฟ Gent-Sint-Pieters ขึ้นรถรางสาย T1 เข้าตัวเมือง แล้วเปลี่ยนรถที่ Gent Zuid หรือ Koophandelsplein เป็นสาย T2 ลง Korenmarkt หรือเดินต่อจาก Koophandelsplein อีก 5-10 นาที จาก Korenmarkt เดินไป Sint-Baafsplein ทางทิศตะวันออกอีกนิดเดียว ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิหาร St Bavo's ซึ่งมี Ghent Altarpiece อยู่ ถ้าอยากเก็บครบทั้งสองที่ในเช้าช่วงเดียวกันก็ลงตัวพอดี ถ้าอยากวางแผนเดินชมเมืองแนะนำดู คู่มือเดินชมเมืองเกนต์ จะช่วยวางเส้นทางหลักใจกลางเมืองเก่าได้ครบจบในวันเดียว

เกร็ดประวัติศาสตร์: หอคอยแบบนี้มีไว้ทำไม?

ในยุคกลางของแคว้นฟลานเดอร์ส หอระฆังเป็นเรื่องของการเมืองโดยแท้ ต่างจากหอของโบสถ์ (ของศาสนา) หรือหอของวัง (ของขุนนาง) หอระฆังเป็นองคาพยพของชาวเมือง ใช้เก็บเอกสารสิทธิ ห้องกุลสตรี และระฆังใหญ่ที่จะเรียกกิลด์ทั้งเมืองมารวมกันในนาทีเดียว หอของเกนต์เริ่มสร้างปี 1313 และขยายมาหลายศตวรรษ ถือเป็นโครงการยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในภูมิภาค สะท้อนว่าการค้าผ้าทำให้เมืองนี้รวยสุดๆ

มังกรบนยอดหอคอยเองก็มีความหมายมาก มังกรทองแบบนี้ตั้งแต่ยุคกลางเป็นสัญลักษณ์ว่าชาวเกนต์จะปกป้องสิทธิของตัวเอง มังกรยุคกลางต้นฉบับเก็บรักษาไว้ในส่วนจัดแสดงของหอ ขนาดจริงจะเล็กและสภาพเดิมผ่านการบูรณะ-ทาสีใหม่หลายรอบจนค่อนข้างกร่อน ถือเป็นหนึ่งในชิ้นจัดแสดงที่ชวนอมยิ้มเพราะทำให้สัมผัสความเป็นมนุษย์ของอดีต

ถ้าใครสนใจบริบทสถาปัตยกรรมเมืองและศาสนาในย่านเดียวกัน ศาลาว่าการเมืองเกนต์ ที่ Botermarkt เดินไปอีกไม่ถึง 5 นาทีก็ได้เห็นอีกแง่มุมของเมืองที่บาลานซ์ระหว่างการค้าและอำนาจทางการเมืองมาตลอดหลายศตวรรษ

ใครที่ควรข้ามที่นี่ไป

หากคุณมีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวอย่างมาก หอระฆังนี้อาจไม่เหมาะ เพราะลิฟต์เริ่มแค่ชั้น 1 ส่วนชั้นบนต้องใช้แรงเดินขึ้นบันไดวนแคบๆ และบางช่วงเพดานก็โลว์จริงๆ ซึ่งไม่มีทางลัดให้หลีกเลี่ยงตามข้อมูลทางการ

ถ้ามาเพื่อชมวิวแต่ไม่ถูกกับความสูง ให้รู้ไว้ก่อนว่าวิวจากบนหอระฆัง (แม้จะอลังฯ) ก็ต่างจากจุดชมวิวฟรีที่สะพาน St Michael's Bridge ด้านล่างไม่มากนัก ถึงอย่างนั้น ที่หอระฆังได้ความสูง ได้บรรยากาศข้างในยุคกลาง และการได้อยู่ในหอที่ยังใช้งานจริง... ซึ่งไม่มีที่ไหนให้คุณได้แบบนี้

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ควรจองตั๋วล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ Visit Gent อย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม เพราะคิวหน้างานวันเสาร์อาทิตย์อาจรอนาน 20-30 นาที จองล่วงหน้ากำหนดช่วงเวลาได้และมักไม่ต้องรอนานหน้าเข้า
  • มังกรเหล็กยุคกลางต้นฉบับที่เคยอยู่ยอดหอคอยตอนนี้จัดแสดงอยู่ในนิทรรศการข้างใน หลายคนเดินผ่านแบบไม่ทันสังเกตว่าเป็นตัวจริง ไม่ใช่จำลอง ให้ดูป้ายกำกับที่อยู่ชั้นบนๆ
  • คาริยองที่หอจะเล่นอัตโนมัติทุกชั่วโมง ส่วนคอนเสิร์ตสดมีเป็นรอบๆ ตามฤดูกาล ลองเช็คตารางล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ Historische Huizen Gent ก่อนมาเพราะแต่ละฤดูอาจไม่เหมือนกัน
  • มาคู่หอระฆังกับมหาวิหารนักบุญบาโว (St Bavo's Cathedral) ที่อยู่ติดกันบน Sint-Baafsplein โดยเฉพาะห้องพระแท่นบูชาของ Ghent Altarpiece ต้องซื้อตั๋วแยกแบบเลือกเวลาได้ แต่สามารถจองเข้าเช้าเดียวกันโดยไม่ต้องออกจากจัตุรัส
  • ถ้าอยากชมวิวแบบโล่งๆ คนไม่เยอะ แนะนำให้มาวันธรรมดาช่วงปลายกันยายนหรือตุลาคม คนหาย ฟ้าใส แสงสวยกว่าหน้าร้อนและวิวหลังคาก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

หอระฆังเกนต์ (Belfort van Gent) เหมาะสำหรับใคร?

  • ผู้เยือนเกนต์ครั้งแรกที่อยากสำรวจเมืองด้วยการชมวิวมุมสูงเหนือใจกลางเมืองเก่า
  • สายสนใจสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมเมืองฟลานเดอร์สยุคกลางด้วยตัวเอง
  • ช่างภาพที่ต้องการเก็บภาพมุมสูงสามหอคอยสุดคลาสสิกในตำนาน
  • คนที่อยากเที่ยวคู่หอระฆังกับ Ghent Altarpiece ที่มหาวิหาร St Bavo's Cathedral ในจัตุรัสเดียวกัน
  • คนเที่ยวช่วงตลาดคริสต์มาส เพราะวิวเหนือ Sint-Baafsplein จะมีบรรยากาศเฉพาะตัว

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน ใจกลางเมืองประวัติศาสตร์เกนต์:

  • ศาลาเมือง (Stadshal)

    Stadshal คือศาลาประชาชนเปิดโล่งที่ออกแบบโดยสถาปนิก Robbrecht & Daem และ Marie-José Van Hee เสร็จสมบูรณ์ปี 2012 ตั้งอยู่กลาง Emile Braunplein รายล้อมด้วยหอคอย Belfry ศาลาว่าการ และโบสถ์ St Nicholas หลังคาไม้โปร่งแสงเปลี่ยนบรรยากาศตามแสงและผู้คนที่เดินผ่านในแต่ละช่วงเวลา

  • Design Museum Gent

    Design Museum Gent ก่อตั้งเมื่อปี 1903 ตั้งอยู่ในใจกลางประวัติศาสตร์ของเกนต์ มีวัตถุกว่า 22,500 ชิ้น ครอบคลุมศิลปะประยุกต์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 จนถึงปัจจุบัน ตอนนี้พิพิธภัณฑ์ปิดปรับปรุงใหญ่ แต่ด้วยความงดงามของคอลเลกชันถาวรและอาคารสถาปัตยกรรม ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถาบันวัฒนธรรมที่โดดเด่นที่สุดของเกนต์

  • ปราสาทปีศาจแห่งเก็นต์ (Geeraard de Duivelsteen)

    Geeraard de Duivelsteen สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ในสไตล์ Scheldt Gothic ถือเป็นอาคารยุคกลางที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของเก็นต์ ทั้งเคยเป็นบ้านอัศวิน สถานดูแลคนป่วย กระทั่งสถานที่จัดงาน ความเปลี่ยนแปลงตลอดประวัติศาสตร์นั้นเข้มข้นไม่แพ้หน้าตาสุดขรึม ภายนอกเปิดให้ชมฟรี ส่วนการเข้าชมด้านในมีเฉพาะช่วงกิจกรรมพิเศษ ใครอยากซึมซับบรรยากาศยุคกลางของเก็นต์ ที่นี่คือหนึ่งหมุดสำคัญ

  • แท่นบูชา Ghent (การสักการะลูกแกะลึกลับ)

    แท่นบูชา Ghent คือภาพวาดพาโนราม่า 12 แผ่น ผลงานปี 1432 โดย Hubert และ Jan van Eyck ตั้งอยู่ที่วิหาร St Bavo ใจกลางเมืองเก่าเกนต์ มีความสำคัญทางศิลปะและประวัติศาสตร์อย่างมาก การเข้าชมต้องซื้อตั๋วและเลือกช่วงเวลาไว้ล่วงหน้า