คู่มือการเที่ยว UC Berkeley: เดินชมมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งอเมริกาแบบง่ายๆ

มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ตั้งอยู่บนเนินเขาติดอ่าวซานฟรานซิสโก มีสถาปัตยกรรม Beaux-Arts สวยสะดุดตา พิพิธภัณฑ์ระดับแลนด์มาร์ก และพื้นที่สีเขียวให้เดินเล่น ใช้เวลาเดินทางจากซานฟรานซิสโกไม่นาน เหมาะกับผู้ชอบประวัติศาสตร์ พลังทางปัญญา และวิวสวยๆ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำ

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
Berkeley, CA 94720 — ฝั่ง East Bay, อยู่ห่างจากตัวเมือง Oakland ไปทางเหนือประมาณ 11 กม.
การเดินทาง
นั่ง BART ไปลงสถานี Downtown Berkeley ลงรถแล้วเดินต่อไปทางทิศตะวันออกบน Center Street หรือ Allston Way ประมาณ 5-10 นาทีจะถึง Sather Gate
เวลาเที่ยวชม
ใช้เวลาเดินชมแคมปัสส่วนกลาง 2-4 ชั่วโมง ถ้าจะเที่ยวพิพิธภัณฑ์ควรเผื่อครึ่งวัน
ค่าใช้จ่าย
เดินชมรอบมหาวิทยาลัยฟรี พิพิธภัณฑ์และกิจกรรมต่างๆ อาจมีค่าเข้าชมแยกแต่ละที่
เหมาะสำหรับ
สายสถาปัตย์ คนสนใจประวัติศาสตร์ ครอบครัว และใครอยากรู้จักมหาวิทยาลัยรัฐของแคลิฟอร์เนีย
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
www.berkeley.edu
หอคอย Sather Tower ของ UC Berkeley และอาคารสไตล์คลาสสิกในวิทยาเขต ภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส พร้อมสนามหญ้าสีเขียวและต้นไม้โดยรอบ
Photo brainchildvn (CC BY 2.0) (wikimedia)

สิ่งที่คุณจะได้เจอจริง ๆ ที่นี่

มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ หรือ UC Berkeley ที่คนอเมริกันเรียกง่าย ๆ ว่า 'Cal' ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์หรือสวนสาธารณะ แต่เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชื่อดังที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1868 ซึ่งเป็นแคมปัสแห่งแรกของระบบ UC ถ้าจะมาเที่ยวที่นี่ต้องคิดแบบมาเยือนสถานที่เรียนและใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่โชว์รูมหรือสวนจัดโชว์ ช่วงวันธรรมดาจะเห็นนักศึกษาหลายพันคนเดินไปมาระหว่างตึกหินสไตล์ Beaux-Arts กับอาคารวิจัยทันสมัย จักรยานเยอะตรงลาน Sproul Plaza และมีกลิ่นยูคาลิปตัสลอยมาเบา ๆ จากป่าทางทิศตะวันออก

บริเวณแคมปัสส่วนกลางกินพื้นที่ราว 178 เอเคอร์ จากทั้งหมด 1,232 เอเคอร์ของมหาวิทยาลัย ส่วนนี้คือโซนสำคัญที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาเดินดู Sather Gate, หอคอย Campanile, โรงละคร Greek Theatre, ลานแลนด์มาร์ก และพิพิธภัณฑ์เด่น 2 แห่ง (ต้องซื้อตั๋วเข้าชมแยก) รอบๆ เดินเล่นเวลาไหนก็ได้ ไม่มีรั้วกั้น ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

เดินทางจากซานฟรานซิสโกมาเบิร์กลีย์ไม่ยุ่งยาก แค่นั่ง BART สายที่มุ่งหน้าไป Richmond ลงสถานี Downtown Berkeley เดินต่อไปทางตะวันออกประมาณ 10 นาทีจะถึงทางเข้า Sather Gate แนะนำเช็กอัตราค่าโดยสาร BART ล่วงหน้าเพราะคิดจากระยะทาง

สถาปัตย์เด่น ๆ: อาคารหิน หอระฆัง และวิถีแคลิฟอร์เนีย

แคมปัสช่วงหลักถูกวางผังโดยสถาปนิก John Galen Howard ตามแนวคิด Beaux-Arts ราวต้นศตวรรษที่ 20 ถ้าเดินเข้าทาง Sather Gate (ซุ้มประตูบรอนซ์กับแกรนิตที่สร้างในปี 1910) จะเห็นกลุ่มตึกหินที่จัดเรียงกันรอบลานกว้าง ลำธาร Strawberry Creek คั่นกลางกับเนินเขา Berkeley Hills ที่เขียวชอุ่มอยู่ด้านหลังตะวันออก ทุกอย่างออกแบบให้ดูสง่างามแบบแคลิฟอร์เนีย

Sather Tower หรือ 'Campanile' คืออาคารสัญลักษณ์ของที่นี่ สูง 307 ฟุต จำลองแบบจากหอคอยในจัตุรัส St. Mark เวนิส ชั้นบนสุดเป็นจุดชมวิว 360 องศา มองได้ตั้งแต่เส้นขอบฟ้าซานฟรานฯ สะพาน Golden Gate, Bay Bridge ยันภูเขา Mount Tamalpais ในวันที่อากาศแจ่มใส ภายในยังมีระฆัง carillon 61 ใบ ได้ยินเสียงชัดไปทั่วมหาวิทยาลัยทุก ๆ 15 นาที ก่อนขึ้นหอแนะนำเช็กเวลาเปิด-ปิดและราคาตั๋วกับทางมหาวิทยาลัยอีกครั้ง เพราะบางช่วงอาจมีเปลี่ยนแปลง

ใครชอบงานสถาปัตย์เมืองที่สอดรับบริบทท้องถิ่น น่าจะเพลินกับการเดินดูอาคารบนแคมปัส ที่นี่เชื่อมโยงเนื้อหาเรื่องสถาปัตยกรรมในรัฐแคลิฟอร์เนียได้ดี โดยเฉพาะตึก Hearst Mining Building, Doe Memorial Library และ Wheeler Hall ที่น่าแวะทั้งด้านนอกและใน ถ้าคุณชอบประวัติศาสตร์สถาปัตย์ฝั่งเบย์แอเรียอยู่แล้ว อย่าพลาดเส้นทางนี้เพราะ UC Berkeley ไปกันได้ดีกับทัวร์อาคารสำคัญเมืองซานฟรานซิสโก — ซึ่งพูดถึงใน คู่มือสถาปัตยกรรมซานฟรานซิสโก.

ตั๋วและทัวร์

ตัวเลือกคัดสรรจากพันธมิตรการจองของเรา ราคาเป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ ความพร้อมให้บริการและราคาสุดท้ายจะยืนยันเมื่อทำการจองเสร็จสมบูรณ์

Sproul Plaza กับประวัติศาสตร์การเมืองใต้ฝ่าเท้า

ตรงระหว่าง Sather Gate กับถนน Telegraph Avenue คือ Sproul Plaza ลานกว้างโล่งที่เป็นศูนย์กลางทางสังคมและการเมืองของแคมปัส ยุค 1960s ที่นี่คือเวทีใหญ่ของ Free Speech Movement การเคลื่อนไหวเรียกร้องเสรีภาพการพูดของนักศึกษาที่เริ่มต้นปี 1964 จุดกระแสการเคลื่อนไหวทางสังคมระดับมหาวิทยาลัยทั่วอเมริกา คำพูดของ Mario Savio บนบันไดหน้า Sproul Hall ธันวาคม 1964 ก็ยังถูกอ้างถึงอยู่เสมอ

ปัจจุบัน Sproul Plaza เป็นที่วางบูธของชมรมนักศึกษา นักดนตรีสมัครเล่นมาเปิดหมวก เสียงความคึกคักของชีวิตเด็กมหา'ลัยช่วงเช้าตั้งแต่ 9-11 โมงจะเดินกันแน่นมาก พอบ่ายคนเริ่มบางลง วันหยุดเทอมแถวนี้จะเงียบ ๆ แต่ไม่ถึงกับร้าง ถ้าคุณสนุกกับการถ่ายภาพสถาปัตย์ตึกเปล่า ๆ ควรมาในช่วงนั้น ความเปลี่ยนแปลงจากฉากหลังของประวัติศาสตร์สู่การเป็นจุดเปลี่ยนรถ/เดินระหว่าง BART กับตัวแคมปัส เป็นสิ่งที่น่าสังเกต

พิพิธภัณฑ์: คุ้มค่ามาแยกเดี่ยวๆ เลย

ที่ UC Berkeley มีสถาบันวัฒนธรรมที่จัดว่าเด่นระดับเมืองใหญ่ โดยเฉพาะ Lawrence Hall of Science กับ Berkeley Art Museum and Pacific Film Archive (BAMPFA) ทั้งสองแห่งมีระบบค่าเข้าชมและเวลาเปิด-ปิดต่างกัน ควรตรวจสอบก่อนมา

BAMPFA ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแคมปัสหลักบนถนน Center Street ภายในมีคอลเลกชันศิลปะยุคใหม่ ศิลปะร่วมสมัย และมีหอจดหมายเหตุภาพยนตร์กับโปรแกรมหนังให้ชม ตัวตึกเองก็ออกแบบได้โดดเด่น เปิดใช้งานปี 2016 (โดย Diller Scofidio + Renfro) ด้านหน้าตกแต่งด้วยไม้จากอาคาร brutalist หลังเดิม Lawrence Hall of Science อยู่บนเขาเหนือแคมปัส เหมาะมากกับครอบครัวมีเด็ก วิวระเบียงมองเห็นทั้ง Bay Area สวยแบบไม่ค่อยมีฝูงชนเหมือนจุดชมวิวชื่อดังอื่น

ถ้าอยากต่อยอดเป็นทริพสายพิพิธภัณฑ์ฝั่ง Bay Area จริง ๆ พิพิธภัณฑ์ของ UC Berkeley จับคู่กับคอลเลกชันในซานฟรานซิสโกได้ดี ดูคู่มือ พิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในซานฟรานซิสโก จะช่วยวางแผนว่าฝั่งไหนใช้เวลากับอะไรดี

ชีวิตในแคมปัสแต่ละช่วงเวลา

ประสบการณ์เรียนรู้ที่ UC Berkeley เปลี่ยนไปมากตามช่วงเวลาที่คุณเดินทาง ถ้ามาวันธรรมดาช่วงเช้าเทอมเปิด (โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างประตูหลัก ตึก Dwinelle Hall และ Evans Hall) จะเห็นคนหนาแน่นสุดๆ ทั้งนักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า วุ่นวายแบบมีเป้าหมาย นี่คือช่วงแคมปัสมีชีวิตชีวาสุด แต่ก็เป็นเวลาที่เดินช้า ๆ หรือเลือกชมโน่นนี่ได้ยาก

ช่วงบ่ายหลัง 15.00 น. ไปแล้ว คนเริ่มน้อยลง แสงสวยเหมาะกับถ่ายรูปอาคารหิน เสียงระฆัง Campanile ก็ดังก้องอบอุ่น ลำธาร Strawberry Creek ซึ่งไหลระหว่าง Campanile กับตึกวิทย์ชีวะ จะได้ยินชัดขึ้นในบรรยากาศที่เงียบ ๆ

ถ้ามาช่วงปิดเทอมหรือหน้าร้อน บรรยากาศจะเงียบสงบ ร้านคาเฟ่ต่าง ๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกอาจลดเวลาเปิด คาแรคเตอร์จะเหมือนสวนสาธารณะมากกว่ามหา’ลัย มือใหม่อาจรู้สึกว่างเปล่าถ้ามาตามหากลิ่นอายความคึกคักแบบสถาบันวิจัยใหญ่

ℹ️ ดีที่ควรรู้

ตัวแคมปัสตั้งอยู่บนเนิน ทางลาดสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากทางเข้า BART ใกล้ Sather Gate สู่เนินเขาด้านตะวันออก คนที่ต้องการเข้าถึงสะดวกหรือใช้วีลแชร์ควรศึกษาข้อมูลเส้นทางกับบริการสำหรับผู้พิการของ UC Berkeley ก่อนเดินทาง

Telegraph Avenue กับบรรยากาศรอบ ๆ มหา'ลัย

ใต้ Sproul Plaza ลงไปหน่อยก็คือถนน Telegraph Avenue เส้นสำคัญที่เชื่อมต่อกับย่านดาวน์ทาวน์เบิร์กลีย์ เป็นแหล่งจับจ่าย-พบปะของกลุ่มนิสิต นักศึกษา และชาว UC มาตั้งแต่ยุค 60s-70s ยุคฮิปปี้ แม้ปัจจุบันจะเปลี่ยนไปบ้างแต่ยังมีเสน่ห์ของถนนสายอิสระ หลากหลาย ทั้งร้านหนังสือมือสอง, ร้านแผ่นเสียง, คาเฟ่แบบรวมญาติ, ร้านอาหารถูกๆ สลับกับธุรกิจใหม่ๆ Amoeba Music — ที่มีสาขาดังฝั่งซานฟรานฯ — เริ่มต้นที่นี่ด้วย ย่านรอบมหาวิทยาลัยนี้มีคาแรคเตอร์เฉพาะ ไม่ใช่แค่พื้นที่ประกอบของมหาวิทยาลัยเท่านั้น

ใครวางแผนเที่ยวฝั่ง East Bay ทั้งวัน UC Berkeley เป็นจุดเที่ยวที่ไปได้กับไฮไลต์อื่น ๆ ของเบิร์กลีย์ ถ้าจะไป-กลับจากซานฟรานฯ ควรเผื่อเวลาเดินทางขาละชั่วโมง สำหรับเตรียมตัวแนะนำดู คู่มือทริปวันเดียวจากซานฟรานซิสโก ที่รวม Berkeley กับที่เที่ยวฝั่ง East Bay อื่น ๆ

ใครควรข้ามที่นี่ และข้อจำกัดที่ต้องรู้

UC Berkeley ไม่ใช่จุดท่องเที่ยวปรุงแต่งสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตรงประตูหลัก ไม่มีแอปออดิโอไกด์ให้ดาวน์โหลดหรือแผนที่แบบนักท่องเที่ยวเน้นสวย ที่มีคือแผนที่ใช้งานจริง มันอาจไม่โอ่อ่า ถ้าชอบประสบการณ์แนว Heritage Site สำเร็จรูป ที่นี่อาจเหนื่อย ๆ เวลาหาข้อมูล

ใครไม่สนใจสถาปัตย์ เรื่องราวมหาวิทยาลัย หรือพิพิธภัณฑ์น่าจะเดินดูรอบ ๆ ได้ไม่เกิน 45 นาทีแล้วหมดแรงบันดาลใจ ที่นี่เหมาะกับคนขี้สงสัยและรักการสำรวจซอกมุมใหม่ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก (โดยไม่เน้น Lawrence Hall of Science) อาจพาไปเที่ยวจุดอื่นจะตรงกับเด็กมากกว่า

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

สภาพอากาศฝั่ง Bay Area ของซานฟรานฯ ใช้กับเบิร์กลีย์เหมือนกัน หมอกหน้ายามเช้าพบบ่อยโดยเฉพาะหน้าร้อน เบิร์กลีย์อยู่ในแผ่นดินจึงแจ่มกว่าแถบท่าเรือ San Francisco เล็กน้อย แต่ถ้ามาตอนเช้าเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม อาจยังมีเมฆครึ้ม อากาศเย็น วิว Campanile จะสวยสุด ๆ ในวันฟ้าใส ส่วนใหญ่ได้ตั้งแต่ปลายกันยายนถึงพฤศจิกายน

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • คาริลยองในหอคอย Campanile จะมีแสดงดนตรีสดเป็นรอบ ๆ ส่วนใหญ่ช่วงเที่ยงของวันธรรมดาและบ่ายวันหยุดเทอม ควรเช็กตารางก่อนและวางแผนเวลามาให้ตรงรอบ บรรยากาศดีกว่าได้ยินเสียงระฆังแบบอัตโนมัติ
  • ลำธาร Strawberry Creek ไหลผ่านตัวแคมปัสตรงกลาง ส่วนใหญ่ไหลใต้ดินแต่จะโผล่ออกมาเป็นร่องน้ำเปิดระหว่างตึก Valley Life Sciences กับ Campanile ตรงนี้ค่อนข้างเงียบและหลายคนอาจเดินผ่านเลย
  • Lawrence Hall of Science ต้องเดินขึ้นเนินหรือขับรถจากแคมปัสหลัก มีที่จอดรถของตัวเอง ระเบียงที่นี่ให้วิวสวยสุด ๆ ของเบย์แอเรียและ Bay Bridge ด้านฝั่งตะวันออก คนไม่แน่นเหมือน Twin Peaks หรือ Coit Tower ในเมือง
  • ถ้ามาช่วงเปิดเทอม พื้นที่สาธารณะของ Doe Memorial Library เปิดให้เข้าชมได้และเจ้าหน้าที่มักแนะนำจุดที่น่าประทับใจโดยไม่ต้องใช้บัตรประจำตัวนักศึกษา ภายในห้องสมุดนี้สวยระดับท็อปแต่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก
  • ที่จอดรถแถว ๆ แคมปัสทั้งราคาแพงและหายากโดยเฉพาะวันธรรมดา นั่ง BART จากซานฟรานซิสโกจะเร็วกว่ามาก ประหยัดทั้งเงินและเวลา ไม่ต้องปวดหัวหาที่จอดหรือเจอรถติดบน Bay Bridge

มหาวิทยาลัย UC Berkeley เหมาะสำหรับใคร?

  • คนหลงไหลสถาปัตย์หรือประวัติศาสตร์ที่อยากชมแคมปัสสไตล์ Beaux-Arts โดยไม่ต้องเข้าพิพิธภัณฑ์
  • ครอบครัวที่มีลูกโตหรือวัยรุ่นที่สนใจวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะ Lawrence Hall of Science
  • นักเดินทางงบน้อยที่อยากเก็บประสบการณ์แน่นๆ ครึ่งวันโดยไม่เสียค่าเข้าชมแคมปัส
  • คนเที่ยวซานฟรานฯ ที่มองหาทริปสั้นฝั่ง East Bay เติมสีสันด้านวัฒนธรรมและวิชาการ
  • ใครสนใจประวัติศาสตร์การเมือง-สังคมอเมริกันยุค 60s และบรรยากาศสถานที่จริง

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

รวมทริปไปกับ:

  • บันไดโมเสก 16th Avenue

    โปรเจกต์บันไดโมเสก 16th Avenue คือบันได 163 ขั้นที่ชาวชุมชนร่วมแรงร่วมใจสร้างขึ้นใจกลางย่าน Golden Gate Heights (ส่วนหนึ่งของเขต Inner Sunset) เนื้อเรื่องลวดลายเล่าเรื่องราวจากใต้ทะเลสู่ท้องฟ้ายามค่ำ สวยงาม ถ่ายรูปเพลิน แถมเดินต่อถึงจุดชมวิวลับมุมสูงที่น่ารักของเมืองนี้

  • อุทยานรัฐเกาะแองเจิล

    อุทยานรัฐเกาะแองเจิลตั้งอยู่กลางอ่าวซานฟรานซิสโก มีเส้นทางเดินป่าหลายสาย เรื่องราวทั้งประวัติศาสตร์ทหารและผู้อพยพ พร้อมวิวเมืองแบบ 360 องศา ตั้งแต่ขอบฟ้าซานฟรานซิสโกถึง Marin จุดที่โดดเด่นคือ ต้องนั่งเรือข้ามฟากเท่านั้นจึงจะเข้าถึง ซึ่งทำให้ที่นี่เหมือนกับหลุดออกจากเมือง ทั้งที่เห็นเมืองได้ตลอดทาง

  • พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียแห่งซานฟรานซิสโก

    หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียที่ใหญ่ที่สุดในโลกตะวันตก ตั้งอยู่ในอาคาร Beaux-Arts ใจกลาง Civic Center รวมผลงานทั้งโบราณและร่วมสมัยจากจีนไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เหมาะกับคนที่ตั้งใจมาเสพงานศิลป์จริงจัง

  • สวนสาธารณะ Bernal Heights

    Bernal Heights Park ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 433 ฟุต มีมุมมอง 360 องศาทั่วซานฟรานซิสโก อ่าว และเมืองรอบๆ — ฟรีทั้งหมด สวนขนาด 26.3 เอเคอร์นี้เต็มไปด้วยคนท้องถิ่น คนจูงสุนัข และสายตื่นเช้าที่อยากได้วิวสวยโดยไม่ต้องเบียดเสียดแบบ Twin Peaks หรือ Dolores Park

จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:ซานฟรานซิสโก

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.