พิพิธภัณฑ์ Plimoth Patuxet: ย้อนรอยประวัติศาสตร์วันเดียวจากบอสตัน
พิพิธภัณฑ์ Plimoth Patuxet ที่เมืองพลีมัธ แมสซาชูเซตส์ จำลองชีวิตยุคอาณานิคมปี 1620 กับถิ่นฐานชาวพื้นเมือง Patuxet ได้สมจริง ทั้งนักแสดงแต่งชุดย้อนยุค Mayflower จำลอง และบ้านเรือนประวัติศาสตร์ เหมาะกับใครที่อยากสัมผัสประวัติศาสตร์แบบลึก ๆ มากกว่าการเยี่ยมชมทั่วไป และจัดว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวย้อนยุคที่ดีที่สุดของชายฝั่งตะวันออกซึ่งควรหนีเที่ยวจากบอสตันแบบวันเดียว
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 137 Warren Avenue, Plymouth, MA 02360 — ห่างจากบอสตันประมาณ 38–40 ไมล์ทางใต้
- การเดินทาง
- รถไฟ MBTA Kingston/Plymouth ลงสถานี Kingston ต่อรถรับจ้าง หรือรถบัส Plymouth & Brockton ลง Plymouth Park and Ride แล้วต่อรถรับจ้าง
- เวลาเที่ยวชม
- ใช้เวลา 4–6 ชั่วโมงสำหรับเที่ยวเต็มที่ แนะนำเผื่อเวลาเป็นวันถ้าจะแวะชมตัวเมือง Plymouth ด้วย
- ค่าใช้จ่าย
- ตั๋วเข้าชมปกติสำหรับผู้ใหญ่เริ่มราว US$35 มีส่วนลดหลายแบบ ควรตรวจสอบราคาล่าสุดที่ plimoth.org ก่อนเดินทาง
- เหมาะสำหรับ
- คนที่สนใจประวัติศาสตร์ ครอบครัวที่มีเด็กวัยเรียน ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์พื้นเมืองและอเมริกายุคอาณานิคม
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- plimoth.org

Plimoth Patuxet Museums คืออะไร (แบบคนท้องถิ่นมอง)
พิพิธภัณฑ์ Plimoth Patuxet ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์แขวนป้ายจัดนิทรรศการทั่วไป แต่เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตกลางแจ้ง ครอบคลุมหลายพื้นที่ใน Plymouth, Massachusetts ด้วยนักแสดงฝึกมาอย่างดี มาสวมบทบาทเป็นบุคคลจริง ๆ จากยุค 1620s ตามสำเนียงและบุคลิกยุคนั้น เปรียบเสมือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสชีวิตจริง ๆ มากกว่าการเดินดูของจัดแสดงธรรมดา ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้หลายคนตัดสินใจขับรถออกจากบอสตัน 40 ไมล์เพื่อมาเยือน
พิพิธภัณฑ์ก่อตั้งในปี 1947 ในชื่อ Plimoth Plantation ต่อมาในปี 2020 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Plimoth Patuxet Museums เพื่อสะท้อนการให้ความสำคัญกับเรื่องราวทั้งสองฝั่ง คือฝั่งผู้แสวงบุญชาวอังกฤษ (Pilgrim) และชาวพื้นเมือง Wampanoag ที่ Patuxet ซึ่งเป็นถิ่นเดิมในพื้นที่เดียวกัน การเปลี่ยนชื่อมาพร้อมกับจุดยืนที่ชัดเจนว่ามุมมองของชนพื้นเมืองควรเป็นศูนย์กลางของเรื่องเล่า ไม่ใช่แค่ฉากประกอบในประวัติศาสตร์อาณานิคม
พื้นที่พิพิธภัณฑ์หลักมี 4 จุด: หมู่บ้านอังกฤษยุคศตวรรษที่ 17, Patuxet Homesite, เรือ Mayflower II แบบจำลองเต็มลำ (จอดที่ Plymouth Harbor), และ Plimoth Grist Mill ตั๋วเข้าชมส่วนใหญ่จะครอบคลุมหลายจุด ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดทางเว็บว่าตั๋วไหนครอบคลุมพื้นที่ใดและราคาเป็นเท่าไหร่
ℹ️ ดีที่ควรรู้
ช่วงเวลาเปิด: พิพิธภัณฑ์ Plimoth Patuxet เปิดทุกวัน 9:00–17:00 น. ตั้งแต่ต้นฤดูไปจนถึงวันอาทิตย์หลังวันขอบคุณพระเจ้า และจะปิดช่วงฤดูหนาว ควรเช็กวันที่แน่ชัดใน plimoth.org ก่อนวางแผนเดินทาง
หมู่บ้านอังกฤษยุคศตวรรษที่ 17: ดำดิ่งสู่ชีวิตชาว Pilgrim
English Village เปรียบเสมือนหัวใจของที่นี่ เป็นหมู่บ้านจำลองปี 1627 เต็มรูปแบบ มีทั้งบ้านไม้หลังคาฟาง สวนผัก คอกสัตว์ และทางเดินเลอะโคลนที่กลิ่นควันไฟกับดินชุ่ม ๆ ลอยแตะจมูก ได้บรรยากาศสมจริงแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่ว ๆ ไปใน New England นักแสดงแต่ละคนมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์และคุยกับผู้มาเยือนเหมือนอยู่ปี 1627 — ทั้งเรื่องผลผลิตทางไร่ ปัญหาศาสนา หรือชีวิตการข้ามทะเล โดยไม่มีหลุดคาแรกเตอร์แม้แต่นิด
บรรยากาศช่วงเช้าตรู่ตอนเพิ่งเปิดเย็นสงบและเป็นกันเอง สามารถเดินเข้าบ้านดูนักแสดงก่อไฟหรือเตรียมอาหารได้แบบสบาย ๆ พอบ่ายโดยเฉพาะหน้าร้อนคนจะเริ่มเยอะ ทำให้กลายเป็นบรรยากาศโชว์มากขึ้น ถ้าอยากพูดคุยกับนักแสดงและได้อะไรลึก ๆ แนะนำให้มาใกล้เวลาเปิด 9 โมงเช้าวันธรรมดา โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคม มิถุนายน หรือกันยายน เลี่ยงจังหวะกลุ่มทัศนศึกษาซึ่งจะมากันเยอะตั้งแต่ 10 โมงถึงเที่ยง
ผังหมู่บ้านทั้งหมดอ้างอิงหลักฐานโบราณคดีและเอกสารจริง บ้านแต่ละหลังเล็ก มืด และค่อนข้างไม่สบายเมื่อเทียบกับบ้านสมัยนี้ จุดนี้ตั้งใจให้ผู้มาชมสัมผัสความจริงมากกว่าความโรแมนติกแบบอาณานิคม ฉะนั้นใครที่หวังความสวยงามอาจได้แง่มุมประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนและสมจริงกลับบ้าน
Patuxet Homesite: อีกมุมของเรื่องราวชนพื้นเมือง
Patuxet Homesite อยู่ติดกับ English Village และเป็นโซนที่นำเสนอมุมมองของชนพื้นเมือง Wampanoag ด้วยวิธีการต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ที่นี่ วิทยากรชาว Wampanoag จะคุยกับคุณแบบตัวเองในยุคนี้ ไม่สวมบทบาทย้อนศตวรรษ พูดคุยเรื่องประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชีวิตจริง ๆ ในปัจจุบัน ซึ่งจุดประสงค์สำคัญคือให้ได้เสียงแท้จริงจากคนพื้นเมือง แยกชัดจากโซนหมู่บ้านอังกฤษที่ทุกอย่างดำเนินไปแบบยุค 1600s
Patuxet Homesite มีทั้ง nushwetu (กระโจมทรงโดมแบบดั้งเดิม), weetu (บ้านไม้แบบยาว), พร้อมสาธิตงานฝีมือ เทคนิคหาปลา และเกษตรกรรมโบราณ วิทยากรจะอธิบายความสัมพันธ์ของชนเผ่ากับพื้นที่ ผลกระทบที่ได้รับจากการล่าอาณานิคม และชีวิตชน Wampanoag ที่ยังรุ่งเรืองต่อเนื่อง ที่นี่ไม่ใช่นิทรรศการหยุดนิ่ง แต่เป็นพื้นที่สนทนาที่มีชีวิตและก็แหลมคมเกี่ยวกับอดีตและผลกระทบของมัน
สำหรับหลายคน Patuxet Homesite คือจุดที่เปิดโลกมากที่สุด เพราะช่วยสลายภาพจำวันขอบคุณพระเจ้าสำเร็จรูปแบบดั้งเดิม เด็ก ๆ มักชื่นชอบกิจกรรมที่ได้ลงมือทำจริง ส่วนผู้ใหญ่จะประทับใจบทสนทนากับวิทยากร อาจกลายเป็นความทรงจำเด่นสุดของทั้งทริป
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
แนะนำให้แวะ Patuxet Homesite แม้จะแปลกตาหรืออยู่นอกเส้นทาง เพราะการแลกเปลี่ยนกับวิทยากรชาว Wampanoag ตรงนี้ให้อะไรที่หาจากป้ายนิทรรศการหรือออดิโอไกด์ไม่ได้จริง ๆ
Mayflower II: ชมเรือ Mayflower จำลองแห่ง Plymouth Harbor
Mayflower II เทียบท่าที่ State Pier เมือง Plymouth ห่างจากพื้นที่หลักของพิพิธภัณฑ์ไม่ไกล เป็นเรือจำลอง Mayflower ขนาดจริง สร้างที่อังกฤษช่วงปี 1950 แล้วล่องข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาเมือง Plymouth ในปี 1957 ขึ้นชื่อในเรื่องขนาดจริง — ลำยาว 106 ฟุต มีเสากระโดงไม้สูงตระหง่าน พื้นที่ใต้ท้องเรือคับแคบมาก จนถึงขั้นรู้สึกพิศวงและระคนอึ้งเมื่อลองนึกถึงภาพ 102 คนและลูกเรือร่วมเดินทางข้ามทะเลในปี 1620
บนเรือจะมีนักแสดงแต่งกายย้อนยุคสวมบทบาทเป็นลูกเรือและผู้แสวงบุญ แต่พอเข้าไปชมใต้ท้องเรือซึ่งเป็นที่ใช้ชีวิต 66 วันกลางทะเลจะยิ่งตื่นตะลึง กลิ่นทาร์กับไม้เก่าพร้อมเพดานเตี้ย ๆ และเรือที่เคลื่อนไหวไปมากับน้ำ ให้ประสบการณ์ที่ภาพถ่ายถ่ายทอดไม่ได้จริง ๆ Mayflower II จะเปิดรับนักท่องเที่ยวฤดูใบไม้ผลิทุกปี ช่วงเวลาเปิดอาจเปลี่ยนทุกปี
Plymouth Rock หินรูปทรงโดดเด่นริมฝั่งที่ถูกกล่าวว่าเป็นจุดขึ้นฝั่งของชาว Pilgrim อยู่ไม่ไกลจาก State Pier แม้จะไม่ได้ประทับใจด้านขนาดเพราะเป็นแค่หินโบราณขนาดปานกลางในซุ้มแกรนิตมากกว่าสถานที่ถ่ายรูปอลังการ แต่เชิงสัญลักษณ์และทางประวัติศาสตร์สำคัญมาก ย่านริมน้ำรอบ ๆ เดินเล่นได้เพลิน ส่วนตัวเมือง Plymouth ก็มีร้านอาหารดี ๆ หลายแห่งให้แวะหลังเที่ยวพิพิธภัณฑ์แล้ว
ใครที่สนใจประวัติศาสตร์ทางทะเลจริงจัง อาจอยากจับคู่ทริปนี้กับการไป Charlestown Navy Yard ในบอสตัน ซึ่งนี่เป็นที่ตั้งของเรือรบ USS Constitution เรือบัญชาการที่มีอายุใช้งานเก่าแก่ที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐ
วิธีเดินทางจากบอสตัน: ขนส่งสาธารณะและขับรถ
Plimoth Patuxet Museums ตั้งอยู่ที่ Plymouth, Massachusetts ห่างจากย่านกลางเมืองบอสตันราว 38–40 ไมล์ ขับรถทาง Route 3 South โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง (แต่หน้าร้อนโดยเฉพาะศุกร์บ่ายและอาทิตย์กลับจะยืดนานกว่านั้น) ที่ Plymouth มีที่จอดรถ และตัวพิพิธภัณฑ์ก็มีที่จอดรถในพื้นที่
ถ้ามาโดยขนส่งสาธารณะ ตัวเลือกที่สะดวกสุดคือรถไฟ MBTA Kingston Line จากสถานี South Station ที่บอสตันไปลง Kingston Station แล้วต่อรถรับจ้าง (Uber หรือ Lyft) ไปพิพิธภัณฑ์ หรือขึ้นรถบัส Plymouth & Brockton จาก South Station มาลง Park and Ride ที่ Plymouth แล้วต่อรถรับจ้างอีกที การเดินทางทางนี้ใช้เวลานานกว่าขับรถค่อนข้างมาก — ควรเผื่อเวลาไปกลับอย่างน้อยขาละ 90 นาที — เหมาะกับสายที่ไม่อยากเช่ารถมากกว่าผู้ที่ต้องการประหยัดเวลา
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
ไม่มีขนส่งสาธารณะจอดประตูหน้าพิพิธภัณฑ์โดยตรง ถ้าไม่มีรถส่วนตัวควรเตรียมงบและเวลาเพิ่มเติมสำหรับค่ารถรับจ้างจาก Kingston Station หรือ Plymouth Park and Ride และควรเช็กเวลารถไฟล่วงหน้าที่ mbta.com เพราะตารางอาจน้อยโดยเฉพาะวันหยุด
สำหรับคู่มือเดินทางในบอสตันและพื้นที่รอบ ๆ แบบละเอียด ลองดู คู่มือการเดินทางในบอสตัน ที่รวบรวมข้อมูลการใช้ MBTA และเทคนิควางแผน day trip ไว้ครบ
ข้อมูลจำเป็น: แต่งตัวยังไง เดินสะดวกไหม ถ่ายรูปได้หรือเปล่า
เตรียมเดินบนเส้นทางขรุขระยาวประมาณครึ่งไมล์ ไม่ว่าจะเป็นทางกรวด สนามหญ้า หรือพื้นดินไม่ได้ลาดยาง แนะนำรองเท้ากีฬาหรือที่ยึดเกาะดี เพราะทางลำบาก รองเท้าแฟชั่นหรือรองเท้าแตะบาง ๆ จะทำให้เที่ยวไม่สนุก หน้าร้อนต้องเตรียมครีมกันแดดและหมวกด้วยเพราะหลายจุดใน English Village ไม่มีร่มเงา
สภาพอากาศมีผลต่อประสบการณ์มาก ถ้าวันไหนครึ้มฟ้าฝนตก หมู่บ้านจะดูสมจริงมาก เพราะนักแสดงยังทำกิจวัตรกลางสายฝน สร้างบรรยากาศยุคโบราณได้เต็มที่ แต่ถ้าฝนหนัก พื้นจะลื่นและหลายกิจกรรมกลางแจ้งจะย้ายเข้าร่มหรือยกเลิกไปเลย ปกติแล้วต้นใบไม้ร่วง (กันยายน-ตุลาคม) จะเป็นช่วงเราได้อากาศดี ไม่ร้อน ไม่หนาว คนไม่แน่น แถมถ่ายรูปได้แสงสวยสุด
หากอยากวางแผนเที่ยวรอบบอสตันโดยดูตามฤดูกาล ลองอ่าน คู่มือบอสตันในฤดูใบไม้ร่วง ที่จะได้รู้ว่าทำไมฤดูใบไม้ร่วงถึงเหมาะสำหรับ day trip และกิจกรรมกลางแจ้ง
ถ่ายรูปที่นี่ได้ทุกจุด English Village มีมุมถ่ายรูปสวยเพียบ ทั้งบ้านโบราณติดไฟแบบเก่า ๆ ตัวละครแต่งชุดย้อนยุคเดินผ่านสวนหรือทำอาหารลานบ้าน หรือภาพเรือ Mayflower II ตอนเช้าก่อนคนแน่น ถ่ายแสงเช้าสวยมาก ส่วนการถ่ายภาพวิทยากร Wampanoag หรือกิจกรรมประเพณีควรสอบถามก่อนตรงจุด เพราะจะมีข้อควรรู้เรื่องความเหมาะสมและความยินยอม
ใครที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนที่ ควรติดต่อพิพิธภัณฑ์ล่วงหน้าเพื่อเช็กข้อมูลล่าสุดเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก เพราะทางภาคพื้นดินบางส่วนไม่เรียบ พิพิธภัณฑ์มีนโยบายช่วยทุกคนเข้าถึงได้ แต่สภาพแวดล้อมจริง ๆ ของพิพิธภัณฑ์แบบกลางแจ้งก็ยังมีบางจุดที่เข้าถึงยาก
Plimoth Patuxet คุ้มค่าแก่การแวะจากบอสตันไหม?
สำหรับสายประวัติศาสตร์ ชื่นชอบวัฒนธรรมชนพื้นเมือง หรืออยากเข้าใจการตีความประวัติศาสตร์แบบเจาะลึก Plimoth Patuxet Museums คือหนึ่งใน day trip ที่เข้มข้นและมีคุณค่าสูงสุดที่ควรค่ากับการมาเยือนจากบอสตัน การรวมเอาหมู่บ้านอังกฤษ Patuxet Homesite และเรือ Mayflower II ทำให้เห็นภาพเดียวกันจากมุมที่แตกต่างกันชัดเจน และกลุ่มนักแสดงที่นี่ก็ถ่ายทอดได้ดีมาก
ครอบครัวที่มีเด็กวัยประถมขึ้นไปมักชื่นชอบเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกิจกรรมลงมือทำหรือการพูดคุยกับนักแสดงในชุดย้อนยุคที่ไม่เคยหลุดคาแรกเตอร์ เด็กที่ตั้งใจสนใจได้หลายชั่วโมง (ราว 7 ปีขึ้นไป) จะได้รับประสบการณ์เต็มที่
แต่ถ้าคุณเป็นสายเที่ยวเมือง ชอบพิพิธภัณฑ์แบบเดินดูเร็ว ๆ หรือเน้นงานโชว์อลังการแต่ไม่ได้ชอบสนทนา-เรื่องราว คุณอาจมองว่าทริปนี้ไม่คุ้มราคาและเวลา เพราะที่นี่ออกแบบมาให้ใช้เวลาอย่างน้อย 3–4 ชั่วโมง ถ้าตั้งใจจะมาแบบเดินผ่าน ๆ ประสบการณ์จะไม่เต็มร้อยแน่นอน
ใครที่วางแผนเที่ยวประวัติศาสตร์ในบอสตันแบบเต็มรูปแบบอยู่แล้ว อย่าลืมพิจารณา Freedom Trail ที่พาเดินชม 16 จุดสำคัญของสงครามปฏิวัติในเมืองบอสตันระยะทาง 2.5 ไมล์ ซึ่งจะเที่ยวควบคู่กันหรือแยกเป็นอีกวันก็ได้ ส่วน คู่มือประวัติศาสตร์บอสตัน ช่วยให้เข้าใจบริบท Plymouth Colony และประวัติศาสตร์อาณานิคม New England ได้ครบ
เคล็ดลับจากคนวงใน
- ควรไปถึง English Village ภายใน 30 นาทีแรกหลังเปิด เพราะนักแสดงจะคุยได้สบาย ๆ ก่อนไม่มีทัศนศึกษามาเยอะ ส่วนใหญ่จะเดินเข้าไปดูบ้านหรือซักถามรายละเอียดได้อย่างเป็นกันเอง
- หน้า 'Ways to Save' บนเว็บไซต์ทางการระบุทางเลือกซื้อตั๋วราคาพิเศษสำหรับคนพื้นที่ Plymouth ชื่อ 'America's Hometown' (บางปีก็แค่ $5–$10) รวมทั้งโปรโมชันอื่น ๆ ตรวจสอบหน้าดังกล่าวก่อนซื้อตั๋ว เพราะราคาเต็มไม่ใช่ทางเลือกเดียว
- ถ้าขับรถจากบอสตัน หลีกเลี่ยงเย็นวันศุกร์และช่วงขากลับบ่ายวันอาทิตย์ช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม เพราะเส้น Route 3 South จะติดหนัก อาจใช้เวลาขับ 90 นาทีขึ้นไปง่าย ๆ
- เที่ยวพิพิธภัณฑ์แล้วเดินชม Plymouth Rock กับริมทะเล Plymouth ฟรี เพิ่มแค่ 45 นาที ท่า State Pier ซึ่ง Mayflower II จอดอยู่สามารถเดินจากใจกลางเมืองได้ และแถวนั้นยังมีร้านอาหารทะเลรสชาติดีให้เลือกหลายเจ้า
- แนะนำให้พกสมุดจดหรือเตรียมคำถามเจาะลึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชนเผ่า Wampanoag ก่อนเข้าชม Patuxet Homesite เพราะวิทยากรจะตอบได้ละเอียดมากขึ้นหากเราแสดงความสนใจจริงจัง ไม่ใช่แค่ถามกว้าง ๆ
พิพิธภัณฑ์ Plimoth Patuxet เหมาะสำหรับใคร?
- คนสายประวัติศาสตร์ที่ไม่ชอบดูผ่าน ๆ อยากรู้ลึกถึงบริบทยุคอาณานิคม
- ครอบครัวที่มีลูกวัย 7 ขวบขึ้นไป ซึ่งชอบกิจกรรมแบบจับต้องและเล่นบทบาทสมมติ
- ผู้ที่สนใจเรื่องราวชนพื้นเมืองและวัฒนธรรม Wampanoag ในฐานะวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ยังมีชีวิต
- นักท่องเที่ยวมือใหม่ที่มา New England และอยากรู้รากเหง้า Pilgrim ก่อนจะไปต่อยอดกับยุคปฏิวัติบอสตัน
- คุณครูหรือนักวิจัยที่อยากเห็นตัวอย่างพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มีชีวิตกับการเล่าเรื่องราวร่วมสมัยและยากจะสรุป
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
รวมทริปไปกับ:
- Arnold Arboretum
Arnold Arboretum ก่อตั้งเมื่อปี 1872 เป็นสวนพฤกษศาสตร์สาธารณะแห่งแรกของอเมริกาเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ 281 เอเคอร์ที่ Jamaica Plain บริหารโดย Harvard University มีพันธุ์ไม้กว่า 15,000 ต้น มุมมองเนินเขากว้าง และเปิดให้เข้าฟรีทุกฤดู นักพฤกษศาสตร์ คนเดินเล่น หรือคนรักธรรมชาติต่างแวะมาไม่ขาดตลอดปี
- เขตอนุรักษ์ Blue Hills
ห่างจากใจกลางบอสตันราว 10 ไมล์ เขตอนุรักษ์ Blue Hills กินพื้นที่กว่า 7,000 เอเคอร์ของภูเขาป่า, สันเขาหิน, และพื้นที่ชุ่มน้ำยุคน้ำแข็ง มีเส้นทางเดินป่ากว่า 125 ไมล์ ตั้งแต่เส้นทางรอบสระน้ำง่าย ๆ ไปจนถึงปีนยอด Great Blue Hill สูง 635 ฟุต เข้าได้ฟรีทุกวันตั้งแต่เช้าถึงค่ำตลอดปี
- Boston Duck Tours
Boston Duck Tours พาคุณขึ้นรถสะเทินน้ำสะเทินบก DUKW แบบจำลองยุคสงครามโลกครั้งที่สอง พาเที่ยวชมแลนด์มาร์กสำคัญของบอสตันตลอด 80 นาที ก่อนจบด้วยการลงน้ำที่แม่น้ำชาร์ลส์ ทัวร์นี้เปิดเฉพาะช่วงหน้าร้อนเท่านั้น (ปลายมีนาคมถึงปลายพฤศจิกายน) และเป็นหนึ่งในไม่กี่กิจกรรมในเมืองที่ให้ชมทั้งบนถนนและในแม่น้ำครบในเที่ยวเดียว
- หมู่เกาะบอสตันฮาร์เบอร์
อุทยานแห่งชาติและรัฐหมู่เกาะบอสตันฮาร์เบอร์ มีทั้งเกาะและคาบสมุทรถึง 34 แห่ง เดินทางโดยเรือเฟอร์รี่สะดวกจากกลางเมืองบอสตัน สำรวจป้อมสงครามกลางเมืองบนเกาะจอร์จและประภาคารเก่าแก่ที่สุดของอเมริกาที่ Little Brewster เปลี่ยนจากทางเท้าก่ออิฐในเมืองไปสู่อากาศทะเลสดชื่นและน้ำเปิดโล่ง รับรองว่าคุ้ม!