เกาะจอร์จส์: ป้อมยุคสงครามกลางเมืองในอ่าวบอสตันที่คุ้มค่านั่งเฟอร์รี่
เกาะจอร์จส์อยู่ห่างจากตัวเมืองบอสตันราว 7 ไมล์ เป็นที่ตั้งของ Fort Warren ป้อมหินแกรนิตขนาดใหญ่ยุคสงครามกลางเมืองสหรัฐฯ ที่เคยเป็นทั้งฐานฝึกของฝ่าย Union และคุกนักโทษฝ่าย Confederacy นั่งเฟอร์รี่ตามฤดูกาลจาก Long Wharf เกาะขนาด 39 เอเคอร์นี้มอบวิวอ่าวสุดสายตา สำรวจป้อมได้ฟรี และเหมาะกับการพักสมองครึ่งวันจากชีวิตเมือง
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- อ่าวบอสตัน ห่างจากใจกลางเมืองราว 7 ไมล์
- การเดินทาง
- นั่งเฟอร์รี่ตามฤดูกาลจาก Long Wharf ใจกลางบอสตัน (ไม่สามารถนำรถข้ามได้)
- เวลาเที่ยวชม
- 3–5 ชั่วโมง รวมเวลานั่งเฟอร์รี่
- ค่าใช้จ่าย
- ไม่มีค่าผ่านประตูบนเกาะ เฟอร์รี่ไป–กลับเริ่มต้นประมาณ 30 ดอลลาร์ต่อผู้ใหญ่ (ตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนเดินทาง)
- เหมาะสำหรับ
- สายประวัติศาสตร์ ครอบครัว ช่างภาพ คนที่อยากพักออกจากเมือง
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.bostonharborislands.org/georges-island

เกาะจอร์จส์ คืออะไร
เกาะจอร์จส์ตั้งอยู่กลางอ่าวบอสตัน ห่างจาก Long Wharf ประมาณ 7 ไมล์ เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของอุทยานแห่งชาติและรัฐ Boston Harbor Islands เกาะขนาดราว 39 เอเคอร์นี้ยังมีโซนคลื่นซัดอีกประมาณ 14 เอเคอร์ล้อมรอบ สูงสุดเหนือระดับน้ำทะเลราว 50 ฟุต แม้จะดูไม่สูงมาก แต่พอขึ้นไปแล้วจะเห็นวิวอ่าวแบบ 360 องศา เห็นทั้งเส้นขอบฟ้าบอสตันและเกาะรอบนอกชัดเจน
จุดเด่นของเกาะนี้คือป้อม Fort Warren สร้างจากหินแกรนิตทรงห้าเหลี่ยม เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ป้องกันชายฝั่งยุคที่สามสุดทะเยอทะยานของอเมริกา เริ่มก่อสร้างปี 1833 เสร็จสมบูรณ์ราวปี 1851 ก่อนสงครามกลางเมืองจะเกิดขึ้นอีกสิบปี รัฐบาลกลางซื้อเกาะตั้งแต่ปี 1825 เพื่อสร้างฐานป้องกันแนวชายฝั่ง ผลลัพธ์คือตัวอย่างงานวิศวกรรมทหารอเมริกันศตวรรษที่ 19 ที่สมบูรณ์มาก ๆ ในแถบ New England และต่างจากป้อมเก่าอีกหลายแห่ง Fort Warren เปิดให้เดินสำรวจได้จริง ไม่ได้กั้นล้อมหรือปิดทาง
ℹ️ ดีที่ควรรู้
ไม่ต้องเสียค่าเข้าเกาะหรือ Fort Warren แค่ซื้อตั๋วเฟอร์รี่ไป-กลับตามฤดูกาลจาก Long Wharf แนะนำให้เช็คราคาล่าสุดที่ bostonharborislands.org เพราะอัปเดตราคาทุกปี
สัมผัสป้อม Fort Warren: จะได้เจออะไรบ้าง
ก้าวแรกเดินเข้า Fort Warren หลายคนอาจตกใจเรื่องขนาดจริง ๆ ของป้อม จากท่าเรือมองเห็นแต่แนวคันดินกับกำแพงหินดูทึบ แต่พอเดินผ่านทางเข้าหลักเข้าไป สนามกลางป้อมจะกว้างขวางกว่าที่คิด กำแพงแกรนิตหนามาก เดินขึ้นไปได้ Casemate (อาคารช่องโค้งยาวๆ) ทอดตัวเป็นอุโมงค์ยาวหลายเมตร บันไดแต่ละจุดพาลงไปถึงห้องใต้ดินที่กลิ่นหินกับไอเค็มของอ่าวยังชัดแม้วันร้อนกลางฤดูร้อน
ในยุคสงครามกลางเมือง Fort Warren เคยใช้ขังนักโทษระดับสูงฝ่าย Confederate อย่างรองประธานาธิบดี Alexander H. Stephens และรัฐมนตรีใหญ่ John H. Reagan ก่อนหน้านั้น ตัวป้อมคือสถานที่ฝึกทหาร Union จากแมสซาชูเซตส์และจากรัฐอื่นมาก่อน จุดนี้เองที่ Fort Warren มีอะไรมากกว่าป้อมทหารเก่าๆ เพราะเป็นทั้งจุดฝึกคนออกศึกและเป็นคุกสำคัญของผู้นำฝ่ายใต้ ทุกอย่างเกิดขึ้นในรัศมีของเมืองบอสตัน
หลังสงครามกลางเมือง ป้อมยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวป้องกันอ่าวตลอดจนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 แม้บทบาทจะเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยี ในปี 1947 ป้อมถูกปลดประจำการ และรัฐแมสซาชูเซตส์ได้ซื้อเกาะจากรัฐบาลกลางในปี 1958 ป้อมถูกขึ้นทะเบียนเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งชาติ ดูแลโดยกรมอุทยานฯ ของรัฐ
ถ้าคุณอยากตามรอยประวัติศาสตร์อเมริกันในบอสตันต่อ บนฝั่งยังมี Freedom Trail ตามเส้นทางจะเล่าเรื่องยุคล่าอาณานิคมกับยุคปฏิวัติ ขณะที่ Charlestown Navy Yard และ USS Constitution จะพาย้อนอดีตทะเลและกองทัพเรืออเมริกัน
เกาะนี้เปลี่ยนบรรยากาศตามช่วงเวลา
เฟอร์รี่เที่ยวเช้าแรก ๆ ส่วนใหญ่จะมีแต่สายจริงจัง ชอบเดินสำรวจประวัติศาสตร์ นักดูนก หรือครอบครัวที่วางแผนมาดี เช้า ๆ เกาะจะเงียบสงบ ทางเดินในป้อมเย็นสบาย สนามกลางป้อมแทบไม่มีใคร วิวจากแนวกำแพงช่วงเช้าแจ่มสุด ๆ ก่อนจะเริ่มมีหมอกบางลงตอนบ่าย แสงแดดยามเช้าตกกระทบกำแพงหินแบบเฉียง ๆ ยิ่งเห็นผิวสัมผัสของแกรนิตชัดจากระยะไกล
สาย ๆ โดยเฉพาะเสาร์–อาทิตย์ นักท่องเที่ยวเริ่มแน่น เฟอร์รี่มาแต่ละลำคนเต็มจนบางจุดนั่งปิคนิค วอคด้านหน้าก็แน่นมาก ส่วนใหญ่บาร์ขนมเล็กๆ จะเปิดเฉพาะฤดูท่องเที่ยวหลัก สะดวกสำหรับคนมีเด็ก ๆ แต่ถ้าหวังความสงบหลัง 11 โมงกรกฎาคม–สิงหาคมละก็ หายากแน่ ลมจากอ่าวพัดเรื่อย ๆ เย็นสบายดีแม้เมืองจะชื้นหรือร้อน
ช่วงเย็นบรรยากาศก็เปลี่ยนอีก Day tripper ที่มาเที่ยงเริ่มกลับกันหมด แสงแดดอุ่นนวล ถ้าเลือกขึ้นเฟอร์รี่กลับรอบเย็น เดินรอบเกาะชั่วโมงสุดท้ายของวันคุ้มมาก วิวขอบฟ้าบอสตันฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ถ่ายช่วงบ่ายแก่ ๆ สวยสุด
วิธีเดินทาง: เฟอร์รี่ & ข้อมูลที่ควรรู้
การเดินทางไปเกาะจอร์จส์ทำได้ทางน้ำเท่านั้น มีเฟอร์รี่โดยสารตามฤดูกาลออกจาก Long Wharf กลางบอสตัน เดินจากสถานีรถไฟฟ้า MBTA Blue Line (สถานี Aquarium) ได้ เฟอร์รี่ใช้เวลาข้ามฝั่งราว 30–45 นาที เปิดรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่กลางพฤษภาคมถึงกลางตุลาคมเท่านั้น ซึ่งขึ้นกับรอบเรือด้วย
ถ้ามีเรือส่วนตัวก็เทียบท่าทางฝั่งตะวันตกของเกาะได้ มีจุดจอดให้บริการแม้จะไม่ค่อยมีคนใช้ วิธีนี้เหมาะถ้าคุณมีเรือเอง
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
ถ้าไปเสาร์–อาทิตย์ช่วงกรกฎาคม–สิงหาคม แนะนำจองตั๋วเฟอร์รี่ล่วงหน้า เรือเต็มไว ไม่มีทางเลือกอื่นหากตกเรือ ส่วนวันธรรมดาช่วงมิ.ย.หรือก.ย. คนจะน้อยกว่า บรรยากาศดีกว่ากันเห็น ๆ
เฟอร์รี่จาก Long Wharf ยังต่อไปอีกหลายเกาะ เช่น Boston Harbor Islands ที่มี Specatcle Island อยู่ด้วย ไฮไลต์คือหาดทรายและมุมชมวิวสูงกว่า ไปได้ด้วยเรือชุดเดียว อยากเปลี่ยนบรรยากาศแนวหาด ลองเช็คตารางของ Spectacle Island ควบคู่กับเกาะจอร์จส์
เตรียมของไปเที่ยว & ใส่อะไรดี
บนเกาะไม่มีที่หลบฝนนอกจากอาคารป้อมข้างใน และสภาพอากาศอ่าวบอสตันเปลี่ยนไวกว่าในเมืองมาก วันอากาศดีๆ ก็ควรพกเสื้อกันฝนไปด้วย ลมทางเฟอร์รี่กับบนกำแพงแรงสม่ำเสมอ บางวันในมิ.ย.หรือก.ย.ยังเย็นได้เลย พกเสื้อแขนยาวบางชิ้นไว้ไม่เสียหาย
รองเท้าดีมีผลกว่าที่คิด ทางเดินรอบเกาะบางช่วงไม่มีพื้นปู ภายในป้อมก็พื้นหินแกรนิตหรืออิฐขรุขระ ทางขึ้น–ลงใน casemate ค่อนข้างชัน รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินปิดนิ้วเป็นขั้นต่ำ รองเท้าแตะเดินบนเกาะพอไหวแต่เข้าไปในป้อมจะลำบาก
- น้ำและของว่าง (บาร์ขนมจะเล็กมาก ไม่ควรฝากท้องไว้กับจุดนี้)
- อุปกรณ์กันแดด (รังสี UV สะท้อนผิวน้ำและบนเกาะแทบไม่มีเงาต้นไม้เลย)
- เสื้อคลุมหรือแจ็คเก็ตลม ถึงแม้อากาศในเมืองจะร้อน
- ไฟฉายหรือใช้มือถือสำหรับเดินจุดมืดข้างใน Fort Warren
- เงินสดหรือบัตรสำหรับซื้อของในบาร์บนเกาะ
ทริปถ่ายภาพ & หมายเหตุเรื่องความสะดวก
เกาะจอร์จส์ถือเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปสวยของอ่าวบอสตัน เพราะป้อมแกรนิตตั้งโดดเด่นรายล้อมด้วยน้ำจากทุกทิศ ทางเดินบนคันดินเห็นวิวเส้นขอบฟ้าเมือง ช่องทางเดินเรือ ข้ามไปยังเกาะในอุทยาน หากถ่ายย้อนกลับหาเมืองช่วงบ่ายแก่ ๆ แล้วมีแนวกำแพงป้อมอยู่ด้านล่าง จะได้ภาพที่ไม่ซ้ำใครในบอสตัน
ข้างในป้อม ช่องโถง Casemate จะมีมุมไฟธรรมชาติสวย ๆ คือแนวโถงโค้งยาว แสงเข้าได้จากปลายด้านเดียว ใช้เลนส์ไวด์หรือโหมดมุมกว้างในมือถือจะถ่ายออกมาดีกว่า ซิมหรือสตอเรจมือถือเตรียมไว้เยอะ ๆ
เรื่องความสะดวก: เกาะจอร์จส์ถือว่าเข้าถึงง่ายในบรรดาเกาะอ่าวบอสตัน เพราะมีเฟอร์รี่ประจำและห้องน้ำพร้อม แต่ Fort Warren ข้างในทางเดินไม่เรียบ บันไดชัน บางมุมเพดานต่ำ หากเดินลำบากควรสอบถามกรมอุทยานฯ แมสซาชูเซตส์หรือศูนย์บริการ Boston Harbor Islands ถึงสิ่งอำนวยความสะดวกก่อนวางแผน
เกาะนี้เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร
เกาะจอร์จส์เหมาะมากกับคนที่อยากพักเมืองแบบจริงจังแต่อยากได้คอนเทนต์ประวัติศาสตร์ที่ลึกขึ้นหน่อย ป้อมจริง ๆ บรรยากาศโดนใจ รวมกลิ่นอายทะเล โล่งกว้าง งานสถาปัตย์ทหารศตวรรษที่ 19 ยากจะหาที่ไหนใกล้เมืองแบบนี้
ใครที่เน้นหา 'หาด' เรื่องว่ายน้ำต้องรู้ไว้ว่าเกาะจอร์จส์ไม่มีหาดแบบว่ายน้ำได้ ถ้ามาสายนี้ Spectacle Island หรือถ้าอยู่ฝั่งเมือง Revere Beach เหมาะกว่า
ใครที่ชอบเดินพิพิธภัณฑ์หรู ๆ มีป้ายข้อมูลครบทุกจุด อาจจะผิดหวังเล็กน้อย เพราะ Fort Warren เปิดให้เดินแบบสำรวจเอง ไม่มีป้ายอธิบายมากมาย (แต่ก็เป็นเสน่ห์ของที่นี่สำหรับคนอีกกลุ่ม) มีเจ้าหน้าที่กับเรนเจอร์เฉพาะฤดูท่องเที่ยว เกาะนี้ไม่ได้ตกแต่งเหมือนพิพิธภัณฑ์จัดเต็ม
ถ้าเมาเรือง่าย ต้องคิดถึงช่วงนั่งเฟอร์รี่แต่ละขาอย่างน้อย 45 นาที วันที่อากาศนิ่งคลื่นในอ่าวจะเบา แต่ถ้าวันไหนพายุเข้า อ่าวบอสตันก็นั่งโครงเครงได้และไม่มีเส้นทางสำรองถ้าอากาศเปลี่ยน
ใครจะวางแผนเที่ยวรอบเมืองบอสตัน ลองดู คู่มือกิจกรรมกลางแจ้งในบอสตัน ไว้ดูว่าเกาะจอร์จส์เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมกลางแจ้งที่น่าสนใจทั่วเมืองและรอบนอกได้ยังไง
เคล็ดลับจากคนวงใน
- ‘Corridor of Dungeons’ ในป้อมคือจุดที่มืดที่สุดและบรรยากาศเข้มขลังสุด ๆ ควรพกไฟฉาย เพราะแสงธรรมชาติส่องมาไม่ถึงกลาง เดินถ่ายรูปตรงนี้ถ้าไม่มีไฟจะออกมามืดเกือบสนิท
- เฟอร์รี่จาก Long Wharf บางรอบจะแวะหลายเกาะก่อนถึงจอร์จส์ เช็คตารางก่อนขึ้นเรือให้ดี เพื่อเลือกเที่ยวแบบจอดตรง ไม่เสียเวลาหลายชั่วโมงกับรอบที่แวะหลายแห่ง
- ถ้าอยากเที่ยวสนามสวนและทางเดินป้อมแบบคนไม่เยอะ ลองขึ้นเฟอร์รี่เที่ยวแรกของวันธรรมดาช่วงปลายพฤษภาคมหรือกันยายน บรรยากาศเงียบสงบเกือบทั้งเกาะ
- ทางเดินรอบป้อมภายนอกใช้เวลาราว 20 นาทีแบบชิล ๆ ได้มุมมองป้อมครบทุกด้าน ส่วนใหญ่คนจะเดินเข้าไปในป้อมเลย ทำให้ทางเดินรอบนอกแทบไม่ค่อยมีคน ถึงแม้จะเป็นวันเสาร์–อาทิตย์ที่คึกคัก
- ถ่ายรูปวิวเมืองบอสตันจากเรือเฟอร์รี่ คนส่วนใหญ่จะพยายามถ่ายระหว่างทาง แต่จริง ๆ แล้วถ่ายจากแนวกำแพงด้านทะเลของป้อม จะได้เฟรมภาพแนวชั้นหินแกรนิตที่น่าสนใจกว่า ภาพจากเรือจะไม่มี foreground น่าเบื่อกว่า
เกาะจอร์จส์ เหมาะสำหรับใคร?
- สายประวัติศาสตร์ที่อยากสัมผัสปราการยุคสงครามกลางเมืองแบบอิสระ ไม่ต้องไกด์
- ครอบครัวที่มีเด็กโต สามารถเดินพื้นที่ขรุขระและในห้องมืดได้
- ช่างภาพที่หาเฟรมวิวอ่าว หรือเส้นขอบฟ้าที่ต่างจากจุดถ่ายภาพในเมือง
- ใครที่อยากหาที่พักผ่อนกลางแจ้งครึ่งวันจากบอสตันโดยไม่ต้องขับรถ
- กลุ่มที่อยากเที่ยวเกาะจอร์จส์และเกาะอื่น ๆ ในอ่าวบอสตันวันเดียวผ่านเฟอร์รี่
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
รวมทริปไปกับ:
- Arnold Arboretum
Arnold Arboretum ก่อตั้งเมื่อปี 1872 เป็นสวนพฤกษศาสตร์สาธารณะแห่งแรกของอเมริกาเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ 281 เอเคอร์ที่ Jamaica Plain บริหารโดย Harvard University มีพันธุ์ไม้กว่า 15,000 ต้น มุมมองเนินเขากว้าง และเปิดให้เข้าฟรีทุกฤดู นักพฤกษศาสตร์ คนเดินเล่น หรือคนรักธรรมชาติต่างแวะมาไม่ขาดตลอดปี
- เขตอนุรักษ์ Blue Hills
ห่างจากใจกลางบอสตันราว 10 ไมล์ เขตอนุรักษ์ Blue Hills กินพื้นที่กว่า 7,000 เอเคอร์ของภูเขาป่า, สันเขาหิน, และพื้นที่ชุ่มน้ำยุคน้ำแข็ง มีเส้นทางเดินป่ากว่า 125 ไมล์ ตั้งแต่เส้นทางรอบสระน้ำง่าย ๆ ไปจนถึงปีนยอด Great Blue Hill สูง 635 ฟุต เข้าได้ฟรีทุกวันตั้งแต่เช้าถึงค่ำตลอดปี
- Boston Duck Tours
Boston Duck Tours พาคุณขึ้นรถสะเทินน้ำสะเทินบก DUKW แบบจำลองยุคสงครามโลกครั้งที่สอง พาเที่ยวชมแลนด์มาร์กสำคัญของบอสตันตลอด 80 นาที ก่อนจบด้วยการลงน้ำที่แม่น้ำชาร์ลส์ ทัวร์นี้เปิดเฉพาะช่วงหน้าร้อนเท่านั้น (ปลายมีนาคมถึงปลายพฤศจิกายน) และเป็นหนึ่งในไม่กี่กิจกรรมในเมืองที่ให้ชมทั้งบนถนนและในแม่น้ำครบในเที่ยวเดียว
- หมู่เกาะบอสตันฮาร์เบอร์
อุทยานแห่งชาติและรัฐหมู่เกาะบอสตันฮาร์เบอร์ มีทั้งเกาะและคาบสมุทรถึง 34 แห่ง เดินทางโดยเรือเฟอร์รี่สะดวกจากกลางเมืองบอสตัน สำรวจป้อมสงครามกลางเมืองบนเกาะจอร์จและประภาคารเก่าแก่ที่สุดของอเมริกาที่ Little Brewster เปลี่ยนจากทางเท้าก่ออิฐในเมืองไปสู่อากาศทะเลสดชื่นและน้ำเปิดโล่ง รับรองว่าคุ้ม!