ทำความรู้จักพื้นที่ โจซานี-ชวาก้า เบย์ ตั้งอยู่ในมุมตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะอุงกูจา เกาะหลักในหมู่เกาะซันซิบาร์ พื้นที่อุทยานครอบคลุมประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร ตั้งแต่ป่าพื้นที่ชุ่มน้ำรอบหมู่บ้านโจซานี ไปจนถึงป่าชายเลนและชายฝั่งอ่าวชวาก้าที่ติดทะเลอินเดีย ทางเข้าอุทยานและสถานีเจ้าหน้าที่อยู่บนถนนสายหลักที่ตัดเกาะระหว่าง Stone Town กับหมู่บ้านชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้
Stone Town อยู่ห่างไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 35 กิโลเมตร ส่วนหมู่บ้าน Paje กับ Jambiani อยู่ห่างลงไปตามแนวชายฝั่งอีก 15-20 กิโลเมตร ทําให้โจซานีเป็นจุดแวะกลางทางในการเดินทางจาก Stone Town มาที่ชายหาดตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งบริษัททัวร์ส่วนใหญ่ก็จัดทริปตามเส้นนี้ อ่าวชวาก้าอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดไปสู่ทะเลด้านนอก หมู่บ้านริมอ่าวสืบสานชีวิตแบบประมงและฟาร์มหญ้าทะเลเป็นหลัก ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว
อุทยานนี้ไม่มีศูนย์กลางหรือถนนสายหลักแบบเมือง ตัวบริการสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ที่ประตูทางเข้าใกล้หมู่บ้านโจซานี มีสำนักงานขายตั๋ว ศูนย์ข้อมูลขนาดเล็ก จุดเริ่มเดินป่ากับเจ้าหน้าที่ และที่จอดรถ เส้นทางเดินในป่าและบอร์ดวอล์กป่าชายเลนต้องเดินเท้าออกจากจุดนี้ทั้งหมด ถ้าอยากวางแผนมารวมกับแผนเที่ยวทั้งซันซิบาร์ แนะนำดู คู่มือหนึ่งสัปดาห์ในแซนซิบาร์ สำหรับไอเดียวางลำดับเที่ยวอุทยานกับชายฝั่ง
บรรยากาศและความรู้สึก ทันทีที่ขับออกจากถนนเลียบทะเลเข้าสู่ป่าโจซานี คุณจะสัมผัสบรรยากาศเปลี่ยนชัดๆ หลังคาไม้ปิดคลุม อากาศเย็นลงแว๊บนึง แสงแดดจากที่เคยจ้าขาวๆ เหมือนริมหาดก็กลายเป็นโทนเขียวอบอุ่น พื้นป่าเป็นดินแดงชื้น แม้หน้าแล้งก็ยังมีความเปียก เพราะโจซานีอยู่เหนือแหล่งน้ำใต้ดินที่ช่วยหล่อเลี้ยงป่าตลอดปี ขณะที่ทั่วเกาะดูแห้งแล้ง
ช่วงเช้าเหมาะกับการมาเดินป่ามากที่สุด ก่อน 9 โมงเช้าทางเดินเงียบ นกส่งเสียงกันเต็มที่ และฝูงลิงโคโลบัสแดงมักออกหากินเคลื่อนตัวอยู่ตามกิ่งไม้ต่ำๆ สายเข้าหน่อยทำทัวร์จาก Stone Town และรีสอร์ตฝั่งเหนือจะเริ่มทยอยมาถึง บริเวณจุดดูฝูงลิงจะเริ่มคึกคัก หากเดินทางเอง แนะนำมาแต่เช้า ได้ประสบการณ์ที่สงบกว่า
ช่วงบ่ายบรรยากาศต่างออกไป รถทัวร์ส่วนมากออกจากอุทยานแล้ว ตั้งแต่บ่ายสอง ทางเดินจึงกลับมาเงียบอีกครั้ง แสงแดดลอดหลังคาไม้กลายเป็นสีทองก่อนพระอาทิตย์ตก เดินบอร์ดวอล์กป่าชายเลนที่กลางวันคนแน่นๆ ตอนนี้แทบจะเหมือนได้อยู่กับธรรมชาติคนเดียว ฝั่งอ่าวกับป่าชายเลนห่างจากทางเดินป่าหลัก จึงแทบไม่เจอนักท่องเที่ยว และช่วงน้ำลด บรรยากาศรอบอ่าวจะเงียบสงบ เห็นแต่น้ำ โคลน กับนกป่าเท่านั้น
นี่ไม่ใช่ละแวกที่มีชุมชนเมือง ไม่มีร้านอาหาร บาร์ หรือเกสต์เฮาส์ในอุทยานเลย รอบๆ อุทยานเป็นหมู่บ้านประมงใช้ชีวิตช้าๆ ไม่ได้พึ่งพาเศรษฐกิจท่องเที่ยวมากนัก แม้ที่นี่จะเป็นหนึ่งในแหล่งธรรมชาติยอดนิยมของเกาะ ความแตกต่างนี้เองที่ทำให้พื้นที่รู้สึกเป็นธรรมชาติ แตกต่างจากชายฝั่งเต็มไปด้วยรีสอร์ต
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
ถ้าต้องการเจอฝูงลิงโคโลบัสแดงแบบสงบ มาให้ถึงประตูอุทยานก่อน 9 โมงเช้า เจ้าหน้าที่จะเริ่มจัดกลุ่มเดินป่าตั้งแต่เปิดและช่วงแรกๆ คนยังน้อย
เที่ยวอะไรดี หลายคนมาอุทยานนี้เพราะต้องการเจอลิงโคโลบัสแดงที่หาดูไม่ได้ที่อื่น และที่นี่คือถิ่นประชากรใหญ่ที่สุด พวกมันเดินตีกิ่งไม้ในป่า บางทีก็ลงมาใกล้เส้นทางหลักจนไม่ต้องใช้กล้องส่องเลย ค่าเข้าอุทยานรวมทัวร์เดินป่ากับเจ้าหน้าที่ที่รู้จริงเรื่องลิงและระบบนิเวศป่า คู่มือ Jozani-Chwaka Bay National Park มีรายละเอียดด้านค่าเข้าและข้อมูลทัวร์เดินป่าเต็มรูปแบบ
บอร์ดวอล์กป่าชายเลนเป็นเส้นทางแยกอีกหนึ่งสาย เดินไม้ยกระดับลัดเข้าเครือป่าชายเลน ใช้เวลาราว 20-30 นาที บรรยากาศและระบบนิเวศต่างจากในป่าชัดเจน เจอน้ำขึ้นน้ำลง ปู นกกระยาง นกกะเต็น และบางครั้งก็มีตะกวดนอนเกาะรากอยู่ที่ริมทางเดิน บอร์ดวอล์กเข้าได้โดยไม่ต้องมีไกด์ แต่ถ้าขอ เจ้าหน้าที่ก็พาเดินได้
นอกจากโซนหลักแล้ว อุทยานยังมีป่าปะการังที่แห้งและหายากกว่าป่าพื้นที่ชุ่มน้ำ รวมนากว้างและพื้นที่ราบริมอ่าวชวาก้าที่สำคัญต่อการอนุบาลสัตว์น้ำ ได้ขึ้นทะเบียนโครงการมนุษย์กับชีวมณฑลของยูเนสโกด้วย การดูนกแถบรอบอ่าวเหมาะกับคนชอบนกน้ำและนกชายเลน โดยเฉพาะช่วงน้ำลด
หากอยากเที่ยวธรรมชาติหลากหลายที่ในวันเดียว ที่นี่มักถูกจับคู่กับ ทัวร์ฟาร์มเครื่องเทศ จาก Stone Town หรือแวะชายหาดตะวันออกเฉียงใต้หลังเดินป่า เส้นทางขับรถต่อไปยัง Paje หรือ Jambiani ใช้เวลาขับราว 20-30 นาที
เดินป่าดูลิงโคโลบัสแดงกับเจ้าหน้าที่ (รวมในค่าผ่านประตูแล้ว) เดินบอร์ดวอล์กป่าชายเลนเหนือน้ำขึ้นน้ำลงอ่าวชวาก้า ส่องนกในป่าปะการังและพื้นที่ชุ่มน้ำริมอ่าว ถ่ายภาพลิงโคโลบัสแดง ลิงไซก์ และนกป่าซันซิบาร์ เดินหมู่บ้านรอบขอบอุทยาน (สอบถามที่ด่านทางเข้า) ⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
อย่าให้อาหารลิงโคโลบัสแดงเด็ดขาด กฎอุทยานห้าม เจ้าหน้าที่คุมเข้ม อาหารมนุษย์เป็นอันตรายต่อระบบย่อยอาหารลิงทั้งหมด รักษาระยะห่างอย่างน้อย 3 เมตร ห้ามย่อตัวหรือเคลื่อนไหวเร็วๆ ใกล้ฝูงลิง
กิน-ดื่ม ในอุทยานไม่มีร้านอาหารหรือคาเฟ่เลย ข้างนอกก็มีตัวเลือกอาหารจำกัดมาก ถัดจากทางเข้าจะมีร้านเล็กๆ ขายน้ำอัดลม น้ำเปล่า และขนมขบเคี้ยวขั้นพื้นฐาน แต่ไม่เหมาะจัดเต็มเป็นมื้อหลัก
ถ้าขับรถออกจาก Stone Town แนะนำกินให้อิ่มมาก่อนหรือเตรียมของกินติดรถ สำหรับคนจะเดินทางต่อไปชายหาดตะวันออกเฉียงใต้ ร้านอาหารใน Paje กับ Jambiani มีตัวเลือกเยอะกว่า ทั้งซีฟู้ด ปิ้งย่าง พิซซ่าเตาถ่าน ราคาสบายกว่าใน Stone Town เยอะ ขับรถจากอุทยานไปถึงร้านอาหารแรกใน Paje ใช้เวลาราว 20-25 นาที
ถ้าอยากเชื่อมประสบการณ์เที่ยวอุทยานกับวัฒนธรรมอาหารซันซิบาร์ แนะนำดู คู่มืออาหารแซนซิบาร์ ที่เล่าถึงอาหารท้องถิ่นและต้นกำเนิดเครื่องเทศแบบ Swahili ซึ่งเชื่อมโยงกับพื้นที่เกษตรกรรมนี่เอง
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
ควรเตรียมน้ำอย่างน้อย 1.5 ลิตรต่อคน ป่าอากาศเย็นกว่าแถบทะเลแต่ความชื้นสูง เดินจริงไกลกว่าที่ดูในแผนที่ อย่าหวังมาซื้อน้ำในอุทยาน
การเดินทาง จาก Stone Town ทางเลือกที่สะดวกสุดคือแท็กซี่ส่วนตัวหรือรถรับส่งที่จองไว้ล่วงหน้า ใช้เวลาขับประมาณ 45-60 นาที ขึ้นกับสภาพถนนและจราจรรอบซันซิบาร์ ทาวน์ แท็กซี่ไม่มีมิเตอร์ ต้องตกลงราคาก่อนออกเดินทาง และถามให้ชัดเจนว่าคนขับรอรับระหว่างเที่ยวหรือจะส่งกลับรอบเวลาไหน ดีลแบบไปกลับพร้อมรอ 2-3 ชั่วโมงมักเป็นมาตรฐาน
ถ้าเน้นประหยัดรถดาลาดาลาจะเหมาะสุด สาย 309 และ 310 รายงานว่าเข้าถึงโซนโจซานีจาก Stone Town ได้ แต่อาจมีการเปลี่ยนเบอร์สายหรือจุดจอด ดาลาดาลาใช้เวลานานกว่าแท็กซี่เยอะ เพราะจอดรับส่งระหว่างทาง และจะส่งลงริมถนนไม่ใช่หน้าประตูอุทยาน ถ้าอยากรู้ระบบขนส่งแบบนี้แบบละเอียด ดูคู่มือ คู่มือการเดินทางในแซนซิบาร์ สำหรับรายละเอียดรถ shared minibus แบบดาลาดาลา
ทัวร์วันเดียวจาก Stone Town หรือรีสอร์ตฝั่งเหนือมักรวมขนส่ง ค่าตั๋ว และไกด์ในแพ็กเกจเดียว จองได้กับโรงแรม ตัวแทนขายทัวร์ในเมืองหรือผู้ประกอบการริมฝั่ง Stone Town ข้อดีของทัวร์คือสะดวก ข้อเสียคือจำกัดเวลาในแต่ละจุดและมักจะถึงอุทยานพร้อมกรุ๊ปทัวร์อื่นๆ
ถ้าเช่ารถหรือมอเตอร์ไซค์จะยืดหยุ่นสุด อยากมาถึงเช้า อยู่นานแค่ไหนก็ได้ และขับต่อไปชายหาดตะวันออกเฉียงใต้ได้เลยโดยไม่ต้องย้อนกลับ Stone Town ถนนจากเมืองถึงโจซานีปูยางสภาพถือว่าโอเค พื้นที่ในอุทยานต้องเดินเท้าตามทางที่ทำไว้อย่างเดียว
โจซานีเป็นจุดเที่ยวธรรมชาติที่ผูกเข้ากับ ทริปวันเดียวจาก Stone Town ได้ หรือจะเป็นจุดหลักช่วงกลางของทริปวนรอบที่เที่ยวแนวธรรมชาติ รวม Kizimkazi (ชมปลาโลมา) ทางใต้ และพักผ่อนชายหาดแถบฝั่งตะวันออก
พักที่ไหนดี ในอุทยานไม่มีที่พักหรือโรงแรม ถ้าอยากอยู่นานกว่าครึ่งวัน แนะนำใช้ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ Paje กับ Jambiani เป็นฐาน ซึ่งห่างจากทางเข้าอุทยานเพียง 20-30 กิโลเมตร พักฝั่งตะวันออกยังเที่ยวป่าได้ง่ายอีกด้วย ยังได้บรรยากาศชายหาดกับวิวฟาร์มหญ้าทะเลด้วย
ถ้าอยากเปรียบเทียบตัวเลือกที่พักทั่วเกาะ ลองดู คู่มือที่พักในแซนซิบาร์ ซึ่งเปรียบเทียบข้อดีแต่ละโซน ทั้งฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ ชายหาดทางเหนือ และ Stone Town ถ้าอยากเน้นเที่ยวอุทยาน เลือกนอนฝั่งตะวันออกสะดวกสุด หลายที่ใน Paje และ Jambiani มีบริการรถรับ-ส่งเที่ยวป่าแต่เช้าด้วย
ถ้าใครตั้งใจเน้นดูสัตว์ ให้ลองจับคู่อุทยานโจซานีกับทริปซาฟารีแทนซาเนีย เพราะที่นี่เหมาะกับดูไพรเมตและนกเป็นหลัก ขนาดอุทยานไม่ใหญ่ ควรมองเป็นส่วนหนึ่งของแผนทริปดูสัตว์ป่าที่กว้างกว่า คู่มือ คู่มือรวมแซนซิบาร์และซาฟารีแทนซาเนีย มีไอเดียวางแผนทริปแบบนี้
ข้อควรรู้ อุทยานเปิดบริการทุกวันตลอดปี ค่าผ่านประตูจ่ายที่ด่านทางเข้า โดยคิดเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐสำหรับชาวต่างชาติ ค่าธรรมเนียมอาจมีเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามที่พักหรือที่ด่านล่าสุดก่อนวางงบ เด็กคิดราคาพิเศษ
ควรใส่รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าแตะผู้ใหญ่สำหรับเดินป่า ทางเดินอาจโคลนเลอะจากฝน และบอร์ดวอล์กป่าชายเลนบางช่วงเปียกแม้หน้าแล้ง ชุดแขนยาวบางๆ กันยุงและแดด พกหมวกกับสเปรย์กันยุงไว้ด้วย
อุทยานถือว่าปลอดภัยโดยทั่วไป เดินป่าหลักมีเจ้าหน้าที่พาชม กรณีด้านความปลอดภัยโดยรวมบนเกาะ อ่านคู่มือ คู่มือความปลอดภัยในแซนซิบาร์ สำหรับสิ่งที่นักเดินทางควรรู้
ถ่ายรูปได้ทั่วอุทยาน แต่อย่าลืมว่าป่าใต้เรือนยอดไม้แสงจะน้อย กล้องที่ถ่ายในที่แสงน้อยดีจะได้รูปสวยกว่ากล้องมือถือธรรมดา ลิงโคโลบัสที่นี่คุ้นคนและอยู่นิ่งให้ถ่ายภาพได้ดีกว่าตามสัตว์เร็วๆ
ℹ️ ดีที่ควรรู้
โจซานี-ชวาก้า เบย์ ขึ้นทะเบียนเป็นเขตสงวนชีวมณฑลและอุทยานแห่งชาติหนึ่งเดียวของซันซิบาร์เมื่อปี 2004 ปกป้องป่าพื้นที่ชุ่มน้ำผืนใหญ่สุดของเกาะและเป็นแหล่งลิงโคโลบัสแดงซึ่งอยู่แค่ที่นี่ ราว 5,862 ตัว เท่านั้น
สรุปสั้นๆอุทยานแห่งชาติเดียวของซันซิบาร์ ดูแล 50 ตารางกิโลเมตรของป่า พื้นที่ชุ่มน้ำกับอ่าวฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของอุงกูจา จุดดูถิ่นอาศัยลิงโคโลบัสแดงที่หาดูไม่ได้ที่อื่น ควรมาแต่เช้าก่อนกรุ๊ปทัวร์จะถึง เที่ยวป่า-บอร์ดวอล์กใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ไม่มีที่พักหรือร้านอาหารในอุทยาน ควรใช้หมู่บ้าน Paje หรือ Jambiani ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้เป็นฐาน หรือเที่ยวแบบไปกลับจาก Stone Town (ประมาณ 35 กม. 45-60 นาที) ไม่ใช่ที่สำหรับสายปาร์ตี้หรือคนชอบทะเลเมือง แต่เป็นครึ่งวันที่เหมาะกับคนรักธรรมชาติ ดูนก ดูสัตว์ หรือผู้ที่อยากเข้าใจเกาะให้ลึกกว่าคลื่นทะเล