วัดฉลอง (วัดไชยธาราราม): วัดศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในภูเก็ต

วัดฉลองเป็นวัดพุทธที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดและมีความสำคัญทางจิตใจมากที่สุดในภูเก็ต เข้าฟรีและเปิดทุกวัน วัดแห่งนี้ยังคงมีชีวิตชีวาทางศาสนา พร้อมกับมีประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งตั้งแต่กบฏอั้งยี่ในศตวรรษที่ 19 ไปจนถึงพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากศรีลังกา

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
70/6 หมู่ 6 ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต
การเดินทาง
แท็กซี่หรือ Grab จากภูเก็ตทาวน์ (~20 นาที) ป่าตอง (~30 นาที) หรือกะตะ (~15 นาที) มีที่จอดรถฟรีในบริเวณวัด
เวลาเที่ยวชม
45 นาที ถึง 1.5 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่าย
เข้าชมฟรี
เหมาะสำหรับ
คนที่ชื่นชอบวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ นักถ่ายภาพ และคนที่อยากเที่ยวรวมกับย่านราไวย์-ฉลองในครึ่งวัน
มุมมองด้านหน้าของวัดฉลองในภูเก็ต พร้อมหลังคาสีแดงและทองอันวิจิตรงดงาม การแกะสลักที่ประณีต และนักท่องเที่ยวกำลังเดินเข้าภายใต้ท้องฟ้าสีคราม

วัดฉลองคืออะไร

วัดฉลอง มีชื่อเป็นทางการว่า วัดไชยธาราราม เป็นวัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดและมีผู้มาเยือนมากที่สุดในภูเก็ต ต่างจากวัดหลายแห่งที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวล้วนๆ วัดฉลองยังคงเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมจริงๆ ที่ครอบครัว นักเรียน และพระสงฆ์ยังคงใช้ชีวิตทางศาสนาในแต่ละวัน บรรยากาศนั้นรู้สึกได้ทันทีที่ก้าวเข้าประตูวัด ระหว่างความศักดิ์สิทธิ์และความพลุกพล่านของนักท่องเที่ยว

วัดตั้งอยู่ห่างจากภูเก็ตทาวน์ไปทางใต้ประมาณ 8-9 กิโลเมตรบนถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ในตำบลฉลอง มองเห็นได้แต่ไกล เพราะพระมหาธาตุเจดีย์สูง 60 เมตรยืนเด่นตระหง่านเหนือแนวต้นปาล์มและหลังคาบ้านต่ำ รอบๆ มีอาคารประดับประดาหลายหลังเชื่อมกันด้วยลานกว้างปูพื้นแข็ง เข้าชมฟรีและเปิดให้เข้าทุกวันตั้งแต่ 7:00 น. ถึง 17:00 น.

ℹ️ ดีที่ควรรู้

บังคับแต่งกายสุภาพ: ต้องปิดไหล่และเข่า ห้ามสวมกางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุด หรือกระโปรงสั้น บางครั้งมีผ้าถุงให้ยืมที่ทางเข้า แต่เอาของตัวเองมาจะดีกว่า

ประวัติศาสตร์: ทำไมวัดนี้ถึงสำคัญ

วัดแห่งนี้ก่อตั้งราวปี พ.ศ. 2380 มีอายุเกือบสองศตวรรษ แต่ความโดดเด่นเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปี พ.ศ. 2389 เป็นต้นมา เหตุการณ์ที่ทำให้วัดฉลองฝังอยู่ในความทรงจำของชาวภูเก็ตเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2419 ระหว่างกบฏอั้งยี่ที่รุนแรง เมื่อกรรมกรชาวจีนในเหมืองดีบุกลุกขึ้นต่อต้าน และความวุ่นวายลุกลามไปทั่วเกาะ

เจ้าอาวาสสองรูปที่ได้รับความเคารพนับถือ คือหลวงพ่อแช่มและหลวงพ่อช่วง ได้เปิดวัดเป็นที่พักพิงและใช้ยาสมุนไพรพื้นบ้านรักษาผู้บาดเจ็บจากทั้งสองฝ่าย เมตตาจิตของท่านในช่วงเวลาที่เลือดตกยางออกทำให้ท่านได้รับการยกย่องเสมือนนักบุญในความทรงจำของชาวบ้าน รูปเหมือนขี้ผึ้งของพระสงฆ์ทั้งสองรูปประดิษฐานอยู่ภายในวิหารหลัก และผู้คนยังคงมาสักการะกราบไหว้รูปเหมือนเหล่านั้น วางดอกไม้ ธูป และปิดทอง ความเลื่อมใสที่เห็นไม่ใช่การแสดง แต่เป็นความศรัทธาจริงๆ

พระมหาธาตุเจดีย์ที่โดดเด่นที่สุดในวัดนั้นเป็นส่วนที่สร้างขึ้นในภายหลัง เริ่มก่อสร้างปี พ.ศ. 2534 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2544 ภายในเจดีย์ได้อัญเชิญชิ้นส่วนที่เชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าจากศรีลังกามาประดิษฐานในปี พ.ศ. 2542 นี่คือเหตุผลหลักที่พระมหาธาตุเจดีย์มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างลึกซึ้งสำหรับพุทธศาสนิกชนนิกายเถรวาท

พาชมรอบบริเวณวัด

ผู้มาเยือนส่วนใหญ่เข้าทางลานจอดรถหลักและเดินไปยังอาคารหลักแรก คือวิหารหลวงพ่อแช่ม ซึ่งประดิษฐานรูปเหมือนขี้ผึ้งขนาดเท่าองค์จริงของพระสงฆ์ทั้งสองในท่านั่งสมาธิ บรรยากาศภายในเย็นสบาย ผนังเต็มไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่ถ่ายทอดภาพจักรวาลวิทยาทางพุทธศาสนา กลิ่นควันธูปฟุ้งอยู่ในอากาศ ผู้คนคุกเข่าบนพื้นกระเบื้อง ความเงียบที่นี่ต่างออกไปจากข้างนอก มันมีน้ำหนักของตัวเอง

ข้ามลานไปจะผ่านศาลเจ้าเล็กๆ และศาลพระภูมิก่อนถึงฐานพระมหาธาตุเจดีย์ มีบันไดขึ้นไปยังระเบียงภายในที่มีจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพุทธประวัติสามชั้น ยิ่งขึ้นสูงยิ่งพบผู้คนน้อยลง และจากชั้นบนมองเห็นหลังคาบ้านฉลองและเนินเขาทางทิศตะวันออกได้อย่างชัดเจน

อาคารอื่นๆ ในวัดได้แก่ อุโบสถ วิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปในปางต่างๆ และศาลาโถงที่พระสงฆ์นั่งอ่านหนังสือหรือรับญาติโยม แต่ละหลังมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ถ้าเดินผ่านๆ ใช้เวลา 30 นาที แต่ถ้าเดินชมอย่างจริงจังอาจถึง 90 นาที

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

การถ่ายภาพภายในวิหารโดยทั่วไปทำได้ แต่ควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพผู้ที่กำลังสวดมนต์ หากจะถ่ายภาพพระสงฆ์ การพยักหน้าสักครั้งก่อนชี้กล้องไปจะช่วยได้มาก

บรรยากาศที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา

การมาช่วงเช้าระหว่าง 7:30 ถึง 9:30 น. ให้บรรยากาศที่เป็นไทยมากที่สุด ชาวบ้านมาแต่เช้า พระสงฆ์เดินอยู่ทั่วบริเวณ แสงอ่อนและเฉียงซึ่งช่วยสำหรับการถ่ายภาพมาก ธูปที่หน้าศาลยังสดใหม่ และลานวัดเงียบพอที่จะได้ยินเสียงระฆังและเสียงสวดจากไกลๆ

พอสายขึ้นมาหน่อยรถทัวร์ก็เริ่มทยอยมา และบรรยากาศเปลี่ยนไปชัดเจน ตั้งแต่ราว 10:30 น. ถึง 14:00 น. ลานวัดจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจากรีสอร์ทต่างๆ ทั่วเกาะ มาช่วงนี้ก็ไม่ผิดอะไร แต่อย่าคาดหวังบรรยากาศสงบสันติ เพราะมันจะรู้สึกเหมือนท่องเที่ยวมากกว่าการนั่งภาวนา

ช่วงบ่ายตั้งแต่ราว 15:30 น. เป็นต้นไป รถทัวร์เริ่มลดลง แสงยามบ่ายคล้อยเปลี่ยนเป็นสีทองก่อนที่วัดจะปิด พระสงฆ์กลับจากกิจนิมนต์ยามบ่าย และวัดก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง ถ้ามาจากหาดทางใต้อย่างราไวย์หรือกะตะ ช่วงบ่ายก็เข้ากับไทม์ไลน์ครึ่งวันได้พอดี

การมาวัดฉลองแล้วต่อด้วย อ่าวฉลอง หรือขับขึ้นไปที่ พระใหญ่ (มองเห็นได้จากเจดีย์ และขับรถไปเพียง 10 นาที) ทำให้ได้เที่ยวภาคใต้ของเกาะอย่างครบถ้วนในครึ่งวัน

ข้อมูลจริงและการเดินทาง

ไม่มีรถประจำทางสาธารณะที่วิ่งตรงมาหน้าวัด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงมาด้วยแท็กซี่ Grab มอเตอร์ไซค์เช่า หรือทัวร์นำเที่ยว จากภูเก็ตทาวน์ใช้เวลาราว 20 นาที จากป่าตองประมาณ 30-35 นาที ขึ้นอยู่กับการจราจรที่วงเวียนฉลอง ส่วนจากกะตะและกะรนใช้เวลาประมาณ 15 นาที

มีที่จอดรถฟรีทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ แต่ในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันสำคัญทางพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวันอาสาฬหบูชา วัดจะจัดพิธีพิเศษและมีผู้คนมากเป็นพิเศษ ที่จอดรถอาจเต็ม แต่ถ้าได้มาในวันเหล่านี้ บรรยากาศจะพิเศษมาก ควรวางแผนมาแต่เช้า

ถ้าวางแผนเที่ยวรวมกับสถานที่อื่นๆ ทางใต้ของภูเก็ต แนะนำให้ดู ย่านราไวย์และฉลอง เพราะน่าใช้เวลาทั้งวันมากกว่าแค่แวะจุดเดียว

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

ในวันหยุดทางพุทธศาสนาสำคัญ วัดจะเต็มไปด้วยผู้คนนับพัน บรรยากาศน่าประทับใจมาก แต่แนะนำให้มาด้วยมอเตอร์ไซค์หรือ Grab แทนที่จะขับรถมาเอง เพราะที่จอดรถหายากจริงๆ

ประเมินตรงๆ: คุ้มค่าเวลาไหม?

วัดฉลองสมควรอยู่ในอันดับต้นๆ ของโปรแกรมเที่ยวภูเก็ต แต่ด้วยเหตุผลที่ภาพถ่ายสื่อออกมาได้ไม่ครบ สถาปัตยกรรมงดงามแต่ไม่เรียบง่าย ความพลุกพล่านช่วงพีกมีจริง และถ้าคาดหวังความสงบเงียบตอนเที่ยงวันเสาร์คงผิดหวัง แต่สิ่งที่วัดนี้มอบให้คือโอกาสได้สัมผัสวิถีชีวิตทางจิตใจในประเทศที่พุทธศาสนาหล่อหลอมชีวิตประจำวันในแบบที่ไม่ค่อยเห็นได้จากที่อื่น

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ตเพื่อชายหาดเป็นหลัก การแวะวัดฉลอง 90 นาทีให้พื้นฐานทางวัฒนธรรมที่วันเต็มๆ ที่ป่าตองหรือสุรินทร์ไม่ได้ให้ ส่วนคนที่เคยเที่ยววัดในกรุงเทพฯ หรือเชียงมาแล้ว วัดฉลองจะรู้สึกคุ้นเคยแต่บรรยากาศต่างออกไป เล็กกว่า เข้าถึงได้ง่ายกว่าวัดโพธิ์หรือดอยสุเทพ และยังมีชีวิตชีวาในฐานะศูนย์กลางชุมชน

ใครที่ควรข้ามไป: นักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัดและเคยเที่ยววัดไทยหลายแห่งแล้ว หรือคนที่ไม่ค่อยสนใจวัดวาอารามเท่าไหร่ วัดนี้ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์และไม่ได้แสดงตัวเองเป็นแบบนั้น แต่ถ้าต้องการเรื่องราวที่จับใจ เรื่องกบฏอั้งยี่ปี พ.ศ. 2419 ก็ให้สิ่งนั้นได้

สำหรับการวางแผนเที่ยวภูเก็ตให้ครอบคลุมทั้งเกาะ ลองดู คู่มือวางแผนเที่ยวภูเก็ต ซึ่งจัดวัดฉลองไว้ในกรอบการเที่ยวแบบวันต่อวันที่ทำได้จริง

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ซื้อธูปและดอกบัวจากแผงหน้าวัด (ราวมัดละ 20 บาท) ก่อนเข้าไป การถวายสักการะที่ศาลหลักจะให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าแค่มายืนดู และชาวบ้านก็ยินดีที่เห็นนักท่องเที่ยวปฏิบัติตนอย่างให้เกียรติ
  • ชั้นบนของพระมหาธาตุเจดีย์มักจะเงียบกว่าลานชั้นล่างมาก ลองขึ้นบันไดไปดูจิตรกรรมฝาผนัง และจากจุดนั้นจะมองเห็นพระใหญ่บนเขาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือได้ชัดเจน
  • วันหยุดทางพระพุทธศาสนาตามปฏิทินจันทรคติไทยจะตรงกับวันที่ต่างกันในแต่ละปี ลองค้นหาก่อนมาว่ามีพิธีสำคัญหรือเปล่า เพราะถ้ามาในวันนั้นจะได้บรรยากาศที่พิเศษมาก แนะนำให้มาแต่เช้า
  • แผงขายของตลอดแนวถนนทางเข้าวัดมีพระเครื่อง สิ่งของทางศาสนา และเครื่องดื่มเย็น พระเครื่องที่นี่มีไว้สักการะบูชาจริงๆ ไม่ใช่ของฝาก แต่แผงค้าก็คุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาดูด้วยความสนใจ ราคาตายตัวและไม่แพง
  • แสงเช้าส่องเข้าวิหารหลักทางทิศตะวันออก สร้างมุมแสงอบอุ่นและนุ่มนวลระหว่างราว 7:30 ถึง 9:00 น. ถ้าอยากถ่ายภาพภายในวิหาร ช่วงเวลานี้คือช่วงที่ดีที่สุด

วัดฉลอง เหมาะสำหรับใคร?

  • นักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ตครั้งแรกและอยากสัมผัสมิติทางวัฒนธรรมนอกเหนือจากชายหาด
  • ช่างภาพที่สนใจถ่ายสถาปัตยกรรมทางศาสนาและภาพสารคดี
  • คนที่สนใจประวัติศาสตร์กบฏอั้งยี่ปี พ.ศ. 2419
  • ครอบครัวที่ต้องการกิจกรรมสงบ ฟรี และได้ความรู้ในช่วงเช้า
  • นักเดินทางที่วางแผนเที่ยวภาคใต้ของเกาะในครึ่งวัน

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน ราไวย์ & ฉลอง:

  • จุดชมวิวหินดำ

    ผาหินดำตั้งอยู่ที่ความสูงประมาณ 290 เมตรทางตอนใต้ของภูเก็ต มอบวิวพาโนรามากว้างไกลครอบคลุมหาดในหาน หาดนุ้ย และทะเลอันดามัน ไม่มีค่าเข้าชม ไม่แออัด แต่ต้องลงแรงสักหน่อยผ่านเส้นทางเดินป่าหรือถนนดินชัน — และนั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้ที่นี่คุ้มค่าทุกหยาดเหงื่อ

  • อ่าวฉลอง

    อ่าวฉลอง (Ao Chalong) คืออ่าวที่ใหญ่ที่สุดและคึกคักที่สุดของภูเก็ต เป็นจุดออกเดินทางหลักสำหรับทริปเที่ยวเกาะ เรือดำน้ำ และการเช่าเรือยอร์ช ที่นี่ไม่ใช่ชายหาดสำหรับว่ายน้ำ แต่ถ้าเข้าใจว่ามันคืออะไร ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการวางแผนเที่ยวภูเก็ตตอนใต้

  • เกาะเฮ (Coral Island)

    เกาะเฮ หรือที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันในชื่อ Coral Island เป็นเกาะเล็กๆ ห่างจากภูเก็ตไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร นั่งสปีดโบ๊ทจากท่าเรือฉลองหรือหาดราไวได้ในไม่ถึง 20 นาที มีหาดทรายสองแห่ง ดำน้ำดูปะการังได้ไม่ยาก และมีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกเพียบ — โดยไม่ต้องเสียเวลาทั้งวันเหมือนไปเกาะพีพีหรือเกาะราชา

  • หาดในหาน

    หาดในหานซ่อนตัวอยู่ที่ปลายสุดทางใต้ของภูเก็ต มอบทั้งน้ำทะเลใส ความสงบที่หาได้ยาก และทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม ด้วยความยาวประมาณ 700 เมตร หาดแห่งนี้ยังคงรู้สึกกว้างสบายแม้ในช่วงไฮซีซัน ดึงดูดทั้งชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยระยะยาว ครอบครัว และนักเดินทางที่รู้ว่าความเงียบสงบมีคุณค่ากว่าความวุ่นวาย

สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:ราไวย์ & ฉลอง
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:ภูเก็ต

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.