สวนพฤกษศาสตร์แวนดูเซน: คู่มือเที่ยวฉบับครบจบ
ด้วยพื้นที่กว้าง 55 เอเคอร์บนพื้นที่เดิมของสนามกอล์ฟ สวนพฤกษศาสตร์แวนดูเซนรวมพันธุ์ไม้กว่า 7,500 ชนิดจากทั่วโลก เปิดทั้งปีตามฤดูกาล มีดอกไม้ให้ชมแตกต่างกันทุกเดือน ตั้งแต่ซากุระฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงงานไฟประดับช่วงเทศกาลฤดูหนาวอันโด่งดัง
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 5251 Oak Street, Vancouver, BC (ตรงหัวมุม West 37th Avenue, ย่าน Shaughnessy)
- การเดินทาง
- นั่งรถบัส TransLink สายที่วิ่งผ่าน Oak Street และ West 41st Avenue ลงใกล้สวนแล้วเดินถึงเลย เช็คสายปัจจุบันได้ที่ translink.ca
- เวลาเที่ยวชม
- เดินชมชิลๆ สัก 2–3 ชั่วโมง ถ่ายรูปหรืออ่านป้ายให้ครบขอครึ่งวันก็ยังไม่เบื่อ
- ค่าใช้จ่าย
- ผู้ใหญ่ 11.19–15.81 ดอลลาร์แคนาดา (แล้วแต่ฤดูกาล, มีเปลี่ยนแปลงได้), เด็ก 0–4 ปี ฟรี ไม่รวมภาษี, กลุ่ม 10 คนขึ้นไปมีส่วนลด
- เหมาะสำหรับ
- สายรักต้นไม้ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก คนชอบถ่ายภาพ นักเดินทางสายช้า หรือใครก็ได้ที่อยากพักใจจากเสียงวุ่นวายเมือง
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- vandusengarden.org

เกี่ยวกับสวนพฤกษศาสตร์แวนดูเซน
สวนพฤกษศาสตร์แวนดูเซนเป็นสวนมีชีวิตขนาด 55 เอเคอร์ ดูแลโดยสำนักงานอุทยานและสันทนาการแวนคูเวอร์ ร่วมกับสมาคมสวนพฤกษศาสตร์ของเมือง เปิดมาตั้งแต่ปี 1975 บนที่ดินเดิมของคลับกอล์ฟ Shaughnessy ปัจจุบันรวบรวมพันธุ์ไม้กว่า 7,500 ชนิดจากทุกทวีปยกเว้นแอนตาร์กติกา ตัวสวนตั้งอยู่ระหว่างถนนใหญ่มุมร่มรื่นของ Shaughnessy กับ Oakridge ประมาณ 6 กม.ทางใต้จากตัวเมือง เงียบสงบ เป็นทั้งสถาบันสอนพฤกษศาสตร์ระดับจริงจัง และสวนสาธารณะที่เดินเล่นสบายๆ ได้ทั้งครอบครัว
แตกต่างจาก Stanley Park ที่คนแน่นเพราะวิวริมน้ำและเลนจักรยาน วนดูเซนจะถูกเลือกมาโดยตั้งใจจริงๆ คนที่มาจะเน้นเดินสวน บรรยากาศเลยสงบ แม้วันหยุดฤดูร้อน ทางเดินก็ไม่ค่อยแออัด ผังสวนยังคงแนวเดิมของสนามกอล์ฟ มีบ่อน้ำ สนามหญ้าเนินเตี้ย และแปลงต้นไม้ยกระดับล้อไปตามภูมิประเทศเดิม มีคอลเลกชันพืชจัดไว้เป็นโซนๆ ให้เดินสำรวจ
ℹ️ ดีที่ควรรู้
เข้าสวนรอบสุดท้ายคือก่อนปิด 30 นาที หน้าหนาว (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) เวลาปกติแต่ละเดือนไม่ได้หยุดที่ 14.00 น.เป๊ะๆ แล้วแต่ตารางแต่ละเดือน ปกติประมาณ 10.00–15.00 หรือ 10.00–16.00 ถ้าอยากเดินชิลแนะนำมาถึงก่อนเที่ยง สวนปิด 25 ธ.ค.
สวนนี้แต่ละฤดูเป็นอย่างไร
ฤดูใบไม้ผลิคือช่วงเด็ดสุดของแวนดูเซน ตั้งแต่ปลายมีนาคมถึงพฤษภาคม โซนโรโดเดนดรอนบานเต็มที่นับร้อยสายพันธุ์ ไล่เฉดตั้งแต่ชมพูอ่อนจนถึงแดงเข้ม มagnolia กับซากุระตามมาติดๆ กลางเมษาหอมอ่อนๆ ไปทั้งสวน โดยเฉพาะเช้าตรู่ตอนน้ำค้างลง เมษายนสวนจะเปิดสายกว่า (ประมาณ 10.00–17.00) และค่าเข้าแพงขึ้น เพราะเป็นช่วงยอดนิยม
หน้าร้อน (มิถุนายนถึงวัน Labour Day) เวลาสวนขยายถึงเย็น ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในพื้นที่สีเขียวแวนคูเวอร์ที่เดินเล่นท่ามกลางไม้ใหญ่ได้สายๆ เย็นๆ สบายๆ ไม่ต้องรีบ ส่วนกุหลาบและสมุนไพรจะบานสุดช่วงมิถุนายน น้ำพุดึงดูดแมลงปอและนกกระสาปากยาวได้บ้าง เช้าๆ ก่อนสิบโมงเงียบสงบมาก หลังเที่ยงก็ทยอยมีครอบครัวมาเดิน
ฤดูใบไม้ร่วง สีในสวนจะเปลี่ยนละมุนน้อยกว่าฤดูใบไม้ผลิแต่ถ่ายรูปสวยกว่าด้วยซ้ำ เมเปิลกับ liquidambar เริ่มเปลี่ยนสีตุลาคม คนโล่งเพราะเวลาสวนกลับมาแบบปกติ (10.00–17.00) ตั้งแต่ต้นกันยา คุณอาจได้ยืนบนทางเดินฟังเสียงใบไม้ร่วงคนเดียว ช่วงพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เป็นหน้าต่ำของต้นไม้แต่เป็นไฮไลต์ด้วยเทศกาลไฟ Festival of Lights (ต้องซื้อตั๋วแยก) สวนจะประดับไฟนับพันดวง เช็คตารางเทศกาลและตั๋วก่อนวางแผน เพราะเวลาต่างจากเวลาปกติ
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
หน้าหนาวเวลาสวนจะสั้น (ส่วนใหญ่เปิด 10.00–ช่วงบ่ายสามถึงสี่โมง) มกราคม, กุมภาพันธ์, พฤศจิกายน, ธันวาคม แล้วแต่ตารางอีเวนต์ อัตราค่าเข้าโลว์สุด : ผู้ใหญ่ 11.19 ดอลลาร์แคนาดา คนไม่เยอะ เดินได้ทั่วแบบไม่เจอใครติดๆ คืออีกบรรยากาศที่ต่างจากช่วงพีค
จุดเด่นที่ต้องไม่พลาด
เขาวงกตแบบ Elizabethan เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กถ่ายภาพยอดฮิต หาไม่ยากในแผนที่ทางเข้า ทำจากไทรซีดาร์ทรงพีระมิด 3,000 ต้น สูงพอจะหลงงงได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก เด็กๆ ถ้าไปถึงกลางก่อนจะดีใจสุดๆ ถึงจะไม่ซับซ้อนมากแต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ติดใจใครหลายคน
ศาลาเกาหลีและโซนสวนเอเชียรอบข้างให้อารมณ์เงียบสงบต่างจากส่วนอื่น ไม้ใบแถวนี้จะละเอียด เน้นหญ้าตกแต่งที่ดูเรียบง่าย บรรยากาศนั่งคิดอะไรเพลินๆ ถ้าใครเข้าเมืองมาเหนื่อย ตรงนี้จะช่วยให้เดินช้าลง ข้างๆ ยังมีสวน Sino-Himalayan รวมต้นไม้นำเข้าจากภูเขาประเทศจีนตะวันตกและเทือกเขาหิมาลัยตะวันออก เน้นโรโดเดนดรอน gentian และ primula หลายสายพันธุ์ที่หาดูยากในสวนฝั่งอเมริกาเหนือ
สระและบ่อน้ำทั่วทั้งสวนไม่ใช่แค่ตกแต่งเปล่าๆ แต่เป็นถิ่นวางไข่ของนกเป็ดน้ำและห่าน Canada ต้นฤดูใบไม้ผลิ ชายขอบน้ำปลูกไม้ท้องถิ่นอย่าง sedges, ไอริส และไม้ชุ่มน้ำสายพันธุ์นำเข้า ถ้าสนใจดูนก เช้าๆ สวมกล้องส่องทางไกลไปด้วยได้เลย
ใครอยากเข้าใจสวนแวนดูเซนในภาพรวมสวนพฤกษศาสตร์ของแวนคูเวอร์ ลองจับคู่กับการไปชม Nitobe Memorial Garden ที่ UBC ซึ่งเน้นดีไซน์สวนญี่ปุ่นแบบเป๊ะๆ หรือจะไป UBC Botanical Garden ที่จุดเด่นจะเน้นการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ แต่ละที่สะท้อนวัฒนธรรมสวนคนละแบบ เหมาะกับสายพฤกษศาสตร์ที่อยากเก็บครบ
คู่มือเดินจริง: ไปถึง-เที่ยวในสวน
ประตูหลักอยู่หัวมุม Oak Street กับ West 37th Avenue มีที่จอดรถในสวนแต่ไม่เยอะ หน้าร้อนวันหยุดเต็มแต่เช้า ถ้ามารถสาธารณะง่ายสุด รถบัส TransLink เช่น R4 41st Ave กับสาย 41 วิ่งผ่าน West 41st Avenue เชื่อม SkyTrain สถานี Oakridge-41st Avenue กับสวน ส่วนสาย 17, N15 วิ่ง Oak Street ต้องเช็คสายล่าสุดที่ translink.ca เพราะเปลี่ยนเรื่อยๆ
จุดทางเข้ามีแผนที่กระดาษแจก สวนใหญ่มากถ้าไม่หยิบแผนที่มามีโอกาสพลาดโซนย่อยอย่าง Sino-Himalayan หรือ Food Garden ทางตะวันตกเฉียงใต้ ทางเดินหลักกรวดเรียบกับถนนปู เหมาะกับรถเข็นเด็กหรือวีลแชร์เกือบทุกโซน ทางรองบางส่วนตามทุ่งหญ้าจะเล็กและขรุขระ ถ้าอยากรู้ข้อมูลความสะดวกผู้ใช้วีลแชร์แนะนำติดต่อสวนก่อน
Visitors Centre ใกล้ทางเข้ามีห้องน้ำ ร้านขายของที่ระลึก (เน้นหนังสือและเมล็ดพันธุ์ต้นไม้) กับ Truffles Café เสิร์ฟขนมและเครื่องดื่ม ถ้าอยากมื้อใหญ่ต้องวางแผนไปกินที่อื่น เพราะแถว Shaughnessy และ Oakridge ระยะเดินมีร้านอาหารให้เลือกน้อย แนะนำกินมาก่อนหรือเตรียมปิกนิกเล็กๆ ไปด้วย
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
เรื่องถ่ายรูป: ถ่ายรูปส่วนตัวแบบไม่ค้าขายไม่ต้องขออนุญาต เช้าๆ ตอนเปิด 09.00 น. แสงนุ่ม คนยังน้อย ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงที่แวนคูเวอร์ฟ้ามักครึ้มซึ่งเป็นข้อดีสำหรับถ่ายดอกไม้ใกล้ๆ ได้แสงนวล ไม่เงาแรง
สรุปราคาเข้าแบบเข้าใจง่าย
สวนแวนดูเซนคิดราคาตามฤดูกาล หน้าหนาวอากาศเย็นราคาต่ำ หน้าท่องเที่ยวราคาจะสูงขึ้น ช่วงเวลาและราคามีปรับเปลี่ยนได้ ข้อมูลด้านล่างไม่รวมภาษี GST
- ผู้ใหญ่ (19–64 ปี): 11.19 (Low) / 15.81 (High) ดอลลาร์แคนาดา (เปลี่ยนแปลงได้)
- ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป): 8.95 / 12.65 ดอลลาร์แคนาดา (ขึ้นกับฤดูกาล)
- เยาวชน (13–18 ปี): 7.85 / 11.05 ดอลลาร์แคนาดา (ขึ้นกับฤดูกาล)
- เด็ก (5–12 ปี): 5.60 / 7.90 ดอลลาร์แคนาดา (ขึ้นกับฤดูกาล)
- เด็กเล็ก (0–4 ปี): ฟรีตลอดปี
- สมาชิกสวน: ฟรีตลอดปี
- กลุ่ม 10 คนขึ้นไป: ลด 10%
ตรวจสอบราคาปัจจุบันที่ vandusengarden.org เพราะอาจเปลี่ยนได้ สมาชิกสมัครกับสมาคมสวนฯ ได้ ใครอยู่แวนคูเวอร์ วางแผนมาเรื่อยๆ คุ้มมาก
สวนนี้เหมาะกับใคร (และใครอาจไม่เหมาะ)
สวนแวนดูเซนเหมาะกับบ้านที่มีเด็ก และเด็กต้องพอเดินได้สักหน่อย เขาวงกตเป็นจุดโปรดของเด็กๆ ส่วนฝูงเป็ดในบ่อน้ำก็ชวนตื่นเต้นโดยไม่ต้องอธิบายอะไรมาก พ่อแม่คนไหนอยากหาที่เที่ยวครอบครัวไม่ต้องลุยหนักแบบ Hiking ที่อื่นจะชอบแน่นอน ใครอยากหาไอเดียเที่ยวกับลูก อ่านคู่มือ แวนคูเวอร์พร้อมเด็ก จะช่วยวางแผนเที่ยวน่ารักๆ ให้เด็กแวนคูเวอร์
สายพฤกษศาสตร์ ดีไซน์สวน หรือคนเรียนด้านนี้จะประทับใจป้ายอธิบายและการจัดคอลเลกชันที่ไม่ซ้ำใคร ที่นี่ไม่ใช่แค่สวนไว้ถ่ายรูปลง IG อย่างเดียว รายละเอียดทั้งพื้นที่และสายพันธุ์ต้นไม้สะท้อนแนวคิดตั้งใจจริงมาก ใครอยากสำรวจพื้นที่เขียวของแวนคูเวอร์เพิ่ม แนะนำดูคู่มือ คู่มือสวนพฤกษศาสตร์ในแวนคูเวอร์ เพื่อเปรียบเทียบกับสวนอื่นๆ
นักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อย อยากเก็บแลนด์มาร์กหลัก วิวเมืองหรือเดินเล่นลัดเลาะชายฝั่ง อาจไม่ได้จัดแวนดูเซนไว้ในลิสต์สำคัญ เพราะไม่ใช่จุดที่คนพูดถึงแบบ Stanley Park หรือ Gastown ถ้าอยู่แวนคูเวอร์ไม่ถึงสองวัน ต้องบริหารเวลาเดินให้ดี โดยเฉพาะหน้าหนาวที่สวนเปิด 10.00–14.00 ถ้ามาถึงตอนบ่ายหลังเที่ยงคงได้แค่เดินชมด่วนๆ
คนที่มองหาพื้นที่สีเขียวฟรีในแวนคูเวอร์ มีตัวเลือกเด็ดกว่า สิ่งที่ทำได้ฟรีในแวนคูเวอร์ คู่มือแนะนำสวนสาธารณะ ชายหาด ริมทะเลสาบฟรีๆ เพียบ ที่นี่ค่าเข้าไม่ได้แพงแต่ก็ไม่ฟรี ถ้าเน้นประหยัดต้องชั่งน้ำหนักสักนิด
เคล็ดลับจากคนวงใน
- มาแต่เช้าวันธรรมดาช่วงปลายเมษายนหรือต้นพฤษภาคม ชมดอกโรโดเดนดรอนบานสะพรั่ง แบบไร้คนเยอะ เสาร์พฤษภาคมหลัง 11 โมง ทางเดินหลักเริ่มคึกคักแล้ว
- แผนที่หน้าสวนมีจุดเด่นของแต่ละโซน แต่โซน Sino-Himalayan มุมตะวันตกเฉียงใต้เงียบสงบกว่าตรงกลางเสมอ ถึงแม้จะเป็นวันคนเยอะก็ตาม
- ถ้ามาเที่ยวหน้าร้อน ลองเช็คว่ามีงานแต่งหรืออีเวนต์ส่วนตัวหรือเปล่า บางวันพื้นที่บางโซนอาจปิดชั่วคราว โทรสอบถามหรือเข้าเว็บทางการก่อนสะดวกสุด
- คาเฟ่ Truffles มีมุมที่นั่งนอกร้านริมบ่อน้ำ เลือกมานั่งจิบกาแฟแต่เช้าก่อนคนเยอะก็เพลินดีเหมือนกัน
- ซื้อเมมเบอร์รายปีแค่สองครั้งหน้าไฮซีซั่นก็คุ้มแล้ว ถ้าอยู่แวนคูเวอร์หรือมีแววว่าจะกลับมาอีกในปีเดียว ลองเช็คที่เคาเตอร์ตั๋วได้เลย
สวนพฤกษศาสตร์แวนดูเซน เหมาะสำหรับใคร?
- นักสะสมพืชและคนรักต้นไม้ที่อยากชมคอลเลกชันระดับจริงจัง
- ครอบครัวที่มีลูกเล็ก อยากให้เด็กได้เดินเล่นกลางแจ้งสบายๆ
- ช่างภาพที่มองหามุมแสงธรรมชาติและดอกไม้สวยทุกฤดู
- นักเดินทางที่มีเวลาครึ่งวัน อยากได้บรรยากาศสงบกว่าย่านริมน้ำใจกลางเมือง
- คู่รักหรือนักท่องเที่ยวสายละเมียด ที่ชอบป่าเขียวๆ มากกว่าการติ๊กเช็คลิสต์แลนด์มาร์ก
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน คิทซิลาโน:
- ศูนย์อวกาศ H.R. MacMillan
ซ่อนตัวอยู่ในสวน Vanier ริมน้ำ Kitsilano ศูนย์อวกาศ H.R. MacMillan มีโชว์โดมท้องฟ้าจำลองสุดตื่นตา นิทรรศการวิทยาศาสตร์อวกาศแบบอินเตอร์แอคทีฟ และบางค่ำคืนยังเปิดดูดาว เหมาะทั้งผู้ใหญ่ที่ชอบวิทย์และเด็กวัยเรียน
- หาดเจอริโค
หาดเจอริโคเป็นหาดกว้างแบบสาธารณะทางฝั่งตะวันตกของแวนคูเวอร์ มองเห็นภูเขา North Shore, อ่าว English Bay และเกาะแวนคูเวอร์ในวันที่ฟ้าเปิด เข้าได้ฟรีตลอดปี คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่จะเงียบสงบกว่า Kitsilano และหาดนี้ยังเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ชนพื้นเมือง ทหาร และการเดินเรือซ่อนอยู่ภายใต้บรรยากาศสุดชิล
- Kitsilano Beach
Kitsilano Beach คือเส้นชายหาดยาวฝั่งเหนือของย่าน Kitsilano มองเห็น English Bay ตรงไปยังทิวเขา North Shore เปิดให้เข้าได้ฟรีตลอดปี เป็นจุดยอดฮิตของคนเล่นน้ำ วอลเลย์บอล และชมพระอาทิตย์ตก ที่นี่ยังมีสระว่ายน้ำ Kitsilano Pool ในตำนานซึ่งถือว่ายาวที่สุดในแคนาดาและเป็นหนึ่งในสระน้ำเค็มกลางแจ้งที่ยาวที่สุดในทวีปอเมริกาเหนืออีกด้วย
- พิพิธภัณฑ์แวนคูเวอร์
ก่อตั้งในปี 1894 และตั้งอยู่ในอาคารทรงจานบินโดดเด่นใน Vanier Park พิพิธภัณฑ์แวนคูเวอร์คือพิพิธภัณฑ์เมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา เล่าเรื่องการเปลี่ยนแปลงของเมืองตั้งแต่ดินแดน Coast Salish ผ่านยุคบูมจนถึงวัฒนธรรมละแวกปัจจุบัน นิทรรศการหมุนเวียนหลากหลายที่กล้าเล่าแบบไม่ซ้ำใคร