สวนควีนเอลิซาเบธ: สวนบนเขากับวิว 360 องศาใจกลางแวนคูเวอร์

สวนควีนเอลิซาเบธ ตั้งอยู่บนยอดเขา Little Mountain จุดที่สูงที่สุดในแวนคูเวอร์ โดดเด่นด้วยสวนตกแต่งสวย สนามหญ้ากว้าง และหลุมเหมืองเดิมที่กลายเป็นสวนสวยริมเนิน และยังเข้าฟรีพร้อมวิวเส้นขอบฟ้าของเมืองกับภูเขาสุดตระการตาซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของแวนคูเวอร์

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
4600 ถ.แคมบี แวนคูเวอร์ BC (หัวมุมถนน 33 กับแคมบี)
การเดินทาง
สถานี King Edward (SkyTrain Canada Line) เดินลงใต้ประมาณ 10 นาทีถึงสวน
เวลาเที่ยวชม
เดินสวน 1.5–3 ชั่วโมง เพิ่มอีก 45 นาทีถ้าจะเข้าชม Bloedel Conservatory
ค่าใช้จ่าย
เข้าพื้นที่สวนฟรี ค่าเข้าชม Bloedel Conservatory แยกต่างหาก (ตรวจสอบราคาปัจจุบันก่อนมา)
เหมาะสำหรับ
ชมวิวพาโนรามา ถ่ายรูปสวน แต่งงาน เดินเล่นสบาย
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
vancouver.ca/parks-recreation-culture/queen-elizabeth-park.aspx
เส้นขอบฟ้าของแวนคูเวอร์และเทือกเขา North Shore ที่มองเห็นจาก Queen Elizabeth Park พร้อมต้นไม้เขียวขจีในเบื้องหน้าใต้ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส

เกี่ยวกับสวนควีนเอลิซาเบธ

สวนควีนเอลิซาเบธตั้งอยู่บนยอดและเนินเขา Little Mountain ซึ่งสูงราว 125 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถือเป็นจุดสูงสุดของเมืองแวนคูเวอร์ ตัวสวนกว้างถึง 51 เฮกตาร์ (ประมาณ 130 เอเคอร์) ตั้งอยู่ตรงโซนถนนแคมบี ห่างจากดาวน์ทาวน์ราว 6 กิโลเมตร ที่นี่ไม่ใช่สวนป่า ที่นี่คือพื้นที่สีเขียวกลางเมืองออกแบบอย่างประณีต เดินสะดวกด้วยทางเดินลาดยาง มีไม้ประดับ สนามกอล์ฟพัตต์ รวมถึงหลุมเหมืองบะซอลต์เก่าสองหลุมซึ่งถูกปรับโฉมเป็นสวนจมสุดอลัง สัมผัสโดยรวมจะให้อารมณ์สวนใหญ่ยุโรปมากกว่าภูมิทัศน์ป่าฝั่งแปซิฟิกแบบ Pacific Spirit หรือ North Shore

สวนแห่งนี้พัฒนาขึ้นในช่วงปี 1930 หลังเมื่อเมืองแวนคูเวอร์ซื้อเนิน Little Mountain และภายหลังได้รับการตั้งชื่อตามสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ (พระราชชนนี) กับพระเจ้าจอร์จที่ 6 หลังเสด็จเยือนแคนาดาในปี 1939 หลุมเหมืองเดิมที่เคยมองว่าเป็นสิ่งรกตาถูกแปลงโฉมเป็นโครงสร้างหลักของสวนจมที่ปัจจุบันกลายเป็นจุดขายของที่นี่

ℹ️ ดีที่ควรรู้

เข้าชมสวนฟรี เปิดทุกวัน 6:00–22:00 น. ส่วน Bloedel Conservatory บนยอดเขาเก็บค่าเข้าชมต่างหาก ตรวจสอบราคาปัจจุบันทางเว็บไซต์แวนคูเวอร์ก่อนมา

สวนจม: ไฮไลต์กลางสวน

สวนจากหลุมเหมืองทั้งสองด้านของทางเดินยอดเขาคือจุดหลักที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องแวะ หลุมเหมืองเดิมสร้างเอฟเฟกต์เป็นอ่างโค้งล้อมสวน ทำให้พรรณไม้ที่ปลูกมีบรรยากาศส่วนตัว ลมแรงน้อย เดินจากทางลาดลงไปยังชั้นล่างเจอไม้ดอกประดับ ต้นไม้สวย ทรงพุ่มถูกตัดแต่ง ตรงมุมบางแห่งมีบ่อน้ำหรือธารน้ำ มองขึ้นจากพื้นสวนจะเห็นผนังหินของหลุมเหมืองเก่าเป็นฉากหลังสุดดรามาติก

สีสันและบรรยากาศสวนเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ช่วงใบไม้ผลิมีทิวลิป ซากุระและโรโดเดนดรอน ฤดูร้อนแปลงดอกไม้จะเต็มไปด้วยดาเลีย กุหลาบ เบโกเนีย ใบไม้ร่วงจะเพิ่มสีส้มทอง ช่วงหน้าหนาวอาจดูเงียบที่สุดแต่ยังเห็นโครงสร้างสวนชัด และหญ้ายังเขียวอยู่เพราะอากาศแวนคูเวอร์ไม่หนาวจัด ถ้าจะเน้นชมดอกไม้ ช่วงปลายเมษาถึงมิถุนายนถือว่าพีคสุด

ถ้าชอบถ่ายรูปสวน ที่นี่ติดโผจุดถ่ายภาพเทพสุดในแวนคูเวอร์เสมอ ถ้าอยากเทียบสวนแนวคัดสรรต่าง ๆ ทั่วเมือง ลองดู คู่มือสวนพฤกษศาสตร์ในแวนคูเวอร์ มีเทียบข้อดีข้อเสียกับอาทิ UBC Botanical Garden หรือ VanDusen ด้วย

วิวบนยอดสวน: เห็นอะไรบ้างและควรขึ้นตอนไหน

บริเวณรอบโดม Bloedel Conservatory บนยอดเขามีจุดชมวิวแบบ 360 องศาที่จะว้าวจริงในวันที่ฟ้าเปิด มองเหนือจะเจอเส้นขอบฟ้าเมืองกับฉากหลังภูเขาหิมะ Coast Mountains ด้านตะวันตกกับตะวันออกคือย่านบ้านเรือนที่แผ่ออกไปกว้าง ถ้าวันฟ้าใสช่วงเช้าหน้าร้อนมักมองเห็นยอด Mount Baker รัฐวอชิงตันอยู่ไกลทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นจุดเดียวในเมืองที่มองแปลนอาคารทั้งหมดจากที่สูงแบบไม่มีอะไรกั้นได้เต็มตา

แต่ต้องเช็กอากาศให้ดี เพราะแวนคูเวอร์มีฝน/ฟ้าครึ้มเกือบครึ่งปี โดยเฉพาะตุลา-มีนา ช่วงนี้ภูเขาด้านหลังเมืองมักโดนหมอกหรือเมฆบดบัง ถึงจะเห็นวิวเมืองแต่ความอลังลดลงเยอะ ถ้าอยากได้ภูเขาชัด ๆ ต้องมาในหน้าร้อนกลางมิถุนาถึงกันยา ยิ่งแสงเช้าประมาณ 7:00–10:00 น. จะกระทบตึกสวยกว่าแสงบ่ายมาก

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

อยากได้วิวภูเขาชัด ๆ คู่ขอบฟ้าเมือง แนะนำมาเช้าช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม หลังฝนใหม่ ๆ จะอากาศใสที่สุด จุดบนลานหน้า Bloedel Conservatory คือตำแหน่งดีที่สุด

โดม Bloedel Conservatory

บนสุดของสวนจะมี Bloedel Conservatory เป็นโดมทรงเรขาคณิตปลูกพืชเขตร้อนและกึ่งร้อน รวมถึงนกสวยงามบินอิสระ ด้านสถาปัตยกรรมเป็นสัญลักษณ์ยุคโมเดิร์นกลางศตวรรษ ได้รางวัลท้องถิ่นตั้งแต่เปิดในปี 1969 ด้านในเปลี่ยนอุณหภูมิและความชื้นทันที มีเสียงนกและน้ำสร้างบรรยากาศอบอุ่นต่างจากข้างนอก

ค่าเข้าชมโดมนี้แยกจากสวน เปิด-ปิดต่างหาก เช็คข้อมูลอัปเดตทางเว็บไซต์เมืองแวนคูเวอร์ก่อนไป ถ้าอยากดูรายละเอียดเกี่ยวกับโดม อ่านต่อได้ที่ คู่มือ Bloedel Conservatory.

การเดินทางมาสวนและการเดินในสวน

นั่งรถไฟฟ้า Canada Line ลงสถานี King Edward ที่มุมถนนแคมบีและ 25th Ave. เดินต่อใต้ประมาณ 10 นาทีตามแคมบีถึงประตูสวนใหญ่ แล้วเดินขึ้นเนินต่ออีก 5–10 นาทีถึงยอด จุดหลักของสวนปูพื้นทางลาดยางหมด เดินรถเข็นหรือวีลแชร์ได้สะดวกแต่ช่วงไต่จากเชิงเนินถึงยอดจะชันนิดหน่อย

ขับรถก็จอดในสวนได้เลย เข้าทางแคมบี หรือจะนั่งรถเมล์สายแคมบีก็สะดวก ถ้าจะเที่ยวโซน South Vancouver ต่อ ภาพรวมระบบขนส่งสาธารณะแวนคูเวอร์ สรุประบบขนส่งแวนคูเวอร์ไว้ชัด ทั้งเส้นทางเข้าดาวน์ทาวน์หรือไปสนามบิน

ในสวน เดินวนรอบจากสวนล่างขึ้นยอดแล้วกลับลงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงถ้าเดินเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่จะใช้เวลามากสุดที่สวนจมกับจุดชมวิวบนยอด ด้านทิศตะวันตกมีสนามกอล์ฟพัตต์ด้วย (คิดค่าเล่นแยก จองได้เฉพาะวันนั้น ใครมาก่อนเล่นได้ก่อน)

ฝูงชน ช่วงเวลา และสิ่งที่ควรคาดหวัง

ช่วงเสาร์อาทิตย์บ่ายฤดูใบไม้ผลิกับหน้าร้อน สวนนี้จะคนเยอะมาก โดยเฉพาะปลายเมษาถึงมิถุนายนที่ดอกไม้พีคและมีคิวถ่ายรูปแต่งงานเป็นฉากหลังกันเยอะมาก เสาร์เช้าแดดดีเดินเข้าไปเจอเจ้าบ่าวเจ้าสาวหลายคู่ในจุดเดียว ถ้าไม่อยากเจอบรรยากาศแบบนี้ วันธรรมดาก่อน 10 โมงเช้าจะรู้สึกเหมือนคนละโลก

สวนนี้ถูกใช้ถ่ายทำหนังและโฆษณาหลายครั้ง เหมาะกับสายถ่ายภาพจริง ๆ ถ้าวันหยุดอย่าตกใจถ้าเดินไปเจอขาตั้งกล้องกับแผ่นสะท้อนเต็มจุดยอดฮิต โซนรอบโดมคนคึกคักตลอด ต่างจากโซนริมสวนที่จะเงียบสงบกว่ามาก

สวนนี้เหมาะกับคนที่ยอมตื่นเช้า เที่ยววันธรรมดา และเลือกวันที่อากาศดี เพราะถ้าเป็นหน้าฝนหรือวันที่หมอกหนา ความประทับใจอาจด้อยกว่าคำโปรโมทนิดหน่อย แต่ถ้าวันฟ้าใส จับคู่กันทั้งสวนตกแต่ง วิวเมืองจากยอดเนิน และโดม Bloedel จะทำให้เช้าของคุณที่แวนคูเวอร์น่าจดจำเลยทีเดียว ส่วนวันครึ้มหรือหมอกลง ก็ยังเดินเพลินแต่ไม่อลัง

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

หน้าฝนของแวนคูเวอร์ยาวตุลาคมถึงมีนาคม ทางเดินจะเปียก สีดอกไม้จืดลง วิวภูเขามักโดนเมฆบัง ถึงอย่างนั้นก็ยังเดินเล่นได้ แต่อาจไม่สวยเท่าหน้าร้อน

เที่ยวสวนควีนเอลิซาเบธคู่กับพื้นที่รอบข้าง

สวนนี้ตั้งอยู่แถวถนนแคมบีใจกลาง ย่าน Mount Pleasant และ Main Street ทำเลนี้โตขึ้นมากในรอบสิบปี มีคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านน่ารักตาม Main Street เพียบ ถ้ามาเดินสวนแล้วเหมาะต่อกับบ่ายชิว ๆ บน Main Street โดยเฉพาะช่วงระหว่างถนน 23 กับ 30

ถ้ากำลังวางแผนเที่ยวสวนหรือพื้นที่กลางแจ้งหลายแห่งในแวนคูเวอร์ ลองอ่าน คู่มือสิ่งที่ควรทำในแวนคูเวอร์ เพื่อดูว่าสวนควีนเอลิซาเบธเทียบกับ Stanley Park, เส้นทางริมทะเล และสวนสาธารณะอื่นในเมืองอย่างไรบ้าง

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ถ้าอยากเดินสวนแบบเงียบ ๆ เหมือนเป็นของตัวเอง แนะนำมาตั้งแต่ 9 โมงเช้าหรืก่อนวันธรรมดา เพราะทีมถ่ายพรีเวดดิ้งและทัวร์จะเริ่มมากันหลังจากนั้น
  • มุมถ่ายรูปวิวเมืองกับฉากภูเขาด้านหลังสวยสุดอยู่ที่ลานทางเหนือของโดม Bloedel Conservatory ไม่ใช่ระดับสวนข้างล่าง
  • ถ้าเข้าชม Bloedel Conservatory เป็นเป้าหมายหลัก ให้เช็คเวลาเปิด-ปิดที่เว็บไซต์แวนคูเวอร์ก่อน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยและบางช่วงเปิดจำกัด
  • สนามพัตต์กอล์ฟทางฝั่งตะวันตกของสวนเสียค่าเล่นต่างหาก คนท้องถิ่นนิยมตอนเย็นหน้าร้อนแต่แทบไม่โปรโมทกับนักท่องเที่ยว เหมาะเป็นกิจกรรมขยายเวลาทริปแบบสบาย ๆ
  • ทางเดินรอบนอกและเชิงเขามีคนน้อยกว่าสวนหลักมาก เดินตามขอบนอกจะได้บรรยากาศสงบ สีเขียวจัด ๆ ต่างจากความคึกคักตรงยอดสวนช่วงเสาร์อาทิตย์

สวนควีนเอลิซาเบธ เหมาะสำหรับใคร?

  • สายกล้องอยากได้มุมวิวเส้นขอบฟ้ากับภูเขาแวนคูเวอร์
  • คู่รักและครอบครัวอยากเดินเล่นในสวนกว้างฟรี ทางเรียบ ห้องน้ำพร้อม
  • คนที่อยากชิวในสวนพร้อมแวะกินข้าวหรือกาแฟแถว Main Street
  • ใครเวลาน้อยแต่หาแหล่งรวมวิว สวน และไฮไลต์ในร่มในจุดเดียว (เช่นโดม conservatory)
  • คนมาแวนคูเวอร์ช่วงใบไม้ผลิ อยากชมซากุระหรือทิวลิปพร้อมวิวเมือง

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Mount Pleasant & Main Street:

  • Bloedel Conservatory

    ตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดในแวนคูเวอร์ภายในสวนควีนเอลิซาเบธ Bloedel Conservatory คือเรือนกระจกทรงโดมที่รวบรวมพันธุ์ไม้กว่าสิบห้าร้อยชนิดและนกแปลกตาบินอิสระกว่า 100 ตัว เปิดตลอดปี ไม่ว่าอากาศข้างนอกจะเป็นอย่างไร ที่นี่ก็มีอากาศอบอุ่น สีสัน และเสียงนกให้คุณเพลิดเพลินเสมอ

  • สวนสนุกเพลย์แลนด์

    เพลย์แลนด์ที่ PNE คือสวนสนุกสุดโปรดของชาวแวนคูเวอร์ เปิดที่ Hastings Park ตั้งแต่ปลายยุค 1950 มีเครื่องเล่นมากมาย ตั้งแต่ของเด็กเล็กไปจนถึงเครื่องเล่นสุดหวาดเสียว ดึงดูดครอบครัวและแฟนเครื่องเล่นจากทั่วนครหลวงทุกซัมเมอร์

  • Science World

    Science World ศูนย์วิทยาศาสตร์เชิงสัมผัสแห่งแวนคูเวอร์ ที่อยู่บน Quebec Street โดดเด่นด้วยโดมทรงกลมสูง 47 เมตรที่เป็นแลนด์มาร์คบนเส้นขอบฟ้านับแต่ Expo 86 นิทรรศการอินเทอร์แอคทีฟ สาธิตสด โรงภาพยนตร์ OMNIMAX ดึงดูดทุกวัย ใครวางแผนมาจะคุ้มสุด