Malta National Aquarium: 52 ตู้ปลา 250+ สปีชีส์ และโดมปลาดาวสุดไอคอนิก
Malta National Aquarium ที่ Qawra เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่แห่งเดียวของเกาะ ตั้งอยู่ในโดมปลาดาวสีขาวริมทะเลเด่นเห็นแต่ไกล มีตู้ปลา 52 ตู้รวมทั้งปลาเมดิเตอเรเนียน แมงกะพรุน สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เหมาะกับทั้งครอบครัวและคนที่สนใจชีวิตใต้ทะเลแถบนี้ ใช้เวลาดูได้ครึ่งวันแบบชิล ๆ
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- Triq It-Trunciera, Qawra (San Pawl il-Baħar), มอลตาตอนเหนือ
- การเดินทาง
- ขึ้นรถบัส Malta Public Transport ถึงหน้าพิพิธภัณฑ์ มีที่จอดรถอาคารหลายชั้นในพื้นที่
- เวลาเที่ยวชม
- 1–2 ชั่วโมง
- ค่าใช้จ่าย
- ต้องซื้อตั๋วเข้า ราคาซื้อออนไลน์ถูกกว่าหน้าประตูปกติ 1–2 ยูโรต่อคน สามารถกลับเข้าได้หลายรอบในวันเดียว
- เหมาะสำหรับ
- ครอบครัว คนต้องการหลบฝนหรือร้อน คนรักทะเล นักท่องเที่ยวที่เที่ยวโซนมอลตาตอนเหนือ
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.aquarium.com.mt

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งชาติมอลตา จริง ๆ แล้วคืออะไร
Malta National Aquarium เปิดในเดือนตุลาคม 2013 ที่ Qawra Point มอลตาตอนเหนือ หลังวางแผนมานานเกือบ 20 ปีตั้งแต่ 1993 เริ่มสร้างจริง 2011 ใช้งบครึ่งหนึ่งจาก EU ที่เหลือมาจากภาคเอกชน อาคารดีไซน์เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจริง ๆ ตั้งอยู่ริมทะเล โดมทรงปลาดาวสีขาวขนาดใหญ่โดดเด่น เห็นชัดจากถนน คือทางเข้าอันเป็นซิกเนเจอร์
ด้านในมีตู้ปลา 52 ตู้กว่า 250 สปีชีส์ แบ่งเป็นโซนธีมต่าง ๆ เน้นความหลากหลายมากกว่าขนาดใหญ่ เช่น มีปลาทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอย่างปลากรูเปอร์ ปลาไหลเมอเรย์ ปลาฉลามค็อตแคท แต่ยังแถมซีนปลาน้ำจืด แมงกะพรุน สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มีอะไรมากกว่าที่คิด ใครเข้ามาคาดว่าจะเห็นแต่ปลาเฉย ๆ จะเซอร์ไพรส์ เจอทั้งหมึกยักษ์ ปลาการ์ตูน งู อีกัวน่า กิ้งก่าลายเสือ แมงมุมทารันทูลา อยู่ร่วมกับสัตว์น้ำในอาคารเดียวกัน
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
จองตั๋วออนไลน์ที่ aquarium.com.mt ก่อนเดินทาง ตั๋วออนไลน์ถูกกว่าประตู 1–2 ยูโร/คน และเข้าออกได้ไม่จำกัดรอบในวันเดียว จะออกไปกินข้าวแล้วกลับมาก็ได้
การเดินภายใน: เส้นทาง และสิ่งที่ได้พบ
การจัดวางอาคารดูง่าย เข้าใจทันที เดินลึกเข้าไปจะเจอแต่ละโซนตู้ปลาที่ใหญ่และลึกขึ้นเรื่อย ๆ ตามสไตล์พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแบบสากลที่ช่วยสร้างความตื่นเต้น ตู้ปลาตื้นโซนเมดิเตอร์เรเนียนโชว์ตั้งแต่ต้น เด็ก ๆ ดูเพลินกับปลาการ์ตูน ม้าน้ำ ก่อนจะไปตู้ปลาฉลามกับปลากระเบนขนาดยักษ์ช่วงท้าย ๆ
ไฟในตู้ปลาส่วนทะเลปรับเป็นโทนสีฟ้าหม่น ๆ ดูสงบและดึงจินตนาการ ตู้แมงกะพรุนจัดแสงพื้นหลังมืด โดดเด่นจนเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ต้องหยุดดูนาน ๆ วันธรรมดาช่วงเช้าจะเงียบสงบ เสียงไม่ดัง ยามบ่ายเสาร์-อาทิตย์จะคึกคักสุด ๆ เพราะกลุ่มครอบครัวและทัศนศึกษาของเด็ก ๆ
โซนสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังถูกแยกออกจากโซนทะเล ผู้มาเยือนบางคนชอบ เพราะเป็นเซอร์ไพรส์ แต่กลุ่มที่อยากมาดูแต่ปลา อาจรู้สึกว่าโซนนี้ไม่เกี่ยว อย่างไรก็ดี ใครมีความสนใจเฉพาะตัวอาจใช้เวลานานหน่อย โซนทารันทูลากับอีกัวน่าตัวโตที่อยู่ติดกับตู้ปลาทะเล นับว่าแปลกแตกต่างดี
ℹ️ ดีที่ควรรู้
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ยังมีห้องแล็บ ห้องกักกัน และพื้นที่เตรียมอาหารสัตว์ที่ไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไป นี่แสดงถึงการเป็นสถานที่วิทยาศาสตร์แบบจริงจัง ไม่ใช่แค่โชว์อย่างเดียว
ตั๋วและทัวร์
ตัวเลือกคัดสรรจากพันธมิตรการจองของเรา ราคาเป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ ความพร้อมให้บริการและราคาสุดท้ายจะยืนยันเมื่อทำการจองเสร็จสมบูรณ์
The Malta Experience Audio-Visual Show and La Sacra Infermeria Tour
เริ่มต้นที่ 20 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีLuggage Storage in Malta
เริ่มต้นที่ 6 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรี6-day heritage and attractions pass in Malta
เริ่มต้นที่ 80 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีTruffle making master class in Malta
เริ่มต้นที่ 30 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรี
ช่วงเวลาไหนควรไป และการรับมือกับฝูงชน
ที่นี่เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น. (เข้าได้ถึง 19:30) วันธรรมดาช่วง 10:00–12:00 คนจะน้อยมาก จึงเดินสบาย สุดสัปดาห์หลังบ่ายโมงโดยเฉพาะ 13:00–16:00 คือช่วงคนแน่นสุด ถ้าเลือกได้ ไปเช้าพฤหัสหรือศุกร์จะดีสุด ไม่วุ่นวาย
สภาพอากาศสำคัญมากสำหรับที่นี่ เพราะติดกับบีชคลับและเทอเรสกลางแจ้ง ช่วงบ่ายหน้าร้อน คนที่อยากออกทะเลจริง ๆ อาจวิ่งเข้ามาหลบร้อน พฤษภาคมถึงสิงหาคมจึงค่อนข้างแน่นกว่าปกติ ตรงข้ามหน้าหนาวที่ฝนตก ที่นี่คือหนึ่งในตัวเลือกในร่มที่เวิร์คสุดสำหรับครอบครัวที่มากับเด็กเล็กโซนเหนือของเกาะ
หน้าร้อนของมอลตาทำให้เดินชมเมืองกลางแจ้งตอนเที่ยงแทบเป็นไปไม่ได้ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแอร์เย็นเหมาะมากถ้าจะเที่ยว Golden Bay ตอนเช้า หรือจะว่ายน้ำที่ Mellieha Bay ก่อนจะกลับเข้าในร่มหนีแดดร้อน
การเดินทาง: ขนส่งและที่จอดรถ
Qawra เดินทางง่าย เชื่อมต่อกับทุกโซนของมอลตาด้วยรถบัส Malta Public Transport หลายสายจาก Valletta และเมืองหลักอื่น ๆ เดินทางจาก Valletta ใช้เวลาราว 45–60 นาทีขึ้นอยู่กับสายรถและเวลา เช็คแอปหรือเว็บไซต์ Malta Public Transport ทุกครั้งเพราะเส้นทางอาจเปลี่ยน
ถ้าขับรถมาเอง ที่นี่มีที่จอดรถอาคารหลายชั้นในพื้นที่ ลดปัญหาหาที่จอดริมถนนในโซนชายฝั่งมอลตาตอนเหนือได้จริง ๆ ถือว่าดีกว่าแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ หลายที่บนเกาะมาก แอปเรียกรถ เช่น Bolt กับ Uber ก็ใช้งานในมอลตาได้ สะดวกลงหน้าประตูเลย
สิ่งอำนวยความสะดวก อาหาร และข้อมูลที่ควรรู้
ในอาคารมีร้านอาหาร บีชคลับ สนามเด็กเล่น และร้านของที่ระลึก ร้านอาหาร-บีชคลับตั้งฝั่งวิวทะเล เข้าชมได้แม้ไม่ซื้อตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ คนท้องถิ่นมักมาทานอาหาร/อาบแดดที่นี่ช่วงซัมเมอร์แม้ไม่เข้าไปดูปลา
มีบูธข้อมูลนักท่องเที่ยวในพื้นที่ เผื่อใครยังแพลนทริปต่อเนื่อง ร้านขายของที่ระลึกอยู่ตอนใกล้ทางออก มีของธีมทะเลตามมาตรฐาน ส่วนสนามเด็กเล่นถูกวางไว้ให้ผู้ปกครองพักชมได้ระหว่างรอเด็กคลายเครียดหลังออกมาจากโซนจัดแสดง
การเข้าถึงสำหรับผู้ใช้วีลแชร์หรือมีข้อจำกัดทางร่างกายถือว่าโอเคตามมาตรฐานอาคารสร้างใหม่ ขึ้นรถบัสหรือขับรถมาเองได้สบาย ๆ แต่หากมีข้อจำกัดเฉพาะด้าน แนะนำโทร (+356) 2258 8100 หรืออีเมล info@aquarium.com.mt ก่อนมาเพื่อความชัวร์
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
เช็คราคาตั๋วจากเว็บไซต์ทางการก่อนเข้าเสมอ ที่นี่ไม่ลงราคาไว้เผื่อมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา เวลาทำการและข้อมูลใหม่ ๆ อัปเดตที่ aquarium.com.mt
รีวิวตรง ๆ: ที่นี่คุ้มเวลาหรือเปล่า?
Malta National Aquarium ดูแลดี บริหารมืออาชีพ ไม่เวอร์เกินจริง เหมาะสุดสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก (ต่ำกว่า 12 ปี) เพราะมีกิจกรรมและสัตว์น้ำให้ดูเยอะทั้งเด็กเล็กเด็กโต ส่วนผู้ใหญ่ที่อินกับปลาทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจะได้รับความรู้จริงจัง โดยเฉพาะถ้าเคยดำน้ำหรือสน็อกเกิ้ลที่มอลตามาแล้วน่าจะจำปลาในตู้นี้ได้หลายตัว
นักดำน้ำจริงจังควรรู้ไว้ว่าตรงนี้เหมาะสำหรับภาพรวมก่อนเจอของจริง ชายฝั่งดำน้ำจริง ๆ ของมอลตาขึ้นชื่อระดับโลก ลองดู คู่มือดำน้ำมอลตา ของเราได้รวมจุดไฮไลต์สุด ๆ ไว้แล้ว ใครอยากเปรียบเทียบจริง ๆ ลองมาดูพิพิธภัณฑ์ก่อน แล้วนั่งเรือไปดูของจริงในทะเลเปรียบกันจะอินยิ่งขึ้น
กลุ่มที่ควรคิดให้ดีก่อนมา: ถ้ามีเวลาที่มอลตาน้อย การใช้เวลาสองชั่วโมงกับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ คืออาจต้องแลกกับการเดินชมถนนบารอคใน Valletta หรือเมืองเก่า Mdina รวมถึงชายฝั่งทะเลเองด้วย ที่นี่ไม่ได้เป็นแม่เหล็กหลักแบบแลนด์มาร์กอื่นของมอลตา ถือว่าดีในระดับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมาตรฐาน แต่ถ้าคุณมาจากเมืองที่มีอควาเรียมระดับโลกอยู่แล้ว อาจจะดูเล็กไปหน่อย แต่อัตราค่าเข้าและขนาดรวมถือว่าเหมาะสมกับที่นี่
หากวางแผนเที่ยวเต็มวันโซนเหนือ มอลตา พิพิธภัณฑ์นี้ผสมง่าย ๆ กับ Popeye Village หรือไปว่ายน้ำที่ Paradise Bay ถ้าอยากปรึกษาแผนเที่ยวเต็มเกาะ ลองดู แผนการเดินทางมอลตา 7 วัน สำหรับไอเดียวางวันเที่ยวแบบละเอียด
เคล็ดลับจากคนวงใน
- ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า ประหยัด 1–2 ยูโร/คน ที่คุ้มค่าสุดคือจะออกไปทานข้างนอกแล้วกลับเข้ามาใหม่ได้ในวันเดียว ฟรี ไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่
- ไปเช้าตรู่วันธรรมดาจะได้เดินแบบโล่ง ๆ หลีกเลี่ยงกลุ่มนักเรียนช่วงสุดสัปดาห์ ได้ชมตู้ปลาแมงกะพรุนกับฉลามเต็มที่ไม่ต้องเบียด
- ร้านอาหารกับบีชคลับที่นี่เข้าได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ ถ้าไปด้วยกันกับผู้ใหญ่ที่ไม่อยากเดินดูปลา พวกเขาสามารถนั่งทานหรือชมวิวริมทะเลข้างนอกได้เลย
- ส่วนสัตว์เลื้อยคลาน/สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง หลายคนมักข้าม จริง ๆ แล้วแมงมุมทารันทูลา กับอีกัวน่า ใหญ่ น่าดูและไม่ควรพลาด สำหรับผู้ใหญ่ยังสนุกอยู่เลย
- ถ้าอยากเที่ยวชายหาดโซนมอลตาตอนเหนือ ควรไปทะเลช่วงเช้าก่อน เพราะแดดช่วงบ่ายจะแรงมาก แล้วค่อยเข้าพิพิธภัณฑ์ตอนอากาศร้อน จะเข้าจังหวะดีทั้งร่างกายและแผนเที่ยว
Malta National Aquarium เหมาะสำหรับใคร?
- ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก อยากหากิจกรรมในร่มครึ่งวัน ได้ความรู้และปลอดแดด
- นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมอลตาช่วงหน้าฝน/โลว์ซีซั่น ต้องการกิจกรรมในร่มที่คุ้มค่า
- คนดำน้ำ/นักดำน้ำสน็อกเกิ้ล อยากรู้จักสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลก่อนลงน้ำจริง
- คนวางแผนเที่ยวเต็มวันโซนมอลตาตอนเหนือ อยากผสมกิจกรรมทะเลกับในร่ม
- ใครที่สนใจระบบนิเวศน์หรือความหลากหลายของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นพิเศษ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
รวมทริปไปกับ:
- Blue Grotto
Blue Grotto คือกลุ่มถ้ำทะเลในหน้าผาหินปูนทางตอนใต้ของมอลตา เข้าถึงได้โดยเรือลำเล็กแบบดั้งเดิมเท่านั้น แสงสีฟ้าสะท้อนในถ้ำจะสวยสุดช่วงเช้า แต่ประสบการณ์จะขึ้นอยู่กับคลื่นลมและจังหวะเวลา
- หน้าผา Dingli
หน้าผา Dingli สูง 253 เมตรเหนือน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นจุดชมวิวธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในมอลตา ถนนเลียบหน้าผาให้มุมมองทะเลเปิด ทิ้งโบสถ์หินปูนเก่าแก่อายุหลายร้อยปีไว้ริมขอบหิน และช่วงเย็นที่พระอาทิตย์ตกแต่งแต้มหน้าผาเป็นสีอำพันสด ใครมาก็เข้าได้ ไม่มีค่าเข้าชม หากมาให้ถูกเวลาก็แทบไม่มีคน และไม่ต้องพึ่งไกด์ให้ยุ่งยาก
- อ่าว Ghajn Tuffieħa
อ่าว Ghajn Tuffieħa อยู่ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของมอลตา ต้องเดินลงบันไดชันกว่า 200 ขั้น ทำให้คนไม่แออัดเหมือนหาดดังอื่น ๆ ผืนทรายสีแดงส้มอยู่ระหว่างหน้าผาดินเหนียวสีเขียว มีหอคอยศตวรรษที่ 17 เฝ้าปากแหลม น้ำทะเลไล่เฉดสีจากฟ้าอ่อนถึงน้ำเงินเข้มตามแสงกลางวัน
- ถ้ำ Għar Dalam
ถ้ำ Għar Dalam ใน Birżebbuġa ยาว 144 เมตร เก็บกระดูกช้างแคระ ฮิปโป และหมีจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ของมอลตา พิพิธภัณฑ์ให้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่ลึกขึ้นกว่าความอลังการทางธรณีวิทยาของถ้ำ เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ธรรมชาติจริงจัง ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวฉูดฉาด