คิง เพาเวอร์ มหานคร สกายวอล์ค: ชมกรุงเทพฯ จากความสูง 314 เมตร

คิง เพาเวอร์ มหานคร สกายวอล์ค คือจุดชมวิวที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนยอดตึกที่โดดเด่นที่สุดของเมือง มีพื้นกระจกใส ดาดฟ้าเปิดโล่ง และวิว 360 องศาแบบพาโนรามา ทำให้ที่นี่เป็นประสบการณ์ชมเมืองจากที่สูงที่ดีที่สุดในเมืองหลวง — ถ้าคุณพร้อมจ่าย

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
114 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ สีลม กรุงเทพฯ
การเดินทาง
BTS ช่องนนทรี (ทางออก 3) เดิน 5 นาที
เวลาเที่ยวชม
1.5 ถึง 2.5 ชั่วโมง รวมรูฟท็อปบาร์
ค่าใช้จ่าย
เริ่มต้น 850 บาท (ผู้ใหญ่) มีส่วนลดสำหรับเด็กและสมาชิก King Power
เหมาะสำหรับ
ชมพระอาทิตย์ตก ถ่ายรูป ประสบการณ์พิเศษในทริป
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
kingpowermahanakhon.co.th
ตึกคิง เพาเวอร์ มหานคร ในกรุงเทพฯ โดดเด่นด้วยดีไซน์กระจกแบบพิกเซลและวิวสกายไลน์
Photo Supanut Arunoprayote (CC BY 4.0) (wikimedia)

ตึกมหานครคืออะไรกันแน่

คิง เพาเวอร์ มหานคร สกายวอล์ค ตั้งอยู่บนยอดตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย — ตึกมหานคร 77 ชั้น สร้างเสร็จเมื่อปี 2016 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเยอรมัน Ole Scheeren ตึกนี้โดดเด่นจนไม่มีทางมองข้ามบนสกายไลน์ของกรุงเทพฯ ภายนอกดูราวกับมีเกลียวพิกเซลถูกสกัดออกจากผิวกระจก เผยให้เห็นโครงสร้างคอนกรีตด้านใน ความไม่สมบูรณ์นี้เป็นแนวคิดตั้งใจ — สะท้อนเรื่องการก่อสร้างและความหนาแน่นของเมือง มองจากพื้นถนนดูแปลกตา เหมือนตึกหักพัง แต่พอขึ้นไปยืนบนจุดชมวิวที่ 314 เมตร คุณจะเข้าใจทั้งเมืองที่กางอยู่เบื้องล่าง

ประสบการณ์ชมวิวแบ่งเป็นสองระดับ: จุดชมวิวในร่มชั้น 74 กระจกเต็มผนังจากพื้นถึงเพดาน และดาดฟ้าเปิดโล่งชั้น 78 พื้นกระจกใส — ทางเดินโปร่งแสงที่ลอยอยู่เหนือถนนเบื้องล่าง — อยู่ที่ชั้นในร่มและเป็นไฮไลท์ที่คนส่วนใหญ่มาเพื่อสิ่งนี้ King Power ยักษ์ใหญ่ดิวตี้ฟรีของไทย เข้าซื้อตึกและรีแบรนด์ประสบการณ์สกายวอล์คในปี 2019

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

แนะนำให้จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า คิววอล์คอินช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์อาจยาวถึง 45 นาทีหรือมากกว่าที่เคาน์เตอร์ชั้นล่าง จองออนไลน์บางครั้งยังได้ส่วนลดเพิ่มอีกด้วย

ขึ้นไปข้างบน: จากล็อบบี้สู่พื้นกระจก

ล็อบบี้ชั้นล่างมีบรรยากาศเรียบหรูเหมือนเช็คอินโรงแรมหรู หินอ่อนสีเข้มและแสงไฟสลัว เจ้าหน้าที่จะแนะนำเรื่องความปลอดภัยสั้น ๆ ก่อนเข้าลิฟต์ความเร็วสูง การขึ้นจากชั้นล่างไปชั้น 74 ใช้เวลาราว 50 วินาที — หูอื้อเล็กน้อย ลิฟต์ส่งเสียงหึ่ง ไม่มีการเผยวิวทีละนิด คุณแค่ไปถึง

ชั้นชมวิวในร่มโอบล้อมแกนกลางตึก มีแอร์เย็นสบาย ซึ่งสำคัญมากในอากาศร้อนของกรุงเทพฯ กระจกจากพื้นถึงเพดานสะอาดพอที่จะถ่ายรูปได้โดยไม่ค่อยมีแสงสะท้อนในเกือบทุกช่วงเวลา โซนพื้นกระจกที่โด่งดังมีขนาดประมาณ 3 x 3 เมตร ฝังอยู่ในพื้นใกล้กระจกฝั่งตะวันออก มองลงไปตรง ๆ คือความว่างเปล่า 74 ชั้น: เห็นรถจิ๋ว คนจิ๋ว และกริดของสีลมทอดยาวไปจนถึงแม่น้ำ คนส่วนใหญ่จะหยุด ค่อย ๆ เดินออกไป หัวเราะกลัว ๆ แล้วก็ถ่ายรูป บางคนยืนแข็งตรงขอบแล้วตัดสินใจว่ามองจากด้านหลังกระจกก็พอแล้ว ทั้งสองแบบเข้าใจได้ทั้งนั้น

ชั้นในร่มยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับการก่อสร้างตึกและพัฒนาการเมืองของกรุงเทพฯ แม้จะถูกมองข้ามง่ายเพราะวิวข้างนอกดึงสายตาไปหมด

ดาดฟ้าเปิดโล่ง: จุดที่คุ้มค่าจริง ๆ

ไฮไลท์ตัวจริงคือดาดฟ้าเปิดโล่งชั้น 78 คุณจะขึ้นบันไดภายนอกจากชั้น 74 และทันทีที่ก้าวออกมา กรุงเทพฯ กระหน่ำเข้ามาพร้อมกัน: ความร้อน เสียงเมืองดังจาง ๆ จากเบื้องล่าง และขนาดของเมืองที่แผ่ไปทุกทิศ วันที่ฟ้าใสมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาไหลคดเคี้ยวลงใต้มุ่งสู่อ่าวไทย ทางเหนือเห็นตึกสูงย่านสุขุมวิทซ้อนกันเป็นชั้น ๆ มองไปทางตะวันตกช่วงบ่ายแก่ ๆ แม่น้ำจะเป็นประกายสีทองแดง

บนดาดฟ้ามีบาร์เสิร์ฟค็อกเทล เบียร์ และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ราคาสะท้อนความสูงมากกว่าราคาย่าน ค็อกเทลแก้วละประมาณ 450 ถึง 600 บาท บรรยากาศช่วงโกลเด้นอาวร์มักเป็นส่วนผสมของนักท่องเที่ยวอารมณ์ดีกับคนกรุงเทพฯ ที่มาฉลองโอกาสพิเศษ โต๊ะเต็มเร็วตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ถ้าอยากนั่งชมพระอาทิตย์ตก ควรขึ้นไปชั้นดาดฟ้าไม่เกิน 17:15 น. ในช่วงหน้าหนาว

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

การเข้าดาดฟ้าขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ถ้ามีพายุฝนฟ้าคะนองหรือลมแรง ชั้นเปิดโล่งจะปิดและใช้ได้เฉพาะชั้นในร่ม ซึ่งเกิดบ่อยในช่วงฤดูฝนพฤษภาคม-ตุลาคม เช็คสภาพอากาศก่อนจองวันที่เฉพาะเจาะจง

ช่วงเวลาไหนดีที่สุด

เวลาเปลี่ยนประสบการณ์ได้มาก ช่วงกลางวันระหว่าง 11:00 ถึง 14:00 น. ทัศนวิสัยไกลสุดในวันฟ้าใส แต่แสงแดดตรงหัวทำให้ภาพแบน และดาดฟ้าร้อนจัด ช่วงเช้าตรู่ตั้งแต่ตึกเปิดคนน้อยที่สุด แสงมักนุ่มแม้จะมีหมอกบ้าง

ช่วงพระอาทิตย์ตกเป็นเวลายอดนิยม ราว 17:30 ถึง 18:30 น. ขึ้นอยู่กับฤดูกาล และมีเหตุผลดี: ท้องฟ้ากรุงเทพฯ ยามเย็นเปลี่ยนเป็นสีส้มและชมพูสะท้อนแม่น้ำเจ้าพระยา ข้อแลกคือคนเยอะ คิวพื้นกระจกยาวขึ้นช่วงซันเซ็ต ดาดฟ้าเต็มจนต้องอาศัยความอดทนหรือโชคในการแย่งจุดริมราว ถ้าไปตอนพระอาทิตย์ตก ให้มองเป็นประสบการณ์สังคมพอ ๆ กับการถ่ายรูป

การไปตอนกลางคืนเป็นตัวเลือกที่ถูกมองข้าม หลังทุ่มคนเริ่มน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ไฟเมืองสว่างเป็นกริดสีส้มและขาว รูฟท็อปบาร์ก็ผ่อนคลายขึ้น แม้จะไม่ได้ท้องฟ้าสีสวย แต่ได้เห็นแม่น้ำเจ้าพระยาส่องแสงและตึกสาทรเรืองรองยาวลงใต้ ช่างภาพที่อยากถ่ายภาพเปิดรับแสงนานจะทำงานได้ง่ายกว่าช่วงนี้

การเดินทางและข้อมูลที่ควรรู้

ตึกมหานครตั้งอยู่บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ในย่านสีลม ย่านธุรกิจหลักของกรุงเทพฯ สถานี BTS ช่องนนทรีใกล้ที่สุด เดินประมาณ 5 นาทีตามทางเดินยกระดับลงมาถึงระดับถนน จากสถานี BTS สีลม เดินประมาณ 10 นาที แท็กซี่มิเตอร์และ Grab จอดส่งได้ที่ทางเข้าหลักของตึก

ตึกเปิดทุกวันตั้งแต่ 10:00 น. ถึงเที่ยงคืน โดยปล่อยเข้ารอบสุดท้ายราว 23:00 น. เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบเข้าฟรี เด็กอายุ 3-14 ปีราคาพิเศษ ไม่มีข้อกำหนดการแต่งกายเข้มงวด แต่เสื้อผ้าเปียกหรือเปรอะเปื้อนมากอาจถูกปฏิเสธ ไม่บังคับรองเท้าหุ้มส้น แต่แนะนำเพราะเหมาะกับการเดินในกรุงเทพฯ

การเข้าถึง: ชั้นชมวิวในร่มรองรับวีลแชร์ได้เต็มที่ผ่านลิฟต์ ดาดฟ้าเปิดโล่งต้องขึ้นบันไดจึงไม่รองรับวีลแชร์ เจ้าหน้าที่ชั้นล่างสามารถแนะนำก่อนซื้อตั๋วได้หากมีข้อกังวลเรื่องนี้

ℹ️ ดีที่ควรรู้

เคล็ดลับการถ่ายภาพ: ใช้เลนส์มุมกว้างหรือโหมดอัลตราไวด์ของมือถือ กระจกชั้นในมีมุมเอียงและลึกพอที่เลนส์ระยะปกติอาจเก็บแสงสะท้อนมาด้วย เข้าใกล้กระจกแล้วใช้มือหรือแจ็คเก็ตบังแสงที่หน้าเลนส์เพื่อลดแสงสะท้อน

เทียบกับที่อื่น และใครที่อาจข้ามได้

กรุงเทพฯ มีจุดชมวิวสูงอื่น ๆ อีก จุดชมวิวใบหยก เก่ากว่า ถูกกว่า อยู่ย่านประตูน้ำ แต่ตึกเตี้ยกว่ามากและประสบการณ์ไม่เทียบเท่า มหานคร สกายวอล์ค คือเวอร์ชันพรีเมียม: สถาปัตยกรรมดีกว่า สิ่งอำนวยความสะดวกดีกว่า รูฟท็อปบาร์ก็เหนือชั้นกว่า คุณจ่ายเพื่อความแตกต่างนี้

ราคา 850 บาทขึ้นไปต่อผู้ใหญ่ 1 คน ถือว่าเป็นตั๋วเข้าชมที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นักท่องเที่ยวงบจำกัดที่เคยเห็นวิวเมืองจากรูฟท็อปบาร์โรงแรมแล้ว อาจรู้สึกว่าจ่ายเพิ่มขนาดนี้ไม่คุ้ม ประสบการณ์นี้ยังขึ้นอยู่กับสภาพอากาศมาก ถ้ากรุงเทพฯ อยู่ในช่วงฝนตกหนักฤดูฝน โอกาสได้ประสบการณ์ดาดฟ้าเต็มที่จะลดลงอย่างมาก

นักท่องเที่ยวที่สนใจความลึกซึ้งทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ — วัด ตลาด วิถีชีวิตริมถนน — อาจมองว่าที่นี่เป็นทางอ้อมจากสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองมากกว่า พระบรมมหาราชวัง และวัดอรุณ บอกเล่ากรุงเทพฯ ในแบบที่ตึกกระจกทำไม่ได้ แต่ถ้าคุณอยากเข้าใจขนาดทางกายภาพของเมือง เห็นว่ามันแผ่ไปไกลแค่ไหนทุกทิศทางและแม่น้ำเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างไร มหานคร สกายวอล์คคุ้มค่าตั๋วทุกบาท

ย่านสีลม: บริบทรอบตึก

สีลมเองก็น่าสำรวจก่อนหรือหลังขึ้นชมวิว ถนนที่ผ่านหน้าตึกมุ่งไปทางตลาดกลางคืนพัฒน์พงศ์ ทางตะวันออก และซอยเงียบ ๆ ของสาทรทางใต้ มีร้านอาหารและคาเฟ่ดี ๆ หลายร้านอยู่ห่างจากตึกเดินไม่กี่นาที ทำให้กินข้าวก่อนขึ้นไปได้สะดวก ถ้าจะรวมสกายวอล์คเข้ากับโปรแกรมสีลมช่วงบ่าย ลองแวะสวนลุมพินี ก่อน — นั่ง BTS หรือแท็กซี่ไปทางเหนือแป๊บเดียว ได้มุมมองระดับพื้นดินที่เป็นคู่ตรงข้ามกับวิวทางอากาศจาก 314 เมตร

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ชั้น 74 จุดชมวิวในร่มมีแอร์เย็นสบาย ช่วยคลายร้อนได้ดีหลังเดินท่ามกลางอากาศร้อนของกรุงเทพฯ ถ้าอยากพักก่อนขึ้นไปดาดฟ้าเปิดโล่ง ค่อย ๆ เดินชมชั้นในร่มก่อนได้เลย
  • พื้นกระจกใสควรตรงไปเลยตั้งแต่ขึ้นถึงชั้น 74 อย่าเพิ่งวนดูจุดอื่น เพราะยิ่งนานคิวจะยิ่งยาว ไปเร็วได้ภาพดี ไม่ต้องเบียดกัน
  • รูฟท็อปบาร์เปิดให้เข้าได้เลยแต่ที่นั่งมีจำกัด ถ้าอยากได้โต๊ะวิวสวย ๆ แทนที่จะยืนริมราว ลองสอบถามเจ้าหน้าที่ตอนซื้อตั๋วว่าจองโต๊ะได้ไหมในช่วงเวลาที่ไป
  • วันที่ฟ้าหมอก ซึ่งพบบ่อยช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมเพราะหมอกควันและอากาศร้อน ทัศนวิสัยไกล ๆ จะลดลงมาก วิวใกล้ ๆ ยังสวยอยู่ แต่จะมองไม่เห็นจุดสังเกตไกล ๆ อย่างสนามบินหรือแนวชายฝั่งอ่าวไทย
  • ชั้นล่างของตึกมีโซน King Power Duty Free ถ้าใกล้จะบินออกจากไทยแล้ว ราคาเหล้าไทยและเครื่องสำอางอาจถูกกว่าที่อื่น แวะดูได้หลังลงมาจากจุดชมวิว

คิง เพาเวอร์ มหานคร สกายวอล์ค เหมาะสำหรับใคร?

  • นักท่องเที่ยวที่มาครั้งแรกและอยากเห็นภาพรวมของกรุงเทพฯ ทั้งเมือง
  • คู่รักที่มองหาประสบการณ์ชมพระอาทิตย์ตกแบบพิเศษ
  • ช่างภาพที่ตามล่าช็อตสกายไลน์และแสงยามเย็น
  • คนรักสถาปัตยกรรมที่สนใจดีไซน์พิกเซลของ Ole Scheeren
  • นักเดินทางที่มีเวลาว่างสักเย็นและอยากปิดท้ายทริปกรุงเทพฯ แบบน่าจดจำ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน สีลม:

  • สวนงูกรุงเทพ

    สวนงูกรุงเทพ หรือชื่อทางการคือสถานเสาวภา สภากาชาดไทย เป็นสวนงูที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และยังเป็นศูนย์วิจัยเซรุ่มแก้พิษงูที่ยังคงดำเนินงานอยู่จริง ที่นี่เปิดให้ชมงูพิษอย่างใกล้ชิด มีโชว์สาธิตให้ความรู้ และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาขนาดย่อม ทำให้เป็นจุดแวะที่แปลกไม่เหมือนใครในย่านสีลม

  • ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค

    ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค คือโครงการมิกซ์ยูสระดับแลนด์มาร์กใจกลางสีลม ผสานสวนลอยฟ้าที่เปิดให้สาธารณชนเข้าชมฟรี ร้านอาหารระดับพรีเมียม โรงแรมดุสิตธานีโฉมใหม่ และรีเทลที่คัดสรรมาอย่างดี ตั้งอยู่บนมุมที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ มอบประสบการณ์เมืองที่แตกต่างจากห้างและตลาดแบบเดิมๆ

  • สวนลุมพินี

    สวนลุมพินีคือพื้นที่สีเขียวสาธารณะที่สำคัญที่สุดของกรุงเทพฯ เป็นสวนสาธารณะขนาด 360 ไร่ ที่ตอนเช้ามีกลุ่มคนรำมวยจีน เรือพาย และตัวเหี้ยตัวยาวเป็นเมตรอยู่ร่วมกัน แค่เดินไม่กี่ก้าวจากตึกออฟฟิศย่านสีลม บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนขึ้นอยู่กับว่าคุณไปถึงเวลาไหน

  • ตลาดกลางคืนพัฒน์พงษ์

    ทุกเย็น ตลาดกลางคืนพัฒน์พงษ์จะแปลงซอยแคบ ๆ ในย่านสีลมให้กลายเป็นตลาดของฝากเต็มพื้นที่ ท่ามกลางโกโกบาร์แสงนีออนและแผงอาหารข้างทาง ที่นี่คือประสบการณ์กลางคืนที่มีหลายมิติและแปลกตาอย่างแท้จริงของกรุงเทพฯ

สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:สีลม
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:Bangkok

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.