High Park: สวนสาธารณะใหญ่สุดในโตรอนโตแบบเจาะลึก
High Park เป็นสวนสาธารณะขนาด 161 เฮกตาร์ทางตะวันตกของโตรอนโต เข้าได้ฟรีตลอดปี ชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิ เดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือสกีข้ามประเทศยามหน้าหนาว เพลิดเพลินกับป่า สระน้ำ สวน สนามกีฬา และเส้นทางธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 1873 ถนนบลัวร์ตะวันตก ย่าน High Park โตรอนโต ออนแทรีโอ
- การเดินทาง
- รถไฟใต้ดินสถานี High Park (TTC Line 2), รถบัสฤดูกาล 203 High Park, รถราง 506 Carlton ลง High Park Loop
- เวลาเที่ยวชม
- 2–4 ชั่วโมงถ้าจะเที่ยวทั่ว หรือครึ่งวันถ้าตั้งใจเดินป่า ปิกนิก และแวะสวนสัตว์
- ค่าใช้จ่าย
- เข้าฟรี (CAD $0) ตลอดปี
- เหมาะสำหรับ
- ครอบครัว สายเดินป่า คนชอบถ่ายรูป คนตามล่าซากุระ เจ้าของหมา (ปล่อยสายล่ามได้)

High Park จริง ๆ แล้วคืออะไร
High Park คือสวนสาธารณะในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโตรอนโต มีพื้นที่ 161 เฮกตาร์ (ประมาณ 400 เอเคอร์) ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของเมือง เปิดให้คนทั่วไปเข้าได้มาตั้งแต่ปี 1876 เจ้าของที่ดินคือ John George Howard สถาปนิกและวิศวกรผู้เคยอาศัยอยู่ที่นี่ เขายกที่ให้กับเมืองแต่มีเงื่อนไขว่าต้องให้ประชาชนเข้าใช้ฟรี ซึ่งยังคงปฏิบัติตามจนถึงปัจจุบัน
สิ่งที่ทำให้ High Park แตกต่างจากสวนสาธารณะในเมืองใหญ่ทั่วไปคือระบบนิเวศที่หลากหลาย พื้นที่ตอนใต้และกลางของสวนยังมี black oak savanna ซึ่งเป็นระบบนิเวศแบบดั้งเดิมของบริเวณทะเลสาบใหญ่และพบได้น้อยมากในโตรอนโต งานฟื้นฟูและควบคุมพืชรุกรานโดยใช้ไฟถูกดำเนินมาหลายสิบปี โดยเฉพาะปลายฤดูใบไม้ผลิจะมีการ burn คุมวัชพืชเพื่อกระตุ้นพืชพื้นเมือง ปลายสวนฝั่งเหนือเปลี่ยนโซนเป็นสวนประดับ สนามกีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น
สวนนี้อยู่ในย่าน ย่าน High Park เปรียบเสมือนหัวใจสีเขียวกลางเขตพักอาศัยหนาแน่น ถนน Bloor Street West อยู่ทางขอบเหนือของสวน เดินจากสถานีรถไฟใต้ดินแค่ไม่กี่นาทีก็ถึง ไม่ใช่สวนไกลปืนเที่ยงแต่เป็นสถานที่ที่คนโตรอนโตมาใช้เวลาว่างทั้งช่วงพักกลางวัน วันหยุดเช้า หรือช่วงเวลาอื่น ๆ ของวัน
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
วันหยุดเสาร์-อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ รถยนต์จะเข้าในสวนไม่ได้ ถนนด้านในจะเปิดให้คนเดินกับจักรยานเท่านั้น ช่วงนี้สวนจะโล่งและรู้สึกปลอดโปร่งสุด ๆ วันธรรมดาจุดเข้าออกบางแห่งยังขับรถได้ ซึ่งทำให้บรรยากาศแตกต่างกันไปเล็กน้อย
บรรยากาศของสวนเปลี่ยนตลอดทั้งวัน
หากมาถึงก่อน 8 โมงเช้าในวันธรรมดา จะเจอแต่กลุ่มคนเดินหมากับนักวิ่งจริงจัง พื้นที่ปล่อยหมาแถวทางเข้า Deer Pen Road เป็นแหล่งแฮงเอาต์ของขาประจำที่รู้จักกันทั้งคนทั้งสุนัข แสงลอดใต้ต้นโอ๊กยามเช้านี้มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีแต่ยังไม่ร่วง
สายๆ ครอบครัวพาลูกมาถึง บริเวณรอบ Grenadier Pond จะคึกคักด้วยคนให้อาหารเป็ด ดูนกกระสา บ่อนี้มีนกมากหน้าหลายตาตลอดทั้งปี ฤดูหนาวน้ำแข็งปกคลุมกลายเป็นลานสเก็ตแบบฟีลโฮมเมดที่คนท้องถิ่นมาเล่นกันเอง (ไม่ใช่ลานทางการ) ส่วน Hillside Gardens ใกล้เวที Dream Site จะเริ่มแน่นตั้งแต่สาย ๆ ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์หน้าร้อน
บ่าย ๆ คนจะเยอะที่สุด โดยเฉพาะเสาร์หน้าร้อน จุดปิกนิกบนสนามหญ้ากลางจะถูกจองก่อนบ่าย ส่วนสนามเด็กเล่นแถวเรือนกระจกและสวนสัตว์ก็จะแน่นระหว่างเที่ยงถึงบ่ายสาม อยากได้ความสงบขึ้นควรเลือกมาวันธรรมดาช่วงเย็น หรือหลัง 4 โมงในวันหยุดที่ครอบครัวเริ่มกลับบ้านแล้ว
ซากุระบาน: กระแสจริงแค่ไหน?
ทุกฤดูใบไม้ผลิ ซากุระญี่ปุ่นประมาณ 1,500 ต้นจะบานสะพรั่งตามทางแถว Hillside Gardens โดยช่วงพีคจะอยู่ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาแล้วแต่ปี เวลาบานสวนจะคึกคักจนถึงขั้นต้องปิดให้รถยนต์เข้าไม่ได้ เพื่อจัดการคนมหาศาลที่หลั่งไหลมาชม
ถ้าวันอากาศดี ดอกไม้จะสวยจริงทั้งแถบ เหมือนเดินใต้หลังคาสีชมพูอ่อน สำหรับผู้วางแผนจะมาช่วงซากุระ ลองดู คู่มือชมดอกซากุระในโตรอนโต สำหรับเคล็ดลับเลือกวันและหลบคน ข้อควรรู้คือช่วงพีคของดอกมักแค่ 5–7 วัน บางปีก็เปลี่ยนกระทันหันจากอากาศร้อนจัดหรือน้ำค้างแข็ง
ถ้าอยากมาถ่ายรูปหรือเดินแบบไม่อึดอัดในช่วงบานพีค เสาร์-อาทิตย์ควรมาก่อน 9 โมงหรือหลัง 5 โมงเย็น ทางเดินใต้ต้นแคบมาก กลางวันสว่าง ๆ เสาร์-อาทิตย์จะเต็มเหมือนเดินแถว แต่บรรยากาศอบอุ่นสนุกสนาน มีครอบครัวมาปูนั่งปิกนิกกันทั่วสนาม รู้สึกถึงฤดูพิเศษร่วมกันทั้งสวน
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
ฤดูซากุระ รถยนต์มักเข้า High Park ไม่ได้ ตรวจสอบเว็บทางการเมืองโตรอนโตไว้ก่อนดีกว่า รถไฟใต้ดิน (สถานี High Park Line 2) สะดวกและแน่นอนที่สุด
มีอะไรให้ดูใน High Park บ้าง
Grenadier Pond
โซนสระน้ำใหญ่ทางตอนใต้ของสวนคือ Grenadier Pond กินพื้นที่ประมาณ 13 เฮกตาร์ เชื่อมกับระบบจัดการน้ำฝนและกลายเป็นจุดแวะของนกอพยพทุกฤดูใบไม้ผลิ/ใบไม้ร่วง ทางเดินไม้เลียบฝั่งตะวันออกวิวสวยมาก มองข้ามน้ำไปเห็นแนวสันเขา หน้าร้อนสระน้ำมีเต่าและกบให้สังเกตริมฝั่ง ตกปลาที่นี่ได้ (ต้องมีใบอนุญาตของออนแทรีโอ)
High Park Zoo
High Park มีสวนสัตว์ขนาดเล็กฟรี ดำเนินการโดยเทศบาล เป็นหนึ่งในไม่กี่สวนสัตว์ฟรีของแคนาดา ถึงจะไม่มีสัตว์หายากตัวใหญ่แต่ก็ไม่น่าเบื่อ มีทั้งกระทิง นกยูง ลามะ คาปิบารา วัว Highland และจิงโจ้วอลลาบี้ ฯลฯ สวนสัตว์ขนาดกะทัดรัด เน้นดูใกล้ชิดมากกว่าจะโชว์จำนวนสัตว์เยอะ ๆ เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ชอบเพราะเข้าใกล้สัตว์ได้มากกว่าปกติ เปิด-ปิดตามฤดูกาล โดยเฉพาะหน้าหนาวควรเช็คเวลาก่อน
แดน Black Oak Savanna และเส้นทางธรรมชาติ
โซนตอนใต้ โดยเฉพาะแถว Colborne Lodge Drive และบนสันเขา ยังเป็นที่หลงเหลือของ black oak savanna ที่นักนิเวศวิทยาชื่นชม ชั้นไม้พุ่มและพื้นดินถูกควบคุมด้วยการ burn เพื่อไม่ให้รก หน้าร้อนดินจะร่วนทราย พื้นใต้ต้นโอ๊กโล่งกว้าง เป็นวิวที่ไม่เหมือนส่วนอื่นของสวน เส้นทาง Woodland Trail กับ West Ravine Trail ตัดผ่านโซนนี้ได้ตรงที่สุด ทางเดินไม่ได้ลาดยาง เดินง่ายแต่ควรใส่รองเท้าดี ๆ
Colborne Lodge
ใกล้ปลายสวนฝั่งใต้ มีบ้าน Colborne Lodge สร้างขึ้นปี 1836 เป็นบ้านสไตล์รีเจนซี่ของ John George Howard กับภรรยา Jemima ตอนนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ของเมืองโตรอนโต เปิดให้เข้าชมบางช่วงเวลา บ้านหลังนี้คือกุญแจประวัติศาสตร์สำคัญในการก่อกำเนิด High Park รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ใน หน้าข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว Colborne Lodge ได้เลย
Hillside Gardens และ Dream Site
กลางสวนจะมีโซนสวนดอกไม้ประดับที่เรียกว่า Hillside Gardens จัดสวนรอบสนามหญ้าซึ่งใช้จัดกิจกรรมกลางแจ้ง เวที Dream Site คือที่ประจำของละครกลางแจ้ง Shakespeare in the Park ซึ่ง Canadian Stage จัดขึ้นทุกหน้าร้อน (ซื้อตั๋ว) บรรยากาศยามค่ำในสวนแบบนี้เป็นอีกประสบการณ์ที่ควรมาลอง
ข้อมูลควรรู้ก่อนมา High Park
High Park เข้าได้ฟรีตลอดปี ไม่มีประตู ไม่มีจุดซื้อตั๋ว ถนนในสวนปิดไม่ให้รถยนต์เข้าเสาร์-อาทิตย์ วันหยุด และช่วงอีเวนต์พิเศษ วันธรรมดาบางประตูรถยังผ่านเข้าได้ Wheel-Trans สำหรับผู้ใช้วีลแชร์บริการถึงในสวนทั้งวันธรรมดาและวันหยุด
วิธีง่ายสุดคือนั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 มาลงสถานี High Park ออกมาถึงปากทางสวนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือเลย รถบัส 203 บริการแค่บางฤดูกาล ขึ้นได้ในสวน สำหรับคนมาจากฝั่งตะวันออก รถรางสาย 506 จอดสุดสายที่ High Park Loop ถ้าอยากดูภาพรวมระบบเดินทางของโตรอนโต ลองดู คู่มือการเดินทางในโตรอนโต อธิบายตัวเลือกของ TTC อย่างละเอียด
ภูมิประเทศในสวนแตกต่างหลากหลาย แถวสวนสัตว์ สวนดอกไม้ กับริมบ่อจะปูพื้นรถเข็นเข้าง่าย เหมาะกับรถเข็น-วีลแชร์ ส่วนเส้นทางร่องน้ำฝั่งใต้พื้นธรรมชาติ ขรุขระ ไม่เหมาะกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ห้องน้ำหลักอยู่แถวที่จอดรถ หน้าสวนสัตว์ และร้าน Grenadier ร้านอาหารหลักมีบริการเต็มรูปแบบเฉพาะหน้าร้อน ใกล้โซน splash pad มี snack bar ขายของกินเล่น
ℹ️ ดีที่ควรรู้
ทริคถ่ายรูป: ชายฝั่งตะวันตกของ Grenadier Pond แสงสวยมากตอนเย็นเพราะน้ำสะท้อนแนวเขา ถ่ายซากุระ แนะนำเช้าครึ้มเมฆจะแสงนุ่ม ไม่มีเงาคัด
High Park ในแต่ละฤดู
ฤดูใบไม้ผลิโดยเฉพาะปลายเมษา-พฤษภาเป็นช่วงที่สวนอลังการสุด ทั้งซากุระและนกอพยพกลับมาที่ Grenadier Pond หน้าร้อนร่มไม้หนาแน่น ละครกลางแจ้ง สนามเด็กเล่น น้ำพุให้เล่น และเย็นยาวนั่งชิลสนามหญ้า ใบไม้เปลี่ยนสีในตุลาคมสวยเงียบสงบ สำหรับเคล็ดลับเที่ยวตามฤดูกาล แนะนำ คู่มือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยือนโตรอนโต วางแผนล่วงหน้าทีละเดือน
High Park หน้าหนาวก็น่าเดินถ้าคุณแต่งตัวอุ่นดี ๆ สระ Grenadier แข็งกลายเป็นลานสเก็ต ต้นไม้โละใบเปิดมุมใหม่ ๆ ที่ปกติไม่เห็นและคนจะบางตา savanna ฝั่งใต้มีบรรยากาศเฉพาะใต้หิมะ สกีข้ามประเทศกับ snowshoe ทำได้แบบไม่เป็นทางการถ้าหิมะเยอะ แต่สวนไม่ได้จัดทางสกีกลางฤดูหนาว อากาศโตรอนโตบางปีเย็นติดลบสิบห้าก็มี เตรียมใส่เครื่องกันหนาวให้เหมาะสม
High Park ยังเป็นหนึ่งในสวนที่อยู่ในคู่มือเดินเที่ยวพื้นที่สีเขียวทั่วโตรอนโต ถ้าคุณชอบเปิดเมืองสายกรีน ชวนดู คู่มือสวนสาธารณะที่ดีที่สุดในโตรอนโต จะเห็นภาพรวมพื้นที่เขียวเด่น ๆ ของเมือง
ใครเหมาะ/ไม่เหมาะกับ High Park
ถ้าคุณมาโตรอนโตแบบรีบ ๆ เน้นแลนด์มาร์คเมือง วิวตึก หรือพิพิธภัณฑ์ High Park อาจไม่ใช่ตัวเลือกดีสุดเพราะอยู่ฝั่งตะวันตกต้องนั่ง subway ออกไป จุดเด่นสวนนี้คือธรรมชาติกับกิจกรรมกลางแจ้ง ใครไม่อินเดินเล่นสวนหรือกิจกรรมเอาท์ดอร์ ใกล้ตัวเมืองมีสวนประดับหลายแห่งที่เข้าถึงง่ายกว่า
สวนนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวกับ Nightlife หรือมื้อค่ำเด็ด ๆ หลังมืดเส้นทางส่วนใหญ่ไม่มีไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกก็ปิดหมด ถ้าจะหาแหล่งอาหารหรือศิลปะในโตรอนโต ลองเปลี่ยนไปย่านอื่นเหมาะกว่า
เคล็ดลับจากคนวงใน
- จุดลับที่คนมา High Park มักพลาดคือบนสันเขาทางฝั่งตะวันตกแถว Deer Pen Road มองออกไปจะเห็น Grenadier Pond แบบโล่ง ๆ ไม่มีอะไรบังเลย ซึ่งจุดนี้ไม่มีระบุในแผนที่หรือป้ายใดๆ
- รถบัสฤดูกาล 203 High Park เชื่อมจากสถานี High Park (Line 2) เข้าไปในสวน เป็นวิธีเดินทางที่คนไม่ค่อยรู้นัก คุ้มมากถ้ามีเด็กเล็กหรือเดินไม่ไกล ใช้เที่ยวสวนแบบไม่เหนื่อย
- Shakespeare in the Park ที่ Dream Site มีการแสดงกลางแจ้งแบบ pay what you can ฟรีจำนวนจำกัดทุกปี เต็มเร็ว ควรมาก่อนเวลา ดูวัน-เวลาที่ staging ทางเว็บ Canadian Stage
- โซน black oak savanna อาจดูเฉย ๆ ถ้ามองผ่านๆ แต่จริงๆ คือระบบนิเวศหายาก เดือนมิถุนายน ชั้นทรายใต้ต้นโอ๊กกว้างโล่ง เงียบได้ยินแค่เสียงนกกับสายลม เป็นความสงบแบบแท้จริงในโตรอนโต ต้องมาเองถึงจะรู้สึก
- ระเบียงของร้าน Grenadier Restaurant (เปิดเฉพาะหน้าร้อน) คนแน่นมากโดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ อยากนั่งควรมาก่อนเที่ยง ไม่งั้นก็ต้องรอคิวค่ะ
High Park เหมาะสำหรับใคร?
- ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก: มีสวนสัตว์ฟรี สนามเด็กเล่น สนามหญ้ากว้างมาก ใช้เวลากี่ชั่วโมงก็ไม่มีเบื่อ แถมไม่เสียตังค์
- ช่างภาพและสายซากุระฤดูใบไม้ผลิ: ซากุระที่ Hillside Gardens จัดว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งในแคนาดา
- คนดูนก: สระ Grenadier Pond มีทั้งนกอพยพฤดูใบไม้ผลิ-ใบไม้ร่วง กับนกน้ำท้องถิ่นตลอดทั้งปี
- สายเดินป่า/วิ่งเทรลในเมือง: เส้นทางร่องน้ำฝั่งใต้ของสวนให้ฟีลธรรมชาติจริง ๆ แบบไม่ต้องออกเมือง
- เจ้าของหมา: พื้นที่ปล่อยหมาโดยเฉพาะ กว้าง สะอาด ดูแลดี คนใช้เยอะทุกฤดู
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน High Park & Roncesvalles:
- Colborne Lodge
Colborne Lodge สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1837 ตั้งอยู่ลึกใน High Park เป็นบ้านประวัติศาสตร์ที่ชวนค้นหาในโตรอนโต อดีตบ้านของ John Howard กับ Jemima ศิลปินผู้สร้างรากฐานให้สวนสาธารณะกลางเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกาเหนือ ค่าเข้าชมถูกกำหนดโดยเมืองโตรอนโตและต้องซื้อตั๋วเข้าชม
- Roncesvalles Village
Roncesvalles Village หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า Roncy คือถนนยาวประมาณ 1.7 กิโลเมตร เต็มไปด้วยร้านค้าอิสระ คาเฟ่ เบเกอรี่โปแลนด์ และชีวิตชุมชนในฝั่งตะวันตกของโตรอนโต เดินฟรี ไม่ต้องเสียค่าเข้า เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ และสัมผัสชีวิตย่านแท้จริงของเมืองนี้