สวนสัตว์แฟรงคลินพาร์ค: สัมผัสป่าในเมืองบอสตันกลางแฟรงคลินพาร์ค
สวนสัตว์แฟรงคลินพาร์คตั้งอยู่บนพื้นที่ 72 เอเคอร์กลางสวนแฟรงคลินพาร์ค เมืองบอสตัน สัมผัสสัตว์ป่านานาชาติทั้งจากแอฟริกาและออสเตรเลีย ใกล้ตัวเมืองและเดินทางง่ายด้วยขนส่งสาธารณะ เหมาะกับการเดินเล่นครึ่งวันสบาย ๆ แนะนำให้ไปช่วงเช้าวันธรรมดาที่คนไม่พลุกพล่านและสัตว์ออกมาให้เห็นเยอะ
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- One Franklin Park Road, Boston, MA 02121 (Roxbury/Franklin Park)
- การเดินทาง
- รถไฟสาย Orange Line ของ MBTA ลงสถานี Ruggles หรือ Jackson Square ต่อรถบัสสาย 22, 28, 29, หรือ 45
- เวลาเที่ยวชม
- 2.5 ถึง 4 ชั่วโมงถ้าอยากดูครบทุกโซน หรือครึ่งวันถ้ามากับเด็กเล็ก
- ค่าใช้จ่าย
- ราคาธรรมดามีหลายเรท ชาวแมสซาชูเซตส์ที่มีบัตร EBT/WIC: 5 ดอลลาร์ต่อคน (สูงสุด 4 คน) ถึง 31 ธ.ค. 2026 ตรวจสอบราคาปัจจุบันที่ zoonewengland.org
- เหมาะสำหรับ
- ครอบครัวที่มีเด็ก คนรักสัตว์ นักเดินเล่นชมธรรมชาติ
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.zoonewengland.org/franklin-park-zoo

สวนสัตว์แฟรงคลินพาร์คคืออะไร แบบเข้าใจง่าย
สวนสัตว์แฟรงคลินพาร์ค คือสวนสัตว์ขนาด 72 เอเคอร์ ภายใต้การดูแลของ Zoo New England ตั้งอยู่กลางสวนสาธารณะออกแบบโดย Frederick Law Olmsted ในย่านประวัติศาสตร์ของบอสตัน ซึ่งไม่ได้เน้นความหรูหราหรือเป็นรีสอร์ตใหญ่แบบสวนสัตว์ชื่อดัง แต่โดดเด่นตรงเป็นสวนสัตว์ขนาดกลางที่จัดดูแลดี โดยเฉพาะโซนสัตว์แอฟริกาอย่าง Serengeti Crossing ที่ยีราฟ ม้าลาย และนกกระจอกเทศเดินกันได้ในพื้นที่กลางแจ้งกว้างขวาง
สวนสัตว์แห่งนี้เป็นส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์พื้นที่สีเขียวของบอสตัน สวนแฟรงคลินพาร์คซึ่ง Olmsted เป็นผู้ออกแบบไว้เมื่อยุค 1880 ถือเป็นหัวใจของระบบสวน “Emerald Necklace” และสวนสัตว์แห่งนี้ก็ตั้งแต่ปี 1914 เดินเล่นรอบสวนโดยเฉพาะเส้นทางแนวป่า จะรู้สึกถึงความสมดุลระหว่างธรรมชาติกับการจัดแสดงสัตว์ซึ่งสวนสัตว์ชานเมืองไม่ค่อยมีแบบนี้
ถ้าคุณวางแผนออกสำรวจพื้นที่สีเขียวในบอสตันให้กว้างกว่านี้ Emerald Necklace เชื่อมสวนแฟรงคลินพาร์คไปยัง Arnold Arboretum และ Jamaica Pond เป็นแนวสวนต่อเนื่องน่าเดินสำรวจที่จะรู้จักล่วงหน้าก่อนมาเที่ยว
ประสบการณ์เดินชมสวนสัตว์
ส่วนใหญ่จะเข้าทางประตูหลักบนถนนแฟรงคลินพาร์ค แล้วเดินวนรอบทวนเข็มนาฬิกาไปหาสัตว์ใหญ่ ทางเดินเป็นถนนลาดยาง กว้างพอสำหรับรถเข็นเด็ก มีบางช่วงที่เป็นทางลูกรังซึ่งหลังฝนอาจขรุขระบ้าง พื้นที่โดยรวมเดินสบาย มีเนินนิด ๆ ถ้าเข็นเด็กหรือมีผู้สูงอายุอาจรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย
โซน Serengeti Crossing เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์หลัก ถ้ามาเช้า ๆ อากาศดีจะเห็นยีราฟเดินในระยะจริง ไม่ได้แค่ยืนตรงรั้วกล่อง สภาพกลิ่นก็จะอบอุ่นแบบสัตว์จริง ๆ เด็กหลายคนตื่นเต้น บางคนก็แอบตกใจ ม้าลายหากินอยู่รวมกับยีราฟโดยไม่มีรั้วกั้น ให้บรรยากาศปล่อยอิสระกว่าสวนสัตว์เมืองอื่น ๆ
อาคาร Tropical Forest เป็นโซนกอริลล่า หนึ่งในอาคารถาวรที่เก่าแก่ที่สุด ที่นี่อากาศชื้นเหมือนเรือนกระจกแม้จะเป็นหน้าหนาว กอริลล่าตะวันตกเป็นดาวเด่น โซนนี้ออกแบบให้ชมได้หลายมุม หน้าต่างชั้นล่างจะอยู่ระดับสายตาเด็ก ๆ นั่งดูเพลินโดยเฉพาะเช้า ๆ ที่พวกกอริลล่ากระฉับกระเฉง ดีกว่าช่วงเที่ยงที่แดดเริ่มร้อน
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
ควรไปถึงภายใน 30 นาทีแรกหลังสวนสัตว์เปิด สัตว์จะเคลื่อนไหวมากเป็นพิเศษก่อน 10.30 น. และเจ้าหน้าที่ให้อาหารช่วงนี้ด้วย เด็กนักเรียนหมู่คณะก็ยังไม่เข้ามาเดินจนแน่น
ประสบการณ์สวนสัตว์... แตกต่างตามเวลาและฤดู
ถ้าอยากชมสัตว์เยอะจริง ๆ แนะนำเช้าวันธรรมดา กลางวันหน้าร้อนสัตว์ใหญ่มักหลบแดดดูยากกว่า ตุลาคมหลัง Labor Day ผู้คนลดลง พร็อพแสงแดดอุ่นขึ้น ใบไม้แฟรงคลินพาร์คเริ่มเปลี่ยนสี บรรยากาศรอบกรงเปลี่ยนไปจากหน้าร้อนอย่างชัดเจน
หน้าหนาวสวนสัตว์ก็ยังเปิด แต่ต้องเตรียมตัวกายภาพให้พร้อม ตั้งแต่ตุลาคมถึงมีนาคม เปิด 9.00-16.00 น. อากาศเย็นคนจะน้อย แถมได้ลิ้มลองอารมณ์ตัดกัน เดินจากลมหนาว 28 องศาในมกราคมแล้วเข้าไปในอาคารกอริลล่าที่มีความชื้น คล้ายอยู่ป่าฝน จะเป็นความประทับใจแปลกใหม่สำหรับคนที่มานอกฤดูท่องเที่ยว
ช่วงปลายฤดูร้อนถึงต้นใบไม้ร่วง Zoo New England จะจัด Boston Lights ที่สวนสัตว์ในช่วงค่ำประมาณ 18.00-22.30 น. งานนี้จะเปลี่ยนสวนสัตว์ให้เต็มไปด้วยโคมไฟ ประติมากรรมไฟ และงานอินสตอลทั่วพื้นที่ ต้องซื้อตั๋วแยกต่างหาก ควรวางแผนจองล่วงหน้าเพราะวันยอดนิยมเต็มไว
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
สวนสัตว์ปิดทุกปีในวันขอบคุณพระเจ้า และวันคริสต์มาส หากจะมาเที่ยวปลายพฤศจิกายนหรือธันวาคม ตรวจสอบวันเปิดล่าสุดที่ zoonewengland.org ก่อนทุกครั้ง
เดินทางมา: รถสาธารณะก็มาง่าย
สวนสัตว์แฟรงคลินพาร์คอยู่ห่างจากใจกลางเมืองราว 6 ไมล์ ในโซนที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักไม่เดินถีง ขับรถมาก็ง่าย มีที่จอดรถฟรี เข้าได้จาก Storrow Drive, Route 9, I-93 หรือ Route 128 แล้วแต่ว่ามาจากเส้นทางไหน
ถ้ามารถสาธารณะ MBTA มีสองทางเลือก ลง Orange Line ที่สถานี Ruggles แล้วต่อบัส 22, 28, 29, หรือ 45 ไปสวนสัตว์ หรือจะลง Jackson Square ใช้สาย 22, 28, หรือ 29 ก็ได้ สาย Orange Line นี้เชื่อมกับ Back Bay, Copley, Downtown Crossing และ North Station โดยตรง เหมาะกับคนที่พักแถวย่านกลางเมือง
ถ้ายังวางแผนเรื่องขนส่งรอบบอสตันไม่แน่ใจ ดู คู่มือการเดินทางในบอสตัน มีคำแนะนำทั้งเรื่องตั๋ว MBTA, การเติม CharlieCard และเคล็ดลับเดินทางย่านต่าง ๆ
รายละเอียดที่ควรรู้ก่อนไปสวนสัตว์
เวลาทำการสวนสัตว์จะเปลี่ยนตามฤดู ตั้งแต่เมษายน–กรกฎาคม เปิด 9.00-17.00 น. (เสาร์อาทิตย์ถึง 18.00 น.) สิงหาคม–กันยายน เปิด 9.00-17.00 น. ตุลาคม–มีนาคม ปิดเร็ว 16.00 น. อันนี้คือข้อมูลล่าสุด แต่ควรเช็กเวลาอีกครั้งที่ zoonewengland.org ก่อนเดินทาง
สำหรับชาวแมสซาชูเซตส์ที่ถือบัตร EBT หรือ WIC สามารถซื้อตั๋วราคาพิเศษ 5 ดอลลาร์ต่อคน (สูงสุด 4 คน) ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026 ราคามาตรฐานผู้ใหญ่และเด็กควรตรวจสอบที่หน้า Buy Tickets ในเว็บ เพราะอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากจะเที่ยวช่วงวันหยุดควรซื้อล่วงหน้า
มีบริการเช่ารถเข็นในสวนสัตว์ด้วย คาเฟ่ของสวนเปิดเฉพาะช่วงคนเยอะ อาหารทั่วไปไม่ได้เด่นอะไร แนะนำพกของว่างกับน้ำมาเองดีกว่าโดยเฉพาะหน้าร้อน ในสวนมีม้านั่งร่มรื่นกระจายอยู่ และแนวป่าใกล้ขอบสวนก็นั่งพักเหนื่อยหลบร้อนได้ดี
ℹ️ ดีที่ควรรู้
ถ่ายภาพในสวนสัตว์แฟรงคลินพาร์คดีที่สุดใน 2 ชั่วโมงแรกหลังเปิด แสงเช้าต่ำจากทิศตะวันออกทำให้สัตว์ออกมาอยู่ใกล้จุดชมวิว ถ่ายด้วยมือถือก็ได้หลายโซน ถ้ามีเลนส์เทเลถ่ายยีราฟยิ่งดี
ใครคือคนที่ได้ประโยชน์สุดจากที่นี่
สวนสัตว์แฟรงคลินพาร์คน่าไปสำหรับครอบครัวที่มีเด็กไม่เกิน 12 ขวบ และนักท่องเที่ยวที่อยากหากิจกรรมเอาต์ดอร์แบบไม่ต้องออกนอกเมือง สัตว์หลากหลาย การจัดแสดงคุณภาพดี บรรยากาศผสมระหว่างสวนป่ากับสวนสัตว์แบบนี้หาชานเมืองไม่ได้
อย่างไรก็ดี คอสวนสัตว์ตัวจริงที่เคยเที่ยวสวนสัตว์ใหญ่ระดับ San Diego หรือ Smithonian National Zoo มาก่อน อาจต้องปรับความคาดหวังที่นี่นิดหนึ่ง เพราะแฟรงคลินพาร์คเป็นสวนสัตว์เมืองขนาดกลาง เน้นโซนกอริลล่าและทุ่งแอฟริกาเป็นหลัก พื้นที่ไม่ได้กว้างเหมือนสวนสัตว์ใหญ่ในอเมริกา ถ้าเคยไป Museum of Fine Arts, สนาม Fenway Park, หรือเดิน Freedom Trail แล้วกำลังหาประสบการณ์แปลกใหม่ในวันถัดไป ที่นี่ถือว่าตอบโจทย์
ครอบครัวที่อยากใช้เวลาทั้งวันแถบนี้ อาจจับคู่เที่ยวกับ Arnold Arboretum ที่เดินถึงกันได้ในแฟรงคลินพาร์คเอง มีต้นไม้ป้ายชื่อกว่า 281 เอเคอร์ เดินเล่นฟรี ไม่ต้องซื้อตั๋ว
ใครไม่ควรมาแฟรงคลินพาร์คซู — นักท่องเที่ยวเดี่ยวที่มีเวลาเที่ยวบอสตันน้อยกว่า 2 วันและเน้นแต่แหล่งประวัติศาสตร์ ผู้ที่สนใจแต่สถาปัตยกรรม อาหาร หรือชีวิตกลางคืนเท่านั้น รวมถึงคนที่ไม่ถนัดเดินในย่านนี้ของบอสตันที่อาจงงทิศทาง ต้องเผื่อเวลาเดินทางจริงจากตัวเมืองก่อนตัดสินใจ
ถ้าอยากวางแผนครอบครัวเที่ยวบอสตันแบบรอบด้าน ดู คู่มือบอสตันสำหรับครอบครัว ซึ่งมีคำแนะนำสถานที่น่าสนใจแต่ละช่วงวัยทั่วเมือง
เคล็ดลับจากคนวงใน
- เช้าวันธรรมดาช่วงปลายกันยายนถึงต้นตุลาคม คือช่วงเวลาสวนสัตว์ที่ดีที่สุดของปี คนไม่เยอะ อากาศกำลังดี และร่มเงาต้นไม้ในแฟรงคลินพาร์คเริ่มเปลี่ยนสีใบให้บรรยากาศสวยกว่าช่วงหน้าร้อนมาก
- ถ้าพาเด็กเล็กมา ลองขึ้นไปดาดฟ้า Serengeti Crossing จะเห็นยีราฟชัดเจนและคนไม่แออัดเท่าด้านล่าง
- Boston Lights งานโคมไฟแสงสีช่วงค่ำปลายฤดูร้อนกับฤดูใบไม้ร่วง เป็นประสบการณ์คนละแบบกับสวนสัตว์กลางวัน ควรเช็กตารางกิจกรรมในเว็บ อีเวนต์นี้เต็มเร็วในวันยอดนิยม
- สวนสัตว์มีที่จอดรถฟรี จึงสะดวก ถ้ามาจากชานเมืองฝั่งใต้หรือฝั่งตะวันตกของบอสตัน ฝั่งเหนือแนะนำขนส่งสาธารณะ Orange Line จะรวดเร็วกว่า
- อย่าลืมเช็กวันสมาชิกเข้าชมพิเศษกับโปรแกรมอนุรักษ์ต่าง ๆ ได้ในเว็บไซต์ Zoo New England ถ้าซื้อสมาชิก ยังใช้สิทธิ์เข้าสวนสัตว์ Stone Zoo ที่ Stoneham ได้ด้วย
สวนสัตว์แฟรงคลินพาร์ค เหมาะสำหรับใคร?
- ครอบครัวที่มีเด็กวัย 3-12 ปี กำลังหากิจกรรมครึ่งวันเต็ม ๆ
- คนที่มีเวลาเที่ยวบอสตัน 4 วันขึ้นไป อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ย่านกลางเมือง
- สายประหยัด โดยเฉพาะผู้ถือบัตร EBT/WIC ในแมสซาชูเซตส์ที่ได้สิทธิ์ซื้อบัตรเข้าราคาพิเศษ
- คนที่ชอบถ่ายภาพสัตว์ป่า โดยเฉพาะในบรรยากาศทุ่งซาวันนาและสัตว์ตระกูลวานรกลางสวน
- ทุกคนที่มาช่วง Boston Lights (ปลายร้อนถึงฤดูใบไม้ร่วง) และกำลังมองหากิจกรรมกลางคืน
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
รวมทริปไปกับ:
- Arnold Arboretum
Arnold Arboretum ก่อตั้งเมื่อปี 1872 เป็นสวนพฤกษศาสตร์สาธารณะแห่งแรกของอเมริกาเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ 281 เอเคอร์ที่ Jamaica Plain บริหารโดย Harvard University มีพันธุ์ไม้กว่า 15,000 ต้น มุมมองเนินเขากว้าง และเปิดให้เข้าฟรีทุกฤดู นักพฤกษศาสตร์ คนเดินเล่น หรือคนรักธรรมชาติต่างแวะมาไม่ขาดตลอดปี
- เขตอนุรักษ์ Blue Hills
ห่างจากใจกลางบอสตันราว 10 ไมล์ เขตอนุรักษ์ Blue Hills กินพื้นที่กว่า 7,000 เอเคอร์ของภูเขาป่า, สันเขาหิน, และพื้นที่ชุ่มน้ำยุคน้ำแข็ง มีเส้นทางเดินป่ากว่า 125 ไมล์ ตั้งแต่เส้นทางรอบสระน้ำง่าย ๆ ไปจนถึงปีนยอด Great Blue Hill สูง 635 ฟุต เข้าได้ฟรีทุกวันตั้งแต่เช้าถึงค่ำตลอดปี
- Boston Duck Tours
Boston Duck Tours พาคุณขึ้นรถสะเทินน้ำสะเทินบก DUKW แบบจำลองยุคสงครามโลกครั้งที่สอง พาเที่ยวชมแลนด์มาร์กสำคัญของบอสตันตลอด 80 นาที ก่อนจบด้วยการลงน้ำที่แม่น้ำชาร์ลส์ ทัวร์นี้เปิดเฉพาะช่วงหน้าร้อนเท่านั้น (ปลายมีนาคมถึงปลายพฤศจิกายน) และเป็นหนึ่งในไม่กี่กิจกรรมในเมืองที่ให้ชมทั้งบนถนนและในแม่น้ำครบในเที่ยวเดียว
- หมู่เกาะบอสตันฮาร์เบอร์
อุทยานแห่งชาติและรัฐหมู่เกาะบอสตันฮาร์เบอร์ มีทั้งเกาะและคาบสมุทรถึง 34 แห่ง เดินทางโดยเรือเฟอร์รี่สะดวกจากกลางเมืองบอสตัน สำรวจป้อมสงครามกลางเมืองบนเกาะจอร์จและประภาคารเก่าแก่ที่สุดของอเมริกาที่ Little Brewster เปลี่ยนจากทางเท้าก่ออิฐในเมืองไปสู่อากาศทะเลสดชื่นและน้ำเปิดโล่ง รับรองว่าคุ้ม!