หนึ่งสัปดาห์ในกรันกานาเรีย: เส้นทางท่องเที่ยวครบทุกมุม

เจ็ดวันก็เพียงพอที่จะสัมผัสกรันกานาเรียได้ทุกสีสัน เดินเล่นหาดริมแอตแลนติก เที่ยวเมืองเก่า สัมผัสยอดภูเขาไฟ และหมู่บ้านชนบท ออกเดินทางตามแผนรายวันแบบไม่เสียเวลาเปล่า

คู่รักสองคนเดินข้ามเนินทรายสีทองของ Maspalomas โดยมีท้องทะเลแอตแลนติกและท้องฟ้าสีครามสดใสเป็นฉากหลัง

สรุปสั้นๆ

  • เจ็ดวันพริ้วครบทุกโซนของกรันกานาเรีย: ลาส พัลมาสทางเหนือ, ภูเขาภายใน, ทรายและรีสอร์ททางใต้ รวมถึงชายฝั่งตะวันตกที่สงบกว่า
  • อากาศที่นี่ออกแนวกึ่งร้อนชื้น อุณหภูมิตามชายฝั่งอยู่ที่ 18–28°C ตลอดทั้งปี เที่ยวตามเส้นทางนี้ได้ทุกฤดู — แต่ ช่วงเวลามีผลกับบรรยากาศและจำนวนคน อย่างเห็นได้ชัด
  • เช่ารถตั้งแต่วันที่ 3 จะช่วยให้หมู่บ้านในหุบเขาและฝั่งตะวันตกไปถึงง่ายขึ้น รถบัสขนส่งสาธารณะไปเฉพาะเส้นทางหลัก ถนนรองและในหุบเขายังต้องใช้รถส่วนตัว
  • ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล — สายเดินเขา, คนชอบสถาปัตยกรรมเก่า, หรืออยากลิ้มเมนูท้องถิ่นบอกเลยว่าห้ามพลาด
  • งบกลางๆ วันละประมาณ €80-130 ต่อคน รวมที่พัก อาหาร การเดินทาง และค่าเข้าชมต่าง ๆ ถ้าทำอาหารเองหรือขึ้นรถบัสจะประหยัดได้อีก แต่ถ้าเน้นรีสอร์ทแนวหรู ก็จะบวกเพิ่มไวหน่อย

วางโครงสัปดาห์ให้เนียน

เส้นทางคดเคี้ยวบนภูเขาผ่านป่าสนอันเขียวชอุ่มและยอดเขาภูเขาไฟขรุขระภายใต้ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสที่ Gran Canaria
Photo Magic K

เกาะกรันกานาเรียมีพื้นที่ 1,560 ตร.กม. แต่แต่ละโซนแปลกใหม่ไม่ซ้ำกันเลย ด้านเหนือจะเป็นเมืองใหญ่ สวนสวย วัฒนธรรมเข้มข้น ยอดเขาตรงกลางสูงเกือบ 2,000 เมตร มีป่าเมฆกับแนวสันเขาหินภูเขาไฟ ทางใต้แดดแรงและแห้งกว่า เน้นรีสอร์ท-ชายหาด โดยมีเนินทราย Maspalomas เป็นไฮไลต์ ฝั่งตะวันตกเงียบสงบมีหมู่บ้านชาวประมงและถนนเลียบผาสุดว้าว ใครข้ามโซนไหนไป เหมือนยังเห็นกรันกานาเรียไม่ครบจริง ๆ

แบ่งเวลาเดินทางเจ็ดวันแบบง่าย ๆ คือ: สองวันในลาส พัลมาส, หนึ่งวันสำรวจภูเขาภายใน, อีกหนึ่งวันลัดเลาะชนบทเหนือกับฝั่งตะวันตก, และปักหลักทางใต้สามวันสำหรับทริปสั้น ๆ ตอนเย็น ๆ แบบนี้เดินทางไม่เหนื่อยแล้วยังอินกับแต่ละโซนมากขึ้น ใครชอบชิลล์ริมหาดก็ปรับตารางได้โดยย่นวันขึ้นเขาแล้วขยายวันชายทะเล — แผนยืดหยุ่นแน่นอน

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

แนะนำจองที่พักทั้งฝั่งลาส พัลมาส และทางใต้มาตั้งแต่ก่อนเดินทาง การเปลี่ยนฐานระหว่างทริปแรกๆ อาจดูยุ่งยาก แต่ช่วยประหยัดเวลาเดินทางเยอะ — ไม่ต้องเสียเวลารถสองชั่วโมงต่อวันเพื่อข้ามเกาะ

วันที่ 1-2: ลาส พัลมาส เด กรัน กานาเรีย

วิวเมืองชายฝั่งอันกว้างใหญ่ของลาสปัลมาสเดกรันกานาเรีย แสดงให้เห็นอาคารในเมือง แนวชายฝั่ง ชายหาด และภูเขาที่อยู่ไกลออกไปภายใต้ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน
Photo Canary Vista ES

เริ่มต้นที่เมืองหลัก ลาส พัลมาส เด กรัน กานาเรีย มีประชากรประมาณ 380,000 คน เป็นเมืองทำงานของจริงไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว ลงเครื่องที่ Gran Canaria Airport (IATA: LPA) แล้วนั่งรถบัส Global สาย 60 ไปลง Santa Catalina ราคาประมาณ €3 หรือแท็กซี่ €25-35 แล้วแต่เวลา สนามบินจะอยู่ฝั่งตะวันออกกลางเกาะพอดี ใช้เป็นจุดยึดทางศูนย์กลาง แต่วันแรกขอให้โฟกัสที่ Vegueta เมืองเก่าสุดคลาสสิกที่ขึ้นบัญชีโบราณสถาน ผังเมืองย้อนตั้งแต่ศตวรรษที่ 15

Catedral de Santa Ana คือโบสถ์หลักที่ใจกลางเมือง ใช้เวลาสร้างเกือบสี่ศตวรรษ เลยรวมทั้งโดมโกธิค เรอเนซองส์และบาโรคไว้ด้วยกัน Casa de Colón ตรงข้ามเป็นพิพิธภัณฑ์จริงจัง เล่าความสัมพันธ์ระหว่างหมู่เกาะคานารีกับอเมริกา — โคลัมบัสแวะที่นี่ก่อนข้ามมหาสมุทรครั้งแรก ค่าเข้าถูกมาก (ส่วนใหญ่ €4-6) ตัวอาคารดูดีน่าชม แม้ไม่อินกับประวัติศาสตร์อเมริกาก็ยังคุ้ม

ช่วงบ่ายแนะนำไปนอนเล่นที่ หาด Las Canteras หาดทรายยาว 3 กม. ใจกลางเมือง มีทางเดิน Paseo de Las Canteras เลียบหาด ถือเป็นชายหาดเมืองที่เจ๋งไม่แพ้ยุโรปไหนเพราะมีแนวปะการังธรรมชาติคลื่นสงบ น้ำทะเลอุ่นประมาณ 19-21°C ช่วงหน้าหนาว และ 23-24°C ตอนหน้าร้อน วันที่สองแวะ Museo Canario ดูประวัติชนพื้นเมือง Guanche ของเกาะ ก่อนจะไปหาอะไรกินและช้อปในย่าน Triana

  • ตลาด Vegueta (เฉพาะวันเสาร์) ตลาดบนถนนสายเก่า มีทั้งผักผลไม้ท้องถิ่น งานหัตถกรรม และอาหารพื้นเมือง มาให้ทันถ้าอยากโดนบรรยากาศ
  • CAAM (Centro Atlántico de Arte Moderno) พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยในคฤหาสน์รีโนเวทใจกลาง Vegueta ฟรีวันเสาร์
  • El Paseo de Las Canteras ช่วงเย็น ทางเดินเลียบหาดคึกคักกับคนท้องถิ่นตอนค่ำ กินซีฟู้ดตรงปลายเหนือ อร่อยกว่า ส่วนย่านท่องเที่ยวร้านกลาง ๆ เลี่ยงได้ให้เลี่ยง
  • Parque Doramas สวนเล็กใจกลางเมือง มีบ้านจำลองสไตล์คานารีและตลาดคราฟต์ Pueblo Canario ทุกเช้าวันอาทิตย์

วันที่ 3: ตะลุยภูเขากลางเกาะ

วิวกว้างของพื้นที่ภูเขาภายในของ Gran Canaria ยามพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมถนนคดเคี้ยว เนินเขาสีเขียว และหินรูปทรงอันโด่งดังอย่าง Roque Bentayga
Photo Mariia Kamenska

วันที่สามเช้าขอให้ไปรับรถเช่า เป็นหมุดสำคัญของทริปเลย ถ้าไม่มีรถทางขึ้นภูเขาคือแทบไปไม่ได้หรือก็นั่งบัสที่ไม่ค่อยมีรอบ แต่ถ้ามีรถจากลาส พัลมาสไป Roque Nublo ได้ใน 50 นาที ยอดหินภูเขาไฟนี้สูง 1,813 เมตร ทางเดินจากจุดจอดรถ Llano de La Pez ขึ้นไปกลับประมาณ 45-60 นาที ไม่ใช่เส้นทางหนักแต่บนนี้เย็นกว่าโซนชายหาด 8-10°C เตรียมเสื้อกันลมมาให้พร้อม

เสร็จจาก Roque Nublo ขับลงไปที่ Tejeda เมืองขาวเล็ก ๆ ในปล่องภูเขาไฟสูงประมาณ 1,050 เมตร เมืองนี้เหมาะแก่การจอดกินกลางวัน ไม่ใช่แค่ขับรถถ่ายรูปผ่านเฉย ๆ ของขึ้นชื่อคือ bienmesabe (ครีมอัลมอนด์) และอัลมอนด์ท้องถิ่นมีขายทั่วทั้งหมู่บ้าน จาก Tejeda ขึ้นไปจุดชมวิว Cruz de Tejeda อีก 10 นาที

✨ เคล็ดลับเด็ด

ถนนในหุบเขาที่นี่ทั้งแคบทั้งคดเคี้ยว Google Maps มักคำนวณเวลาน้อยกว่าจริง 15-20 นาทีในเส้นเขา เผื่อเวลาไว้ทุกครั้งถ้าคิดจะไล่จุดชมวิวให้ทั่วในบ่ายเดียว

ปิดท้ายช่วงบ่ายที่ Pico de las Nieves จุดสูงสุดที่ไปถึงได้ของเกาะที่ 1,949 เมตร ถนนเกือบถึงยอดเลย ถ้าวันฟ้าใสจะเห็น Tenerife กับยอดเขา Teide อยู่ไกล ๆ ฟ้าตรงนี้เปลี่ยนเร็ว ไปถึงก่อนบ่ายสามจะดีที่สุด คืนนี้เลือกค้างที่ Tejeda หรือขับลัดลงไปพักแถว Maspalomas (ขับเส้น GC-60 ประมาณ 45 นาที)

วันที่ 4-5: โซนใต้เกาะ Maspalomas, Playa del Inglés, Puerto de Mogán

วิวกว้างของเนินทราย Maspalomas พร้อมผู้คนมากมายที่กำลังเดินและโรงแรมรีสอร์ทสีขาวในพื้นหลังท่ามกลางต้นปาล์ม
Photo dronepicr (CC BY 2.0)

โซนใต้ของกรันกานาเรียคือศูนย์กลางรีสอร์ท ตั้งแต่ Playa del Inglés ผ่าน Maspalomas ไปจนถึงฝั่งตะวันตกที่ Puerto Rico และ Puerto de Mogán สร้างเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวแท้ ๆ ไม่ได้ชมหรือด่านะ แต่นี่คือข้อดี — ทั้งเรื่องบริการ ภาษาอังกฤษสื่อสารได้สบาย แข่งขันกันเรื่องราคาอาหารและกิจกรรมอย่างเห็นชัด ที่ต้องเข้าใจก่อนคือแนวชายฝั่งระหว่าง Playa del Inglés กับ Maspalomas ถ้าติดแต่ในโรงแรมหรือโซนรีสอร์ท ก็อารมณ์คล้ายกันไปหมด

จุดแรกสุดที่ต้องไปให้ได้คือ Maspalomas Dunes ควรไปเช้า ๆ ตอนพระอาทิตย์ขึ้นหรือช่วงเย็น แสงสวย อากาศเย็น ฝูงชนน้อย พื้นที่เนินทรายกว้างใหญ่เกือบ 400 เฮกตาร์ เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ — เดินเฉพาะเส้นทางที่มีป้ายบอกเท่านั้น ใครเดินจากประภาคาร Maspalomas ไปโซน Oasis จะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีแบบชิล ๆ ทิวทัศน์ตรงนี้ไม่ใช่แค่เสริมชายหาดแต่มันยูนีคจริง ๆ

วันที่ห้า ขับรถไปทางตะวันตก 35 กม. ถึง Puerto de Mogán ย่านท่าจอดเรือที่เขาว่าเหมือนเวนิสน้อย (แม้จะเกินจริงแต่วิวดีจริง ๆ) เงียบสงบกว่าชายฝั่งหลัก ตลาดเช้าวันศุกร์คนจะเยอะมาก — ถ้าอยากสโลว์อย่าไปสาย หรือไปก่อนสิบโมงถ้าเน้นเดินตลาดแต่ไม่อยากเบียด Beach ที่นี่เล็กแต่น้ำทะเลใสคลื่นสงบ

  • ชมเนินทราย Maspalomas ตอนเช้า/เย็นฝูงชนหาย แสงสวย ถ่ายรูปฟิน
  • ชายหาด Playa del Inglés ยาว 3 กม. ไม่เคยแน่นยกเว้นสัปดาห์คริสต์มาสกับสิงหาคม — พื้นที่ใหญ่กว่าที่คิดเยอะ
  • หาด Puerto Rico เป็นจุดที่คลื่นสงบอุ่นที่สุด เพราะอยู่ในเวิ้งอ่าวหันใต้ ใครเที่ยวกับครอบครัวหรือไม่ชอบคลื่นแรงควรไปที่นี่
  • ย่านประภาคาร Faro de Maspalomas มีตลาดเล็ก ๆ แทบทุกวัน และเหมาะกับเดินเล่นช่วงเย็นยาวมาตั้งแต่ขอบเนินทราย

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

ศูนย์การค้าช้อปปิ้งแบบอินแลนด์แถว Playa del Inglés (Yumbo, Plaza del Inglés) คือกับดักนักท่องเที่ยวราคาสูงแทบทุกอย่าง ซื้้อของกินที่ซูเปอร์ฯ ท้องถิ่น กินข้าวร้านที่อยู่หลังถนนหลักสักบล็อกคุณภาพคุ้มเงินกว่ามาก

วันที่ 6: ชนบทตอนเหนือและฝั่งตะวันตก

วิวชายทะเลของเมืองทางตอนเหนือของ Gran Canaria พร้อมชายฝั่งหินผา อพาร์ตเมนต์ และต้นปาล์มใต้ท้องฟ้าสดใส
Photo Canary Vista ES

วันที่หกเหมาะกับสายชอบสำรวจ ขับรถขึ้นเหนือตั้งแต่ Maspalomas ไป Agaete เมืองเล็ก ๆ ริมฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 6,000 คน ที่นี่มีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าทางใต้มาก ขับเลาะทางหลวง GC-1 กับ GC-2 ประมาณชั่วโมงครึ่ง ก่อนถึงจะผ่าน Mirador del Balcón จุดชมวิวบนผาสูงที่ถนนตัดตลอดหน้าผา ไม่ควรขับผ่านเฉย ๆ เพราะที่นี่วิวชายฝั่งอลังการสุดของเกาะ

Agaete ขึ้นชื่อในเกาะเรื่องสวนกาแฟ เพราะแทบจะเป็นจุดเดียวใน EU ที่ทำกาแฟเชิงพาณิชย์จริง ๆ ซื้อเมล็ดกาแฟตรงจากสวนได้เลย ใกล้ ๆ กันมี Valle de Agaete หุบเขาเกษตรขั้นบันไดเขียวชะอุ่มที่บรรยากาศคนละโลกกับโซนรีสอร์ทริมทะเล ด้านล่าง Agaete มี Puerto de las Nieves ท่าเรือประมง มีร้านอาหารซีฟู้ดเจ้าถิ่นของจริงที่คนนิยมมากกว่านักท่องเที่ยว และยังเป็นท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามไป Tenerife เผื่อใครจะเพิ่มทริปอีกเกาะ

วันที่ 7: ตัวเลือกวันสุดท้ายและออกเดินทาง

เรือลอยอยู่บนน้ำสีฟ้าสดใสโดยมีหาด Las Canteras และอาคารในเมือง Las Palmas เป็นฉากหลังใต้ท้องฟ้าแจ่มใส
Photo Canary Vista ES

วันสุดท้ายขึ้นอยู่กับตารางไฟลท์ ถ้าเครื่องออกค่ำ เช้าเหมาะมากจะลงเล่นน้ำสุดท้ายที่ Las Canteras หรือจิบกาแฟสโลว์ๆ ที่ Vegueta ถ้ามีไฟลท์เช้า สนามบินอยู่ใต้ลาส พัลมาสไปแค่ 15-20 นาที และจาก Maspalomas ประมาณ 25-30 นาทีโดยแท็กซี่ ใครขอปิดท้ายด้วยวัฒนธรรมก็แวะ Jardín Botánico Viera y Clavijo ทางเหนือของลาส พัลมาส เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของสเปน ใช้เวลาชมจริง ๆ 2-3 ชั่วโมงได้เลยถ้ามีเวลา

ถ้าวันที่เจ็ดตรงกับวันหยุด ตลาด ตลาด Vegueta กับตลาดคราฟต์ Pueblo Canario ที่ Parque Doramas เปิดเช้าวันอาทิตย์ เหมาะกับการค่อยๆ ปิดทริปก่อนบิน อย่าลืมเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนคืนรถเช่า — ปั๊มแถวสนามบินมีป้ายชัดเจน แต่เผื่อเวลาไว้อีก 30 นาทีจะดีที่สุด

ข้อมูลพื้นฐาน ปลอดภัย เที่ยวโปรขึ้น

เครือข่ายรถบัสระหว่างเมืองของเกาะ (ชื่อ Global หรือชื่อเก่า Guaguas Global) ใช้ได้จริงและไม่แพง รถสาย 60 ไปกลับสนามบินกับลาส พัลมาส สาย 66 รับส่ง Maspalomas กับ Playa del Inglés สาย 1 เชื่อมลาส พัลมาสกับ Maspalomas ตามแนวชายฝั่ง ตั๋วเที่ยวเดียวในเส้นทางหลักประมาณ €3-5 ถ้าเติมเงินบัตร TransGC จะลดราคาบัสในเมืองเหลือทริปละราว €0.85 แต่ถนนขึ้นเขาและโซนตะวันตก บัสมีน้อย รถเช่าตั้งแต่วันที่สามเลยตอบโจทย์มากกว่า ไม่ใช่ความหรูแต่เป็นทางเลือกที่ได้เห็นเกาะเกิน 40% ของจริง

ภาษาราชการคือภาษาสเปน แต่ย่านท่องเที่ยวพูดอังกฤษ-เยอรมันกันได้ Emergency โทร 112 มีหลายภาษา ปลั๊ก 230V แบบเยอรมัน (Type F) น้ำประปาปลอดภัยแต่ส่วนใหญ่เป็นน้ำดื่มกลั่น หลายคนเลยชอบซื้อน้ำขวดมากกว่า — เช็กกับที่พักก่อนก็ได้ กรันกานาเรียอยู่ในเขตเชงเก้น คนไทยต้องขอวีซ่า ส่วนอียู-อีอีเอไม่ต้อง สำหรับมือใหม่หาเทคนิคประหยัดต่าง ๆ ดูต่อใน คู่มือท่องเที่ยว Gran Canaria แบบประหยัด ได้เลย

  • เวลาเช่ารถ รับรถตั้งแต่วันที่ 3 อย่าเพิ่งรับตั้งแต่วันแรก จะได้ไม่ต้องจ่ายค่าเสียเวลาจอดรถแพงในลาส พัลมาส (ไม่จำเป็นจริง ๆ )
  • แบ่งโซนที่พัก สองคืนในลาส พัลมาส หนึ่งคืนใน Tejeda หรือภูเขา (ถ้าอยาก) อีกสามคืนที่ Maspalomas หรือโซน Puerto de Mogán ปรับยืดหยุ่นได้
  • อินเทอร์เน็ตและซิม ซิมมือถือยุโรปใช้ที่นี่ได้เลยตามกฎ roaming สัญญาณดีตามชายฝั่งกับถนนหลัก โซนกลางหุบเขาลึกอาจมีหลุด ๆ
  • เงินสดหรือบัตร ร้านใหญ่แทบทุกร้านรับบัตรเครดิตหมด เก็บเงินสดติดตัวสัก €30-50 สำหรับบาร์หมู่บ้าน ตลาดเล็ก ๆ หรือที่จอดรถบางจุดที่ไม่รับบัตร
  • ทิป ไม่จำเป็นต้องทิปแต่อย่างใด แต่ถ้าอยากกลมกลืนกับคนท้องถิ่นก็แค่ปัดเศษหรือวางเงินทิป €1-2 ไว้บนโต๊ะตอนกินข้าว

คำถามที่พบบ่อย

หนึ่งสัปดาห์เที่ยวกรันกานาเรียพอไหม?

เจ็ดวันถือว่าครบทุกโซนหลัก ไม่เร่ง — ทั้งลาส พัลมาส ภูเขากลางเกาะ เนินทราย รีสอร์ททางใต้ และฝั่งตะวันตก จะไปหมดทั้งเกาะคงไม่ไหว เพราะแต่ละโซนมีรายละเอียดให้กลับมาเที่ยวต่อได้อีกหลายรอบ แต่ถ้ามีเวลาเพียงสัปดาห์เดียว ตารางนี้จะช่วยให้ได้บรรยากาศหลากหลายของเกาะแบบจัดเต็ม

ต้องเช่ารถทั้งสัปดาห์เลยไหม?

ไม่จำเป็นต้องเช่าตลอดทริป แต่ตั้งแต่วันที่สามขึ้นไปรถเช่าจะเปลี่ยนประสบการณ์เลย รถบัส Global ครอบคลุมลาส พัลมาส สนามบิน และโซนรีสอร์ทใต้เข้าเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ แต่หมู่บ้านอย่าง Tejeda เส้นทาง Mirador del Balcón และหุบเขา Agaete ถ้าไม่มีรถส่วนตัวลำบากมาก เริ่มเช่าตั้งแต่กลางทริปช่วยประหยัดงบและขยายขอบเขตเที่ยวเยอะกว่าเดิม

เดือนไหนเหมาะสุดสำหรับทริป 7 วัน?

แผนนี้ใช้ได้ทั้งปี ถ้าชอบเทรคกิ้งหรือเที่ยวเขาเย็น ๆ พฤศจิกายน-เมษายนกำลังดี เขาบนเกาะจะเย็นกว่าโซนชายหาดประมาณ 8-10°C ท้องฟ้าสวย สำหรับสายชิลล์ริมหาดเลือกพฤษภาคม-ตุลาคม น้ำทะเลอุ่นแดดจ้ามาก ธันวาถึงกุมภาพันธ์เป็นไฮซีซั่นสำหรับชาวยุโรปเหนือ ฝั่งใต้จะคนเยอะราคาขึ้น ทางเหนือและภูเขาชิลล์กว่า

เดินทางจากสนามบินไปลาส พัลมาส หรือ Maspalomas ยังไง?

สนามบินกรันกานาเรีย (LPA) อยู่ฝั่งตะวันออกกลางเกาะ รถบัส Global สาย 60 ลงลาส พัลมาส ประมาณ €3 ไป Maspalomas ก็ราคาพอ ๆ กัน ใช้เวลาประมาณ 25–40 นาที ขึ้นอยู่กับเส้นทางกับรถติด รถแท็กซี่จะประมาณ €25-35 ไปลาส พัลมาส และ €35-40 ไป Maspalomas ควรเช็กราคาจริงก่อนเดินทางเพราะมีเปลี่ยนเป็นพัก ๆ

ไม่อยากเที่ยวโซนใต้ จะเที่ยวไหวไหม?

ทำได้ และบางคนก็ชอบแบบนั้น ลาส พัลมาส ชายฝั่งเหนือ ภูเขากลางเกาะ หมู่บ้านตะวันตก จะได้สัมผัสความเป็นคานารีจริง ๆ มากกว่าโซนรีสอร์ทใต้ แต่จะต้องแลกกับเวลาอยู่ทะเลน้อยลงและแดดไม่แน่นอนเหมือนทางใต้ใครอยากไปเพื่อวัฒนธรรม เดินเขา อาหารท้องถิ่นแนะนำเน้นเที่ยวแถบลาส พัลมาส, Tejeda, Agaete กับแนวชายฝั่ง GC-2

จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:gran-canaria

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.