สยามดิสคัฟเวอรี่: ห้างสรรพสินค้าสายดีไซน์ที่โดดเด่นที่สุดในกรุงเทพฯ

สยามดิสคัฟเวอรี่ไม่ใช่ห้างกรุงเทพฯ ทั่วไป ที่นี่จัดโซนตามไลฟ์สไตล์แทนที่จะแบ่งตามหมวดแบรนด์ รวมนักออกแบบไทยอิสระ งานอินสตอลเลชัน และรีเทลเชิงประสบการณ์ไว้ใต้หลังคาเดียวกันใจกลางสยาม เหมาะสำหรับคนชอบเดินดูมากกว่าคนที่มาซื้อของตามลิสต์

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
194 ถ.พญาไท แขวงปทุมวัน กรุงเทพฯ (ย่านสยาม)
การเดินทาง
BTS สยาม (ทางออก 1) เชื่อมต่อโดยตรงผ่านสกายวอล์ก
เวลาเที่ยวชม
1.5 ถึง 3 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่าย
เข้าฟรี ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับร้านค้าและชั้นที่ช็อป
เหมาะสำหรับ
คนรักงานดีไซน์ นักล่าแบรนด์ไทย และนักเดินเล่นสายอยากรู้อยากเห็น
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
www.siamdiscovery.co.th
ภายนอกห้างสยามดิสคัฟเวอรี่ในกรุงเทพฯ กับฟาซาดทรงเรขาคณิตสมัยใหม่
Photo Supanut Arunoprayote (CC BY 4.0) (wikimedia)

สยามดิสคัฟเวอรี่คืออะไรกันแน่

สยามดิสคัฟเวอรี่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2541 และผ่านการปรับโฉมครั้งใหญ่ในปี 2559 จนกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ค้าปลีกเชิงคอนเซปต์ที่โดดเด่นที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แทนที่จะจัดชั้นตามแบรนด์หรือหมวดสินค้า ทีมออกแบบแบ่งแต่ละชั้นตามธีมไลฟ์สไตล์: Makers, Play, Connect, Live, Look และ Taste ผลลัพธ์คือพื้นที่ที่ไม่เหมือนห้างทั่วไป แต่เป็นสเปซที่คัดสรรมาอย่างดี สตูดิโอเซรามิกตั้งอยู่ข้างผนังแกดเจ็ต ร้านหนังสือท้องถิ่นอยู่ชั้นเดียวกับโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์

สถาปัตยกรรมจากการปรับปรุงปี 2559 น่าสนใจมาก โครงสร้างภายในถูกรื้อออกจนเห็นเปลือกอาคาร แล้วเลเยอร์ด้วยระบบดิสเพลย์แบบกริดโมดูลาร์ที่เปลี่ยนตามฤดูกาล แสงไฟออกแบบมาให้อุ่นและนุ่มนวล ต่างจากแสงฟลูออเรสเซนต์จ้าๆ ของห้างเก่าในกรุงเทพฯ โดยรวมแล้วบรรยากาศคล้ายมิวเซียมดีไซน์หรือคอนเซปต์สโตร์ระดับดี มากกว่าจะเป็นชั้นขายของกว้างใหญ่วุ่นวายอย่างที่เจอได้ทั่วไปในย่านสยาม

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

หยิบแผนผังชั้นที่ทางเข้าหลักฝั่งถนนพระราม 1 ไว้ ชื่อโซนไลฟ์สไตล์ไม่ได้บอกตรงๆ ว่าขายอะไร เลยควรดูคร่าวๆ ก่อนจะประหยัดเวลาได้มากถ้ามีของเฉพาะที่อยากดู

แต่ละชั้นมีอะไรบ้าง

ชั้น 1 และชั้น 2 เน้นแอคเซสซอรี่ เครื่องสำอาง และแบรนด์ไลฟ์สไตล์นำเข้า เป็นส่วนที่ดูเป็นห้างปกติที่สุดและคนเยอะที่สุด โดยเฉพาะบ่ายวันเสาร์อาทิตย์ที่คนจากสกายวอล์ก BTS ทะลักเข้ามา ราคาใกล้เคียงกับห้างอื่นในย่านสยาม เลยไม่ต้องเสียเวลาอยู่นานนักยกเว้นมีแบรนด์เฉพาะที่สนใจ

ชั้นบนต่างหากที่ทำให้สยามดิสคัฟเวอรี่มีชื่อเสียง โซน Makers เต็มไปด้วยของแต่งบ้าน เครื่องเขียน และงานคราฟต์จากสตูดิโออิสระของไทยที่ไม่มีหน้าร้านในห้างทั่วไป จะเจอเซรามิกปั้นมือ สิ่งทอพิมพ์ลายเฉพาะ และเครื่องหนังผลิตจำนวนน้อย ในราคาที่สะท้อนงานฝีมือจริงๆ ไม่ใช่ของผลิตจำนวนมาก ถ้าอยากหาของฝากฝีมือไทยที่ไม่ใช่รูปจำลองวัดหรือของที่ระลึกนักท่องเที่ยว ที่นี่ดีกว่าหลายที่เลย

โซน Play เอาใจคนรักงานอดิเรกและนักสะสม มีทั้งบอร์ดเกม อุปกรณ์ศิลปะ ของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ และชุดคราฟต์ต่างๆ ชั้นนี้ดึงดูดกลุ่มคนรุ่นใหม่ชัดเจน บรรยากาศช้าลงและเหมาะกับการเดินดูมากกว่าชั้นล่าง วันธรรมดาช่วงเช้าเงียบพอที่จะหยิบจับดูสินค้าได้สบายๆ ไม่ต้องแหวกคนเดิน

ชั้นดาดฟ้าเป็นที่ตั้งของฟู้ดฮอลล์ ซึ่งขยายใหญ่ขึ้นตั้งแต่ปรับปรุงปี 2559 ตอนนี้มีทั้งอาหารไทยและอาหารนานาชาติให้เลือกหลากหลายพอสมควร ไม่ใช่ร้านอาหารระดับที่ต้องตั้งใจไปกิน แต่วิวข้ามย่านสยาม จากระเบียงชั้นบนนั้นเป็นโบนัสของจริง โดยเฉพาะช่วงบ่ายแก่ๆ ที่แสงนุ่มลงและตึกรอบข้างรับแสงอาทิตย์ตะวันตกเต็มๆ

บรรยากาศเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาอย่างไร

สยามดิสคัฟเวอรี่เปิด 10:00 น. และชั่วโมงแรกคือช่วงเงียบสงบที่สุดของวัน พนักงานกำลังจัดดิสเพลย์ แอร์เย็นเต็มที่แล้ว และชั้นดีไซน์ด้านบนแทบว่างเปล่า นักช็อปจริงจังที่อยากดูสินค้าโดยไม่มีคนรบกวน หรือช่างภาพที่อยากได้ช็อตอินทีเรียร์สะอาดตา ควรไปให้ใกล้เวลาเปิดมากที่สุด

พอเที่ยงชั้นล่างเริ่มคึกคักด้วยพนักงานออฟฟิศและนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยใกล้เคียง ชั้นบนเริ่มมีคนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ประมาณบ่ายสองเป็นต้นไป เมื่อฝูงชนยามบ่ายมาจาก BTS และห้างข้างเคียง วันเสาร์ช่วงบ่ายสองถึงหกโมงเย็นคือช่วงที่แน่นที่สุด ชั้นดีไซน์ยังพอเดินได้สบายกว่าชั้นล่าง แต่คิวฟู้ดฮอลล์อาจยาวมากช่วงมื้อกลางวันและมื้อเย็น

การไปช่วงเย็นก็มีเสน่ห์ต่างออกไป หลังหนึ่งทุ่มในวันธรรมดา คนเริ่มบางลงและห้างมีบรรยากาศเงียบสงบ ชวนให้เดินดูของช้าๆ แสงไฟอุ่นภายในดูมีมู้ดมากขึ้น งานอินสตอลเลชันบนชั้นบนชมได้เต็มอิ่มกว่าเพราะเสียงรบกวนน้อย ฟู้ดฮอลล์ยังเปิดจนปิดห้าง เหมาะเป็นตัวเลือกสำหรับมื้อเย็นหลังจากใช้เวลาทั้งวันที่อื่นในเมือง

ℹ️ ดีที่ควรรู้

สยามดิสคัฟเวอรี่เปิดทุกวัน 10:00-22:00 น. อาจขยายเวลาช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์หรืออีเวนต์พิเศษ BTS สยามเปิดให้บริการประมาณ 06:00 น. ถึงเที่ยงคืน

การเดินทางและการเชื่อมต่อ

BTS สยามเชื่อมต่อกับสยามดิสคัฟเวอรี่โดยตรงผ่านสกายวอล์กมีหลังคา ทำให้เป็นหนึ่งในห้างที่เดินทางไปง่ายที่สุดในกรุงเทพฯ ไม่ต้องลงไปชั้นถนนเลย ซึ่งสำคัญมากช่วงหน้าฝนระหว่างเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ที่ทางเท้าแถวถนนพระราม 1 อาจท่วมเร็วมากตอนฝนตกยามบ่าย ออกทางออก 1 จากสถานีจะเจอสะพานสกายวอล์กตรงไปยังทางเข้าชั้นบนของห้าง

สยามดิสคัฟเวอรี่ตั้งอยู่ติดกับ สยามพารากอน และ สยามเซ็นเตอร์ ทั้งสามห้างเชื่อมถึงกันในระดับสกายวอล์กโดยไม่ต้องออกไปข้างนอก จึงเดินวนครบทั้งสามแห่งในรอบเดียวได้สบาย สยามดิสคัฟเวอรี่เล็กที่สุดในสามห้าง คนส่วนใหญ่ใช้เวลาสองสามชั่วโมงก็ครบ แล้วค่อยต่อไปห้างใหญ่กว่า

จุดรับส่งแท็กซี่และรถเรียกผ่านแอปอยู่ฝั่งถนนพระราม 1 ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน การจราจรบนถนนช่วงนี้หนักมาก นั่งรถจากสุขุมวิทอาจใช้เวลานานกว่านั่ง BTS อย่างเห็นได้ชัด ที่จอดรถใต้ดินมีให้บริการแต่เต็มเร็วในวันเสาร์อาทิตย์

ใครจะได้ประโยชน์สูงสุดจากสยามดิสคัฟเวอรี่

ห้างนี้ตอบโจทย์คนที่ชื่นชมงานดีไซน์ในฐานะสิ่งที่มีคุณค่าในตัวเอง ไม่ใช่แค่แพ็กเกจจิ้งของสินค้า การเดินชั้นบนโดยไม่ได้ตั้งใจซื้ออะไรก็เป็นอะไรที่น่าเพลิดเพลินอยู่ชั่วโมงหนึ่ง โดยเฉพาะถ้าสนใจว่านักออกแบบไทยตีความเทรนด์ระดับโลกในงานของแต่งบ้าน เครื่องเขียน และของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไร การคัดสรรสินค้าที่นี่สม่ำเสมอและพิถีพิถันกว่าห้างใหญ่ข้างเคียงอย่างเห็นได้ชัด

นักเดินทางที่มองหาของฝีมือคนไทยที่สะท้อนวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ร่วมสมัยจะเจอของที่นี่มากกว่าหลายที่ ซึ่งเป็นคนละประเภทกับของที่ ตลาดนัดจตุจักร ซึ่งเน้นงานคราฟต์ ของวินเทจ และของขายส่งมากกว่า แบรนด์อิสระในสยามดิสคัฟเวอรี่เป็นแนวเมือง ได้อิทธิพลจากสถาบันออกแบบ และมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภคชนชั้นกลางไทยมากกว่ากลุ่มนักท่องเที่ยว

ครอบครัวที่มีเด็กเล็กจะพบว่าชั้น Play สนุกจริงๆ มีดิสเพลย์สินค้าแบบหยิบจับลองเล่นได้มากพอจะดึงดูดเด็กได้สักพัก แอร์เย็น เงียบสงบ และเข็นรถเข็นเด็กได้ง่ายกว่าชั้นล่างที่คนพลุกพล่าน

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

ถ้าเป้าหมายหลักคือช็อปแฟชั่นแบรนด์เนม อิเล็กทรอนิกส์ราคาดี หรือสินค้าลักชัวรีนำเข้า สยามดิสคัฟเวอรี่ไม่ใช่คำตอบ สยามพารากอนหรือ MBK เซ็นเตอร์จะตอบโจทย์เหล่านี้ได้ดีกว่า

การถ่ายภาพและบรรยากาศรอบด้าน

สถาปัตยกรรมภายในถ่ายรูปออกมาสวย โดยเฉพาะโครงสร้างดิสเพลย์แบบกริดบนชั้นดีไซน์และวิวเอเทรียมจากบันไดเลื่อน แสงสว่างอุ่นและสม่ำเสมอพอที่แม้กล้องมือถือก็ได้ภาพสะอาดตาโดยไม่ต้องใช้แฟลช ระเบียงฟู้ดฮอลล์หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ได้แสง Golden Hour ช่วงบ่ายแก่ ทำให้เป็นหนึ่งในจุดถ่ายสกายไลน์ย่านสยามที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องเสียค่าจุดชมวิว

ในแง่เสียง ห้างนี้เงียบกว่าห้างใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ อย่างเห็นได้ชัด เพลงเปิดเบาและผังชั้นแบบเปิดโล่งทำให้คุยกันได้สบายโดยไม่ต้องแข่งกับกำแพงเสียง กลิ่นภายในสะอาด มีน้ำหอมฟุ้งบ้างบริเวณเคาน์เตอร์เครื่องสำอางชั้นล่าง แต่ตั้งแต่ชั้นสามขึ้นไปไม่มีอะไรรบกวน

หากอยากเห็นภาพรวมว่าย่านสยามทำหน้าที่เป็นย่านค้าปลีกและวัฒนธรรมอย่างไร ไกด์ห้างสรรพสินค้ากรุงเทพฯ จะช่วยให้เข้าใจบริบทว่าสยามดิสคัฟเวอรี่วางตัวเองอย่างไรเมื่อเทียบกับห้างใหญ่อื่นๆ ในละแวกเดียวกัน

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ชั้น Makers มีนิทรรศการป๊อปอัปหมุนเวียนจากสถาบันออกแบบไทยอยู่เสมอ ลองเช็กอินสตาแกรมของห้างก่อนไป จะได้รู้ว่ามีป๊อปอัปที่น่าสนใจตรงกับวันที่ไปไหม
  • ฟู้ดฮอลล์ชั้นดาดฟ้ามีที่นั่งกลางแจ้งเล็กๆ หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นหนึ่งในจุดที่น่านั่งรอฝนยามบ่ายของกรุงเทพฯ จิบกาแฟชิลล์ๆ หลังฝนซาแล้วบรรยากาศดีมาก
  • วันธรรมดาช่วงเช้า 10:00-12:00 น. เป็นเวลาที่ดีที่สุด ชั้นต่างๆ ว่าง พนักงานพร้อมให้บริการเต็มที่ ถามรายละเอียดสินค้าได้อย่างไม่เร่งร้อน
  • ห้างเชื่อมต่อกับ BTS ผ่านทางเดินภายใน เลยสามารถออกไปสกายวอล์กต่อไปสยามพารากอนได้เลย ไม่ต้องลงไปชั้นถนน สะดวกมากโดยเฉพาะตอนฝนตก
  • แบรนด์อิสระหลายร้านบนชั้นบนมีบริการห่อของขวัญ และสามารถส่งไปรษณีย์ระหว่างประเทศผ่านพาร์ทเนอร์ที่เคาน์เตอร์บริการลูกค้าบนชั้นเดียวกันได้ด้วย

สยามดิสคัฟเวอรี่ เหมาะสำหรับใคร?

  • คนรักงานดีไซน์และของแต่งบ้านที่มองหาแบรนด์ไทยร่วมสมัย
  • นักช็อปที่อยากได้ของฝากฝีมือคนไทยที่ไม่ใช่ของที่ระลึกทั่วไป
  • ครอบครัวที่มีเด็กและอยากหากิจกรรมในร่มแอร์เย็น มีโซนอินเทอร์แอคทีฟ
  • ช่างภาพที่สนใจอินทีเรียร์ร้านค้าที่แสงสวย และวิวสกายไลน์จากชั้นดาดฟ้า
  • นักเดินทางที่ใช้ BTS สยามเป็นฐานเพื่อเดินห้างหลายแห่งในบ่ายเดียว

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน สยาม:

  • หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

    ตั้งอยู่ที่สี่แยกถนนพระราม 1 และถนนพญาไท หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ศิลปะร่วมสมัยที่เข้าถึงง่ายที่สุดของกรุงเทพฯ เข้าชมฟรีเป็นส่วนใหญ่ ภายในมีทางเดินเกลียวสุดอลังการ แถมอยู่แค่ไม่กี่ก้าวจาก BTS สนามกีฬาแห่งชาติ แวะสั้น ๆ ก็คุ้มค่า

  • เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

    เซ็นทรัลเวิลด์เป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ใจกลางสี่แยกราชประสงค์ กรุงเทพฯ นอกจากช้อปปิ้งแล้ว ยังมีศูนย์อาหาร ร้านอาหารดาดฟ้า พื้นที่จัดอีเวนต์ และเชื่อมต่อ BTS ได้สะดวก

  • ศาลพระพรหมเอราวัณ

    ศาลพระพรหมเอราวัณเป็นศาลเจ้าฮินดู-พุทธขนาดเล็กแต่เปี่ยมพลังศรัทธา ตั้งอยู่ที่สี่แยกที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ด้วยเครื่องบูชาสีทอง นาฏศิลป์รำถวาย และผู้มากราบไหว้ไม่ขาดสาย ที่นี่เป็นจุดแวะที่น่าประทับใจมาก แม้คุณจะไม่ได้นับถือศาสนาใดก็ตาม

  • บ้านจิม ทอมป์สัน

    กลุ่มเรือนไทยโบราณหกหลังจากไม้สักริมคลองย่านสยาม บ้านจิม ทอมป์สัน คือจุดบรรจบของงานดีไซน์ยุคกลางศตวรรษที่ 20 การสะสมศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหนึ่งในคดีการหายตัวลึกลับที่ยังไม่มีคำตอบจนถึงวันนี้ ที่นี่ให้อะไรมากกว่าภาพสวยๆ — มันคือเรื่องราวที่มีความลึกจริงๆ

สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:สยาม
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:Bangkok

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.