โซลแกรนด์พาร์ค & สวนสัตว์: มุมสนุกใหญ่ของกรุงโซล
โซลแกรนด์พาร์ค (서울대공원) เป็นคอมเพล็กซ์พักผ่อนในกวาชอน มีสวนสัตว์แห่งแรกของเกาหลี สวนดอกไม้ และทางเดินป่าใหญ่ ๆ ริมอ่างเก็บน้ำ เหมาะกับครอบครัวและผู้รักธรรมชาติที่อยากออกนอกเมืองได้ทั้งวัน โดยมักเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จัก
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 102, ถนนแดกงวองวังจัง-โร, กวาชอน, คยองกีโด (ใต้กรุงโซล)
- การเดินทาง
- รถไฟใต้ดินสาย 4 ลงสถานีโซลแกรนด์พาร์ค ทางออก 2
- เวลาเที่ยวชม
- 3–6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าคุณเดินทั่วแค่ไหน
- ค่าใช้จ่าย
- สวนสัตว์: ผู้ใหญ่ 5,000 วอน / เยาวชน 3,000 วอน / เด็ก 2,000 วอน (ราคาปกติ) สวนธีม: 2,000 / 1,500 / 1,000 วอน พื้นที่รอบนอกฟรี
- เหมาะสำหรับ
- ครอบครัว, สายปิกนิก, นักเดินชมธรรมชาติ, คนที่อยากสัมผัสวันว่างแบบคนท้องถิ่นจริง ๆ
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- grandpark.seoul.go.kr

โซลแกรนด์พาร์คคืออะไรจริง ๆ
โซลแกรนด์พาร์ค (서울대공원) ไม่ได้เป็นสวนสนุกและก็ไม่ได้มีแค่สวนสัตว์ แต่เป็นคอมเพล็กซ์พักผ่อนขนาดใหญ่กลางธรรมชาติในเมืองกวาชอนทางใต้โซล ภายในมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ รายล้อมด้วยสวนสัตว์โซล (서울동물원) ซึ่งเป็นสวนสัตว์แห่งแรกของเกาหลี (ตาม KTO) สวนธีมกุหลาบและพรรณไม้จัดแต่ง และยังมีโซนสวนสนุกแยกต่างหาก ส่วนทางเดินรอบนอกและลานปิกนิกเข้าฟรีเดินเล่นได้
สวนนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1984 เป็นจุดเช็คอินของครอบครัวเกาหลีมานาน เกือบสี่สิบปี วันธรรมดาช่วงเช้าบรรยากาศเงียบสงบ ทางเดินมีต้นแปะก๊วยและสน อ่างเก็บน้ำสะท้อนป่าเขาด้านหลัง มีแค่เสียงนกร้องกับกระเช้าเคเบิลคาร์เท่านั้นเอง แต่เสาร์อาทิตย์หรือฤดูใบไม้ผลิ-ใบไม้ร่วง บรรยากาศคือการทัศนศึกษาคูณพัน ครอบครัวจับจองลานปิกนิกริมน้ำเต็มแน่น
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
สวนเปิดตลอดทั้งปี 365 วัน แต่อาคารสวนสัตว์กับสวนธีมปิดตามฤดูกาล และปิดรับเข้าก่อนเวลาจริง 1 ชั่วโมง ควรวางแผนมาถึงให้เหมาะ โดยเฉพาะหน้าหนาว สวนสัตว์ปิด 17:00
เวลาเปิด-ปิด และค่าผ่านประตู
สวนสัตว์กับสวนธีมเปิด-ปิดตามฤดู มี.ค.-เม.ย. และ ก.ย.-ต.ค. เปิด 09:00-18:00 พ.ค.-ส.ค. ขยายถึง 19:00 พ.ย.-ก.พ. ปิด 17:00 ส่วนพื้นที่รอบนอก เข้าได้ตลอด แต่ส่วนใหญ่คนจะเน้นมาสวนสัตว์
ค่าบัตรเข้าชมสวนสัตว์ (บุคคลทั่วไป) ผู้ใหญ่ 5,000 วอน เยาวชน 3,000 วอน เด็ก 2,000 วอน ราคาหมู่คณะจะถูกลง สวนธีมกุหลาบคิดแยก ผู้ใหญ่ 2,000 วอน เยาวชน 1,500 วอน เด็ก 1,000 วอน ถ้าจะเข้าทั้งสองโซน ควรเผื่อเงินไว้ด้วย เทียบกับมาตรฐานกรุงโซลแล้วถือว่าถูก เลยทำให้คนแวะมาเยอะมากช่วงวันหยุด
สวนสัตว์: แรกในเกาหลี และยังใหญ่ที่สุด
สวนสัตว์โซลกินพื้นที่ใหญ่ มีสัตว์หลายร้อยสายพันธุ์ ทั้งเลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์น้ำ กรงและโซนต่าง ๆ จัดตามภูมิภาคและลักษณะที่อยู่อาศัย เท่ากับต้องเดินเท้าไประหว่างโซนเยอะมาก รองเท้าสบาย ๆ จำเป็นสุด ๆ เพราะคนใส่รองเท้าแฟชั่นจะเริ่มเหนื่อยชัด ๆ ตอนบ่าย
โซนทุ่งหญ้าสะวันนาแอฟริกาคนเยอะทุกที โดยเฉพาะตรงคอกยีราฟกับช้าง ถ้ามารอบเช้าก่อนกรุ๊ปทัวร์เริ่มเข้า 10:30 จะได้ใช้เวลาเดินแบบชิล ๆ โซนนกเป็นจุดที่คนมักมองข้าม แต่นี่แหละสบายสุด ไม่แน่นเท่าโซนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ครอบครัวที่มีเด็กเล็กจะถูกใจที่นี่มากกว่าสถานที่ใจกลางโซลอีก ใครอยากไอเดียเที่ยวกับเด็กแนะนำเข้าไปดู คู่มือโซลสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก มีตัวเลือกให้เหมาะกับอายุและพลังเด็กแต่ละคน
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
สวนสัตว์กว้างมาก เด็กเล็กเดินไม่ครบแน่นอน รถเข็นเด็กเหมาะมาก ทางเดินส่วนใหญ่เรียบแม้มีเนินในบางจุดใกล้แนวป่า
สวนธีมและไฮไลต์ตามฤดูกาล
โซนสวนธีมเน้นไม้ประดับ แปลงกุหลาบ และภูมิทัศน์แบบจัดแต่ง ไม่ใช่สวนพฤกษศาสตร์เป๊ะ ๆ ที่มีชื่อสายพันธุ์ครบถ้วน ที่นี่ออกแบบมาเพื่อเดินเล่น ถ่ายรูป กุหลาบจะบานสวยสุดปลายพฤษภาคมถึงมิถุนายน เดินไปจะได้กลิ่นกุหลาบหอม ๆ ตลอดแนว เห็นตัดกับป่าสนด้านหลังชัด
ฤดูใบไม้ร่วงก็อีกหนึ่งช่วงที่สวยไม่แพ้กัน ตอนกลาง-ปลายตุลาคม ป่าเขารอบสวนจะเปลี่ยนสีเป็นเหลืองส้มแดงเต็มไปหมด อ่างเก็บน้ำจะสะท้อนสีสวย ๆ ตอนเช้าก่อนคนเยอะ ถ้าอยากรู้ช่วงเวลาฟอลิเอจในโซลแบบละเอียด ดูได้ที่ คู่มือโซลในฤดูใบไม้ร่วง จะบอกพีคในแต่ละโซนของโซลและปริมณฑล
เดินทางมาโซลแกรนด์พาร์คและเดินในสวน
ที่นี่เดินทางสะดวก มีรถไฟใต้ดินสาย 4 ลงปุ๊บเดินถึงประตูหลักเลย จากใจกลางเมืองโซลใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที แล้วแต่จุดเริ่มต้น
ในสวนมีรถช้าง (shuttle train แบบรถลาง) จากทางเข้าหลักไปถึงสวนสัตว์ ประหยัดแรงเดิน กระเช้าเคเบิลคาร์จากทางเข้าไปโซนสูงใกล้พิพิธภัณฑ์/สวนสัตว์ก็นั่งได้ทั้งสองแบบ ไม่รวมอยู่ในค่าเข้าสวนสัตว์ ต้องจ่ายเพิ่ม
ถ้าแพลนไปหลายที่ในวันเดียว แนะนำให้ศึกษาเส้นทางขนส่งมวลชนของโซลไว้ล่วงหน้า จะประหยัดเวลาไปมาก ดูเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือการเดินทางในโซล มีวิธีใช้บัตร T-money เปลี่ยนสาย รถไฟ ใครมีสัมภาระหรือรถเข็นเด็กอ่านไว้จะช่วยได้
ℹ️ ดีที่ควรรู้
ที่อยู่อยู่ที่เมืองกวาชอน จังหวัดคยองกี ไม่ได้อยู่ในขอบเขตโซลจริง ๆ หลายคนใช้แอปแผนที่แล้วงง แค่ค้นหาสถานี 'Seoul Grand Park Station' (สาย 4) แล้วไปทางออก 2 ตามป้าย
ประสบการณ์เปลี่ยนไปตามเวลาของวัน
ช่วงเช้าตรู่ระหว่าง 09:00-10:30 เป็นเวลาที่บรรยากาศดีที่สุด หมอกริมอ่างเก็บน้ำค่อย ๆ จาง สัตว์ในสวนยังไม่ร้อนเดินดูสนุก คนเดินน้อย เหมาะมากกับถ่ายรูป แสงสวย ฉากหลังไม่รก และสัตว์ยังไม่หลบแดด
สายหน่อยถึงเที่ยง เสาร์อาทิตย์หรือวันหยุด โดยเฉพาะหน้าซากุระหรือฟอลิเอจ สวนจะหนาแน่น ลานหน้าเข้าจะมีคิวขึ้นรถช้าง ครอบครัวแห่ปูเสื่อปิกนิกตั้งแต่ 11:00 ตอนเที่ยงสวนสัตว์ก็จะเริ่มแน่นจนจ่อกรงสัตว์ได้ยาก
บ่ายแก่ ๆ สองชั่วโมงก่อนปิด จะได้บรรยากาศชิลอีกครั้ง คนเริ่มทยอยกลับ ดีกลับไปเดินดูโซนที่ก่อนหน้านั้นแน่นมากได้อีกซักรอบ ริมอ่างเก็บน้ำยามพระอาทิตย์ตก โดยเฉพาะหน้าฟอลิเอจ สวยคุ้มอยู่แม้จบสวนสัตว์แล้ว
เตรียมอะไรไปบ้าง & ข้อมูลที่ควรรู้
ที่นี่กว้างมาก พกน้ำติดตัวเถอะ แม้ในสวนจะมีตู้กดน้ำและคีออสขายของกินบ้าง แต่บางทีอยู่ไกล ตอนที่หิวหรือกระหายน้ำ ชาวเกาหลีเองก็มักเตรียมขนมและอุปกรณ์ปิกนิกไปกินกันเอง ริมสนามหญ้าออกแบบมาให้ปูเสื่อโดยเฉพาะ
ครีมกันแดดกับหมวกสำคัญมากที่นี่เพราะทางเดินสัตว์สวนส่วนใหญ่ไม่มีร่มเงา ฤดูร้อนแดดแรงสุด ๆ ช่วงเที่ยงถึงบ่าย ทางเดินป่าโซนรอบนอกจะร่มแต่ชันกว่า ฤดูหนาว ทางเดินรอบนอกอาจลื่นตอนมีน้ำค้างแข็ง ทางหลักสวนสัตว์ดูแลดี
บริเวณรอบนอกเข้าสวนฟรี ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดพักผ่อนธรรมชาติที่เข้าถึงง่ายอีกแห่งของโซล ใครอยากประหยัดดูยังไงก็แนะนำ คู่มือกิจกรรมฟรีในโซล ก่อนจัดทริปสุดท้าย
ใครที่อาจจะไม่เหมาะกับที่นี่
คนที่มาเที่ยวโซลแค่ 2-3 วันอาจไม่คุ้มเดินทางมาสวนนี้ เพราะอยู่ไกลจากจุดประวัติศาสตร์ กว่าจะเที่ยวทั่วใช้เวลานาน ควรวางไว้หลังแลนด์มาร์คสำคัญ รวมถึงที่นี่ไม่ใช่แหล่งวัฒนธรรมอัดแน่นแบบที่นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่หา
นักเดินทางที่จริงจังกับสวัสดิภาพสัตว์อาจรู้สึกว่าสวนสัตว์ที่นี่ดูเก่าเทียบกับมาตรฐานนานาชาติ กรงบางโซนกว้างดีแต่บางแห่งดูแคบ โซลแกรนด์พาร์คมีเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปี 1984 แต่ยังไม่ได้ปรับดีไซน์ใหม่ทั้งหมด แนะนำให้รับรู้ตรงนี้ก่อนไป เผื่อคนมีลูกเห็นแล้วรู้สึกอะไรขึ้นมาจะได้เตรียมใจ
เคล็ดลับจากคนวงใน
- แนะนำให้มาตั้งแต่สวนสัตว์เปิด 09:00 โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ช่วง 90 นาทีแรกคนน้อย ถ่ายรูปสัตว์ได้ดีที่สุดก่อนที่สัตว์จะหลบแดดหรือเสียงดัง
- MMCA Gwacheon (พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ฯ) ตั้งอยู่ในโซลแกรนด์พาร์คเลย ถ้าสนใจศิลปะร่วมสมัย ควรเที่ยวทั้งสองแห่งในวันเดียว จะประหยัดเวลาการเดินทาง
- กระเช้าเคเบิลคาร์ในสวน เป็นทางลัดไปโซนสูง มองเห็นอ่างเก็บน้ำกับแนวป่าสวย ๆ ข้างล่าง เหมาะกับคนมีเด็กเล็กหรือใครประหยัดแรงขา
- ฤดูซากุระ (ปลายมี.ค.-ต้นเม.ย.) สวนแน่นมาก หากอยากเลี่ยงคน ควรมาอังคาร-พฤหัส ช่วงที่ซากุระบานริมอ่างเป็นมุมสวยที่คนไม่ค่อยถ่ายกัน
- อาหารในสวนสัตว์มีน้อยและรสชาติธรรมดา คนท้องถิ่นมักซื้อคิมบับหรืออาหารพกพาง่าย ๆ จากร้านสะดวกซื้อแถวสถานีก่อนเข้าไป
โซลแกรนด์พาร์ค & สวนสัตว์ เหมาะสำหรับใคร?
- ครอบครัวที่มีเด็กอายุ 3-12 ปี อยากหาโปรแกรมเที่ยวถูกและใช้เวลาทั้งวัน
- ใครที่เที่ยวในโซลมาหลายวันและเก็บแลนด์มาร์คใจเมืองครบแล้ว
- นักเดินชมธรรมชาติและสายปิกนิก ที่มองหาพื้นที่สีเขียวไซส์ใหญ่กว่าในใจกลางโซล
- คนชอบถ่ายรูปวิว สัตว์ ฟอลิเอจ และภูมิทัศน์อ่างเก็บน้ำ
- นักเดินทางที่แพลนแวะทั้งสวนและ MMCA Gwacheon ในทริปเดียว อยากได้ทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
รวมทริปไปกับ:
- น้ำพุสายรุ้งสะพานบันโพ
น้ำพุสายรุ้งสะพานบันโพครองสถิติกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด เป็นน้ำพุสะพานที่ยาวที่สุดในโลกกว่า 1,140 เมตรริมแม่น้ำฮัน จัดแสดงเป็นรอบ ๆ ตั้งแต่เมษายนถึงตุลาคม ฟรี! ผสมผสานน้ำพุ 380 หัวไฟ LED เปลี่ยนสีได้ และวิวเมืองโซลยามค่ำเข้าด้วยกัน กลายเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปที่ห้ามพลาดของเมืองนี้
- อุทยานแห่งชาติบุกฮันซาน
อุทยานแห่งชาติบุกฮันซานตั้งอยู่ทางเหนือของกรุงโซล เต็มไปด้วยแนวสันเขาหินแกรนิต หุบเขาเขียวขจี และกำแพงป้อมปราการเก่าแก่ เข้าง่ายฟรีทั้งรถไฟและรถบัส เป็นอุทยานที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งเมื่อเทียบกับขนาด เหมาะทั้งสายเดินป่าและคนชอบเดินเล่นชิลๆ
- ตลาดปลานอรยังจิน
ตลาดปลาส่งนอรยังจินคือพื้นที่ซื้อขายซีฟู้ดที่ใหญ่และคึกคักสุดในโซล เปิดตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน (เว้นวันหยุดใหญ่) ตั้งแต่ประมูลปลาในยามรุ่งสางไปจนถึงซาชิมิมื้อดึกด้านบนบ่อสด ที่นี่ผสมผสานพลังค้าขายจริงเข้ากับวัฒนธรรมอาหารทะเลแท้ ๆ