Kallithea Springs (Thermes Kallitheas): โรงอาบน้ำอาร์ตเดโคริมทะเลแห่งโรดส์
Kallithea Springs หรือ Thermes Kallitheas เป็นอาคารโรงอาบน้ำสไตล์อิตาลีที่ได้รับการบูรณะใหม่บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของโรดส์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอาร์ตเดโคผสมมุเราะห์ มีอ่าวน้ำทะเลใสให้ลงเล่นน้ำ ปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางแจ้ง พร้อมคาเฟ่และวิวถ่ายรูปริมทะเลที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะ
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- Kallithea Bay, อ่าวคัลลิเธีย ห่างจากตัวเมืองโรดส์ 9 กม. ทางใต้
- การเดินทาง
- รถประจำทางจากโรดส์ (สาย Kallithea/Faliraki) หรือแท็กซี่ประมาณ 15 นาที ขับรถเองก็หาง่ายมาก
- เวลาเที่ยวชม
- 1.5 ถึง 3 ชั่วโมง (ถ้าเล่นน้ำอาจอยู่นานกว่านี้)
- ค่าใช้จ่าย
- ดูค่าธรรมเนียมล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ทางการ
- เหมาะสำหรับ
- สายสถาปัตย์ ชอบถ่ายรูป ว่ายน้ำ คู่รัก
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- kallitheasprings.com

Kallithea Springs คืออะไร
Kallithea Springs หรือ Thermes Kallitheas (คนท้องถิ่นบางคนเรียกว่า Royal Thermae หรือ Royal Baths) คือหนึ่งในสุดยอดสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดของเกาะโรดส์ ตั้งอยู่บนแหลมชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ตัวอาคารประกอบด้วยกลุ่มศาลาโดม กระเบื้องโมเสก และระเบียงขั้นบันไดลดหลั่นถึงอ่าวน้ำใสเงียบสงบ บ่อน้ำแร่นี้รู้จักกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 ก่อนคริสตกาล มีหลักฐานว่าฮิปโปเครติสเองยังกล่าวถึงคุณค่ารักษาโรคของน้ำที่นี่
อาคารที่เห็นในปัจจุบันไม่ได้เก่าแก่ แต่สร้างใหม่โดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน Pietro Lombardi และเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 1929 สมัยอิตาลียึดครองโดเดคาเนส โดดเด่นด้วยดีไซน์อาร์ตเดโคผสมโดมมุสลิมและลวดลายแบบตะวันออก ใช้วัสดุหินอุ่นๆ กับกระเบื้อง เมื่อหมดสงครามโลกก็ถูกทิ้งร้างกว่าหลายสิบปี ก่อนจะบูรณะใหญ่และเปิดใหม่วันที่ 1 กรกฎาคม 2007 ทุกวันนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวกลางแจ้งแบบเสียค่าเข้าและลงเล่นน้ำที่อ่าวด้านล่างได้
ℹ️ ดีที่ควรรู้
ข้อมูลสำคัญ: น้ำแร่ธรรมชาติเดิมแห้งไปนานแล้ว นักท่องเที่ยวมาเพื่อชมสถาปัตยกรรม ลงเล่นน้ำ และบรรยากาศ ไม่ใช่อาบน้ำแร่แบบสปา ถ้าใครคาดหวังแบบนั้นจะผิดหวังได้
สถาปัตยกรรมที่ต้องจับตา
เดินผ่านประตูหลักเข้าไป สิ่งที่สะดุดตาคือโดมทรงกลมใหญ่ตรงกลาง เสากลมเรียงรายและลายกระเบื้องเรขาคณิตอินสไปร์จากศิลปะมุสลิม บรรยากาศโดยรวมชัดเจนว่าเป็นยุโรปยุค 1920 เลย เที่ยงวันแสงแดดจะเลี้ยวผ่านช่องหน้าต่างทอดเงาเฉียบลงพื้นโมเสก กลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดฮิตของทั้งสถานที่
ถัดจากศาลาใหญ่จะพบกลุ่มศาลาเล็กที่มีโดม ทางเดินโค้ง และระเบียงขั้นลดหลั่นเชื่อมอาคารด้านบนลงทะเล ผนังหินใช้หินปูนท้องถิ่นสีเหลืองอ่อนในแสงแดด และดูเทา-น้ำเงินในร่ม ลูบผนังราวระเบียงแกะสลักเก่าๆ จะสัมผัสได้ถึงความปราณีตแข็งแรงแต่แรกสร้าง ตั้งใจทำไว้ประทับใจแขกที่มาทางเรือพอๆ กับที่มาทางถนน
งานออกแบบของ Lombardi ชัดเจนว่าดึงดีไซน์อาณานิคมอิตาลีช่วงนั้นมาใช้ เพื่อโชว์ความเป็นเมืองทันสมัยและถาวร ส่วนลูกเล่นเฉพาะเช่นลายตะวันออก-มุสลิมนั้น ก็จงใจผสม เพราะโดเดคาเนสเคยอยู่ใต้ตุรกีมาก่อนปี 1912 อิตาลีเลยใช้สถาปัตย์อ้างอิงทั้งฝรั่งและตะวันออก เป็นส่วนหนึ่งของการวางบทบาทในเมดิเตอร์เรเนียน สรุปแล้วอาคารนี้ไม่ใช่แค่สวย แต่เป็นหลักฐานการเมืองยุคนั้นด้วย
ถ้าอยากเห็นอิทธิพลสถาปัตยกรรมอิตาเลียนในโรดส์ที่ชัดกว่านี้ Governor's Palace กลางเมืองโรดส์คืออีกตัวอย่างชัดๆ ที่ต่างบริบทแต่ยุคเดียวกัน
ตั๋วและทัวร์
ตัวเลือกคัดสรรจากพันธมิตรการจองของเรา ราคาเป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ ความพร้อมให้บริการและราคาสุดท้ายจะยืนยันเมื่อทำการจองเสร็จสมบูรณ์
Lindos 7 springs oasis and Acropolis tour from Rhodes
เริ่มต้นที่ 28 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีSunset catamaran cruise with dinner in Rhodes
เริ่มต้นที่ 70 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรี3-Hour All Inclusive Sun and Sea Swimming Cruise in Rhodes
เริ่มต้นที่ 55 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีRhodes Sunset Cruise with Greek BBQ and Unlimited Drinks
เริ่มต้นที่ 65 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรี
ช่วงเวลาต่างๆ ในแต่ละวัน
ถ้ามาถึงก่อน 9 โมงเช้าหน้าร้อนจะได้บรรยากาศเหมือนเป็นเจ้าของที่คนเดียว แสงเช้าอ่อนนุ่มเหมาะสุดๆ สำหรับถ่ายโดมกับกระเบื้องโดยไม่มีเงาแรงหรือคนแทรกในภาพ คาเฟ่จะเปิดสายกว่านั้น ใครมาเช้าควรพกน้ำดื่มติดตัว
ตั้งแต่ 11 โมงเป็นต้นไป ทัวร์จะเริ่มทยอยมาถึง โซนโดมใหญ่คนแน่นขึ้นเรื่อยๆ ช่วงสายถึงบ่ายอ่าวจะเต็มด้วยคนเล่นน้ำ โดยเฉพาะเที่ยงถึงบ่าย 3 น้ำทะเลที่นี่ใสมาก พื้นใต้น้ำเป็นหิน ถ้าไม่ใส่รองเท้าลุยน้ำระวังจะเดินลำบาก ส่วนชายหาดกรวดมีขนาดเล็ก และหาเงานั่งยากในช่วงร้อนสุดขีด
ช่วงเย็นหลังสี่โมงต่างหากที่เหมาะมาก แดดกลายเป็นสีทอง ทัวร์กลับไปเกือบหมด อ่าวเงียบคนโล่ง บรรยากาศโดยรวมก็เปลี่ยน ร่มเงายาวๆ ทำให้อาคารหินดูอบอุ่นกว่าใคร่เช้า
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
ทริคถ่ายภาพ: ถ้าอยากได้ภาพโดมส่วนกลางโล่งๆ ไม่มีคน รอแค่แปดโมงวันธรรมดาหรือมาตอนเปิดหน้าร้อนเท่านั้น สายๆ ธรรมชาติแสงและคนจะเปลี่ยนมากแล้ว
อ่าวน้ำใสกับการเล่นน้ำ
จุดเด่นจริงของ Kallithea คืออ่าวเล็กๆ ที่เหมาะเล่นน้ำ ตัวอ่าวบังลมเหนือดี น้ำตื้นหลายเมตรแรกและใสมากในวันที่สงบ มองเห็นพื้นหินใต้ทะเลชัด ต่างจากชายหาดทรายอื่นๆ การดำน้ำตื้นที่นี่ก็ได้รับความนิยม เพราะแนวหินรอบๆ ใต้น้ำมีให้ส่องเพียบ
ใต้ทะเลจากหินแบนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นก้อนหินใหญ่ขึ้น รองเท้าใส่ทะเลจึงสำคัญ ไม่ใช่แค่ของแนะนำ ชายหาดกรวดแห้งไม่เหมาะนอนเล่นถ้าไม่มีเสื่อหรือผ้าปู ในฤดูท่องเที่ยวบางจุดมีเตียงผ้าใบให้เช่า แต่ก็ไม่แน่นอน
ถ้าอยากเที่ยวต่อกับหาดอื่นในย่านนี้ บริเวณ Kallithea มีหาดอีกหลายแห่งขับไปแป๊บเดียว และ Elli Beach ในเมืองโรดส์ก็นั่งรถสาธารณะไปง่ายสุดๆ
เดินทางอย่างไร วางแผนยังไงดี
Kallithea Springs ตั้งอยู่ปลายแหลม Vodi ห่างจากตัวเมืองโรดส์ 9 กม. ตามถนนเลียบชายฝั่งตะวันออก ขับรถหรือสกู๊ตเตอร์ใช้เวลาประมาณ 15 นาที มีป้ายบอกทางชัดทุกจุด จอดรถเสียเงินที่ประตูทางเข้า
รถเมล์จากโรดส์ไป Faliraki จะผ่านหน้าทางเข้า เช็กตารางเวลา-สายกับสถานี KTEL เพราะแต่ละซีซั่นเปลี่ยนตลอด ถ้านั่งแท็กซี่จากโรดส์ ราคาประมาณ 10-15 ยูโรต่อเที่ยว แนะนำถามราคาก่อนขึ้นรถทุกครั้ง
ที่นี่เปิด 8.00-20.00 ทุกวันพฤษภาคม-ตุลาคม และ 8.00-16.00 พฤศจิกายน-เมษายน ค่าเข้า 5 ยูโรช่วงฤดูหลัก เหลือ 3 ยูโรช่วงโลว์ มีคาเฟ่เล็กๆ กับห้องน้ำใกล้ศาลาหลัก
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
เรื่องการเข้าถึง: พื้นทางเดินที่นี่เป็นหินขรุขระ มีขั้นบันไดและทางลาดเชื่อมจากอาคารด้านบนลงหาด ไม่เหมาะสำหรับวีลแชร์หรือคนที่เคลื่อนไหวลำบาก ชายหาดกรวดกับพื้นใต้น้ำก็ต้องระวังเหมือนกัน
ใครอยากเที่ยวไกลกว่านี้ Kallithea ไปต่อทางใต้ถึง Seven Springs หรือแวะ Valley of the Butterflies ด้วย ดู แผนการเดินทาง Rhodes 3 วัน เรามีเส้นทางแนะนำที่รวมทั้งสองจุดนี้เข้าไว้ด้วย
รีวิวตามจริง: คุ้มค่าแวะไหม?
ถ้าคุณชอบสถาปัตยกรรม อยากหาที่ว่ายน้ำถ่ายภาพสวย หรือมีเพื่อนร่วมทางสายนี้ บอกเลยว่า Kallithea Springs ควรแวะสัก 1 ชั่วโมงครึ่ง มันไม่ใช่ที่ใหญ่โต เดินครบศาลาหลัก ระเบียง และลงทะเลก็ถือว่าถึงไฮไลท์แล้ว ใครหวังประวัติศาสตร์จมดิ่งหรือสปาทำงานจะผิดหวัง
ค่าผ่านประตูถือว่าแฟร์เมื่อเทียบสิ่งที่ได้ เห็นสถาปัตย์อิตาเลียนฟื้นฟูยุค 1920 กับอ่าวน้ำเงินใสแจ๋วร่วมเฟรมเดียวกัน ถ่ายรูปขึ้นสุดๆ แต่ที่นี่ขนาดกะทัดรัด ไม่ถึงกับเหมาะแบ่งเวลาเยอะเว้นแต่จะเล่นน้ำยาวจริงๆ
ใครควรมองข้าม: นักท่องเที่ยวที่เวลาน้อยในโรดส์และชอบที่ประวัติเข้มแบบจริงจัง แนะนำเลือก Old Town ยุคกลางหรืออะโครโพลิส Lindos จะคุ้มเวลามากกว่า และถ้าไม่ชอบหาดหิน ชอบน้ำตื้นทรายนุ่ม ที่นี่อาจไม่เหมาะนัก
ถ้าอยากเข้าใจ Kallithea วางไว้ในทริปโรดส์ทั้งเกาะ แนะนำอ่านคู่มือ Acropolis of Lindos ซึ่งต่างชาติยกให้เป็นโบราณสถานแห่งเกาะ อยู่ปลายใต้ราว 40 กม. จาก Kallithea
เคล็ดลับจากคนวงใน
- ถ้าซื้อบัตรล่วงหน้าผ่าน kallitheasprings.com ได้ในช่วงที่เดินทางไป แนะนำให้ซื้อล่วงหน้าเลย โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมที่คิวหน้าประตูรอนานเกิน 20 นาที
- รองเท้าลุยน้ำจำเป็นมาก เพราะพื้นอ่าวเข้าออกน้ำจะโรยหินแหลมและลื่นสุดๆ เลือกคู่บางๆ ใส่ในกระเป๋าได้เลย
- คาเฟ่ข้างในราคาโอเคเมื่อเทียบกับร้านแถบนักท่องเที่ยวอื่นๆ แถมได้นั่งกินชมวิวและสถาปัตยกรรมสวยๆ คนละฟีลกับร้านริมถนนมาก
- โดมทรงกลมตรงกลางคือไฮไลท์ถ่ายภาพ แต่ถ้าชอบมุมเงียบๆ ลองเดินไปหลังระเบียงด้านหลังที่มีซุ้มโค้งหินมองออกทะเล มักได้ภาพสวยโดยไม่มีคนอื่นติดเฟรม
- ช่วงโลว์ซีซั่น (พฤศจิกายน-เมษายน) คนน้อย ค่าเข้าเหลือ 3 ยูโร บรรยากาศเงียบๆ เคล้าอารมณ์หินเก่า ถ้าใครมาโรดส์นอกฤดูร้อน แวะแล้วจะประทับใจ
น้ำพุร้อนคาลลิเธีย (Thermes Kallitheas) เหมาะสำหรับใคร?
- คนหลงรักสถาปัตยกรรมแนวอิตาลีอาร์ตเดโคผสมตะวันออก
- ช่างภาพที่อยากได้ภาพตึกโบราณกับน้ำใสๆ คู่กัน
- คู่รักที่อยากพักผ่อนชิลๆ เล่นน้ำสั้นๆ ยามเช้า
- ครอบครัวที่เด็กโตพอลุยอ่าวหิน และอยากได้จุดเล่นน้ำสงบ
- นักท่องเที่ยวโลว์ซีซั่นที่ชอบสถานที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว