Devesa del Saler: ผืนป่าสนเมดิเตอร์เรเนียนท่ามกลางเนินทรายอัลบูเฟรา

Devesa del Saler คือผืนป่าสนเนินทรายริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ตั้งอยู่ยาว 8 กิโลเมตรระหว่างทะเลกับทะเลสาบ L'Albufera เดินทางจากใจกลางบาเลนเซียไม่ถึง 30 นาที เปิดฟรีไม่มีค่าเข้า เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานธรรมชาติอัลบูเฟราตั้งแต่ปี 1986 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 800 เฮกตาร์ มีทั้งสนร่ม เนินทรายและหาดป่า

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
El Saler, เขตเทศบาลบาเลนเซีย — อยู่ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 10 กม. โดยใช้ถนน CV-500
การเดินทาง
รถบัส EMT สาย 24 และ 25 จากตัวเมืองบาเลนเซียไปยัง El Saler และเขต Devesa
เวลาเที่ยวชม
2–4 ชั่วโมงสำหรับเดินป่าหรือเที่ยวชายหาด; ถ้าไปทะเลสาบอัลบูเฟราหรือ El Palmar ด้วยควรเผื่อวันเต็ม
ค่าใช้จ่าย
ฟรี — เป็นอุทยานธรรมชาติ ไม่มีค่าเข้าชม
เหมาะสำหรับ
เดินชมธรรมชาติ ดูนก ชายหาดสงบ ขี่จักรยาน หนีความวุ่นวายในเมืองแบบไม่ต้องออกจากบาเลนเซีย
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
parquesnaturales.gva.es/es/web/pn-l-albufera/itinerarios-por-la-devesa
เนินทรายชายฝั่งกว้างใหญ่และพืชพรรณแบบเมดิเตอร์เรเนียนใน Devesa del Saler พร้อมนักไคท์เซิร์ฟสีสันสดใสที่ประดับท้องฟ้าสีฟ้าใส
Photo Visentico / Sento (CC BY-SA 2.0) (wikimedia)

Devesa del Saler คืออะไร?

Devesa del Saler คือแนวป่าสนเมดิเตอร์เรเนียนที่ได้รับการอนุรักษ์ พาดยาวแคบกั้นระหว่างทะเลสาบน้ำจืด L'Albufera กับทะเลเปิด มีความยาวประมาณ 8 กิโลเมตร กว้างราว 1.2 กิโลเมตร และกินเนื้อที่โดยรวมประมาณ 800 เฮกตาร์ เป็นหนึ่งในป่าทรายริมชายฝั่งที่คงสภาพที่สุดบนชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนของสเปน พื้นที่นี้อยู่ในเขตเมืองบาเลนเซียทั้งหมด ซึ่งจัดว่าหาได้ยาก เพราะเป็นป่า สนร่ม เนินทรายระบบนิเวศเต็ม สมบูรณ์ไปด้วยคลองริมทะเลสาบและหาดป่า ทั้งหมดนี้อยู่ในเขตเดียวกับตลาดกลาง หรือมหาวิหารเมืองเลยทีเดียว

ผืนป่า Devesa เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานธรรมชาติ L'Albufera ที่ได้รับการประกาศคุ้มครองโดย Generalitat Valenciana ตั้งแต่ปี 1986 หลังจากที่ก่อนหน้านั้น ช่วงปี 1960–1970 เคยถูกบุกรุกถางป่าและสร้างสิ่งก่อสร้างเพื่อการท่องเที่ยวมามากมาย ชุมชนท้องถิ่นช่วยเรียกร้อง จนโครงการพัฒนาเหล่านั้นต้องยุติไป ทุกวันนี้ผืนป่ากำลังฟื้นกลับมา เนินทรายและแนวชายฝั่งได้รับการฟื้นฟู เป็นตัวอย่างของพื้นที่ธรรมชาติที่รอดมาได้ด้วยพลังของคนในพื้นที่ ไม่ใช่แค่ประกาศคุ้มครองจากเบื้องบน

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

เข้า-ออก Devesa del Saler ได้ฟรีตลอดเวลา ไม่มีประตูหรือจุดเก็บบัตรใดๆ — เดินตามทางที่มีป้ายบอกไว้ได้เลย ไม่ต้องจองหรือแจ้งใดๆ ทั้งนั้น

ผืนป่า: สน เนินทราย กับกลิ่นเกลือทะเลและยางสน

แค่เดินเข้า Devesa จากข้างถนน คุณจะได้กลิ่นเฉพาะตัวทันที กลิ่นผสมระหว่างเกลือทะเล ยางสนที่ร้อนแดด และกลิ่นน้ำกร่อยอ่อนๆ จากทะเลสาบ ป่าที่นี่ส่วนใหญ่เป็นสน Aleppo (Pinus halepensis) สายพันธุ์ประจำเมดิเตอร์เรเนียนที่ถึกทนกับดินทรายไม่ค่อยมีอาหาร ต้นสนที่เห็นไม่ใช่ไม้ยักษ์ประวัติศาสตร์ ส่วนใหญ่ยังค่อนข้างอายุน้อยเพราะผ่านการปลูกทดแทนหลังยุคสร้างถนน-ตึก แต่มากพอจะให้ร่มเงาแน่นๆ และรู้สึกเหมือนอยู่ไกลเมืองโดยสิ้นเชิง

ใต้ร่มสน ทางเดินป่าจะสลับระหว่างทางทรายแน่น หลุมนิ่มตามเนินทราย และแปลงพุ่มเตี้ยเมดิเตอร์เรเนียน Generalitat Valenciana วางเส้นทางเดินธรรมชาติหลายเส้น ทั้งแบบวนสั้นและเส้นตัดข้ามป่ายาวๆ ไปยันหาด ป้ายบอกทางชัดและเดินไม่ยาก แต่เส้นทางยังเป็นป่าแบบธรรมชาติ — เจอพื้นขรุขระ ทรายนิ่ม ไม่มีปูทางด้วยพื้นแข็ง รถเข็นวีลแชร์หรือรถเด็กเล็กจะเข็นลำบาก

ถ้าเดินลึกเข้าป่าไปพ้นจุดทางลงหาด คนจะเริ่มน้อย เดิน 20 นาทีอาจไม่เจอใคร โดยเฉพาะเช้าวันธรรมดา เสียงในป่าก็เปลี่ยนไปจากเสียงคลื่นเป็นเสียงนกร้อง ลมพัดยอดไม้สน หรือเสียงกิ่งไม้ขยับ จุดนี้เหมาะกับนักเดินที่ขอแค่ใช้เวลากับธรรมชาติ ไม่เร่งรีบ

ตั๋วและทัวร์

ตัวเลือกคัดสรรจากพันธมิตรการจองของเรา ราคาเป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ ความพร้อมให้บริการและราคาสุดท้ายจะยืนยันเมื่อทำการจองเสร็จสมบูรณ์

ชายหาด: กว้าง โล่ง หลังเนินทราย และยังป่าจริง

แนวชายฝั่ง Devesa แตกต่างจากชายหาดในเมืองบาเลนเซียตอนเหนืออย่างชัดเจน ขณะที่ Playa de la Malvarrosa กับ Playa de las Arenas จะมีพรอมมานาด ร้านอาหารและอพาร์ตเมนต์ ชายหาดของ Devesa มีแค่เนินทรายและแนวป่าสน ไม่มีบาร์ริมหาด ไม่มีบริการเช่าเตียงผ้าใบหรือสนามวอลเลย์บอลทุก 50 เมตร ที่นี่มีแต่หาดทรายสะอาดกว้างพอสมควร ทางเดินสู่ทะเลผ่านร่องเนินทราย น้ำทะเลหน้าร้อนก็นิ่งและใสเป็นพิเศษ

ชายหาดทอดลงใต้จากทางเข้าเขตเมือง El Saler ไปยังปากทะเลสาบแถว El Palmar ยิ่งเดินใต้นานก็ยิ่งเงียบ ช่วงสุดสัปดาห์หน้าร้อน ทางเข้าแถวหมู่บ้าน El Saler จะเต็มตั้งแต่สาย ที่จอดริมถนน CV-500 ก็หายากมากตั้งแต่ 11 โมง ถ้าเดินลงใต้อีก 15–20 นาที จะสงบขึ้นมาก ฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง แม้แต่จุดยอดนิยมก็ยังคนน้อย

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

หน้าร้อนจะไม่มีร่มเงาบนชายหาดเลย เงาทั้งหมดอยู่ในแนวป่า ควรเตรียมหมวก กันแดด น้ำ และเสบียงเอง จุดบริการจะมีแค่ทางเข้าหลักตรงหมู่บ้าน El Saler เท่านั้น

ฝั่งทะเลสาบ: ดูนกและป่าชายเลน

ริมตะวันตกของ Devesa คือฝั่งทะเลสาบ L'Albufera ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดใหญ่ที่สุดของสเปน จากบางจุดในทางเดินป่าฝั่งนี้ คุณจะมองเห็นทุ่งกกและผืนน้ำกว้างซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้อุทยาน Albufera Natural Park แห่งนี้กลายเป็นถิ่นอยู่อาศัยของนกน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในคาบสมุทรไอบีเรีย มีทั้งนกกระสา นกยาง คอมมอแรนท์ และนกน้ำอพยพหลากชนิดตามแต่ฤดูกาล

ช่วงเช้าตรู่คือเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับดูนกในแถบฝั่งทะเลสาบ ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงเก้าโมงก่อนนักท่องเที่ยวจะเริ่มมากับก่อนแดดแรง คือช่วงที่ป่าคึกคักที่สุด เห็นนกกระสาสีม่วงบินเลาะแนวกก หน้าหนาวกับฤดูใบไม้ร่วงจะเจอนกอพยพมาใช้ทะเลสาบเป็นจุดแวะพักมากเป็นพิเศษ ถ้าพกกล้องส่องทางไกลแบบเบสิค หรือเลนส์ซูมติดกล้อง จะเพิ่มความสนุกมาก

ฤดูและช่วงเวลาที่มาแล้วบรรยากาศแตกต่าง

เช้าตรู่ โดยเฉพาะปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง เป็นช่วงที่ Devesa บรรยากาศดีที่สุด แสงอ่อนลอดยอดสน อากาศเย็น เส้นทางเดินเงียบจนแยกเสียงนกแต่ละชนิดได้ชัด พอสายวันหยุดหน้าร้อน ตั้งแต่ 10 โมงเป็นต้นไป คนจะเริ่มมามากขึ้น ที่จอดแถว El Saler ก็แน่น อารมณ์เปลี่ยนเป็นจุดนัดปิกนิกชายหาด

ช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม กลางป่ายังเย็นกว่าในเมืองมาก เพราะมียอดสนบังแดด ลมทะเลโชยเข้ามาตลอด ส่วนหาดเองจะร้อนจัดเต็มที่ช่วงเที่ยงถึงสี่โมง บ่ายใส่ๆ หลัง 5 โมงเย็นเป็นช่วงดี ความร้อนเบาลง น้ำทะเลอุ่นและแสงเย็นส่องเนินทรายสวยมาก

ฤดูหนาวก็เหมาะมาเที่ยวมากกว่าที่คิด ตั้งแต่พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เดินป่าหรือเดินเล่นริมชายหาดแทบไม่มีใคร ต้นไม้ก็ยังเขียวเพราะสนเมดิเตอร์เรเนียนไม่ผลัดใบ อากาศในบาเลนเซียไม่ค่อยต่ำกว่า 10°C แม้หน้าหนาว เลยเดินเพลินได้สบายในวันที่อากาศเปิด

ℹ️ ดีที่ควรรู้

ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่ฝนตกเยอะในบาเลนเซียและยังเหมาะกับดูธรรมชาติ Devesa ที่สุด นกอพยพ ทะเลสาบคึกคัก ป่าเงียบ หากฝนตกหนักถนน CV-500 มีโอกาสน้ำท่วม เช็กพยากรณ์ก่อนเดินทาง

การเดินทางและการเดินในเขตป่า

จากกลางเมืองบาเลนเซีย ขึ้นรถบัส EMT สาย 24 หรือ 25 ไปยัง El Saler และเขต Devesa ใช้เวลาประมาณ 30 นาที สะดวกสุดหากไม่อยากหาที่จอดรถวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนใครที่รักการปั่นจักรยาน Devesa ยังเป็นจุดหมายที่ต่อเส้นทางจักรยานจาก Turia Park มาได้ — ดูใน เส้นทางปั่นจักรยานผ่าน Turia Garden สำหรับสายใต้จากสวนถึงชายฝั่ง

ถ้าขับรถเอง ให้ใช้ถนน CV-500 ขาใต้จากบาเลนเซียไปทาง El Saler ถนนเส้นนี้วิ่งไปตามขอบทะเลสาบฝั่ง Devesa ระหว่างทางจะมีป้ายชี้จุดลงหลายจุดและที่จอดรถข้างทาง วันเสาร์-อาทิตย์หน้าร้อนควรมาก่อน 10 โมงหรือหลัง 5 โมงจะจอดง่ายกว่า ไม่มีที่จอดกลางที่ศูนย์กลางสำหรับทั้ง Devesa — ให้จอดตามจุดที่เจอแต่เนิ่นๆ แล้วเดินต่อเข้าไป

หลายคนจะเลือกเที่ยว Devesa ร่วมกับนั่งเรือในทะเลสาบ L'Albufera หรือแวะกลางวันกินข้าวในหมู่บ้าน El Palmar ที่เลื่องชื่อเรื่องข้าวผัดสเปน (ปาเอย่า) ถ้าอยากได้แพลนวันเดียวครบรสแนะนำอ่าน คู่มือทริปวันเดียว Albufera ที่อธิบายการคลุมทั้งทะเลสาบ เขตป่า และ El Palmar ในหนึ่งวัน

ใครจะหลงรักที่นี่ และใครอาจไม่อิน

Devesa del Saler เหมาะกับสายเดินป่า สายชิลล์ที่ไม่ซีเรียสเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกและชอบธรรมชาติแบบค่อยๆ ซึมซับ ถึงจะไม่มีวิวมุมสูงหรือสถาปัตยกรรมเด่น ไม่มีศูนย์นักท่องเที่ยวพร้อมโชว์มัลติมีเดีย แต่รางวัลจริงคือการได้เดินในป่า ได้เห็นแสง ได้เล่นสนุกว่าไหนแดดไหนเงา ระหว่างป่ากับเนินทราย ขอบทะเลสาบกับทะเลเปิด

ใครก็ตามที่ต้องการโปรแกรมกิจกรรมเยอะๆ หรือหา 'ชายหาดสไตล์เมือง' บริการครบครัน อาจรู้สึกไม่อินกับ Devesa ความที่ไม่มีอะไรริมชายหาดเลยถือว่าเป็นข้อจำกัดใหญ่ ถ้าคุณเน้นนอนเล่นน้ำทั้งวัน แนะนำชายหาดตอนเหนือที่ Playa de las Arenas หรือดูใน คู่มือชายหาดที่ดีที่สุดของวาเลนเซีย จะตอบโจทย์กว่า

นักท่องเที่ยวที่มีข้อจำกัดการเคลื่อนไหวควรทราบว่าทางเดินในป่า Devesa เป็นทรายและขรุขระเกือบตลอด ไม่มีสะพานไม้หรือทางเดินพื้นแข็ง ใกล้ El Saler จะจอดรถง่ายแต่ทางลงทะเลเป็นทรายอ่อนทั้งหมด

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • เส้นทางที่ทาง Generalitat Valenciana ทำป้ายไว้ในเขต Devesa นั้นแบ่งเป็นหลายเส้นทางย่อย แนะนำเส้นทางเดินข้ามป่าจากถนน CV-500 ผ่านป่าสนไปยังชายหาดแล้วเดินกลับผ่านมาในแนวเนินทราย ใช้เวลาประมาณ 90 นาที เดินชิลล์ ได้สัมผัสครบทั้งริมทะเลสาบ ป่าใน และยอดเนินทรายจนถึงหาดโล่ง
  • Casa Forestal de la Devesa del Saler อาคารประวัติศาสตร์ในอุทยาน เปิดให้ชมเฉพาะเช้าวันหยุด เป็นจุดชมเล็กๆ มากกว่าที่เที่ยวหลัก แต่ถ้าผ่านระหว่างเดินป่าควรแวะดูไว้บ้าง
  • ควรเตรียมน้ำติดตัวมากกว่าที่คิด เพราะในป่าไม่มีน้ำพุหรือแหล่งน้ำให้เติมเลย โดยเฉพาะหน้าร้อนต้องเผื่อคอแห้ง จากทราย แดดสะท้อน และระยะทาง 2 ชั่วโมง ควรมีน้ำอย่างน้อย 1.5 ลิตรต่อคน
  • หากอยากได้ชายหาดที่สงบที่สุดช่วงหน้าร้อน ให้จอดรถบริเวณใต้สุดของถนน CV-500 แล้วเดินลงใต้ไปเรื่อยๆ คนจะเริ่มน้อยลงและพืชเนินทรายก็ยังสมบูรณ์อยู่
  • ป่าเป็นพื้นที่ธรรมชาติเปิด ไม่มีไฟส่องสว่าง ถ้ามาเช้าในฤดูใบไม้ร่วงหรือหน้าหนาว พกไฟฉายสำหรับช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และระวังพื้นจะลื่นหรือน้ำขังหลังฝนตกกลางคืน

Devesa del Saler เหมาะสำหรับใคร?

  • สายเดินป่าที่อยากสัมผัสระบบนิเวศเมดิเตอร์เรเนียนจริงๆ ใกล้เมืองบาเลนเซีย
  • คนดูนก โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงและหน้าหนาวที่มีนกอพยพใช้ทะเลสาบอัลบูเฟราเป็นจุดแวะพัก
  • นักปั่นจักรยานที่อยากต่อจากสวน Turia ไปถึงชายหาดธรรมชาติ
  • ครอบครัวที่มีลูกโตบ้าง อยากได้ประสบการณ์หาดที่เงียบกว่า ไม่พลุกพล่าน
  • ช่างภาพที่สนใจภูมิทัศน์และสัตว์ป่า โดยเฉพาะช่วงแสงเช้า

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

รวมทริปไปกับ:

  • Parc Natural de l'Albufera

    เพียง 10 กิโลเมตรทางใต้ของบาเลนเซีย Albufera เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ 21,120 เฮกตาร์ รายล้อมด้วยนาข้าว ป่าสน และพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นที่ดูนกสำคัญของสเปน แหล่งกำเนิดข้าวผัดปาเอย่าบาเลนเซีย เปลี่ยนอารมณ์จากเมืองวุ่นวาย

  • หมู่บ้านเอล ปัลมาร์

    ซุกตัวอยู่ในอุทยานธรรมชาติอัลบูเฟราห่างจากตัวเมืองวาเลนเซียราว 20 กม. เอล ปัลมาร์เป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ประมาณ 750 คน ริมลากูนจืดที่รายล้อมด้วยนาข้าวและมีชื่อเสียงว่าเป็นถิ่นกำเนิดปาเอยาแบบดั้งเดิม ที่นี่ผสมผสานบรรยากาศชนบท การล่องเรือ และข้าวสูตรพื้นเมืองแบบแท้จริงในภูมิภาคนี้ไว้อย่างลงตัว

  • Estadio de Mestalla

    Estadio de Mestalla คือบ้านประวัติศาสตร์ของสโมสร Valencia CF หนึ่งในทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จที่สุดในสเปน เปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1923 จุแฟนบอลได้เกือบ 49,430 คน และเป็นหนึ่งในสนามที่เก่าแก่ที่สุดของลาลีกา ไม่ว่าจะดูแมตช์จริงหรือมาเยี่ยมชมแบบทัวร์ คุณจะได้สัมผัสกลิ่นอายความเป็นท้องถิ่นที่หาได้ยากในสถานที่ท่องเที่ยวอื่นของวาเลนเซีย

  • Monasterio de San Miguel de los Reyes

    ก่อตั้งโดยดยุคแห่งคาลาเบรียในศตวรรษที่ 16 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของห้องสมุดใหญ่แห่งบาเลนเซีย Monasterio de San Miguel de los Reyes คือหนึ่งในสถานที่สำคัญทางสถาปัตยกรรมของเมือง เข้าฟรีและมีทัวร์นำชมช่วงสุดสัปดาห์ตามรอบ (โปรดเช็กเวลาก่อน เพราะเปลี่ยนแปลงได้) ที่สำคัญคือแทบไม่มีนักท่องเที่ยวจากย่านเมืองเก่ามาถึงที่นี่เลย

จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:บาเลนเซีย, สเปน

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.