ABBA The Museum: เตรียมตัวก่อนไป มีอะไรน่าสนใจ

ABBA The Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ดนตรีชื่อดังของสตอกโฮล์ม โชว์ประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟถาวร พร้อมจัดแสดงเสื้อผ้า ของสะสม และความสนุกสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่แฟนพันธุ์แท้ ABBA

ข้อมูลสำคัญ

ที่ตั้ง
Djurgårdsvägen 68, Djurgården, สตอกโฮล์ม
การเดินทาง
นั่งบัสสาย 69 หรือรถรางสาย 7 แล้วลงที่ป้าย Liljevalchs/Gröna Lund จากนั้นเดินอีกเพียงเล็กน้อย
เวลาเที่ยวชม
2 ถึง 3 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่าย
บัตรผู้ใหญ่เริ่มประมาณ 250 โครนน์สวีเดน ตรวจสอบราคาล่าสุดได้ที่ abbathemuseum.com
เหมาะสำหรับ
แฟนเพลง, คนรักป๊อป, ครอบครัวที่มีเด็กโต
เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
abbathemuseum.com/en
ทางเข้าด้านนอกของ ABBA The Museum และ Swedish Music Hall of Fame ป้ายชื่อชัด ประตูแก้ว แคนูปีสีแดงเหนือทางเดินหินในสตอกโฮล์ม
Photo Holger.Ellgaard (CC BY-SA 4.0) (wikimedia)

ABBA The Museum คืออะไร?

ABBA The Museum เปิดเมื่อ 7 พฤษภาคม 2013 บนเกาะ Djurgården และกลายเป็นไฮไลต์ด้านวัฒนธรรมในสตอกโฮล์มอย่างรวดเร็ว ที่นี่ไม่ใช่ 'พิพิธภัณฑ์' ในแบบเก็บของเก่าเดินดูเงียบ ๆ แต่เป็นนิทรรศการอินเตอร์แอคทีฟถาวร เล่าเรื่องราวของ Björn, Benny, Agnetha และ Anni-Frid สี่สมาชิก ABBA ที่ตั้งวงในสตอกโฮล์มปี 1972 จนกลายเป็นวงป๊อปดังระดับโลกในยุคต่อมา

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในคอมเพล็กซ์ Swedish Music Hall of Fame ฝั่งตะวันออกของถนน Djurgårdsvägen ระหว่าง Gröna Lund กับ Liljevalchs ฝั่งหนึ่งกลิ่นอาหารเครื่องเล่นสวนสนุกโชยมาได้ยิน อีกฝั่งคือสวนสาธารณะสงบของ Djurgården ทำให้ที่นี่ดูไม่เหมือนแหล่งรวบรวม jumpsuit วิ้งวับกับเพลงยูโรวิชั่น แต่กลับกลายเป็นว่าความคอนทราสต์นี้ทำให้บรรยากาศสนุกสนาน ไม่เคร่งขรึมจนน่าเบื่อ

Djurgården ถือเป็นโซนรวมวัฒนธรรมแน่นที่สุดของสตอกโฮล์ม เดินเท้าไม่ถึงสิบจากที่นี่จะพบ Vasa Museum, Skansen, และ Nordiska museet ABBA The Museum จะรวมอยู่ในแผนเที่ยววันเดียวรอบเกาะนี้ได้สบาย

นิทรรศการ: มีอะไรให้ชมบ้าง

ของจัดแสดงถือว่าหลากหลายและน่าสนใจมาก มีทั้งชุดเวทีของแท้ เช่น ชุดซาตินสีน้ำเงินคิวปี 1979 ในทัวร์อเมริกาเหนือ รองเท้าบู๊ตสีขาวจาก Waterloo หรือชุดแฟนซีสไตล์ละครเวทีจากยุคท้าย ๆ พร้อมคำอธิบายว่าใครใส่ ใส่โชว์ไหน ใครออกแบบ นอกจากนี้ยังมีแผ่นเสียงทอง-แพลทินัม เครื่องดนตรี ต้นฉบับเนื้อเพลงลายมือ และภาพถ่ายส่วนตัวของสมาชิกในวง

ไฮไลต์เด็ดคือส่วนอินเตอร์แอคทีฟที่ต่างจากพิพิธภัณฑ์ของวงดนตรีทั่วไป ที่นี่ให้คุณเดินเข้าไปในสตูดิโอ Polar Music Studio ฉบับจำลองในสตอกโฮล์ม (ที่ ABBA เคยใช้จริง) นั่งในห้องแต่งตัววง หรือขึ้นเวทีโชว์แบบโฮโลแกรมร่วมแจมกับรุ่นดิจิทัลของสมาชิกวงทั้งสี่ เทคโนโลยีเวทีโฮโลแกรมนี้ไม่ได้เน้นอลังการล้ำโลก แต่ตั้งใจสร้างโมเมนต์สนุก ๆ หัวเราะได้ ทั้งหมดเพื่อให้สมกับความตั้งใจของที่นี่

รายละเอียดที่นักเที่ยวชอบคือโทรศัพท์ในสตูดิโอจำลอง เชื่อมหากันจริง ๆ กับเครื่องของ Benny Andersson เอง ซึ่งเจ้าตัวอาจโทร.มาหาตอนไหนก็ได้ (แม้ส่วนใหญ่จะไม่เจอเองก็เถอะ!) ทางพิพิธภัณฑ์ยืนยันว่ามีแขกรับสายจริง ความรู้สึกว่ามันน่ารักหรือดูเป็นกิมมิก คงขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่เป็นสีสันที่น่าจะโดนใจแฟนตัวจริง

💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น

พิพิธภัณฑ์แนะนำให้จองตั๋วออนไลน์ก่อน โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนหรือวันหยุดโรงเรียน เพราะมีคิวหน้าประตูและจะจำกัดจำนวนผู้เข้ารอบต่อรอบ

ประสบการณ์: เที่ยวแต่ละช่วงเวลาเป็นอย่างไร

มาเช้า (โดยเฉพาะวันธรรมดา) จะเงียบสุด ช่วงเปิดราว 10 โมง (หรือ 9 โมงถ้าหน้าร้อน) คนยังน้อย เล่นโซนอินเตอร์แอคทีฟหรือเวทีโฮโลแกรมได้สบายไม่ต้องรอคิว แสงข้างในนิทรรศการคงที่ตลอดวัน แต่หากมาถึงก่อนยิ่งมีเวลาสนุกกับจุดฮิตโดยไม่ต้องเบียดกับคนอื่น

พอถึงเที่ยงหรือบ่ายโดยเฉพาะหน้าร้อน คนจะเยอะขึ้นเห็นได้ชัด กลุ่มนักเรียน ทัวร์ และครอบครัวจาก Skansen หรือ Vasa Museum มักเดินมาถึงช่วงนี้ ถ้าเน้นเล่นจุดอินเตอร์แอคทีฟ ลองมาช่วงบ่ายแก่ ๆ (สัก 15:30 ขึ้นไป) คนจะเริ่มบาง ครอบครัวเด็กเล็กทยอยกลับบ้าน

เวลาเปิดปิดจะแตกต่างตามฤดู โดยทั่วไปจะเปิด 10:00–18:00 ตั้งแต่ประมาณกันยายนถึงเมษายน หน้าใบไม้ผลิและหน้าร้อนขยายเวลาถึง 20:00 หรือเปิดเช้ากว่าเดิม (9:00) ควรเช็กเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเพราะช่วงวันหยุดหรือฤดูอาจเปลี่ยนเวลาได้

การเดินทาง

จากกลางเมืองสตอกโฮล์ม นั่งบัสสาย 69 หรือรถราง 7 ไป Djurgårdsvägen ลงที่ป้าย Liljevalchs/Gröna Lund จะเดินถึงพิพิธภัณฑ์แค่ไม่กี่นาที รถรางวิ่งออกจากสถานีใกล้ Djurgårdsbroen บนถนน Strandvägen ใช้เวลาราวสิบกว่านาที หน้าร้อนยังมีเรือเฟอร์รี่จาก Slussen หรือ Nybroplan ไป Djurgården ได้อีกทาง เพลินและเดินจากท่าเรือถึงพิพิธภัณฑ์แค่ใกล้นิดเดียว

หากคุณพัก Norrmalm หรือ Gamla Stan แล้วจะมาเดินเท้า ข้ามสะพาน Djurgårdsbron มาเข้าถนนหลัก ใช้เวลาประมาณ 20–25 นาที ผ่านหลายสถานที่ดังระหว่างทาง ถ้าอยากรู้วิธีเดินทางในเมืองแบบละเอียดแนะนำดูไกด์เรื่อง การเดินทางในสตอกโฮล์ม ได้เลย

ℹ️ ดีที่ควรรู้

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีรีวิวในฐานข้อมูล Museum for All เรื่องการเข้าถึง กลุ่มผู้ใช้วีลแชร์สามารถใช้งานอาคารที่ Djurgårdsvägen 68 ได้ สอบถามข้อมูลพิเศษเรื่องลิฟต์และการอำนวยความสะดวก ติดต่อพิพิธภัณฑ์ทางเว็บทางการ

พื้นหลังวัฒนธรรม: ทำไม ABBA ยังสำคัญกับสวีเดน

ABBA ชนะยูโรวิชั่นปี 1974 จากเพลง Waterloo ในนามตัวแทนสวีเดนที่ Brighton นั่นจุดประกายความสำเร็จในระดับที่ทำให้ ABBA กลายเป็นแหล่งรายได้อันดับต้น ๆ ของประเทศ นำลิขสิทธิ์เพลงทำรายได้พอๆ กับอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ของสวีเดนเอง การเปิดพิพิธภัณฑ์ให้วงในสตอกโฮล์มไม่ได้เป็นเพราะแค่คิดถึงอดีต แต่ยอมรับว่าวงนี้สำคัญทั้งเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่สุด

พิพิธภัณฑ์นี้เปิดหลังจาก ABBA เลิกกิจกรรมไปกว่าสามสิบปี (1982) แต่กระแสแฟนกลับมีแต่จะเพิ่มขึ้น มีทั้งหนัง Mamma Mia ปี 2008 และภาคต่อปี 2018 ดึงแฟนรุ่นใหม่เข้าสู่โลก ABBA นิทรรศการนี้เลยอัปเดตตามยุค รวมถึงเนื้อหาใหม่เกี่ยวกับอัลบัม Voyage และโชว์ AVATAR ABBA Voyage ที่ลอนดอน

ถ้าสนใจดูวัฒนธรรมดนตรีสวีเดนในภาพกว้าง พิพิธภัณฑ์ Historiska museet และโซน Swedish Music Hall of Fame ในคอมเพล็กซ์เดียวกันก็ช่วยเพิ่มมุมมองให้เห็นภาพ ABBA ในไทม์ไลน์วัฒนธรรมสวีเดนได้ชัดยิ่งขึ้น

เดินจริง เที่ยวจริง: แนะนำเส้นทางในพิพิธภัณฑ์

ทางเข้าอยู่ที่ชั้นล่างสุด มีจุดตรวจบัตรกับรับเครื่องเสียงไกด์จากเคาน์เตอร์ เส้นทางเดินนิทรรศการไม่มีบังคับทางเดียว คุณเลือกเดินวนกลับมาดูบางส่วนซ้ำได้ แต่ถ้าช่วงคนแน่นจะเดินย้อนเส้นทางอาจลำบาก

เผื่อเวลาเดินชมเนื้อหาหลัก ๆ ราว 2 ชั่วโมงก็เหลือเฟือ แต่ถ้าชอบกิจกรรม ลองเล่นครบทุกจุดทั้งบูธอัดเสียงร้องบนเพลง ABBA ไปจนถึงโซนคาราโอเกะหรือเต้น กินเวลาได้สามชั่วโมงสบาย ออกทางจะมีร้านของที่ระลึก ABBA ตั้งแต่ไปรษณียบัตรยันชุดแฟนซี

ถ่ายรูปได้เกือบทุกจุด จุดเวทีโฮโลแกรมคือแสงสวยสุด ทั้งนี้ แสงถูกปรับให้เหมาะกับประสบการณ์ ไม่ใช่กล้อง ถ้ามีกล้องมือถือดี ๆ หรือเลนส์ไวด์ถ่าย portrait จะดูดีกว่าใช้ซูมยาว ๆ เพราะพื้นที่ค่อนข้างจำกัด

⚠️ สิ่งที่ควรข้าม

พิพิธภัณฑ์นี้เสียงดังจริง ตลอดเวลาจะเปิดเพลง ABBA สร้างบรรยากาศครึกครื้น คนที่เสียงดังต่อเนื่องไม่ไหวอาจรู้สึกเหนื่อยง่าย โซนคาเฟ่มีเสียงเบาลงบ้าง

ใครควรข้ามที่นี่

ถ้าคุณไม่ได้ชอบ ABBA หรือประวัติวงการเพลงป๊อปเป็นพิเศษ และเพียงอยากเช็คอินแหล่งท่องเที่ยวในสตอกโฮล์มเฉย ๆ ที่อื่นแถวนั้นอาจคุ้มเวลาและเงินกว่า เช่น Vasa Museum จัดเต็มระดับโลก เจาะเฉพาะประวัติศาสตร์ทางทะเล หรือ Skansen เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแบบที่อื่นไม่มี ABBA The Museum เหมาะกับแฟนเพลงและคนเปิดใจให้กับกิจกรรมสองถึงสามชั่วโมงที่เกี่ยวข้องกับวงมากกว่า

ครอบครัวที่มีเด็กเล็กมากควรคิดให้รอบคอบ ส่วนอินเตอร์แอคทีฟและบรรยากาศที่นี่เหมาะกับเด็กตั้งแต่ 8-9 ปีขึ้นไป ถ้าเด็กเล็กจะสนุกน้อยกว่า และเสียงดนตรีที่ดังอาจทำให้รู้สึกเหนื่อย สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 7 ปี เข้าฟรี จึงเสี่ยงน้อยถ้าจะลองไป

สายประหยัดควรดูด้วยว่า Stockholm Pass อาจรวมค่าเข้า ABBA The Museum ด้วย ถ้าเที่ยวหลายที่ในวันเดียว ความคุ้มจะเพิ่มขึ้นเยอะ

เคล็ดลับจากคนวงใน

  • ถ้าช่วงหน้าร้อนแนะนำจองช่วงเวลาเข้าล่วงหน้าทางออนไลน์ วันว่างอาจเดินเข้าได้แต่รอบยอดนิยมจะเต็มเร็ว โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม
  • ห้องบูธอัดเสียงให้คุณอัดเสียงร้องคู่กับเพลง ABBA แล้วโหลดไฟล์กลับไปหรือแชร์ได้ทันที อย่าลืมเตรียมอีเมลไว้ใช้ช่วงนี้
  • คุ้มสุดหากแบ่งเวลาเที่ยว Djurgården ให้ถึง ABBA The Museum ตอนเปิดเช้า ต่อด้วยเดินไป Vasa Museum ใกล้ ๆ ในช่วงบ่าย อยู่ถนนเดียวกัน เที่ยวได้ครบในวันเดียว
  • คาเฟ่ของพิพิธภัณฑ์อยู่กับโซน Swedish Music Hall of Fame ซึ่งบัตรเข้าของคุณใช้ได้ทั้งคู่ หลายคนพลาดส่วน Hall of Fame ความจริงน่าคุ้มค่าที่จะแวะชมสัก 15 นาที
  • หน้าร้อนขากลับแนะนำให้นั่งเรือเฟอร์รี่จาก Allmänna gränd (เดินจากพิพิธภัณฑ์ไม่นาน) กลับไป Slussen หรือ Nybroplan เพลินกว่าขึ้นบัสตอนคนเยอะมาก

ABBA The Museum เหมาะสำหรับใคร?

  • แฟน ABBA และคนที่สนใจดนตรีป๊อป อยากเห็นเสื้อผ้าและเครื่องดนตรีจริงใกล้ ๆ
  • ครอบครัวที่มีเด็กอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป เด็กจะร่วมกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟได้ดี
  • คนเที่ยว Djurgården แบบเต็มวัน แล้วแวะ Vasa Museum กับ Skansen ด้วย
  • คนทำงานสายดนตรีหรือครีเอทีฟ สนใจเรื่องเบื้องหลังแต่งเพลงและโปรดักชัน
  • คนที่อยากได้ประสบการณ์ร่วมสนุก ไม่ใช่แค่เดินดูแบบพิพิธภัณฑ์ทั่วไป

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน Djurgården:

  • Gröna Lund

    Gröna Lund ดึงดูดชาวสต็อกโฮล์มสู่เกาะ Djurgården ตั้งแต่ปี 1883 รวมเครื่องเล่นกว่า 30 อย่าง เวทีคอนเสิร์ต และกิจกรรมตามฤดูกาลไว้บนพื้นที่เล็กๆ ติดริมน้ำ 3.8 เฮกตาร์ คู่มือนี้จะเล่าให้ฟังว่าบรรยากาศแต่ละช่วงเวลาเป็นอย่างไร ใครน่าจะชอบ และใครอาจไม่เหมาะ

  • Junibacken

    Junibacken คือศูนย์วัฒนธรรมสำหรับเด็กบนเกาะ Djurgården ที่ถ่ายทอดโลกแห่งวรรณกรรมของ Astrid Lindgren ผ่านรถไฟนิทานกลางแจ้ง ฉากจำลองจากเรื่องเล่า โรงละครสด และร้านหนังสือ เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1996 ดึงดูดผู้เข้าชมราว 400,000 คนต่อปี จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตในสตอกโฮล์ม

  • Nordiska Museet

    Nordiska museet บนเกาะ Djurgården เก็บสะสมวัตถุกว่า 1.5 ล้านชิ้น ครอบคลุม 500 ปีของชีวิตชาวนอร์ดิก ตั้งแต่ชุดชาวบ้านไปจนถึงดีไซน์ยุคกลาง ตัวอาคารเองเป็นวังสไตล์นีโอเรอเนซองส์ สร้างเสร็จปี 1907 ก็คุ้มแวะ แม้มีเวลาแค่ชั่วโมงเดียว คู่มือนี้รวมสิ่งที่ควรดู เวลาควรไป และทริคเที่ยวให้คุ้มที่สุด

  • Prins Eugens Waldemarsudde

    Prins Eugens Waldemarsudde เดิมเป็นบ้านพักริมฝั่งของเจ้าชายยูจีน ราชวงศ์สวีเดนผู้รักการวาดภาพ ซึ่งกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผสมผสานศิลปะนอร์ดิกยุคต้นศตวรรษที่ 20 เข้ากับสวนภูมิทัศน์บนเกาะ Djurgården เหมาะมากกับคนที่ชอบชมศิลปะในบรรยากาศที่ศิลปินเคยใช้ชีวิตจริง

สถานที่ที่เกี่ยวข้อง:Djurgården
จุดหมายปลายทางที่เกี่ยวข้อง:สตอกโฮล์ม

กำลังวางแผนเดินทาง? ค้นพบกิจกรรมที่เหมาะกับคุณด้วย แอป Nomado.