Veles e Vents: สัญลักษณ์ริมทะเลของวาเลนเซียที่โดดเด่น
Veles e Vents ผลงานดีไซน์โดย David Chipperfield และ Fermín Vázquez เพื่อ America's Cup ปี 2007 เป็นพาวิลเลียนกระจก-คอนกรีตซ้อนชั้นที่โดดเด่นเหนือท่าจอดเรือของวาเลนเซีย เข้าได้ฟรี ชมวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแบบเปิดโล่ง และถือเป็นอาคารสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่กลมกลืนงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของวาเลนเซียยุคนี้
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- Marina Real Juan Carlos I, Calle Muelle de la Aduana s/n, 46024 València
- การเดินทาง
- รถไฟใต้ดินสาย 8 (สถานี Marina Reial Joan Carles I / Neptú) และสาย 6 ที่ใกล้ที่สุด เช่น Grau-La Marina หรือขี่จักรยานผ่านเส้นทางสวน Turia Garden
- เวลาเที่ยวชม
- 30 ถึง 60 นาที สำหรับตัวอาคารและพื้นที่ริมน้ำโดยรอบ
- ค่าใช้จ่าย
- เข้าชมฟรี
- เหมาะสำหรับ
- สายสถาปัตย์ ช่างภาพ เดินเล่นยามเย็น คนชอบดีไซน์
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- veleseventsvalencia.es

Veles e Vents คืออะไร?
Veles e Vents เป็นพาวิลเลียนสร้างขึ้นเฉพาะจุดที่ปลายท่าจอดเรือวาเลนเซีย เสร็จในปี 2006 และถูกใช้เป็นศูนย์กลาง America's Cup ครั้งที่ 32 ปี 2007 ชื่อมาจากบทกวีของ Ausiàs March นักเขียนวาเลนเซียยุคศตวรรษที่ 15 แปลประมาณว่า 'ใบเรือและสายลม' อันเป็นการระลึกถึงทั้งประวัติศาสตร์ทะเลและการแข่งเรือโปร่งนี้เอง บ่อยครั้งจะเห็นเรียกกันว่า America's Cup Building หรือ Foredeck Building ด้วย
สถาปนิกคือ David Chipperfield เจ้าของรางวัล Pritzker ชาวอังกฤษ กับ Fermín Vázquez สถาปนิกจากบาร์เซโลน่าที่ก็เน้นดีไซน์เรียบ ๆ เช่นกัน ทั้งคู่สร้างงานที่ฉีกจากความหวือหวาของอาคารงานแข่งเรืออื่น ๆ พื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางเมตรหลายชั้น มองจากไกลเหมือนระนาบคานคอนกรีตลอยเรียงเยื้อง สร้างร่มเงาลึกซึ่งใช้งานได้จริงและสวยงามสะดุดตาในเวลาเดียวกัน
ℹ️ ดีที่ควรรู้
เวลาเปิดให้เข้า จันทร์–อาทิตย์ 10:00–01:30 เข้าได้ฟรี ทั้งนี้เวลาเหล่านี้สำหรับบุคคลทั่วไป หากคุณจะไปนอกเวลาเพื่อร่วมงานหรือกิจกรรมส่วนตัว ควรสอบถามกับสถานที่โดยตรง
ความโดดเด่นของงานสถาปัตย์ใกล้ ๆ
ยืนอยู่ใต้ Veles e Vents สิ่งแรกที่สะดุดตาคือชายคายื่นยาวแต่ละชั้นที่ซ้อนขึ้นไปเป็นเทอเรซในร่มกว้างหันหน้าออกสู่ทะเล โครงสร้างหลักเป็นกรอบคอนกรีตรับน้ำหนัก ส่วนผนังกระจกเปิดมุมมองให้อยู่เชื่อมโยงกับทะเล ไม่ใส่ดีเทลประดับเกินจำเป็น เป็นความเรียบแต่แรง
ชั้นล่างเปิดสู่ท่าเรือโดยตรง กลิ่นเกลือและน้ำมันจากเรือประมงผสมกับลมทะเล ลานรอบอาคารกว้างขวาง เดินถอยหลังแล้วเห็นองค์ประกอบอาคารครบแบบชัด ๆ มุมนี้จะเห็นเทอเรซซ้อนกันเป็นจังหวะ และยิ่งเดินวนไปก็จะเห็นรูปทรงเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ไม่ซ้ำกันเลย
เทอเรซชั้นบน (เข้าได้ตามเวลาเปิด) เปิดรับวิวอ่าว Marina de València และทะเลเปิด วันที่อากาศแจ่มใส แสงแดดกระทบผิวน้ำสะท้อนกลับมา ตัวอาคารคอนกรีตขาวสว่างตัดกับฟ้าสีน้ำเงินเข้ม จุดนี้เป็นหนึ่งในวิวฟรีที่ดีที่สุดของเมืองโดยไม่ต้องเบียดกับฝูงชนจุดดังอื่น
ตั๋วและทัวร์
ตัวเลือกคัดสรรจากพันธมิตรการจองของเรา ราคาเป็นเพียงข้อมูลโดยประมาณ ความพร้อมให้บริการและราคาสุดท้ายจะยืนยันเมื่อทำการจองเสร็จสมบูรณ์
Valencia Silk Museum tickets and audio guide
เริ่มต้นที่ 7 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีSaint Nicholas Church Entrance Tickets and Audioguide
เริ่มต้นที่ 11 €ยืนยันทันทีHistoric Valencia walking tour
เริ่มต้นที่ 27 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรีNatural thermal springs and Girlfriend Waterfall tour from Valencia
เริ่มต้นที่ 89 €ยืนยันทันทียกเลิกฟรี
บรรยากาศเปลี่ยนต่างเวลากลางวัน
ช่วงเช้าตรู่ก่อน 10:00 ท่าจอดเรือมีเสน่ห์สุด ๆ เด็กส่งของเดินขวักไขว่ แสงอ่อน ๆ เงายาวเหมาะถ่ายภาพมาก เดินรอบอาคารได้สบาย ๆ แทบไม่มีนักท่องเที่ยว ร้านกาแฟยังจัดของอยู่ บรรยากาศจะดูชาวบ้านจริง ๆ ไม่ค่อยออกแนวนักท่องเที่ยว
เที่ยงวันฤดูร้อน พื้นคอนกรีตตรงหน้าตึกจะสะท้อนแดดร้อนแรง แต่เทอเรซด้านในนั้นเย็นสบาย ลมทะเลพัดผ่านทำให้นั่งเล่นเพลิน แม้มกราคมแค่ไหน ถ้ามาฤดูร้อนควรเลือกมาเช้า ๆ ตอนเปิด หรือบ่ายแก่จะสบายกว่ากลางวัน
พื้นที่รอบ Veles e Vents จะเปลี่ยนบรรยากาศไปเรื่อย ๆ ตามช่วงเวลา แต่ตัวอาคารเปิดให้เข้าจนดึก จึงวางแผนแวะยามเย็นหรือกลางคืนได้เลย ทางเดินริมท่าจอดเรือหลักจะยังคึกคักยาวถึงค่ำ และด้านหน้าอาคารสวยตอนแดดใกล้ลับขอบฟ้าโดยเฉพาะจังหวะที่แสงจับตรงชั้นเทอเรซบน
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
เวลาเปิด-ปิดทั่วไปคือ 10:00 - 01:30 ทุกวัน กรณีตั้งใจมางานอีเวนต์หรือเทอเรซชั้นบนบางจุด อาจเจอปิดเฉพาะพื้นที่สำหรับงานส่วนตัว เพราะที่นี่มีจัดงาน-สัมมนาบ่อย
บริบท America's Cup และสิ่งที่เหลือไว้
America's Cup 2007 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชายฝั่งวาเลนเซีย เมืองลงทุนปรับเปลี่ยนพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมให้กลายเป็นมาริน่าใหม่ มีร้านอาหาร ทางเดินเล่น และอาคารยุคใหม่ Veles e Vents กลายเป็นศูนย์กลางของยุคเปลี่ยนนี้ ตัวการแข่งขันก็เป็นเหตุการณ์สำคัญ Alinghi ป้องกันแชมป์กับ Emirates Team New Zealand ขณะวาเลนเซียกลายเป็นเมืองยุโรปนอก Cowes ที่ได้จัด America's Cup เวอร์ชั่นใหม่
ที่ทำให้อาคารนี้ต่างจากอาคารงานอีเวนต์ทั่วไปคือ มันยังถูกใช้งานจริงต่อเนื่อง ใช้เป็นสถานที่จัดงาน-สัมมนาเรื่อย ๆ ทั้งยังได้รับการดูแล ไม่กลายเป็นเพียงอนุสรณ์โถงโล่งของวันวาน ตัวตึกเองคุณภาพดีเห็นได้ชัด ทั้งคอนกรีตสะอาด กระจกยังคงใส ระบบต่าง ๆ ใช้การได้ดี และเทอเรซก็ไม่ได้ถูกรุงรังไปด้วยของใหม่อย่างที่อื่น
ถ้าอยากรู้ว่าพัฒนาการริมทะเลวาเลนเซียสมัยใหม่มีที่มาที่ไปยังไง ลองไปต่อที่ Ciudad de les Arts i les Ciències งานสถาปัตย์ของ Santiago Calatrava จะเล่าพัฒนาการจากยุคเดียวกันแต่เป็นอีกแนวทาง ลองดูสองที่ในวันเดียวจะเปรียบเทียบวิธีคิดงานสาธารณะวาเลนเซียยุค 2000 ได้ดี
การเดินทางและเดินเล่นรอบมาริน่า
รถไฟใต้ดินสาย 6 กับ 8 มาถึงมาริน่าโดยตรง เดินทางจากใจกลางเมืองประมาณ 15 นาที หรือหากชอบปั่นจักรยาน เส้นทาง เส้นทางปั่นจักรยาน Turia Garden จะพาคุณออกนอกถนน เข้าสู่พื้นที่ริมน้ำได้อย่างสบาย ๆ ระบบ Valenbisi (จักรยานเช่าสาธารณะ) ก็มีจุดจอดใกล้ ๆ
เดินเลียบทางเดินริมอ่าวจาก Malvarrosa beach มายัง Veles e Vents ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ระหว่างทางผ่านอ่าวเรือหลักที่เต็มไปด้วยเรือยอร์ช เรือซูเปอร์ยอร์ช และเรือประมง แนะนำให้เดินมากกว่าขึ้นรถไฟใต้ดินหากมีเวลา จะได้เห็นชีวิตจริงมากกว่า
พื้นที่รอบ ๆ คือย่าน Poblats Marítims ซึ่งเป็นย่านประมงเก่าและชนชั้นแรงงานริมทะเลของวาเลนเซีย มีทั้ง El Cabanyal, Canyamelar, Cap de França จุดเด่นคือความต่างระหว่างท่าเรือใหม่กับตรอกแคบบ้านกระเบื้องแนวเก่าแค่ไม่กี่ช่วงตึกก็เปลี่ยนบรรยากาศทันที
เกร็ดถ่ายภาพและเรื่องควรรู้
ถ้าจะถ่ายรูป แนะนำใช้เลนส์มุมกว้างเพื่อเก็บเส้นนอนเด่น ๆ ของอาคาร จะถ่ายจากริมท่าเรือหรือฝั่งตรงข้ามอ่าวก็จะยิ่งเห็นเส้นชั้นซ้อนชัด ตอนเช้าแสงตะวันออกมากระทบหน้าตึกเต็ม ๆ ดีสำหรับถ่ายงานสถาปัตย์ ส่วนช่วงบ่ายแสงจะโอบด้านตะวันตก สร้างเงามิติระหว่างคานพื้นแต่ละชั้น
ไม่มีข้อห้ามถ่ายรูปภายนอกเป็นพิเศษ ภายในก็ถ่ายได้ทั่วไปตอนช่วงเปิด แต่ถ้าเจองานส่วนตัว ต้องใช้วิจารณญาณ โดรนบินเหนือน่านน้ำท่าเรือต้องขออนุญาตตามกฎหมายการบินของสเปน จึงไม่สามารถบินถ่ายได้อย่างง่าย ๆ
ด้านการเข้าถึง ที่มาเผยแพร่ไม่มีรายละเอียดเรื่องผู้ใช้วีลแชร์ พื้นที่รอบข้างเรียบและปูพื้นแล้ว แต่ตัวอาคารมีหลายชั้น หากผู้เยี่ยมชมต้องการข้อมูลเรื่องเข้าถึง ควรติดต่อสถานที่ล่วงหน้าเพื่อเช็กความสะดวก
คุ้มหรือไม่ถ้าแวะมา?
พูดตรง ๆ อาคารนี้อาจไม่เหมาะกับทุกคน ถ้าไม่สนใจสถาปัตย์ร่วมสมัย หรือไม่อินกับบรรยากาศท่าเรือเดินเล่น ก็อาจรู้สึกว่าแวะมาไกล ไม่มีนิทรรศการถาวร ไม่มีเรื่องเล่าแบบพิพิธภัณฑ์ ไม่มีคอลเลกชันใหญ่ มีแค่สถาปัตยกรรมดี ๆ ท่ามกลางวิวสวยและไม่เสียค่าเข้า
ถ้าคุณชอบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ Veles e Vents คือหนึ่งในตัวอย่างที่น่าประทับใจและดูได้ง่ายกว่างานของ Calatrava ลองเดินเล่นเลียบมาริน่า แวะ Playa de la Malvarrosa แล้วหาอะไรรองท้องใน El Cabanyal รวมเป็น half-day ที่ครบทั้งสถาปัตย์ ชายหาด และเสน่ห์ย่าน
ถ้าวางแผนตามรอยแลนด์มาร์กสถาปัตยกรรมวาเลนเซียแบบจริงจัง คู่มือสถาปัตยกรรมบาเลนเซีย จะพาไล่ชมตั้งแต่กอธิคสู่ยุคใหม่ ทำให้เห็นที่มาของ Veles e Vents อย่างชัดเจน
เคล็ดลับจากคนวงใน
- ควรมาถึง 10:00 ตอนอาคารเปิด บรรยากาศท่าจอดเรือเงียบสงบ แสงเช้าดีมากสำหรับถ่ายภาพ และจะได้ใช้เทอเรซแบบส่วนตัวสุด ๆ
- ที่นี่เปิดให้เข้าชมจนถึงค่ำ อย่าคิดว่าเที่ยงแล้วจะปิด ตรวจสอบเวลาอัพเดทก่อน ถ้าต้องการเข้าไปยังพื้นที่ภายใน เพราะบางจุดอาจปิดในโอกาสจัดงานส่วนตัว
- วิวดีที่สุดคือตรงฝั่งตรงข้ามอ่าวท่าเรือ ไม่ใช่ตรงหน้าเลย เดินอ้อมริมอ่าวจะเห็นความซ้อนของแต่ละชั้นได้เต็ม ๆ
- แนะนำให้เดินต่อไปชมย่าน El Cabanyal อยู่ห่างแค่ราว 10 นาที เสน่ห์ของบ้านชาวประมงกับกระเบื้อง azulejo ลายมือสลับกับอาคารใหม่ริมท่าเรือ แล้วจะได้เห็นมุมวาเลนเซียที่ต่างไป
- หน้าร้อน พื้นที่ใต้ร่มของเทอเรซจะเย็นกว่าริมน้ำมาก ถ้ามาช่วงมิถุนายนถึงกันยายน ใช้ตัวอาคารนี้เป็นจุดหลบร้อนระหว่างเดินเล่นได้เลย นอกจากจะใช้แค่ถ่ายรูป
Veles e Vents เหมาะสำหรับใคร?
- คนรักสถาปัตยกรรมยุคใหม่ยุคศตวรรษที่ 21 ที่อยากชมตัวอย่างดี ๆ แบบเข้าได้ฟรี
- ช่างภาพที่มองหาดีไซน์เรขาคณิตกับฉากหลังทะเลและท้องฟ้าสวย ๆ
- สายเดินเล่นที่อยากผสมผสานระหว่างทางเดินท่าเรือ ชายหาด และย่านเก่า El Cabanyal
- นักเดินทางที่สนใจประวัติ America's Cup และการเปลี่ยนแปลงริมทะเลของวาเลนเซีย
- ใครที่อยากได้จุดชมวิวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจริง ๆ แบบไม่ต้องปีนบันไดหรือซื้อตั๋ว
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
สิ่งอื่นๆ ที่น่าดูใน โปบลัตส์ มารีตีมส์ & แนวชายฝั่ง:
- Marina de València
La Marina de València คือเขตริมน้ำสาธารณะที่ตั้งรอบท่าเรือเก่าแห่งวาเลนเซีย ถูกเปลี่ยนเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ หลังจัดแข่ง America’s Cup ปี 2007 และ 2010 ครอบคลุมทั้งที่ดินและผืนน้ำร่วมล้านตารางเมตร มีทั้งท่าเรือ ทางเดินเล่น ลานกิจกรรม เข้าฟรีตลอดวัน ชิลได้ทุกเวลา
- Playa de la Malvarrosa
Playa de la Malvarrosa คือชายหาดประจำเมืองวาเลนเซีย ริมทะเลยาวกว่า 1,800 เมตรด้วยทรายสีทองละเอียด เปิดให้เข้าใช้ฟรี เดินทางสะดวกด้วยขนส่งสาธารณะ ตั้งแต่คนว่ายน้ำยามเช้าจนถึงสายปาร์ตี้ยามค่ำ มีทุกข้อมูลที่คุณอยากรู้ ทั้งช่วงเวลาน่าไป และเรื่องที่ไกด์บุ๊กไม่บอก
- Playa de las Arenas
Playa del Cabanyal หรือที่รู้จักกันว่าหาด Las Arenas เป็นหาดทรายกว้างใกล้กลางเมืองบาเลนเซีย เดินทางสะดวกด้วยรถราง มีร้านอาหารทะเลริมทางเดิน เหมาะกับคนอยากพักผ่อนริมทะเลโดยไม่ต้องออกนอกเมือง