Night Safari สิงคโปร์: สิ่งที่รอคุณอยู่ในสวนสัตว์กลางคืนแห่งแรกของโลก
เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 1994 Night Safari สิงคโปร์ครอบคลุมพื้นที่ป่าฝนทุติยภูมิกว่า 35 เฮกตาร์ เป็นที่อยู่ของสัตว์กว่า 900 ตัวจากราว 100 สายพันธุ์ ไม่เหมือนสวนสัตว์ทั่วไป ที่นี่เปิดเฉพาะหลังพระอาทิตย์ตก โดยใช้แสงไฟที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้สัตว์ใช้ชีวิตตามธรรมชาติในขณะที่ผู้เยี่ยมชมได้สังเกตพฤติกรรม นี่คือทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เพื่อตัดสินใจว่าจะใส่ไว้ในแผนเที่ยวสิงคโปร์หรือไม่
ข้อมูลสำคัญ
- ที่ตั้ง
- 80 Mandai Lake Road, Singapore 729826
- การเดินทาง
- MRT ไปสถานี Khatib หรือ Yishun แล้วต่อรถเมล์สาย 138 หรือ 926
- เวลาเที่ยวชม
- 2.5 ถึง 4 ชั่วโมง
- ค่าใช้จ่าย
- ผู้ใหญ่ S$55 / เด็ก (3-12 ปี) S$37 / ผู้สูงอายุ (60+) S$37
- เหมาะสำหรับ
- ครอบครัว คนรักสัตว์ป่า ประสบการณ์ยามเย็นที่ไม่เหมือนใคร
- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- www.mandai.com/en/night-safari.html

Night Safari ต่างจากที่อื่นยังไง
เมื่อ Night Safari เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 1994 โดยนายกรัฐมนตรี โก๊ะ จ๊ก ตง เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมปีเดียวกัน ที่นี่ถือเป็นสวนสัตว์แห่งแรกของโลกที่สร้างขึ้นเพื่อการชมสัตว์กลางคืนโดยเฉพาะ แนวคิดนั้นเรียบง่ายแต่ปฏิวัติวงการ: แทนที่จะบังคับให้สัตว์ออกหากินกลางคืนมาโชว์ตัวกลางแดดจ้า ให้มนุษย์เป็นฝ่ายปรับเวลาแทน ผ่านมาเกือบสามทศวรรษ ที่นี่ยังคงเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวไม่กี่แห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่มีที่ไหนทำเลียนแบบได้จริงๆ
สวนสัตว์ตั้งอยู่ใน Mandai Wildlife Reserve ร่วมกับ Singapore Zoo และ River Wonders ครอบคลุมพื้นที่ป่าฝนเขตร้อนทุติยภูมิ 35 เฮกตาร์ทางตอนเหนือของสิงคโปร์ แสงไฟทั่วทั้งสวนถูกปรับให้เลียนแบบแสงจันทร์ที่ราว 3-5 ลักซ์ในบริเวณจุดชม ซึ่งสลัวพอที่สัตว์แทบจะไม่สนใจ แต่ก็สว่างพอให้ตาของมนุษย์ปรับตัวได้ อย่าคาดหวังภาพถ่ายคมชัดจากสมาร์ทโฟน แสงสลัวเป็นจุดเด่นของที่นี่ ไม่ใช่ข้อเสีย
ℹ️ ดีที่ควรรู้
เวลาเปิดให้บริการ: 19:15 - 00:00 น. (เข้าได้ถึง 23:15 น.) รถรางเที่ยวสุดท้ายออก 23:30 น. สวนสัตว์ไม่เปิดในเวลากลางวันและไม่มีช่วงปิดตามฤดูกาล แต่แนะนำให้ตรวจสอบเว็บไซต์ทางการของ Mandai ก่อนไปทุกครั้ง เพราะราคาและเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้
การเดินทางมาและการเตรียมตัว
เส้นทางขนส่งสาธารณะที่เร็วที่สุดคือนั่ง MRT ไปสถานี Khatib (สายเหนือ-ใต้) แล้วต่อรถเมล์สาย 138 หรือรถรับส่ง Mandai Khatib Shuttle ตรงไปยังทางเข้า Mandai Wildlife Reserve ถ้าลง MRT ที่ Yishun ก็ขึ้นรถเมล์สาย 138 ได้เช่นกัน เวลาเดินทางจากใจกลางเมืองประมาณ 45 นาทีโดยขนส่งสาธารณะ แท็กซี่หรือ Grab จะเร็วกว่าที่ราว 25-35 นาทีจากย่าน Orchard Road แต่ต้องเตรียมใจรอคิวรถกลับหลัง 4 ทุ่ม
เคาน์เตอร์ขายตั๋วเปิด 18:30 น. และประตูเปิด 19:15 น. ถ้ามาถึงตอนเปิด จะเจอคิวรถรางสั้นๆ แต่พอ 20:30 น. คิวอาจยาวถึง 40 นาทีขึ้นไป กลยุทธ์ที่ฉลาดกว่าคือ: ข้ามรถรางไปก่อน เดินเทรลสักเส้นในขณะที่คนอื่นต่อคิว แล้วค่อยกลับมาขึ้นรถรางราว 21:30-22:00 น. ตอนที่ฝูงชนเบาบางลง บรรยากาศของสวนจะดียิ่งขึ้นในช่วงดึกเมื่อคลื่นแรกของนักท่องเที่ยวผ่านไปแล้ว
💡 เคล็ดลับจากคนท้องถิ่น
จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าที่ mandai.com จะได้ไม่ต้องต่อคิวที่เคาน์เตอร์ ช่วงปิดเทอมและวันหยุดยาว สวนสัตว์จะเต็มเร็วมาก และตั๋วออนไลน์อาจขายหมดตั้งแต่ช่วงบ่าย
นั่งรถราง: ได้เห็นอะไรบ้าง
ทัวร์รถรางพร้อมไกด์ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ครอบคลุมโซนภูมิศาสตร์ 7 โซนหลักของสวน แต่ละโซนจำลองบรรยากาศจากส่วนต่างๆ ของโลกยามค่ำ ได้แก่ เชิงเขาหิมาลัย อนุทวีปอินเดีย แอฟริกาเส้นศูนย์สูตร ภูมิภาคอินโด-มลายู หุบเขาแม่น้ำเนปาล เทือกเขาพม่า และหมู่เกาะอินเดียตะวันออก มีคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ จีนกลาง ญี่ปุ่น และเกาหลี
สัตว์ที่น่าจะได้เห็นจากรถราง ได้แก่ แมวหาปลา ไฮยีนาลายจุด ช้างเอเชีย สมเสร็จ บาบิรูซา ตัวลิ่นมลายู (ที่นี่เป็นไม่กี่แห่งที่คุณอาจได้เห็นตัวเป็นๆ) และกวางหลากสายพันธุ์ที่กินหญ้าริมทาง สัตว์นักล่าอย่างสิงโตและไฮยีนาลายจุดถูกแยกจากสัตว์เหยื่อด้วยคูที่ซ่อนไว้ ไม่ใช่รั้วที่มองเห็นได้ ทำให้รู้สึกเหมือนทุ่งโล่งจริงๆ บางครั้งเจอสัตว์แค่เงาผ่านเข้าพุ่มไม้ แต่บางครั้งก็ได้เห็นใกล้ๆ นานเลย โดยเฉพาะบริเวณบ่อน้ำ
รถรางรองรับวีลแชร์ และมีคำบรรยายเสียงสำหรับผู้มีปัญหาทางสายตา แผนที่สำหรับผู้ที่ไวต่อสิ่งเร้ามีให้รับที่ทางเข้า สำหรับผู้ที่อาจรู้สึกไม่สบายใจกับบรรยากาศกลางคืนหรือเสียงฝูงชน
เส้นทางเดิน: ส่วนที่คนส่วนใหญ่มองข้าม
เส้นทางเดิน 4 เส้นแยกออกจากเส้นทางรถรางและรวมกันแล้วให้ประสบการณ์ชมสัตว์ระยะใกล้ที่ดีที่สุดในสวน Leopard Trail (ราว 1 กม.) เป็นเส้นยอดนิยม ผ่านโซนแมวหาปลาและที่อยู่ของกระรอกบินยักษ์ Forest Giants Trail เน้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ ส่วน East Lodge Trail และ Wallaby Trail เป็นลูปสั้นๆ ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ข้ามไปเลย ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่สองเส้นนี้สงบแม้ในคืนที่คนเยอะ
การเดินเทรลหลัง 3 ทุ่ม เมื่อคลื่นแรกของคนนั่งรถรางผ่านไปแล้ว เป็นประสบการณ์ที่ต่างออกไปจริงๆ เสียงป่าฝนรอบข้าง เสียงแมลง เสียงนกเงือกไกลๆ กลิ่นดินชื้นและพืชเมืองร้อน ทำให้รู้สึกน้อยลงเหมือนสวนสัตว์ และมากขึ้นเหมือนเดินป่าจริงๆ สวมรองเท้าหุ้มส้น ทางเดินปูแล้วแต่บางจุดไม่เรียบ และมีช่วงสั้นๆ ใต้เรือนยอดหนาทึบที่มืดสนิทระหว่างเสาไฟ
⚠️ สิ่งที่ควรข้าม
ห้ามใช้แฟลชถ่ายรูปโดยเด็ดขาดตลอดทั้ง Night Safari แสงแฟลชรบกวนสัตว์หากินกลางคืนอย่างมาก และคุณอาจถูกขอให้ออกจากสวน ใช้โหมดกลางคืนของโทรศัพท์โดยไม่เปิดแฟลช หรือเอาเวลาไปดื่มด่ำกับประสบการณ์แทนจะดีกว่า
การแสดงและกิจกรรมพิเศษ
การแสดง Creatures of the Night จัดหลายรอบในแต่ละคืนที่โรงละครกลางแจ้งใกล้ทางเข้าหลัก มีสัตว์หมุนเวียนมาแสดง เช่น หมีขอ ชะมด และสัตว์หากินกลางคืนอื่นๆ ในการสาธิตสั้นๆ ที่เน้นพฤติกรรมตามธรรมชาติ ที่นั่งเต็มเร็ว ควรมาถึงก่อนเวลาแสดงอย่างน้อย 15 นาทีเพื่อจะได้ที่นั่งดีๆ เช็กตารางการแสดงที่ประตูเข้าเมื่อมาถึง เพราะเวลาอาจเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ยังมีโชว์ไฟบริเวณ Entrance Plaza ในบางคืน ซึ่งเป็นธีมชนเผ่าใกล้ทางเข้าสวน โชว์ยาวประมาณ 15 นาทีและมักมีคนยืนดูจำนวนมาก ถ้าพาเด็กเล็กมา โชว์นี้เป็นกิจกรรมฆ่าเวลาได้ดีขณะรอก่อนหรือหลังขึ้นรถราง
วางแผนเที่ยวร่วมกับที่เที่ยวอื่นในสิงคโปร์
Night Safari จับคู่กับการเที่ยว Mandai เต็มวันได้ดีถ้าจัดเวลาเป็น สวนสัตว์สิงคโปร์ และ River Wonders อยู่ในเขตอนุรักษ์เดียวกัน คุณจึงเที่ยวที่ใดที่หนึ่งในช่วงบ่ายแล้วพักกินข้าวเย็นที่ร้านอาหารใน Mandai Reserve ก่อนต่อ Night Safari ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางกลับมาทางเหนือของเกาะอีกรอบ
ถ้าอยากจัดแผนเที่ยวธรรมชาติและสัตว์ป่าแบบเต็มที่ MacRitchie Treetop Walk และ สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ เป็นทางเลือกเที่ยวธรรมชาติกลางวันในย่านอื่นของเมือง สำหรับวิธีจัดตารางเที่ยวแต่ละวัน ดูได้ที่ แพลนเที่ยวสิงคโปร์ ซึ่งมีรายละเอียดการวางแผนแบบหลายวัน
พ่อแม่ที่พาเด็กเล็กมาด้วย ควรดูภาพรวมของ เที่ยวสิงคโปร์กับเด็ก ประกอบด้วย ซึ่งจัดอันดับ Night Safari ว่าเป็นกิจกรรมยามเย็นอันดับต้นๆ สำหรับครอบครัวที่มีเด็กอายุ 4 ขวบขึ้นไป
พูดตรงๆ: คุ้มไหม?
ในราคา S$55 ต่อผู้ใหญ่ Night Safari ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่ราคาค่อนข้างสูงในสิงคโปร์ จะคุ้มหรือไม่ขึ้นอยู่กับความคาดหวังของคุณเป็นหลัก ถ้ามองว่าเป็นการเดินเล่นยามค่ำ 2-3 ชั่วโมงท่ามกลางบรรยากาศป่าที่งดงามจริงๆ พร้อมได้เห็นสัตว์เป็นระยะ ที่นี่ทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าคาดหวังว่าจะเห็นสัตว์ตลอดเวลาหรืออยากถ่ายรูปคมชัดทุกภาพ คุณอาจผิดหวังกลับไป
นักท่องเที่ยวที่นั่งแค่รถรางแล้วข้ามเส้นทางเดินไปเลย มักรู้สึกว่าประสบการณ์ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับราคา เส้นทางเดินนี่แหละที่ทำให้ Night Safari มีชื่อเสียง ควรจัดเวลาอย่างน้อย 3.5 ชั่วโมงเพื่อเที่ยวให้คุ้ม ฝนตกหนักซึ่งเกิดได้ตลอดปีในสิงคโปร์อาจทำให้ประสบการณ์แย่ลงมาก เพราะทางเดินจะลื่นและสัตว์หลายตัวจะหลบฝน รถรางยังวิ่งในฝนเบาๆ แต่ฝนเขตร้อนตกหนักจริงจะกระทบการให้บริการ การเช็กพยากรณ์อากาศก่อนออกเดินทางมีประโยชน์จริงๆ
นักท่องเที่ยวเดี่ยวหรือคู่รักที่ไม่ได้สนใจสัตว์ป่าเป็นพิเศษ อาจรู้สึกว่าประสบการณ์ดีแต่ไม่ถึงกับ wow ส่วนครอบครัวที่มีเด็กอายุ 5-12 ขวบ ช่างภาพสัตว์ป่าที่มีอุปกรณ์ถ่ายแสงน้อย และนักท่องเที่ยวที่เที่ยวจุดไฮไลต์ในเมืองมาครบแล้ว จะได้ประโยชน์จากที่นี่มากที่สุด
เคล็ดลับจากคนวงใน
- มาถึงตอนเปิดประตู 19:15 น. เลย เดินเทรล Leopard Trail ก่อนในขณะที่คนอื่นต่อคิวรถราง แล้วค่อยไปต่อแถวรถรางราว 21:00 น. ตอนนั้นคิวจะสั้นลงมาก
- พกเสื้อกันฝนบางๆ ไปด้วย ฝนช่วงเย็นของสิงคโปร์มาแบบไม่ทันตั้งตัว และเส้นทางเดินมีที่หลบฝนจำกัด รถรางมีหลังคาบ้างแต่ด้านข้างเปิดโล่ง
- ร้านอาหารใกล้ทางเข้า (Ulu Ulu Safari Restaurant) แพงและรสชาติกลางๆ แนะนำให้กินข้าวมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นที่ฮอว์เกอร์เซ็นเตอร์ใกล้เคียง หรือร้านอาหารในบริเวณ Mandai Reserve
- นั่งรถราง เลือกนั่งฝั่งซ้ายจะได้มุมมองดีกว่า โดยเฉพาะโซนทุ่งหญ้าแอฟริกาและบริเวณบ่อน้ำที่สัตว์ชอบมารวมตัวกัน
- สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปสัตว์ป่า กล้องมิเรอร์เลสขนาดกะทัดรัดพร้อมเลนส์ไวแสง (f/1.8 หรือกว้างกว่า) ตั้ง ISO 3200-6400 จะได้ภาพดีกว่าสมาร์ทโฟนเยอะมาก ห้ามใช้ขาตั้ง แต่ถ้ากล้องมีระบบกันสั่นจะช่วยได้เยอะ
Night Safari เหมาะสำหรับใคร?
- ครอบครัวที่มีเด็กอายุ 5 ขวบขึ้นไป มองหากิจกรรมยามเย็นที่น่าจดจำ
- คนรักสัตว์ป่าที่อยากสังเกตสัตว์หากินกลางคืนในบรรยากาศใกล้เคียงธรรมชาติ
- นักท่องเที่ยวที่เที่ยวสถานที่หลักๆ ในสิงคโปร์มาแล้วและอยากหาอะไรแปลกใหม่
- ช่างภาพที่มีอุปกรณ์ถ่ายแสงน้อยและปฏิบัติตามกฎห้ามใช้แฟลชได้
- ใครก็ตามที่วางแผนเที่ยว Mandai Wildlife Reserve ทั้งวันแล้วต่อด้วยภาคค่ำ
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
รวมทริปไปกับ:
- Boat Quay
Boat Quay ทอดยาวตามฝั่งใต้ของแม่น้ำสิงคโปร์ เรียงรายด้วยตึกแถวสองถึงสามชั้นที่อัดแน่นไปด้วยร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่ ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นหัวใจการค้าของสิงคโปร์ยุคอาณานิคม ปัจจุบันย่านนี้มอบบรรยากาศที่เหมาะสุด ๆ ทั้งสำหรับมื้อเย็นหรือเดินเล่นยามเช้าพร้อมสัมผัสร่องรอยประวัติศาสตร์ใต้ฝ่าเท้า
- คลาร์กคีย์
คลาร์กคีย์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสิงคโปร์ ประกอบด้วยอาคารโกดังและตึกแถวอนุรักษ์ 5 บล็อก ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยร้านอาหาร รูฟท็อปบาร์ และคลับ เข้าฟรีและคึกคักตั้งแต่พลบค่ำจนดึกดื่น ยิ่งมาตอนค่ำยิ่งดี เพราะแสงนีออนสะท้อนผิวน้ำสวยงาม และบรรยากาศเริ่มครึกครื้นเต็มที่
- ฟอร์ตแคนนิงพาร์ค
ตั้งอยู่สูงจากใจกลางเมือง 48 เมตร ฟอร์ตแคนนิงพาร์คบรรจุประวัติศาสตร์ต่อตารางเมตรมากกว่าที่ไหนๆ ในสิงคโปร์ ตั้งแต่ยุคราชวงศ์มลายูโบราณจนถึงศูนย์บัญชาการอาณานิคมอังกฤษ เนินเขาแห่งนี้หล่อหลอมเกาะมานานกว่าเจ็ดศตวรรษ และทุกวันนี้ยังเป็นที่หลบหนีความวุ่นวายอย่างสงบแท้จริง ห่างจากถนนออร์ชาร์ดเพียงไม่กี่นาที
- Henderson Waves
Henderson Waves เป็นสะพานคนเดินที่สูงที่สุดในสิงคโปร์ สูง 36 เมตรเหนือถนน Henderson เชื่อมสวนสาธารณะ Mount Faber กับ Telok Blangah Hill Park ตามเส้นทาง Southern Ridges เข้าชมฟรีตลอด 24 ชั่วโมง โครงสร้างยาว 274 เมตรนี้งดงามไม่ว่าจะไปตอนเช้า กลางวัน หรือหลังค่ำ